DRIVETHAILAND



ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 7 ตามรอยพญานาคในตำนาน ลัดเลาะเส้นทางริมโขง ไหว้พระธาตุเสริมบุญ นครพนม สกลนคร หนองคาย เลย ขอนแก่น

Posted in ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | No Comments »


5 วัน 4 คืน

ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ตรงไปใจกลาง

อ.ธาตุพนม ถึงวัดพระธาตุพนมวรวิหาร มีงานนมัสการพระธาตุ ขึ้น10 ค่ำ

เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี เป็นพระธาตุปีเกิดของคนปีวอก และเป็นพระธาตุประจำวันคนเกิดวันอาทิตย์

ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 212 อีก 15 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวง

หมายเลข 2031 ประมาณ 7 กิโลเมตร ถึง วัดเรณูนคร

แวะสักการะบูชาองค์พระธาตุเรณูนคร คนที่เกิดวันจันทร์ควร

ไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

ย้อนกลับทางเดิมตามทางหลวงหมายเลข 2031 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง

หมายเลข 212 สู่ตัวจังหวัดนครพนม ระยะทาง 60 กิโลเมตร เริ่มต้นกิโลเมตร 225

ถนนฝั่งละ 2 เลน เส้นทางนี้เลียบริมฝั่งโขง ชมความงามของแม่น้ำ

ได้ตลอดเส้นทาง ผ่าน สภ.นครพนม (0-4251-1266, 0-4251-5680)

บริเวณนี้มีห้องพักชื่อว่าบ้านริมโขง (0-4252-1400)

ช่วงกิโลเมตรที่ 25 ผ่านโรงพยาบาลท่าอุเทน (0-4258-1255) ตรงไปอีก 2 กิโลเมตร

ถึง วัดพระธาตุท่าอุเทน พระธาตุท่าอุเทน หันหน้าไปทางทิศเหนือของ

พระธาตุพนมตรงกับทิศประจำของพระศุกร์ คนที่ไปนมัสการ จะได้รับอานิสงส์ความรุ่งโรจน์เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ

ย้อนกลับหลวงหมายเลข 212 เจอสามแยกป้อมตำรวจ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง

หมายเลข 2028 ถนนสองเลน เริ่มกิโลเมตรที่ 38 ไปนี้อีก 76 กิโลเมตร ถึง

อ.เมืองสกลนคร ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 0 ถึงสามแยกที่ว่าการ อ.กุสุมาลย์

เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 22 จากทางแยกเลี้ยวขวา

เป็นถนนฝั่งละสองเลน

กิโลเมตรที่ 166 ถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หนองหาน เป็นจุดชมวิว

ภายในมีศูนย์ผลิตภัณฑ์ OTOP เทศบาลตำบลท่าแร่ มีนวดสปาเพื่อสุขภาพ

ก่อนเข้าสู่ อ.เมือง พักค้างคืน มีที่พักให้เลือกมากมาย เช่น โรงแรมดุสิต

ถ.ยุวพัฒนา (0-4271-1198-9) ราคา 650 - 4,000 บาท หรือ โรงแรมสกลแกรนด์

พาเลซ (0-4271-4886– 7) ราคา 700 - 2,800 บาท

ร้านอาหาร มีบริการหลากหลาย เช่น ร้านเต็มคำ อาหารเวียดนาม (0-4271-1566)

หรือ ร้านพอใจ หน้าโรงภาพยนต์สยามรัฐ (0-4271-1767)

ตื่นเช้าเดินตลาดเช้า ชมวิถีชีวิตชาวสกลนคร ใกล้กันมีสวนสาธารณะ สระพังทอง

ผู้คนนิยมมาออกกำลังกายกันที่นี่ ติดกันยังมีหนองน้ำขนาดใหญ่ ชื่อ หนองหาน

แหล่งพักผ่อนอีกที่หนึ่ง ใกล้ๆกับโรงพยาบาลจังหวัดสกลนคร (0-4271-1636, 0-4271-1615)

เดินทางต่อไปไหว้ วัดพระธาตุเชิงชุม แวะเคารพสักการะบูชา และไปเยือน

วัดป่าสุทธาวาส อยู่ตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัด (จุดสังเกตุปากซอย

ทางเข้ามีร้าน 7-11) ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ และ

พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุยส์ จันทสาโร เปิดตั้งแต่ 05.00น.-21.00น.

ออกจากวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 213 ถึงกิโลเมตรที่ 24 มีทางแยกขวา

เข้าพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เป็นศิลปะตะวันตก เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในคราวที่เสด็จแปรพระราชฐานมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ ทรงอนุญาตให้ประชาชนเข้าชมได้

สอบถามผู้ดูแลพระตำหนัก ฯ (0-4271-1550)

จากพระตำหนักฯเลี้ยวซ้ายออกมา ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 213

เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปอุดรฯ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 22 ถนนสองเลน

ขรุขระ ตรงเข้ามาประมาณ 10 กิโลเมตร เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านเชียง

ถึงกิโลเมตรที่ 121 ชิดขวาเตรียมกลับรถเข้า อ.พรรณนานิคม แวะสักการะ

พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร บริเวณนี้ยังมี

สภ.พรรณนานิคม (0-4277-9232) และโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น (0-4277-9105)

เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 22 เตรียมชิดขวากลับรถ มุ่งหน้าไป จ.อุดรธานี

กิโลเมตรที่ 106-105 ผ่านโรงพยาบาลพังโคน (0-4277-1222) จนถึงกิโลเมตรที่ 50 เจอป้ายใหญ่บอกทางไปมรดกโลกบ้านเชียง ถึงสามแยกบ้านปูลู

มีป้ายบอกทางไป พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง เลี้ยวขวาเข้า

ทางหลวงหมายเลข 2225 ไปอีก 7 กิโลเมตร

ที่นี่ แบ่งเป็น 2 ส่วนการแสดง ส่วนแรกตั้งอยู่บริเวณวัดโพธิ์ศรีใน เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดแสดงหลุมขุดค้นทางโบราณคดี ส่วนใหญ่เป็น

ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ลายเขียนสี กำไลสำริดที่ฝังรวมกับศพ

ส่วนที่ 2 เป็นอาคารจัดแสดงเรื่องราวและวัฒนธรรมของบ้านเชียง

ในอดีต เครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณ ภายในบริเวณอาคาร

ยังมีห้องนิทรรศการ ห้องบรรยาย ฉายภาพยนตร์และภาพนิ่ง

เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ 9.00-16.00 น. (0-4220-8340-1) ค่าธรรมเนียมเข้าชม

คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท จากสกลนครมาบ้านเชียง

รวมระยะทางทั้งสิ้น 148 กิโลเมตร

ออกจากบ้านเชียง ไปตามทางบ้านหนองเม็ก ถึงสามแยกบ้านหนองลาด

เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร ถนนสองเลน ราดยางอย่างดี

มีป้ายบอกทางอีก 34กิโลเมตรถึงบ้านดุง

ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 2096 ผ่านโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง

(0-4227-3706) สุดทางเจอ ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ จากจุดนี้ไปอีก 9 กิโลเมตร ระหว่างเส้นทางมีการทำบ่อเกลือสินเธาว์ตลอดทาง จนถึงกิโลเมตรที่ 46

