DRIVETHAILAND



พาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยว

Posted in วางแผนการเดินทาง | No Comments »

ก่อนพาเจ้าสัตว์เลี้ยงไปพักผ่อนด้วยหลังจากได้สถานที่เป้าหมายเดินทาง แล้ว เช็คโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ให้มั่นใจด้วยว่า สามารถนำเจ้าสุนัขเข้าไปด้วยได้หรือไม่

เคล็ดลับการเดินทางขับรถท่องเที่ยวกับเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงในครอบครัว หรือ สุนัขต้องเตรียมสัมภาระให้พร้อม อาหาร น้ำดื่ม นม ต้องไม่ลืมติดที่ใส่อาหารของ สุนัขตัวโปรดเมื่อต้องนำเดินทางไปด้วย ก่อนเริ่มเดินทางต้องจัดเตรียมพื้นที่ให้ลงตัว โดยเฉพาะถ้าตัวใหญ่มาก วางแผนก่อนว่า ต้องจอดพักรถเป็นระยะๆมากขึ้น เพราะนอกจากต้องแวะพักคนขับรถ พักรถยนต์ แล้ว เจ้าสุนัขก็ต้องได้ขับถ่าย และวิ่งเล่นผ่อนคลายด้วยเหมือนกัน

1-2 ชั่วโมง ก่อนเดินทางก็ไม่ควรให้อาหาร จะได้ไม่ระวังเรื่องการขับถ่ายในรถส่งกลิ่น การเดินทางไปกับสุนัขระหว่างทาง ก็ไม่ควรให้กินอาหารมากเกินไป เพราะสัตว์เลี้ยงบางตัว จะเมารถอาเจียน เลอะเทอะในรถ อย่าลืม ของเล่นชิ้นโปรดของเจ้าสัตว์เลี้ยงที่จะพาไปเที่ยวด้วย สายจูงปลอกคอ กรงหรือที่พักซึ่งใช้อยู่ประจำ ป้ายแขวนมีชื่อใส่เบอร์เจ้าของไว้พลัดหลงกันคนที่พบเห็นจะได้ติดต่อหากันเจอ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ทำความสะอาด ถุงพลาสติกเพื่อใส่สิ่งปฏิกูลของเจ้าหมา  น้ำยาทำความสะอาด ขวดน้ำ ผ้าเช็ด สเปรย์ปรับอากาศ

การเดินทางกับเด็กเล็ก

Posted in วางแผนการเดินทาง | No Comments »

บรรดาขาเที่ยว พอมีลูก การเที่ยวอาจถูกเว้นวรรคไปชั่วคราว แต่เมื่อลูกแข็งแรงพอที่จะออกนอกบ้านได้ การพาเด็ก ๆ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ น่าจะเป็นการดีสำหรับเด็ก ทั้งในด้านสุขภาพกายที่ได้รับอากาศดี ๆ และสุขภาพใจที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ

แต่การเดินทางกับเด็ก นึกถึงความปลอดภัยเป็น หลัก โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ๆ เพราะอุปกรณ์จำพวกเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเด็ก ดังนั้นเด็กน้อยควรมีอุปกรณ์เสริมเพื่อเพื่อความปลอดภัยในกรณีรถยนต์เกิด อุบัติเหตุ
สิ่งจำเป็นเมื่อเดินทางกับเด็กคือ ที่นั่งสำหรับเด็ก (car seat)’ แม้บ้านเรายังไม่มีกฎหมายชัดเจน แต่หลาย ๆประเทศออกเป็นกฎบังคับใช้ เพื่อความปลอดภัยของลูกรักและทุกคนในรถยนต์
ที่นั่งสำหรับเด็ก แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ (Infant car bed)
รูปร่างคล้ายกระบะ เหมาะกับทารกแรกเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนด การพาลูกแรกเกิดออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน และควรจัดให้ศีรษะเด็กหันไปทางด้านกลางรถยนต์

2. ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ (Rear-facing infant seat)
ต้องวางไว้เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหลังรถเสมอ เด็กเล็ก ๆ ควรนั่งที่นั่งเด็กชนิดนี้จนกว่าจะอายุประมาณ 3 ขวบ การที่เด็กเล็กควรนั่งที่นั่งแบบหันหน้าไปทางหลังรถ เพราะศีรษะของทารกมีน้ำหนักถึงครึ่งของน้ำหนักร่างกาย ศีรษะที่ใหญ่กว่าปกติและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ทำให้คอ ของเด็กเป็นจุดเปราะบาง ที่นั่งแบบนี้จะถูกออกแบบเพื่อรองรับคอและช่วยกระจายแรงกระแทกออกไปสู่ร่าง กาย เมื่อเกิดการชนด้านหน้าขึ้น ร่างกายที่หันหลังอยู่ทุกส่วนจะเป็นการรับแรงกระแทกลำตัวและศีรษะให้เหลือ น้อยที่สุด ข้อควรระวังคือ ไม่ควรติดที่นั่งแบบนี้เข้ากับเบาะรถที่ติดถุงลมนิรภัย

3. ที่นั่งเด็กที่หันไปทางหน้ารถ (Forward-facing child seat)
ต้องวางไว้ที่เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหน้ารถ เหมาะสำหรับเด็กโตเกินกว่าจะนั่งชนิดหันหน้าไปทางหลังรถ ที่นั่งประเภทนี้อาจออกแบบให้ใช้ได้ทั้งในแบบที่หันไปทางหน้ารถและหลังรถ โดยผู้ใช้สามารถปรับติดตั้งได้ตามความเหมาะสม

4. ที่นั่งเสริม (Booster seat)
เหมาะสำหรับเด็กที่โตหน่อย  ช่วยให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้พอดีตัวมากขึ้น