เลี้ยวขวาไปอีก 11 กิโลเมตร ถึง วัดศิริสุทโธ ที่ตั้งของดงชะโนด

ตำนานพญานาคราชบ้านคำชะโนด

มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ มีน้ำล้อมรอบสภาพคล้ายเกาะ มีดงต้นปาล์มลักษณะคล้ายต้นตาลผสมต้นมะพร้าวรวมเรียกกันว่าต้นชะโนด

คนสมัยก่อนเรียกที่นี่ว่าวังนาคินทร์คำชะโนด

เชื่อกันว่ามีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่กลางดงชะโนดเป็นประตูสู่เมืองบาดาล

รวมระยะทางจากบ้านเชียงถึงดงชะโนด 63 กิโลเมตร

หากขับรถวนดงชะโนด จะมองเห็นวิวทิวทัศน์อีกด้านหนึ่งของป่าคำชะโนด เป็นเกาะกลางมีน้ำล้อมรอบ

ขับไปเส้นทางเดิม ถึงทางแยกเลี้ยวขวา ไปทาง อ.โพนพิสัย ตรงไปเจอสามแยก

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2230 มุ่งหน้า วัดอาฮงศิลาวาส

เริ่มต้นหลักกิโลเมตรที่ 5 ถนนฝั่งละเลน สองข้างทางเป็นทุ่งนา

จนถึงกิโลเมตรที่ 16 เลี้ยวขวาไปทาง อ.โซ่พิสัย โพนพิสัย กิ่งอำเภอเฝ้าไร่

ถนนช่วงนี้ขรุขระ ดีอีกครั้งช่วงกิโลเมตรที่ 22 สุดทางสามแยก

เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2267 จากจุดนี้ไป อ.พรเจริญอีก 50 กิโลเมตร

กิโลเมตรที่ 37 เข้าสู่เขต อ.โซ่พิสัย ตรงไปอีกตามทางหลวงหมายเลข 2095

กิโลเมตรที่ 49-50 เข้าเขตอำเภอปากคาด  ถึงกิโลเมตรที่ 67 เลี้ยวขวาไป

อ.บึงกาฬ จากจุดนี้ไปอีก 25 กิโลเมตร

เส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถนนจะเรียบเลาะริมโขงยาวตลอดเส้นทาง

ฝั่งหนึ่งเป็นแม่น้ำโขง อีกฝั่งเป็นท้องทุ่งนาเขียวขจี

ขับรถชมวิวและสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านได้ด้วย กิโลเมตรที่ 115

เลี้ยวซ้ายเข้า วัดอาฮงศิลาวาส รวมระยะทางจากดงชะโนดถึงที่นี่ 128.7 กิโลเมตร

ที่นี่ เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อใหญ่คุวานันท์ พระพุทธชินราชจำลอง

หันพระพักตร์เข้าสู่แม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ฝั่งลาวได้ชัดเจน ที่ท่าน้ำหน้าวัด

เป็นบริเวณน้ำโขงไหลวนหรือเรียกว่า สะดือแม่น้ำโขง เป็นแหล่งกำเนิด

บั้งไฟพญานาคแห่งแรก เชื่อกันว่าบริเวณนี้คือธานีพญานาคพักค้างคืน

หรือเลือกไปค้างที่ อ.ปากคาด Recommended โขงค้ำคูน รีสอร์ท

ติดริมแม่น้ำโขง (0-4240-4080, 08-9712-8598) ราคา 350 - 500 บาท

ออกเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าอำเภอโพนพิสัยแวะ วัดไทย มีตำนานเชื่อกันว่ามีเมืองบาดาลตั้งอยู่ใต้วัดแห่งนี้ ช่วง ค่ำคืนของวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 จะประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างหลั่งไหลมากันอย่างเนืองแน่น เพื่อมาเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบั้งไฟพญานาคเพราะเชื่อกันว่าที่นี่ เป็น

จุดศูนย์กลางที่จะลงไปสู่เมืองบาดาล

ามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ช่วงกิโลเมตรที่ 48 ผ่านโรงพยาบาลโพนพิสัย

(0-4247-1204-5) จนถึงกิโลเมตรที่ 5 (ก่อนถึงตัว อ.เมือง ประมาณ 3 กิโลเมตร)

เลี้ยวซ้ายเข้าไป ศาลาแก้วกู่ ที่รู้จักกันในชื่อวัดแขก คล้ายพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง

แสดงรูปปั้นทางศาสนาขนาดใหญ่ หรือ ปูชนียวัตถุและพุทธปูชนียสถานเทวาลัย มีรูปปั้นพิสดารพันลึกมากมาย รวมถึงรูปปั้นพญานาค

เข้าอำเภอเมืองชิดขวาเตรียมกลับรถ เข้า วัดโพธิ์ชัย เป็นวัดอารามหลวง

ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวหนองคายนับถือกันมาก

สภ.หนองคาย (0-4241-1021, 0-4241-1071) โรงพยาบาลหนองคาย

(0-4241-1504, 0-4241-2316) โรงพยาบาลหนองคาย-วัฒนา (0-4246-5201)

ร้านอาหาร อิ่มเอมโภชนา ข้างวัดศรีสะเกษ (0-4241-1608) หรือ เรือนแพหายโศก บริเวณวัดหายโศก (0-4241-2211)

หลวง พ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก ทุกๆปีในวันเพ็ญกลางเดือน 7 ชาวเมืองหนองคายจะมีงานประเพณีบุญบั้งไฟบูชาพระใสที่นี่  โบสถ์เปิดเวลา 07.00-19.00 น.

แวะซื้อของ ตลาดท่าเสด็จ ริมแม่น้ำโขง แหล่งรวมสินค้าแถบอินโดจีนและยุโรปตะวันออก

ออกจากท่าเสด็จ ไปตามทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านสถานีรถไฟหนองคาย ทำเรื่องข้ามไปเวียงจันทร์ สปป.ลาว

หาก ไม่ข้ามไปฝั่งลาว สามารถไปทาง อ.ท่าบ่อ เลาะริมโขงชมวิวฝั่งแม่น้ำโขง ตรงไปเจอสามแยกชนตลาดสดเทศบาล อ.ท่าบ่อ เลี้ยวซ้ายไปทางไป อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี อีกประมาณ 23 กิโลเมตร เริ่มกิโลเมตรที่ 1 ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2020 เจอสามแยกเลี้ยวขวาไป อ.บ้านผือ เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2021 ผ่าน สภ.บ้านผือ เจอสามแยกเลี้ยวขวาผ่านไปรษณีย์บ้านผือ แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 12 กิโลเมตร

เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2348 เริ่มกิโลเมตรที่ 1 ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 8 เจอป้ายบอกทางไป อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตรงเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร

ค่าธรรมเนียมคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 30 บาท เป็นอุทยานที่แสดงถึงอารยะธรรมของมนุษย์และ

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศ เห็นได้จากการพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว 2,000 - 3,000 ปี และการดัดแปลงเพิงหิน แท่งหินธรรมชาติให้เป็นศาสนสถาน รูปเคารพทางศาสนาในสมัยประวัติศาสตร์ เปิดทุกวัน 08.00-17.00น.

สภ.อุดรธานี (0-4222-2285, 0-4222-3304) โรงพยาบาลอุดรธานี (0-4224-4252-3) โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ (0-4234-1710)

จาก อุทยานฯเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.น้ำโสม ถนนฝั่งละเลนสภาพดี ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2414  ผ่านโรงเรียนน้ำโสมพิทยาคม ถนนเริ่มเข้าสู่ถนนฝั่งละสองเลน สภาพเรียบ เจอสามแยกปากชม-สังคม เลี้ยวซ้ายไปตามเส้น 2414 เริ่มนับกิโลเมตรที่ 1 เส้นทางโค้งเป็นระยะ จากจุดนี้อีก 60 กิโลเมตร จะถึง อ.ปากชม ถนนสายนี้เป็นทางขึ้นลงเขา โค้งคดเคี้ยวเป็นระยะ

กิโลเมตรที่ 7 เข้าเขตชุมชนบ้านนาเมืองไทย เป็นทางขึ้นเขา มองเห็นภูเขาสลับลดหลั่นกันไป จนถึงกิโลเมตรที่ 26 สามแยกเลี้ยวขวาไป อ.เชียงคาน เข้าทางหลวงหมายเลข 2108 จากจุดนี้ไป จ.เลย 69 กิโลเมตร

กิโลเมตรที่ 14 เจอสามแยกตรงไป ผ่านสถานีอนามัยบ้านสงเปือย สุดทางเจอสามแยกใหญ่ เลี้ยวขวาไปเชียงคาน เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 201 จากจุดนี้ไปเชียงคานอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ถนนสภาพดี เริ่มนับที่กิโลเมตรที่ 29 พักค้างคืนที่ อ.เชียงคาน

Recommended บ้าน โฮมสเตย์คุณยายศรีพรรณ ตอนเช้าให้เจ้าของบ้านนึ่งข้าวเหนียวเตรียมใส่บาตรได้ด้วย ราคา 150 บาท/คน 0-4282-1797 หรือ เรือนแรมลูกไม้ ราคา 400 - 500 บาท หรือ โรงแรมสุขสมบูรณ์ (0-4282-1064) ราคา 500 บาทขึ้นไป

ร้านอาหาร ร้านระเบียง (0-4282-1532) และ บ้านต้นโขง (0-4282-1775, 08-5854-7679)

ตื่นเช้าใส่บาตรข้าวเหนียว บรรยากาศเงียบสงบ สุขสบาย ซึ่งเหมาะกับมาเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ ออกทาง อ.ปากชม ประมาณ 5 กิโลเมตร แวะแหล่งท่องเที่ยว วัดท่าแขก วัดเก่าแก่โบราณ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ปัจจุบันเป็นวัดธรรมยุต ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก

แก่งคุดคู้ แก่ง หินขนาดใหญ่ ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง จาการที่หินเหล่านี้อยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ทำให้หินมีสีสันต่างกันออกไป ตัวแก่งกว้างใหญ่ เกือบสองฝั่งแม่น้ำโขง

เวลาที่เหมาะชมมากที่สุดคือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง ทำให้มองเห็นเกาะแก่งได้อย่างชัดเจน

พระพุทธบาทภูควายเงิน ไป ตามเส้นทางเชียงคาน - ปากชม ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงบ้านผาแบ่น มีทางแยกเข้าบ้านอุมุง 3 กิโลเมตร ถึงทางขึ้นเขา เป็นทางลูกรัง 1 กิโลเมตร เป็นรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่บนหินลับพร้า(หินลับมีด) ผู้คนเคารพนับถือกันมาก และจะมีงานประจำปีในวันเพ็ญเดือน 3 หรือเดือน 4 ของทุกปี

ออกจากเชียงคาน ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 201 จนถึงกิโลเมตรที่ 32 เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางบ้านนาสี จนถึงบ้านป่าหนาดอีก 10 กิโลเมตรเข้าไปชม หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ ชาว ไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ชาวบ้านยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง สามารถเข้าชมการทอผ้า เลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้

หากอยากสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์ติดต่อได้ที่

สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำก่อนล่วงหน้าประมาณ 1สัปดาห์ (08-1048-2000) พัก 1คืน อาหาร 2 มื้อ ราคาย่อมเยา

ตรงขึ้นไป อ.เมืองเลย อ.วังสะพุง ผ่านโรงพยาบาลเมืองเลยราม

(0-4383-3400) ช่วงกิโลเมตรที่ 185 เจอสี่แยกวังสะพุง ให้ตรงขึ้นไป จุดหมายคือ วนอุทยานแห่งชาติสวนหินผางาม สภาพถนนดี สภ.เมืองเลย (0-4281-1254) โรงพยาบาลเลย (0-4281-1541)

ถึงกิโลเมตรที่ 164 มีป้ายบอกทางเข้า วนอุทยานสวนหินผางาม เลี้ยวขวาตรงเข้าไปอีกประมาณ 19 กิโลเมตร ตามถนนสายหนองหิน-ผาหวาย สภาพถนนขรุขระเป็นช่วงๆ เส้นทางเข้าไปจะผ่าน ถ้ำโพธิสัตว์ น้ำตกสวนห้อมและน้ำตกเพียงดิน

สวนหินผางาม หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นเทือกเขาหินปูนขนาดเล็ก ภายในสวนหินจะมีถ้ำใหญ่มากกว่า 400ถ้ำ เป็นหุบเขาป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีพืชพันธุ์ที่น่าสนใจหายากมากกว่า1,000 ชนิด บริเวณแถวนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามคือน้ำตกเพียงดิน และน้ำตกสวนห้อม

จุดนี้มีการบริการนักท่องเที่ยวโดยไกด์ท้องถิ่น เสียค่าเข้าคนละ 10 บาท หากเกิน 2 คนขึ้นไป คิดเป็นกลุ่มๆละ100 บาท ค่ารถอีแต๊กนำเที่ยวคนละ15 บาท (ณ วันที่ 1 ม.ค. 2551) มีลานกางเต็นท์และมีเต็นท์ให้เช่า เสียค่าสถานที่กางเต็นท์คนละ 20 บาท ค่าเช่าเต็นท์หลังละ 150 บาทมีอุปกรณ์ครบ หากไปช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ดอกบัวตองกำลังบานสะพรั่งงดงาม

ออก จากสวนหินฯ เลี้ยวขวาเข้าทางหลัก เส้นทางหลวงหมายเลข 201 จนถึงกิโลเมตรที่ 128 เริ่มขึ้นเขา ไปทาง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จนถึงกิโลเมตรที่ 95

ทางสามแยกเลี้ยวซ้าย กิโลเมตรที่ 49 เจอสามแยก (จุดสังเกตุหุ่นไดโนเสาร์ชัดเจน) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2038 จากจุดนี้ไปอีกประมาณ 19 กิโลเมตร ผ่าน สภ.ภูเวียง (0-4329-1233) ก่อนถึง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เป็นสถานศึกษาวิจัยอนุรักษ์ซากไดโนเสาร์และเผยแพร่เรื่องราวไดโนเสาร์ ตลอดจนธรณีวิทยาสาขาอื่นๆ ภายในจัดเป็นสวนไดโนเสาร์