ที่นั่งเด็ก แต่ละยี่ห้อเหมาะกับรถยนต์แต่ละยี่ห้อด้วยเช่นกัน ในการเลือกซื้อที่นั่งเด็ก ควรจะให้ผู้ขายติดตั้งในรถยนต์ให้เรียบร้อยก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าเป็นไปได้ควรพาเด็กไปทดลองนั่ง ให้เหมาะกับน้ำหนักและส่วนสูงของเด็ก
ในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่จะเห็นแม่นั่งอุ้มลูกน้อยไว้บนตัก และนั่งคู่ไปกับคุณพ่อคนขับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาทั้งคุณแม่และคุณลูกย่อมเป็นอันตราย เมื่อเกิดการชนหรือแรงกระทบ ลูกน้อยอาจหลุดกระเด็นไปจากอ้อมออกแม่และได้รับอันตรายได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินทางไกล หรือใกล้ อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงและมาโดยไม่รู้ตัว  ดังนั้นการใช้ที่นั่งเด็ก จะทำให้คุณพ่อขับรถได้อย่างสบายใจ เพราะมั่นใจว่าลูกจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง การใช้ที่นั่งเด็ก ควรให้ลูกใช้ตั้งแต่ยังเป็นทารก เพราะเมื่อเด็กโตขึ้นด้วยความไม่คุ้น จะทำให้การเดินทางของคุณอลเวงตั้งแต่ก่อนออกเดินทางเลยทีเดียว

เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 10 ปี ต้อง นั่งที่นั่งด้านหลังเสมอ และสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ คาดเข็มขัดนิรภัยโดยคาดเด็ก 2 คนไว้ด้วยกัน!

ในการเดินทางไกล การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมอาจเปลี่ยนแปลงเวลานอน เวลากิน (กระทั่งเวลาถ่าย) ของเด็ก แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจ เด็กจะสามารถปรับตัวได้เองภายใน 2-3 วัน หรือปรับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อกลับถึงบ้าน

สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ ของเล่นชิ้นโปรดของลูก หรือผ้าห่ม ผ้าขนหนูที่ลูก ติดเตรียม กิจกรรม หรือของเล่นให้ลูกเล่นขณะอยู่ในรถ เด็กจะได้มีอะไรทำ ไม่ก่อกวนแย่งพวงมาลัย หรือดึงเบรคมือเล่น ส่วนคุณพ่อก็จะได้มีสมาธิในการขับรถอย่างเต็มที่
นอกจากอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยแล้ว อาหารสำหรับเด็กก็ควรเตรียมให้พร้อม นอกเหนือจากอุปกรณ์การกินแล้ว ควรเตรียมอุปกรณ์การขับถ่ายไว้ให้พร้อมด้วย กระดาษทิชชู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทิชชู่เปียก ถ้าลูกโตขึ้นหน่อย การซื้อกระเป๋าหรือเป้หลังใบใหม่ให้ลูกใส่ข้าวของใช้ของตัวเขาเองบางส่วน ลูกจะภูมิใจ รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่รับมอบหมาย

สำหรับคนตั้งครรภ์ หรือ คนท้อง โดยปกติแล้ว ควรระมัดระวังดูแลตัวเองและความปลอดภัยของครรภ์ ในช่วง 3 เดือนแรก และ 3 เดือนหลัง ซึ่งในช่วงนั้นถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรไปไหนไกล ๆ และหลีกเลี่ยงการเดินทางแบบ ลุย

คนท้องมักปวดหลัง ปวดฉี่บ่อย และบางคนก็อาจเป็นตะคริว ดังนั้น ควรมีเวลาพักที่ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำเป็นระยะ และคนใกล้ตัวควรรู้วิธีช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเมื่อว่าที่คุณแม่เป็นตะคริว
โดยปกติ เมื่อคนท้องเดินทางทางรถยนต์คงไม่ขับรถเอง แต่บางกรณีที่คนท้องมีความจำเป็นต้องขับรถเอง ควรเว้นที่นั่งให้ท้องและพวงมาลัยมีระยะห่างกันมากที่สุด โดยที่เท้ายังสามารถเหยียบคันเร่งและเบรคได้สะดวก การคาดเข็มขัด ควรให้สายเข็มขัดที่หน้าตักอยู่ที่โคนขา ส่วนสายเข็มขัดที่ลำตัว ให้ลงระหว่างอกและพาดลงด้านข้างของท้อง ระวังอย่าให้สายเข็มขัดมาอยู่ตรงใต้แขน เพราะจะทำให้ว่าที่คุณแม่และลูกในครรภ์บาดเจ็บได้

ในการเดินทาง ไม่ว่าจะกับเด็กเล็ก คนท้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัย หากเรารู้เท่าทันและป้องกันไว้ก่อน สิ่งที่คาดไม่ถึงน่าจะเกิดได้น้อยมาก หรือกระทั่งไม่มีเลย ซึ่งจะทำให้การเดินทางพักผ่อนกับลูกน้อยและว่าที่คุณแม่เป็นประสบการณ์ที่ น่าประทับใจไปแสนนาน.