จำลองบรรยากาศของป่า มีต้นไม้ น้ำตก ลำธาร เหมือนธรรมชาติ และจัดแสดงหุ่นจำลองเหมือนจริง

ส่วนห้องนิทรรศการ เป็นโถงขนาดใหญ่ พื้นที่กลางห้องโถงมีประติมากรรมโลหะโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ 3 ตัวอยู่อย่างโดดเด่นผนังโดยรอบเป็นตู้จัดแสดงฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ และอีกส่วนเป็นห้องปฏิบัติการโบราณชีววิทยาจำลอง

เปิดทุกวัน 09.00-17.00น. (0-4343-8204-6)

ต่อไปอีก 3 กิโลเมตร ถึง อุทยานแห่งชาติภูเวียง มีการขุดพบรอยเท้าและซากกระดูกไดโนเสาร์เกือบ 200 ล้านปี ภายในยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือน้ำตกตากฟ้า น้ำตกทับพระยาเสือ ถ้ำฝ่ามือแดง สุสานหอย 130 ล้านปี เป็นต้น

สอบถามข้อมูลได้ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง (043-249-052) ค่าเข้าชมคนไทย 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติ 400 บาท เด็ก 200 บาท ค่ารถ 30 บาทต่อคัน เปิด 8.00-16.00 น. ออกจากอุทยานฯภูเวียงมุ่งหน้าอำเภอเมืองขอนแก่น ผ่านโรงพยาบาลเวชประสิทธิ์ (0-4324-5544) หาที่พักค้างคืน โรงแรมโฆษะ (0-4322-5014-8)

ราคา 800 - 1,000 บาท หรือ พีพี โฮเต็ล (0-4322-6500-10) ราคา 500 บาท

ร้านอาหาร Recommended โต้งปลาเผา ติดปั๊ม ปตท. ใกล้บึงแก่นนคร และ แหนมลับแล ตรงข้ามร้านแหนมลับแลของฝาก (0-4323-6296, 0-4323-6537)

รุ่งขึ้นแวะเที่ยว โฮงมูนเมืองขอนแก่น อยู่บริเวณบึงแก่นนคร แหล่งศึกษาค้นคว้า รวบรวมเรื่องราวที่มาของเมืองขอนแก่น ค่าเข้าชมคนไทย 20บาท

เด็ก 10บาท ต่างชาติ 90 บาท เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์

ตั้งแต่ 12.00-20.00น. ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม 0-4327-1173

แวะพักผ่อน เที่ยวชม บึงแก่นนคร สวน สาธารณะของชาวจังหวัดขอนแก่น จากนั้นเดินทางออกจากจังหวัดขอนแก่น เข้าทางถนนมิตรภาพ ผ่านนครราชสีมา สระบุรี กลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

ร้านขายของที่ระลึก

พุทธศิลป์ไหมไทย ถ.เปรมปรีดา จ.สกลนคร โทร 0-4271-1548

สดศรีไหมไทย หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม จ.สกลนคร โทร 0-4271-1953

ราชาไส้กรอก ถ.มีชัย จ.หนองคาย โทร 0-4241-2174

หมูยอแม่ถ้วน ถ.มีชัย จ.หนองคาย โทร 0-4242-0088

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5 อ.เมือง จ.อุดรธานี โทร 0-4232-5406-7

(พื้นที่ความรับผิดชอบ อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 6 อันซีน 5 จังหวัดอีสานตอนล่างล่องริมโขง ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร

Posted in ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | No Comments »

4 วัน 3 คืน

เริ่มที่ตัวเมืองศรีสะเกษ แวะชม ตึกขุนอำไพพาณิชย์ ตั้งอยู่บนถนนอุบล เป็นตึกเก่าของขุนอำไพพาณิชย์ (อินทร์ นาคสีหราช) คหบดีชาวศรีสะเกษ สร้างตั้งแต่ พ.ศ.2468 ตัวอาคารมีรูปทรงและลวดลายปูนปั้นที่งดงามตามคติความเชื่อของชาวจีน ปัจจุบันกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว

จากจุดนี้ ตรงไปทางโรงพยาบาลศรีสะเกษ (0-4561-1503) เจอโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายไปตามทางวงกลม ผ่านวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ถึง สวนสมเด็จศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ ภายในมีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่ เหมาะไปพักผ่อนและทัศนศึกษาเชิงพฤกษศาสตร์

ต้นลำดวนจะผลิดอกเหลืองอร่ามหอมอบอวลไปทั่ว ราวเดือนมกราคม – มีนาคมของทุกปี เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีต จึงนำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ สวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่น มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่น เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เปิดเวลา 06.00-19.00 น.

ออกจาก สวนสมเด็จฯ เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางเดิม ข้ามทางรถไฟเจอสี่แยกเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานขาว เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 226 กิโลเมตรที่ 8 ถึงวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย

วัดเทพปราสาทแห่งนี้ประกอบไปด้วยศิลาแลง เคยมีทับหลังประตูสลักเป็นพระวรุณเทพเจ้าแห่งฝนประทับอยู่บนแท่น มีหงส์แบก 3 ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เป็น ศิลปะแบบบาปวน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 สังเกตุได้จากมีสถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้างดังกล่าวในสมัยนั้นเรียกว่า อโรคยาศาล หมายถึง สถานพยาบาลหรือสุขศาลาประจำชุมชนในสมัยนั้น

จากวัดเทพปราสาท เลี้ยวซ้ายไปพระธาตุเรืองรอง ไปตามเส้นทางเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2373 ตรงไปประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาอีก 2.5 กิโลเมตร ถนนช่วงนี้ขรุขระ พระธาตุเรืองรอง สร้าง ขึ้นโดยผสมศิลปะอีสานใต้ สี่เผ่าไทยคือ ลาว ส่วย เขมร เยอ สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ชั้น 4 ขององค์พระธาตุ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นจุดชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ ทั้งหมู่บ้านของชาวบ้านที่อยู่รายล้อมและทุ่งนาสีเหลืองทองช่วงฤดูหนาว

เลี้ยวซ้ายออกจากพระธาตุ เจอสามแยกเลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 2373 มุ่งหน้าจังหวัดยโสธร กิโลเมตรที่ 15-16 ข้ามสะพานแม่น้ำมูลจนสุดทางเจอสามแยกที่ว่าการอำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร จุดสังเกตบริเวณนี้มี สภ.ค้อวัง และ ธ.เพื่อการเกษตรและสหกรณ์

จากสามแยก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2351 กิโลเมตรที่ 10 เข้าเขตอำเภอมหาชนะชัย เจอป้ายเขียนว่า บ.หัวดอน เป็นช่วงทางโค้งพอดี  เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบท ยส 4010  มีป้ายบอกทางไปอำเภอมหาชนะชัย 10 กิโลเมตร (เส้นทางนี้เป็นทางลัด) วิวสองข้างทางเป็นทุ่งนา สุดทางสามแยก เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2083  ถึงกิโลเมตรที่ 60 เข้าเขตพื้นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว สุดทางสามแยก เลี้ยวขวาชิดซ้าย บริเวณนี้มีโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว (0-4579-1133) แล้วเลี้ยวเข้าซอยแรก มุ่งหน้าบ้านศรีฐานระยะทาง 10กิโลเมตร

บ้านศรีฐาน หมู่บ้านทำหมอนขิต หลังฤดูทำนาชาวบ้านแทบทุกหลัง มีอาชีพทอผ้าและทำหมอนขิต สามารถเข้าไปชมการทำและซื้อหมอนขิตไว้เป็นที่ระลึกได้ในราคาย่อมเยา นับเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่นำรายได้เป็นอันดับสอง 2 รองจากการทำนาของชาวป่าติ้ว

ออกจากบ้านศรีฐาน ไปตามเส้นทางหลวงชนบท ยส 2002 เจอสามแยกถนนหลักเส้นทางหลวงหมายเลข 202 เลี้ยวซ้ายไปอำเภอเมืองจังหวัดยโสธร จนถึง บ.สะเดา เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างโรงเรียนบ้านสะเดา ตรงไปอีก 3 กิโลเมตร

พระธาตุก่องข้าวน้อย เป็นเจดีย์เก่าสมัยขอม ตั้งอยู่เขตวัดพระธาตุก่องข้าวน้อย ทำเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปทรงแปลกไปจากเจดีย์ทั่วไป มีลักษณะเป็นก่องข้าว ช่วงกลางองค์พระธาตุมีลวดลายทำเป็นซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ถัดจากช่วงนี้ไปเป็นส่วนยอดของเจดีย์ที่ค่อยๆ สอบเข้าหากัน บริเวณด้านหลังพระธาตุมีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่งก่อด้วยอิฐ ชาวบ้านเคารพนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในเดือนห้าของทุกปีจะมีประชาชนนิยมมาสรงน้ำพระและปิดทองพระ เชื่อกันว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้ฝนจะแล้งในปีนั้นๆ

จากพระธาตุก่องข้าวน้อย ตรงไปเจอสามแยกเส้นทางหลวงหมายเลข 23 เลี้ยวขวาไปอำเภอเมืองยโสธร ประมาณ7 กิโลเมตรผ่าน โรงพยาบาลยโสธร (0-4571-2580) แวะกราบนมัสการองค์พระธาตุอานนท์ พระพุทธบุษยรัตน์ ตั้งอยู่ในวัดมหาธาตุ สภ.ยโสธร (0-4571-1683-4)

ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าไปจังหวัดอุบลราชธานี ตรงอย่างเดียวจนถึงตัวเมืองอุบลฯ หาพักค้างคืน

Recommended โรงแรมศรีอิสาน โฮเทล (0-4526-1011) ราคา 600 ใกล้ตลาด หรือ เนวาด้าแกรนด์ (0-4528-0999) ราคา 1,000 - 1,200 บาท หรือ ทอแสง โขงเจียม รีสอร์ท (0-4535-1174-6) ราคา 2,000 - 4,000 บาท

เช้าวันนี้กราบสักการะ ศาลหลักเมือง อนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์(เจ้าคำผง) ผู้ก่อตั้งเมืองอุบล ตรงข้ามศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานี  ใกล้ๆบริเวณเดียวกันนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี เปิดทุกวันพุธ- วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ติดกันจะเป็นสวนสาธารณะเรียกว่า ทุ่งศรีเมือง ตอนเช้าและตอนเย็นจะมีประชาชนนิยมมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลอุบลรักษ์ (0-4526-6300) โรงพยาบาลเซ็นทรัลเมโมเรียล (0-4525-4721)

ก่อนออกจากตัวเมืองอุบลฯ แวะไหว้พระที่ วัดทุ่งศรีเมือง แล้ว ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 217 ข้ามสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปีจังหวัดอุบลราชธานี เป็นสะพานข้ามแม่น้ำมูลขนาดใหญ่และเป็นจุดเริ่มต้นทางหลวงแผ่นดิน ผ่านอำเภอวารินชำราบ ถนนดี เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 2 ตรงโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ (0-4532-1173) ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24-27 ผ่าน สภ.สว่างวีรวงศ์ กิโลเมตรที่ 41 ถึง วัดภูเขาแก้ว ตั้งอยู่อำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 44 กิโลเมตร

ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระอุโบสถประดับด้วยกระเบื้องทั้งหลัง รูปแบบศิลปะไทย บริเวณกลางหลังคาตกแต่งเป็นยอดปราสาททอง หน้าบันจำหลักลายปูนปั้นลายก้านขด งดงามอ่อนช้อย และเข้ากันได้ดีกับบัวเสาที่ทำตามศิลปะอินเดีย

บริเวณนี้มีร้านขายขนมจีบ ซาลาเปา วางขายทั้งสองฝั่ง เลือกซื้อชิมได้ตามอัธยาศัย รสชาติและราคาใกล้เคียงกัน

ตรงไปสุดทางสามแยก เลี้ยวซ้ายแวะถ่ายรูปและพักรับประทานอาหารที่แก่งสะพือ เป็นแก่งที่สวยงามอีกแห่งของจังหวัดเลยทีเดียว ช่วงที่น้ำลดจนสามารถมองเห็นแก่งได้ชัดเจนคือช่วงเดือนมกราคม - เมษายน

ออกจากแก่งสะพือ ไปตามทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าบ้านช่องเม็ก ช่วงกิโลเมตรที่ 62 ถึงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ หาดพัทยาน้อย เป็นทรายหาดริมน้ำคล้ายหาดพัทยา ยาว 1.4 กิโลเมตร มีต้นมะพร้าวเลียบเลาะให้ร่มเงาตามหาด มีอาคารร้านค้า ห้องอาบน้ำ มีที่สำหรับจอดรถ นักท่องเที่ยว บรรยากาศเป็นแบบทรายหาด สามารถเล่นเรือและสกีได้ ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 68-69 ผ่านสถานีตำรวจภูธรสิรินธร และโรงพยาบาลสิรินธร (0-4326-7172-3)

ที่กิโลเมตรที่ 70 ถึง เขื่อนสิรินธร ภายในมีร้านอาหาร มีบ้านพักรับรอง สนามกอล์ฟ ไว้รองรับนักท่องเที่ยว

ตรงไปจนสุดถนนทางหลวงหมายเลข 217 ถึง ด่านช่องเม็ก ติดพรมแดนลาว ทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวแล้วข้ามไปประเทศลาว ถึงช่องเม็กรวมระยะทางทั้งสิ้น 337.8 กิโลเมตร

ไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอโขงเจียม กิโลเมตรที่ 76 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2173 ตรงขึ้นไปจนสุดทางถึง อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ลักษณะเป็นโขดหินทรายขนาดมหึมา เป็นเกาะหินขนาดใหญ่กั้นกลางแม่น้ำมูล อยู่ทางด้านล่างของดอนตะนะ

ฤดูท่องเที่ยวคือช่วงพฤศจิกายน - มิถุนายนของทุกปี นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนเป็นสะพานแขวนคนเดินข้ามแม่น้ำ

ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นจุดชมวิวสองฟากฝั่งแม่น้ำมูลเหนือแก่งตะนะ ภายในอช.ยังมีแหล่งท่องเที่ยว เช่นถ้ำพระ น้ำตกตาดโตน ลานผาผึ้ง ฯลฯ

ออกจาก อช.แก่งตะนะ มุ่งหน้า อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ใช้เส้นทางเดิมย้อนกลับไปจนถึงทางแยกที่จะไปอำเภอโขงเจียม เลี้ยวซ้ายไปอีก 8 กิโลเมตร ข้ามสะพานแม่น้ำมูล

.Recommended บริเวณนี้มีร้านขายปลาสดมากมาย สามารถแวะซื้อนำไปประกอบอาหารค้างแรมที่ อช.ผาแต้มได้และ ถือเป็นจุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 2173 เริ่มเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2112 เส้นทางยุทธศาสตร์สายโขงเจียม-เขมราฐ ตรงไปอีกประมาณ 19 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง 2368 อีกประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ

เก็บอัตราค่าธรรมเนียม ชาวไทย เด็ก 20บาท ผู้ใหญ่ 40บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200บาท ผู้ใหญ่400บาท

จากจุดเก็บค่าธรรมเนียม ตรงเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร พบกับ เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและแสงแดด มีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้นเหนือเสา ส่วนบนเป็นหินวางอยู่โดยไม่ติดกัน มองดูคล้ายดอกเห็ดขนาดใหญ่

จุดชมวิวผาแต้ม มองออกไปยังเบื้องหน้าเห็นแม่น้ำโขงไหลนิ่ง จุดนี้เรียกว่า ภูผาขาม เป็นภูเขาหินทราย ด้านบนเป็นหินเรียบด้านล่างปรากฏภาพเขียนสีโบราณอายุ 3000 ปี บริเวณนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกก่อนใครในสยามอีกด้วย พักค้างคืน

ตื่น แต่เช้ามืดเพื่อเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม ที่บนลานหินทรายภูผาขาม ยามแสงทองของพระอาทิตย์สาดแสงกระทบกับผิวลำน้ำโขง ส่องแสงระยิบระยับแวววับอยู่เบื้องหน้า งดงามเกินคำบรรยาย  เก็บความงามเรียบร้อยเดินทางต่อออกจากผาแต้ม เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2112 ประมาณ 20 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไป น้ำตกสร้อยสวรรค์ อีกประมาณ 14 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นหลุมบ่อ ตัวน้ำตกสามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณนี้ยังสามารถชมทุ่งดอกไม้ป่า ส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุก และพืชกินแมลง เช่นสร้อยสุวรรณ(สีเหลือง) ทิพเกสร(สีชมพูอ่อน) ดุสิตา(สีม่วง) มณีเทวา(สีขาว) จอกบ่อวาย(สีแดง) เป็นทุ่งดอกไม้ป่าขนาดใหญ่ และสวยงาม

ดอกไม้ป่า จะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือนตุลาคม - มกราคมของทุกปี

ถัดออกไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตรตามเส้นทางหลวง 2112 มีทางเลี้ยวขวา เข้าสู่ น้ำตกแสงจันทร์หรือน้ำตกรู เป็น น้ำตกขนาดเล็ก เกิดจากลำห้วยท่าโลงไหลลงจากเพิงหน้าผา เป็นช่องโพรงคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ไหลลงรูกระทบกับพื้นล่าง จะพบเห็นเป็นรูปหัวใจ

ติดกับน้ำตกแสงจันทร์ ประมาณ 300 เมตร จะมีเถาวัลย์ยักษ์เป็นแหล่ง Unseen ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ออก จากน้ำตกเลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 2112 ประมาณ 300 เมตร แยกเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวง 2135 มีป้ายบอกทางไปอำเภอศรีเมืองใหม่ เริ่มกิโลเมตรที่ 1 ไปอีก 32 กิโลเมตร

กิโลเมตรที่ 19 มีสามแยกเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปอำเภอตระการพืชผล ตรงขึ้นไปเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2134 ไปอีก 30 กิโลเมตร ให้สังเกตุ สี่แยกด้านหน้าเป็นศูนย์โตโยต้าอุบลฯ เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอำนาจเจริญ-เขมราฐ แล้วเลี้ยวซ้ายทันที หากมีเวลาแวะชม หอไตรขุหลุ ได้

ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 2134 ช่วงกิโลเมตรที่ 31 เข้าเขตจังหวัดอำนาจเจริญ ตรงขึ้นไปจนเจอทางสามแยก เลี้ยวซ้ายไปอำเภอลืออำนาจ เจอสามแยกให้ตรงไปอำเภอพนา ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลที่ วัดพระเหลาเทพนิมิต จังหวัดอำนาจเจริญ ห่างจากสามแยกประมาณ 3 กิโลเมตร

ที่นี่ มีองค์พระประทานคือพระเหลาเทพนิมิตร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง จัดอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปศิลปะลาว สกุลช่างเวียงจันทน์

ออกเดินทางกลับเส้นทางเดิมเจอสามแยก เลี้ยวขวาจนถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลืออำนาจ เริ่มกิโลเมตรที่ 19 ไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร

พอถึงกิโลเมตรที่ 1 ผ่านวัดบ้านอำนาจ แวะไหว้ พระเจ้าใหญ่ลือชัย จากนั้นตรงไปจนสุดทางสามแยก บรรจบเส้นทางหลวงหมายเลข 212 เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 212 จนเจอสี่แยกสว่างมงคล ผ่านศาลหลักเมือง จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 78 ถึง พุทธอุทยาน จังหวัดอำนาจเจริญ

ภายในมีพระมงคลมิ่งเมือง หรือพระใหญ่ สิ่งสำคัญคู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ชาวอำนาจเจริญและจังหวัดใกล้เคียงจะมากราบไหว้บูชาทุกปี ทุกวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 3 หรือวันมาฆบูชา ชาวบ้านจะจัดงานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของที่นี่อีกด้วย สถานีตำรวจภูธรอำนาจเจริญ (0-4551-2007) โรงพยาบาลอำนาจเจริญ (0-4551-1940-8)

เส้น ทางหลวงหมายเลข 212 เตรียมตัวเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร กิโลเมตรที่ 160 เป็นทางโค้งอันตราย แล้วตรงไปเข้าสู่อำเภอเมืองมุกดาหาร จากตัวอำเภอเมืองเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2034 ผ่านโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล (0-4263-3301-9) แวะ หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ห่างจากตัวเมือง 2 กิโลเมตร เป็นหอคอยสูงใหญ่ ทันสมัย สูง 65.50 เมตร ชั้นที่ 6 เป็นจุดชมวิวเมืองมุกดาหารและความงดงามสองฝั่งโขงคือ เมืองมุกดาหาร และแขวงสะหวันนะเขต ของประเทศลาว สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร  (0-4263-3533) โรงพยาบาลมุกดาหาร (0-4261-2977)