บริการรถเช่า

Posted in วางแผนการเดินทาง | No Comments »

เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถทางไกล   หรือรถของตัวเองไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเดินทางไกล ก็สามารถเช่ารถในพื้นที่ เดินทางท่องเที่ยวได้เช่นกัน  ซึ่งปัจจุบัน มีบริษัทรถเช่าเปิดให้บริการมากมาย โดยเฉพาะตามจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ

  • เอ วิสไทยแลนด์  บริการเช่ารถเพื่อการเดินทาง ท่องเที่ยว ในประเทศไทย จองรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต (0-2251-1131-2 , 0-2255-5300-4)  www.avisthailand.com
  • กรุงไทย คาร์เรนท์ รถเช่าหลากหลายครบครัน บริการดี ราคาพิเศษ เคียงข้างการเดินทางของคุณ สำนักงานใหญ่ (0-2291-8888), Call Center 24 ชั่วโมง(0-2246-0089)www.krungthai.co.th
  • บัดเจ็ด (ไทยแลนด์) ให้บริการรถเช่าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการติดต่อธุรกิจ ท่องเที่ยว มีการเช่าแบบระยะสั้น-ยาว โดยมี 26 สาขาทั่วประเทศไทย และมีสาขา 130 ประเทศ 3,000 สาขาทั่วโลก (0-2203-9222) โทรฟรีในประเทศ(1-800-283-438)  www.budget.co.th
  • บริษัท พี.คาร์เร้นท์ จำกัด ให้บริการเช่ารถยนต์ รถตู้ เพื่อการเดินทาง และท่องเที่ยว ทั้งในกรุงเทพฯ และประเทศไทย พร้อมทั้งสามารถนำรถยนต์ เข้าขอรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือบริการอื่น ๆ ได้ที่ แม็คออโต้เอ็กซ์เพรส (0-2318-8888)
    www.pcarrent.co.th
  • วี อาร์คาร์เร้นท์ ให้บริการรถเช่า รถเก๋ง กระบะ และอื่นๆ ทุกประเภท ฟรีรับและส่งรถ ที่พักบ้านสำนักงานบริษัทฯ สนามบิน ระยอง พัทยา กรุงเทพ และทั่วประเทศไทย (089-9315577, 086-3360080, 086-3290512, 089-8020220)  www.VRcarrenT.com
  • พัทยาคาร์เรนท์ ให้บริการรถเช่าตลอด24ชั่วโมง บริการรับ-ส่งรถถึงสถานที่ฟรี มีทั้งรถเก๋ง รถกระบะ (08-9802-0220, 08-6336-0080)
  • สงขลาทัวร์ บริการรถเก๋ง,รถตู้,รถกระบะ ให้เช่าในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในราคาย่อมเยา (0-7425-5300, คุณเซ้ง 08-1738-0127 )
  • สง ขลาคาร์เรนท์ มีรถเก๋งใหม่ๆ รถตู้ใหญ่ๆ รถบัส รถกะบะ ให้เช่าในพื้นที่ สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช (08-1276-0137-08-1128-8464)  www.songkhlacarrent.net
  • หาดใหญ่ยูเนี่ยนคาร์เร้นท์ รถเช่าหาดใหญ่บริการ รถเช่าในหาดใหญ่ สงขลา เก๋ง ตู้ พร้อมคนขับ รับ-ส่ง สนามบินหาดใหญ่ (08-6963-1765) www.hatyaiunioncarrent.com
  • กระบี่คาร์เร้นทอล บริการรถให้เช่า ทั้ง รถเก๋ง รถกระบะ รถจี๊ป หลากหลายยี่ห้อ ในจังหวัดกระบี่ (08-1895-5138) www.krabicarrental.com
  • ภูเก็ตวันเร้นท์อะคาร์ บริการรถยนต์ให้เช่า ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต (08-9174-0611, 08-4062-9107)  www.phuketonerentacar.com
  • ภูเก็ตนิวคาร์เร้นท์ บริการรถเช่า เช่น รถกระบะ รถเก๋ง รถตู้ เพื่อใช้เดินทางและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต (08-6951-1117)   www.phuketnewcarrent.com
  • หัวหินคาร์เร้นท์ บริการรถเช่าในหัวหิน มีรถให้เช่ามากมายหลายยี่ห้อ ให้เลือกทั้งระยะสั้นและยาวเป็นรายเดือน (08-6006-2924) www.huahincarrental.com
  • แค ช รถเช่า(เชียงใหม่) บริษัท แคช รถเช่า(ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำให้บริการด้านรถเช่าในจังหวัดเชียงใหม่ มีรถรองรับมากกว่า 100 คัน ให้บริการ ติดต่อ (08-0032-2522 ) www.cashcarrent.com
  • เชียงใหม่คาร์เร้นท์ บริการรถยนต์ให้เช่าในจังหวัดเชียงใหม่ เช็คราคารถยนต์รุ่นแบบรถยนต์ที่ให้เช่า(0-5320-6366, 08-6672-6966) www.chiangmaicarrent.com
  • ไท รถเช่า เชียงใหม่ รถเช่า & ทัวร์ท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ พร้อมบริการรับ-ส่งรถ สนามบิน สถานีรถไฟ ขนส่งฟรี (08-9114-6168, 0-5327-5122)  www.thcarrent.com
  • นอร์ทเทอร์ นรถเช่า เชียงใหม่ เชียงราย รถเช่ามาตรฐานในเชียงใหม่และเชียงราย มีหลากหลายราคาให้เลือก ทั้งเก๋ง กระบะ จี๊บ ตู้ รถยนต์เอนกประสงค์ 5,7 ที่นั่ง ขับเองหรือพร้อมคนขับ ในราคาสุดประหยัด พร้อมประกันชั้นหนึ่ง และบริการ รับ- ส่งถึงที่ในเขต อ.เมือง ฟรี (08-1716-1211, 0-5380-6696)  www.northerncarrent.com
  • แม่ฮ่องสอนรถเช่า บริการรถเช่าเพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ (08-6183-5401, 08-4151-3725) www.maehongsoncarrent.com

การทำประกันการเดินทาง

Posted in วางแผนการเดินทาง | No Comments »

นับเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางทุกวันนี้ เพื่อความไม่ประมาท ซึ่งประกันการเดินทางจะมี 2 แบบหลักๆ ที่คนนิยมซื้อ คือ

  • ประกันเฉพาะอุบัติเหตุ  ซึ่งจะครอบคลุมถึงการจัดการศพ และการส่งศพกลับภูมิลำเนา
  • ประกัน อุบัติเหตุ รวมถึงการประกันสุขภาพ การรักษาพยาบาลซึ่งการประกันแบบนี้จะครอบคลุมถึงยามเมื่อเราเจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วย  แต่เบี้ยประกัน ก็จะแพงกว่าการประกันเฉพาะอุบัติเหตุอย่างเดียวมาก

ค่าทำประกัน จะดูจากวงเงินที่เราเอาประกัน ตลอดจนความเสี่ยงของการเดินทางนั้นๆ

การซื้อประกันการเดินทาง
หลังจากตรวจสอบข้อมูล เลือกบริษัทที่รับทำประกันการเดินทาง ได้แล้ว  ก็แค่โทรศัพท์ไปแจ้งความจำนงค์ ว่าต้องการซื้อประกันการเดินทาง  ทางบริษัทก็จะขอชื่อ- นามสกุล อายุ  และที่อยู่ โดยอาจจะมีการขอให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนให้ด้วย  หลังส่งข้อมูลไปให้ พร้อมกับข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ     เกี่ยวกับการเดินทาง  สถานที่ที่เราจะไป  วิธีการเดินทาง  เช่นขับรถไปเอง ขึ้นรถสาธารณะ  ขึ้นเครื่องบินแล้วไปเช่ารถขับเที่ยว เป็นไปได้ ควรแจ้งให้ละเอียด ตลอดจนระยะเวลาของการเดินทาง  จากนั้น ก็รอใบตอบรับอย่างเป็นทางการ พร้อมมีลายเซ็นผู้มีอำนาจ และใบเสร็จรับเงิน ที่จะส่งด่วนมาให้เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ข้อแนะนำสำหรับ ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ และบ่อยครั้ง  ควรซื้อเป็นคูปองประกันการเดินทางจากบริษัทที่เราติดต่อไว้ได้เลย  เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อ อีกทั้งยังราคาถูกกว่าซื้อประกันการเดินทางครั้งต่อครั้ง
คูปองเดินทาง ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งาน 1 ปี  เมื่อประสงค์จะเดินทาง เพียงแต่แจ้งชื่อ-นามสกุล อายุ  พร้อมกับหมายเลขคูปอง ส่งกลับที่บริษัทประกันภัยที่ซื้อไว้  จากนั้นจะมีคำตอบกลับมา พร้อมกับสอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทาง  ตลอดจนลักษณะเส้นทาง  และจำนวนวันเดินทาง
จากนั้นก็แค่รอการตอบรับ อย่างเป็นทางการ โดยมีลายเซ็นผู้มีอำนาจและใบเสร็จรับเงินที่ส่งกลับมาด้วย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยเราต้องเก็บต้นขั้ว และหนังสือรับรองไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

สิ่งสำคัญที่สุดของการทำประกันการเดินทางคือ  ชื่อ-นามสกุล จะต้องถูกต้อง ชัดเจน เพื่อใช้ในการตรวจสอบกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างการเดินทาง

การท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ

Posted in วางแผนการเดินทาง | No Comments »

ในยามที่คนเมือง หันหน้าเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น แน่นอนว่า แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติย่อมไดรับความนิยมติดตามมา ก้อนหน้านี้ การท่องเที่ยวตามแห่งอุทยานแห่งชาติ ยังค่อนข้างยาก ด้วยการเดินทาง การติดต่อ การพักค้างแรม  แต่ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติต่างๆ เปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไว้รองรับ ทั้งในส่วนของร้านอาหาร และที่พัก  แต่ก็ยังมีจำนวนจำกัด  ดังนั้นผู้ที่ประสงค์จะท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ  และต้องการพักค้างคืน จึงควรจะติดต่อเพื่อจองห้องพักล่วงหน้า
ซึ่งการจองที่พัก สามารถสำรองที่พักล่วงหน้าได้ 60 วัน และจองต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 วัน ชำระเงินภายใน 2 วันทำการนับตั้งแต่ทำการจอง สามารถสำรองที่พักด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการจองที่พักและบริการออนไลน์ ทั้งทางโทรศัพท์หรือมาด้วยตนเอง

วิธีการจองที่พัก และบริการออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ท
1.จองด้วยตนเองผ่านทางระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ www.dnp.go.th
2.จองโดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการจองให้ ทั้งทางโทรศัพท์หรือมาด้วยตนเอง ที่ จุดบริการจองที่พักและบริการออนไลน์ ดังนี้

  • สำนักอุทยานแห่งชาติ อาคารไพโรจน์สุวรรณกร (0-2562 -0760)
  • สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 1-16 และสาขา
  • อุทยานแห่งชาติ (เฉพาะที่มีอินเตอร์เน็ตใช้งานแล้ว)

3. จองโดยทำเป็นหนังสือขออนุญาตมาที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยทำการจองที่พักและบริการในระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตก่อน จากนั้นส่งหนังสือขออนุญาต พร้อมรายละเอียดอื่นๆทาง (0-2579-5269)  สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ แต่ไม่ต้องการพักบ้านพักของอุทยาน ก็สามารถ เดินทางไปที่อุทยานแห่งชาตินั้นๆได้เลย โดยไม่ต้องติดต่อล่วงหน้า หากแต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการเข้าใช้พื้นที่เหมือนกัน  ส่วนที่พัก อาจจะต้องนำเตนท์ และอุปกรณ์ค้างแรมไปเอง

อัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  ได้กำหนดอัตราค่าเข้าพักแรมในอุทยานแห่งชาติใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อม ความเปราะบางของสถานที่  ความสวยงาม ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น

  • หมู่ เกาะสุรินทร์ และ หมู่เกาะสิมิรัน จ.พังงา  ค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท  ต่างชาติ ผู้ใหญ่คิด 400 บาท และเด็ก 200 บาท
  • อช.ดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่
  • อช.ดอยอินทนนท์  จ.เชียงใหม่
  • อช.ทุ่งแสลงหลวง  จ.พิษณุโลก-เพชรบูรณ์  (ทุ่งนางพญา, ทุ่งโนนสน)
  • อช.เขาใหญ่  จ.ปราจีนบุรี, สระบุรี, นครนายก, นครราชสีมา
  • หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ (เกาะทุกเกาะ)
  • หาดนพรัตน์ธารา
  • หมู่เกาะพีพี (เกาะทุกเกาะ)

ค่าธรรมเนียม คนไทย  ผู้ใหญ่40 บาท เด็ก 20 บาท  ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
อุทยานแห่งชาตินอกเหนือจากนี้   คิดค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็ก 100 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุทยานแห่งชาติบางแห่งที่เป็นอุทยานแห่งชาติเล็ก ๆ ก็อาจจะเก็บค่าธรรมเนียมคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท และเด็ก 10 บาท  ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  และสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ ก็จะต้องเสียค่าบริการสำหรับการนำรถยนต์เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติด้วย
ซึ่งรถยนต์ รถกระบะ 4 ล้อ รถตู้ (ไม่เกิน 12 ที่นั่ง) เสียค่าธรรมเนียม คันละ 30 บาท  ยกเว้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  จะเสียค่าธรรมเนียม คันละ 50 บาท  หากเป็นรถโดยสารไม่เกิน 24 ที่นั่ง จะเสียค่าธรรมเนียมคันละ 100 บาท  และรถโดยสารเกิน 24 ที่นั่ง เสียค่าธรรมเนียม 200 บาท

ตรวจสอบรถ

Posted in วางแผนการเดินทาง | No Comments »

ในยามปกติที่ใช้รถ เราควรเปิดกระโปรงหน้ารถตรวจดูความพร้อมง่ายๆ เช่น หม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง น้ำกลั่นแบตเตอรี่ น้ำสำหรับปัดน้ำฝน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง  แต่ควรตรวจดูทุกครั้งก่อนออกเดินทางไกล

  • หม้อน้ำ ควรเติมน้ำให้ถึงขีดสูงสุดที่กำหนด
  • น้ำกลั่นแบตเตอรี่ ควรตรวจดูพร่องไปหรือไม่ กรณีเป็นแบบเปียก  การเติมน้ำกลั่นไม่ควรเติมจนเต็ม หรือมากเกินไป คือเกินระดับต่ำสุดของพลาสติกที่ต่อจากปุ่มปิดด้านบนลงไป เพราะหากเติมมากเกินไป จะเกิดการล้นและกลายเป็นกรดกัดเหล็กห้องเครื่อง ขั้วแบต เสียหายได้ และควรเติมใส่ทุกช่องให้เท่าๆกัน
  • น้ำมันเครื่อง ตรวจเช็คว่าลดน้อยลงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ในรถควรมีน้ำมันเครื่องกระป๋องเล็กขนาด 1 ลิตร ติดรถไว้เพื่อความไม่ประมาท โดยเฉพาะถ้าขับรถลุย หรือ ออฟโรด มีโอกาสที่น้ำมันเครื่องจะลดลงได้
  • น้ำสำหรับปัดน้ำฝน ซึ่งจำเป็นสำหรับในกรณีที่ใช้ล้างกระจก ยิ่งขับรถหน้าฝน ยิ่งจำเป็น เพราะช่วงที่ถนนเฉอะแฉะ  จะน้ำที่กระเซ็นใส่กระจกทำให้พร่ามัว ก็ต้องอาศัยฉีดกระจกช่วย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป

การตรวจเช็คคร่าวๆ เหล่านี้  เราทำเป็นประจำ ในการใช้รถประจำวัน   แต่ยามเดินทางไกล ควรนำรถไปเช็คสภาพ รถใหม่ป้ายแดง หรือป้ายขาวยังใช้ไปไม่กี่ปี อาจจะไม่มีปัญหามากมาย ถ้าการใช้ในชีวิตประจำวันไม่เจอปัญหา

แต่สำหรับรถเก่า ควรนำไปเช็คสภาพให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะ ถ้าเส้นทางที่ไป เป็นทางทุรกันดาร หรือเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขาสูง ทางคดเคี้ยว ก็ควรต้องนำรถไปตรวจสภาพกับอู่เพิ่มเติม เช่น เบรก  คลัช   และก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง

คลัช - ปัจจุบัน มีรถใช้คลัชน้อยลง เมื่อระบบเกียร์ออโต้เข้ามาแทนที่ แต่รถเกียร์ธรรมดา คลัชยังจำเป็น และจำเป็นต้องตรวจเช็คสภาพ  เมื่อมีปัญหาเช่นการเข้าคลัชยาก แป้นเหยียบแข็ง หรือการเข้าเกียร์ลำบาก  ซึ่งหากเราหมั่นตรวจสอบสภาพอยู่สม่ำเสมอ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลมากมาย

ระบบเบรก- การขับรถบนท้องถนนนั้น ผู้ขับแทบจะไม่ต้องกังวลอะไรมาก จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถก็ทำได้เลย และไม่ต้องกังวลว่าล้อจะล็อก เพราะปัจจุบันนี้มีระบบเบรก ABS ติดตั้งมากับรถแทบทุกคันอยู่แล้ว  แต่กระนั้นเราก็ควรนำรถเข้าตรวจเช็คให้มั่นใจเพื่อความปลอดภัย ก่อนเดินทางโดยเฉพาะถ้าเส้นทางที่จะไปเป็นเส้นทางที่ต้องขึ้น-ลงเขา คดเคี้ยว

ที่แต่งรถออฟโรดเพื่อลุยกันเต็มรูปแบบ ควรใส่ใจกับระบบเบรกให้มาก เลือกใช้น้ำมันเบรกและผ้าเบรกที่มีคุณภาพ สามารถทนความร้อนได้ดี และหมั่นตรวจสอบการใช้งานเป็นประจำ ยิ่งรถแรงเท่าใด ก็ยิ่งต้องการระบบเบรกที่ดี โดยเฉพาะบนเส้นทางออฟโรดที่ไม่ต้องการความผิดพลาดใดๆ ในขณะขับขี่

ยางรถ-เปรียบเสมือนเท้าของรถยนต์  หากเท้าไม่ดี การเดินทางก็คงลำบาก  สิ่งสำคัญที่ต้องดูแลเท้าหรือยางรถยนต์ ง่ายๆ ก็คือการเติมลมยาง
หลายคนยังงุนงง สงสัย ควรเติมลมยางอย่างไร  เติมขนาดไหนถึงจะพอดีกับการเดินทางระยะไกลง่ายๆให้ดูจากคู่มือที่ติดมากับรถ  การเติมลมยางนั้น ควรเติมในช่วงที่ยางยังไม่ร้อนเกินไป หรือให้ดีออกจากบ้านไม่ควรเกิน 2 กิโลเมตร หากต้องการวิ่งทางไกล นานๆ ควรเพิ่มลมยางอีกประมาณ 3-5 ปอนด์ / ตารางนิ้วและให้ดี ต้องตรวจดูยางอะไหล่ เติมลมยางให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน

ความดันลมยางระเก๋งกับรถกระบะไม่เท่ากันนะ
รถเก๋ง ควรดันลมยางสูงสุดไม่ควรเกิน 35 ปอนด์ / ตารางนิ้ว ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทรถ

  • รถเก๋งขนาดเล็ก ความดันลมยางประมาณ 25-30 ปอนด์ / ตารางนิ้ว
  • รถเก๋งขนาดกลางถึงใหญ่ ความดันลมยาง ประมาณ 30-35 ปอนด์ / ตารางนิ้ว

รถกระบะ ความดันลมยางไม่ควรเกิน 35 ปอนด์ / ตารางนิ้ว หรือถ้าบรรทุกของหนักๆ แบบจะย้ายบ้าน ก็เติมได้ถึง 50-60 ปอนด์ / ตารางนิ้ว
การเติมลมยางมากเกินไป

  • บริเวณของกึ่งกลางของหน้ายางจะสึกหรอได้ง่าย
  • การรับแรงและการยืดหยุ่นด้อยลง เมื่อมีการรับน้ำหนักหรือการกระแทก ก็อาจทำให้เกิดการระเบิดของยางได้ง่าย
  • การทรงตัวและการเกาะถนน ไม่ดีเท่าที่ควร

การเติมลมยาง น้อยเกินไป

  • บริเวณไหล่ยาง จะสึกเร็วกว่าปกติ แก้มยางทำงานหนัก สึกหรอได้ง่าย
  • การหมุนหรือบังคับ พวงมาลัย ได้ยากขึ้น
  • การทรงตัวของรถในขณะขับขี่ด้อยลง

ระบบไฟ ควร ตรวจสอบให้มั่นใจว่า ไฟหน้า ไฟหลัง ไฟเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไฟถอยหลัง  ติดครบทุกดวงหรือไม่  หากไม่ก็จัดการเปลี่ยนซะ จะเปลี่ยนเองหรือเข้าอู่เปลี่ยนก็ได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเราเอง
ปัดน้ำฝนผู้ ขับขี่หลายคนอาจจะละเลย หรือมองข้าม หรือไม่ทันนึกในการตรวจเช็ก ก็คือที่ปัดน้ำฝน  ครั้นจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา ดันไม่อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่เสียไป เพราะน้ำฝนที่เกาะกระจกหน้ารถเรา ทำให้เป็นอันตรายต่อตัวเราเองและเพื่อนร่วมทางได้ ยิ่งเมื่อเดินทางไปแต่ละพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

ตัวมอเตอร์ไฟฟ้า และขาคันชัก ก้านดึง  ข้อต่อ หากดูแลดีๆ ก็มีอายุการใช้งานได้นาน ควรหล่อลื่นพวกข้อต่อบ้าง โดยการใช้น้ำมันเครื่อง จารบีถ้ากันน้ำได้ยิ่งดี ส่วนตัวก้านที่ปัดน้ำฝนดูจะเป็นจุดที่ถูกละเลยมากที่สุด อาจจะเพราะมันไม่ค่อยก่อความเสียหาย แต่ก็ควรตรวจดูตัวน็อตยึด  เช็คข้อต่อต่างๆ ถ้าแน่นหนาดีก็ไม่มีปัญหา ส่วนสำคัญที่สุด คือ ยางใบปัดน้ำฝน

อย่าเลือกซื้อใบปัดน้ำฝนเพียงเพราะราคาถูกอย่างเดียว  แต่ต้องให้เหมาะสมต่อการใช้ และควรเปลี่ยนทุกปี และควรเลือกยางใบปัดที่มีขนาดความยาวเท่าเดิม เพราะถ้าใบปัดสั้นกว่าของเก่า รัศมีการปัดจะสั้นลง แต่ถ้าใบปัดยาวเกิน จะไปถูกับยางหรือคิ้วขอบกระจก ทำให้ใบปัดเสียหาย  ถ้าตัวกระจกมีสิ่งสกปรกเกาะอยู่ ก็ทำให้เกิดความฝืดเพิ่มขึ้น หรือเป็นตัวที่ทำให้ใบปัดสะดุด  และที่สำคัญคือควรทำความสะอาดใบปัดน้ำฝน ด้วยการใช้ผ้านุ่มชุบน้ำ แล้วบิดพอ หมาดๆ เช็ดรูดไปตามความยาวของยางใบปัด หรือแม้จะไม่ได้ใช้งาน ใบปัดเลย ก็ควรทำทุกครั้งที่มีการล้างรถ ข้อสำคัญคือ ไม่ควรใช้ผงซักฟอกผสมน้ำ ทำความสะอาดอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ยางเสื่อม สภาพแล้ว ยังทำให้สีรถเสียหายได้ด้วย

วางแผนการเดินทาง

Posted in วางแผนการเดินทาง | No Comments »

วางแผนที่ดีมีชัยไปกว่า ครึ่ง” เป็นข้อความที่ใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์ ไม่เว้นแม้แต่การจะเดินทางท่องเที่ยว ยิ่งถ้าขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งข้อมูล เวลา สัมภาระ และยานพาหนะที่จะนำเราไป                     ก่อนออกเดินทางแต่ละครั้ง คงต้องวางเป้าหมายก่อนว่า เราอยากจะไปที่ไหน ด้วยการหาข้อมูล ซึ่งคงไม่ยากจนเกินไป  แค่พลิกหน้าหนังสือเล่มนี้ไปดูตั้งแต่บทที่ 4 เป็นต้นไป ก็พอจะเป็นไกด์ให้ได้  แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการท่องเที่ยว คือช่วงจังหวะเวลา หรือที่เราเรียกกันว่า หน้าเทศกาล เอาไว้ด้วย  อย่างเช่นหน้าฝน ไม่เหมาะต่อการเที่ยวทะเล หรือป่าเขา ถ้ำ ในจุดที่มีฝนตกชุก หรือฤดูดอกไม้บาน  เป็นต้น ซึ่งถ้าเราได้ไปเที่ยวได้ถูกเทศกาลตามที่เราต้องการ รับรองได้ว่าการท่องเที่ยวครั้งนั้น จะทำให้เราจดจำได้ไม่ลืมทีเดียว

  • ฤดูฝน ควรเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นเกาะแก่ง ป่าเขา  ถ้ำ ในจุดที่ฝนตกชุก เนื่องจากเสี่ยงภัยต่อน้ำป่า ดินโคลนสไลด์ลงมาตามถนนที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา  โดยมากฤดูฝนจะเริ่มจากภาคอีสานและภาคเหนือก่อน ไล่ลงมาภาคกลาง  ก่อนจะไปสิ้นสุดที่ภาคใต้ ที่มีโอกาสเจอทั้งลมและฝน
  • ฤดูหนาว ผู้ คนส่วนใหญ่ที่เผชิญกับสภาวะอากาศร้อนในเมือง มักออกเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาว  หากขึ้นภาคเหนือ หรืออีสาน ก็มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก หรือได้สัมผัสอากาศหนาวสมใจ  และที่มาพร้อมกับหน้าหนาวก็คือ ดอกไม้  เช่นพญาเสือโคร่ง ที่จะออกดอกบานสพรั่งดอย ในยามที่อากาศหนาวจัดมาเยือน ซึ่งแต่ละปีจะออกดอกไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ  หากอากาศหนาวเย็นมาเร็ว ก็จะบานเร็ว  หากอากาศหนาวมาช้า ก็บานช้า  โดยมากอยู่ระหว่างช่วงกลางเดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนมกราคม  แต่ฤดูหนาว ภาคใต้ยังอาจจะมีมรสุม
  • ฤดูร้อน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงทะเล  ป่าเขา และน้ำตก แต่ขอแนะว่า ถ้าเป็นพวกชอบแบกเป้เดินป่า ฤดูร้อนเหมาะแก่การเที่ยวป่าใต้มากที่สุด  เพราะมีน้ำตลอด แถมอากาศในป่ายามค่ำคืนบนเขาสูง ก็เย็นฉ่ำ  บางคนบอกว่าหนาวเลยทีเดียว เพราะอุณหภูมิ ต่ำกว่า 20 แน่นอน หรือจะไปดำน้ำ ดูปะการัง ในช่วงนี้ก็เข้าที  เนื่องจากคลื่นลมค่อนข้างสงบ แต่ไม่ควรพ้นช่วงเมษายน เพราะหลังจากนั้นก็จะเริ่มมีมรสุม  และเกาะที่ขึ้นชื่อเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังจะเริ่มปิดเกาะ ไม่รับนักท่องเที่ยว เพราะคลื่นจัด
  • ปลายฝนต้นหนาว หาก พูดถึงการท่องเที่ยว ช่วงที่เหมาะสมที่สุดอีกช่วงหนึ่งของการเดินทางท่องเที่ยว คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว  เพราะเป็นช่วงที่หมดฝนใหม่ ๆ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติฟื้นตัว จะเห็นความสดชื่นได้ทั่วไป นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่ชมทะเลหมอก ตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติได้สวยกว่าช่วงที่อากาศหนาวทีเดียว แต่ช่วงนี้ภาคใต้ยังมีฝนตกชุกอยู่ทั่วไป

เมื่อดูช่วงจังหวะเวลา เลือกสถานที่ ที่จะไปได้แล้ว เวลาก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยกำหนดการท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง หากเวลามาก ก็เที่ยวได้ไกล หรืออยู่ที่ใดที่หนึ่งได้นาน ถ้าเวลาน้อยก็เที่ยวได้ระยะสั้น แต่สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเที่ยวระยะไกล หรือใกล้ คือการเตรียมสัมภาระทั้งคนและรถ

เตรียมพร้อมคนและรถ
เตรียมคน หากจะเที่ยวให้สนุกก็ควรเที่ยวโดยไม่ต้องพะวักพะวง
เสื้อผ้า เท่าที่จำเป็น ควรเผื่อชุดสำหรับใส่นอน แยกกับชุดเดินทาง เพื่อความสบายตัว นอกจากนี้ยังควรมี

  • เสื้อกันฝน ซึ่งจะมีโอกาสใช้ได้บ่อย เพราะฝนบ้านเราเดี๋ยวนี้มาไม่ค่อยเป็นฤดูกาลเท่าไหร่
  • เสื้อกันลม มีโอกาสใช้ได้บ่อย  บางคนใช้กันแดดไปด้วย เพราะน้ำหนักไม่เบา สีสันสวยงาม บางคนใส่ถ่ายรูปก็เท่ห์ไม่น้อย
  • เสื้อกันหนาว คงเตรียมไปเฉพาะฤดูหนาวก็พอ  เนื่องจากอากาศบ้านเราไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ ติดจะร้อนซะด้วยซ้ำ
  • ผ้า เช็ดตัว เตรียมไว้เผื่อเหลือเผือขาด เนื่องจากในห้องพักสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งมีจัดไว้ให้พร้อม  แต่บางแห่งเราอาจจะไปกางเตนท์นอน ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ส่วนตัว ซึ่งผ้าเช็ดตัวไม่จำเป็นต้องเป็นผืนหนา หนัก เพราะจะทำให้เก็บความชื้น สุดท้ายกว่าจะจบทริป จะมีกลิ่นอับไม่พึงประสงค์  ส่วนคนที่เที่ยวอุทยาน หรือเที่ยวป่า ก็จะนิยมใช้ผ้าขาวม้า เบาสบายดี
  • ชุดชั้นใน  ควรเตรียมให้พอดีวันที่เดินทาง

ของใช้ส่วนตัว

  • แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี
  • ยาสระผม และสบู่เหลว แพ็กเล็กๆสำหรับเดินทาง  ใช่สบู่เหลวจะสะดวกต่อการเก็บมากกว่าสบู่ก้อน
  • ครีมบำรุงผิว
  • ครีมกันแดดซึ่งจำเป็นมากไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย
  • ผ้า อนามัย นอกจากใช้สำหรับวันนั้นของเดือนของคุณผู้หญิงแล้ว  ยังใช้เป็นอุปกรณ์ฉุกเฉิน หากเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย ในกรณีที่จุดท่องเที่ยวของเราอยู่ห่างไกลจากในเมือง หรือโรงหมอ
  • หมวก, แว่นกันแดด
  • ร่มพับเล็กๆ ติดกระเป๋า
  • ถุง นอน หากไปกางเตนท์นอนอุทยานแห่งชาติ หรือแห่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่น ที่ไม่มีเครื่องนอนให้เช่า หากไปพักผ่อนตามสถานที่ที่มีที่พัก ก็ไม่จำเป็นต้องนำไป
  • รองเท้าแตะ

เตนท์ ขึ้น อยู่กับสถานที่ ที่จะไปพัก ขนาดของเตนท์ขึ้นอยู่กับกลุ่มที่ไปด้วยกัน  กำลังดีควรเป็นแบบ 3  คนนอน เพราะไม่ใหญ่มาก กางง่าย หากคนเยอะกว่านั้น ก็นำไปหลายหลังได้
และควรมีแผนรองนั่ง หรือ กราวน์ชีท ไปด้วย ซึ่งอาจจะใช้รองเตนท์  หรือใช้สำหรับนั่งสนทนา พักผ่อน แต่โดยมากโยนใส่รถไว้สักหลัง ก็ไม่เสียหลาย

ยารักษาโรค
โดย มากเราควรต้องมีกระเป๋ายาเล็กๆ ติดรถไปด้วย จำพวกยาลดไข้แก้ปวด ยาใส่แผลสด พลาสเตอร์ยา ผ้าพันแผล ยาหม่อง ยาดม ยาธาตุ ยาคลายกล้มเนื้อ ยาแก้แพ้  ยาเหล่านี้ไม่ต้องนำไปเยอะ  หรือยาน้ำก็ไม่ต้องขวดใหญ่  แต่ให้มีติดไว้เพื่อให้หยิบใช้ได้ทันท่วงที ไม่ต้องเสียเวลาขับรถตะเวนหาร้านขายยา  หรือเมื่อเราไปอยู่ในจุดที่ไม่มีร้านรวง ก็จะไม่ลำบาก  และควรมีกรรไกร มีดพก เล็กๆ ติดกระเป๋ายาไปด้วย เผื่อหยิบใช้ตัดนู่นตัดนี่

นอกจากนี้ยังควรมีขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม ติดรถไปด้วยเพื่อประทังความหิว  แม้ปัจจุบัน ตามเส้นทางรถผ่าน จะมีปั๊มน้ำมันที่จะมีร้านสะดวกซื้อก็ตาม