มุ่งหน้าไปจนถึงกิโลเมตรที่ 15 เลี้ยวขวาเข้า อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร หรือที่รู้จักกันในนาม ภูผาเทิบ เป็นหินทรายขนาดใหญ่ วางซ้อนทับกันเป็นรูปต่างๆ อย่างวิจิตรพิสดาร ที่นี่ยังมีทุ่งดอกไม้งาม ฤดู ท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่กันยายน - ธันวาคม ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งบ้านพักสถานที่กางเต็นท์ และร้านค้า (0-4260-1753) ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 400 บาท ค่ารถ 30 บาทต่อคัน

จากตัวอำเภอเมือง สามารถขับรถเลียบริมแม่น้ำโขงประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวสะพานข้ามไทย-ลาวแห่งที่2 ช่วงกลางคืน จะเปิดไฟตลอดถนนเชื่อมสองฝั่งสวยงาม บริเวณเส้นทางเลียบชายโขงนี้ เรียกว่า ถนนสำราญชายโขงเหนือ มีร้านอาหารริมโขงมากมาย และเส้นทางนี้สามารถลอดใต้สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แล้วบรรจบเส้นทางหลัก 212 ได้ พักค้างคืน

แวะรับประทานอาหารเช้า ก๋วยจั๊บญวนหรือข้าวเปียกเส้น ร้านอิ่มอร่อย ติดกับโรงแรมฮั่วนำ ใกล้กับด่านท่าข้ามตลาดอินโดจีน

Recommended โรงแรมเอส ซี เรสซิเด้นท์ ซ.อนุรักษ์ 2 (0-4261-5252-3) ราคา 800 - 1,000 บาท ห้องใหม่สะอาด มี Internet บริการ หรือ ริเวอร์ซีตี้ (0-4261-5444-7) ราคา 700 บาท หรือ กิมเจ๊กซิม (0-4263-1041) ราคาประมาณ 400 บาท

จากตัวเมือง ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถึงกิโลเมตรที่ 170 เลี้ยวขวาเข้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 ทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวไปเที่ยวฝั่งประเทศลาวได้

จากนั้นไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ช่วงกิโลเมตรที่ 187 มีทางแยกเลี้ยวขวาไปอำเภอหว้านใหญ่ เข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร พบทางแยกไป แก่งกะเบา แก่งหินยาวเหนือน้ำโขง เป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของมุกดาหาร อาหารขึ้นชื่อที่นี่คือหมูหัน

ร้านอาหาร

อินโดจีน ถ.สรรพสิทธิ์ ข้างวัดแจ้ง จ.อุบลราชธานี โทร 0-4525-4126

ร้านคู่แฝด หลังสถานีตำรวจเมืองมุกดาหาร โทร 0-4261-2252

ครัวไซง่อน ถนนสมุทรศักดารักษ์ จ.มุกดาหาร โทร 0-4261-2621

แซบ ถ.เทศบาล 1 ต.ในเมือง จ.ยโสธร โทร 0-4571-4451, 0-4571-2662

รุ่งเรืองอาหารปลา ถ.ศรีบำรุง จ.ยโสธร โทร 0-4572-0248

ร้านขายของที่ระลึก

อุบลหมูยอ ถ.เขื่อนธานี อ.เมือง จ.อุบลฯ โทร 0-4525-4951

วัฒนศิลป์เครื่องเงิน ถ.ราชบุตร อ.เมืองจ.อุบลฯ โทร 0-4525-5661

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 5 อลังการมหาเจดีย์ชัยมงคล-ไหว้พระพุทธมณฑลอีสาน-พระธาตุนาดูน ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม

Posted in ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | No Comments »

2 วัน 1 คืน

จาก ตัวจังหวัดร้อยเอ็ด ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2044 ผ่านอำเภอโพนทอง เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2136 ผ่านวิทยาลัยการอาชีพโพนทอง ตรงขึ้นไปเจอสามแยก มีป้ายบอกทางไป ผาน้ำย้อย จนถึงกิโลเมตรที่ 34 เลี้ยวซ้ายเข้าซุ้มทางเข้า วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม หรือ วัดเจดีย์มหามงคล เข้าไปอีก 5 กิโลเมตร บริเวณทางเข้ามีร้านค้าขายส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ริมทาง ถนนขรุขระเล็กน้อย เส้นทางขึ้นเขาโค้งเป็นระยะๆ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นเจดีย์ที่วิจิตรงดงามตามแบบชาวอีสาน มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย กว้าง101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 101 เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระสารีริกธาตุ ตัวองค์พระธาตุแบ่งเป็น 5 ชั้น เป็นศิลปะร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพระพนม ตั้งอยู่บริเวณวัดฯ

- ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง หลังศาลากลางร้อยเอ็ด (0-4351-1260) รวบรวมฝีมือของชาวบ้าน เช่นผ้าไหม ผ้าทอพื้นเมือง หมอนลายขิต ฯลฯ

- ศูนย์ผ้าไหมและหัตถกรรม ถ .ราชดำเนิน 0-4351-4097, 0-4351-1120 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองทุกชนิด

ถึงวัดขึ้นเขาไปอีก 7 กิโลเมตร แวะชมธรรมชาติ ที่ สวนพฤกศาสตร์วรรณคดี เป็นโครงการสวนพฤกษศาสตร์ในวรรณคดีประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาย้ำย้อย จัดสวนแบ่งตามเรื่องราวในวรรณคดี เช่นลิลิตพระลอ พระลักษณ์-พระราม พระเวสสันดรชาดก ลานพุทธประวัติ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรแยกตามสรรพคุณอีกด้วย รวมทั้งยังมีจุดชมวิวผานางคอย และจุดชมวิวกิ่วลม

ต่อไปอีก 2 กิโลเมตร ถึง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ มีเนื้อที่ประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นไร่  พื้นที่เป็นเทือกเขาหินทรายสูงชันและสลับซับซ้อน ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง สลับทุ่งหญ้าและป่าไผ่ รวมทั้งยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 10 ชนิด เช่น เสือ กวาง เก้ง

หมูป่า หมาจิ้งจอก ลิง ค่าง ชะมด ไกป่า ไก้ฟ้า นกตะขาบทุ่ง นกปรอด นกโพระดก

ก่อนถึง วัดเจดีย์มหามงคล มีรีสอร์ทชื่อว่า ณัฐวรรณรีสอร์ท มีที่จอดรถประมาณ 20 คัน ราคาประมาณ 300 บาท มีแอร์ น้ำอุ่น ทีวี และ โอเค รีสอร์ท ราคาประมาณ 300 บาท แอร์ น้ำอุ่น ทีวี

กลับออกมาตามเส้นทางเดิม เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2136 เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 41 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร ถึง วัดบรรพตคีรีหรือภูจ้อก้อ เป็นวัดสังกัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่บนภูจ้อก้อ บ้านแวง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร มีเจดีย์ “เขมปัตตเจดีย์ หลวงปู่หล้า เขมปัตโตสร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิเครื่องบริขาร เป็นเครื่องเตือนใจให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงบารมีธรรมคำสอนของหลวงปู่หล้า เขมปัตโต ลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน และยังใช้เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งจำลององค์หลวงปู่ไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ

ออก จากวัดเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2136 มุ่งหน้า อ.เมืองร้อยเอ็ด ผ่าน สภ.หนองพอก (0-4357-9139, 0-4357-9149) โรงพยาบาลหนองพอก (0-4357-9073-4) ตรงไปทางอำเภอเสลภูมิ พอเข้าเขตอำเภอเสลภูมิ สองข้างทางจะเป็นทุ่งนาโล่ง โรงพยาบาลรัอยเอ็ด (0-4351-1336)

กิโลเมตรที่ 1 เจอสี่แยกไฟแดง เลี้ยวขวาไปทางร้อยเอ็ด ผ่าน สภ.เสลภูมิ (0-4355-1491) เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 23 ไปทางอำเภอธวัชบุรี สองข้างทางเป็นทุ่งนา เลขกิโลเมตรจะลดลง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ( 0-4351-1766)

จากนั้น เลี้ยวขวาไปทางโพนทอง กิโลเมตรที่ 13 เจอสี่แยกโพนทอง เลี้ยวขวาไป 4 กิโลเมตร มีทางแยกเข้า ปรางค์กู่ ด้านขวามือ เข้าไป 1 กิโลเมตร ถนนขรุขระ ปรางค์กู่ เป็นปราสาทหินศิลปะลพบุรีหรือศิลปะขอม สร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ปรางค์ประธาน มีกำแพงล้อมรอบ ที่มีซุ้มประตูทางเข้าอยู่ด้านหน้า พ.ศ. 2534 กรมศิลปากรได้บูรณะ ค้นพบทับหลังที่ปรางค์ประธาน สลักเป็นรูปคนขี่หลังช้าง มีความหมายว่า พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และพบเสา กรอบประตูทำด้วยศิลาแลง และศิวลึงค์ขนาดใหญ่  ถือเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาปวน ในรูปแบบอาคารอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาลโบราณแห่งหนึ่งที่พบในจังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

ขากลับเส้นทางเดิม เลี้ยวซ้ายตรงไปเจอแยกโพนทองอีกครั้ง ตรงไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงอำเภอเมือง หาที่พักค้างคืน

Recommended โรงแรมสาเกตุนคร ถ.หายโศก (0-4351-1741, 0-4351-1937) ราคา 400-800 บาท ที่จอดรถประมาณ 30 คัน

เช้าเริ่มต้นที่ บึงผลาญชัย กลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นบึงที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองร้อยเอ็ด มีเกาะอยู่กลางบึงขนาดใหญ่ ภายในบริเวณจัดเป็นสวนสมเด็จศรีนครินทร์ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ภายในยังมี ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่เคารพบูชาของชาวร้อยเอ็ด มีพระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่กลางสวน สวนสัตว์ น้ำตกจำลอง สวนสุขภาพ เปิดตั้งแต่ 04.00-21.00 น.

บริเวณใกล้กัน ยังมี สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นอาคารรวบรวมพันธุ์น้ำจืดท้องถิ่น ที่อาศัยในแหล่งน้ำต่างๆของภาคอีสาน บางชนิดเกือบสูญพันธุ์ แสดงความเป็นอยู่ของสัตว์น้ำจืด เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ ที่นี่มีตู้ปลาขนาดเล็ก 24 ตู้ และตู้ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่บรรจุน้ำถึง 400 ลูกบาศก์เมตร จุดเด่น คืออุโมงค์ลอดใต้ตู้ปลาขนาดใหญ่ ชมความเคลื่อนไหวของสัตว์นี้ได้รอบทิศทาง เปิดเข้าชม 08.30 - 16.30 น. วันพุธ -วันอาทิตย์ ไม่เก็บค่าบริการ ตั้งตู้รับบริจาค

จากลานจอดรถหน้าบึงฯ เลี้ยวซ้ายตรงขึ้นไปทางวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ดลอดใต้สะพานลอยแล้วเลี้ยวซ้าย พบ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด อยู่ฝั่งขวาตรงหัวมุมถนน

จัดตั้งขึ้นเพื่อเก็บรักษาและแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมอีสาน รวบรวมเรื่องราวที่น่ารู้ทุกด้านของร้อยเอ็ด เปิดตั้งแต่ 09.00 - 16.00 น. วันพุธถึงวันอาทิตย์ ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท

จากพิพิธภัณฑ์ตรงไปเจอ 2 สี่แยกไฟแดง แล้วเลี้ยวขวาถึง วัดบูรพาภิราม เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร พระพุทธรูปยืนสูงที่สุดในโลก สูงถึง 67.85 เมตร ตัวองค์พระสูงถึง 59.20 เมตร ด้านหลังองค์พระมีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนบริเวณฐานองค์พระจัดเป็นห้องแสดงพิพิธภัณฑ์

จากร้อยเอ็ดมุ่งหน้าไปทาง จ.มหาสารคาม เจอสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.วาปีทุม ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2045 จนถึงกิโลเมตรที่ 26-27 ชนสามแยกที่ว่าการอำเภอวาปีปทุม เลี้ยวขวาไปตามทางหมายเลข 2045 จนเจอสามแยก เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2381 ประมาณ 2 กิโลเมตร มีป้ายด้านขวาบอกทางเข้า กู่สันตรัตน์

ตัวปราสาทสร้างด้วยศิลาแลงเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเหมือนกู่มหาธาตุ มีทับหลังประตูมุขหน้าจำหลักลายงดงาม

ตรงไปอีก 5 กิโลเมตร ผ่านโรงพยาบาลนาดูน (0-4379-7015-6) เลี้ยวซ้ายไปไหว้ พระธาตุนาดูน หรือ พุทธมณฑลแห่งอีสาน บริเวณโดยรอบ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานทางพุทธศาสนาที่สำคัญด้วย

ที่พัก

โรงแรมร้อยเอ็ดธานี ถ.เพลินจิต อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โทร 0-4352-0387-400 ราคา 900-4,920 บาท

ไหมไทย ถ.หายโศรก อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โทร 0-4351-1136, 0-4351-1038 ราคา 410-720 บาท

ร้านอาหาร

ไฟเขียว ก๋วยเตี๋ยวติดแอร์  รอบบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด 0-4351-4782, 0-4351-5265

โกเหลียง .เทวาภิบาล รอบบึงพลาญชัย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 4 ไหว้พระอีสานกลาง แวะชมหมู่บ้านเต่า ตื่นตาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์

Posted in ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | No Comments »

3 วัน 2 คืน (เหมาะสำหรับเด็ก-ผู้ใหญ่)

เดินสายทำบุญ ไหว้พระอีสานกลาง จากจังหวัดขอนแก่น

ไปตามเส้นทางทางหลวงหมายเลข 23 แยกไป 229  จนถึงกิโลเมตรที่ 12 แยกซ้ายไป วัดอุดมคงคาคีรีเขต จากถนนเข้าไปอีก 12 กิโลเมตร ที่นี่เป็นวัดป่าของหลวงปู่ผาง พระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว จัดทำเป็นสถานที่บรรจุอัฐและรูปเหมือน ของหลวงปู่ผางอยู่ภายในบริเวณวัด

บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับวิปัสสนากรรมฐาน

กลับ ทางเดิมบรรจบทางหลวงหมายเลข 229 อีกครั้ง เลี้ยวซ้ายตรงไปสุดทาง ไปทางอำเภอมัญจาคีรีเลี้ยวขวาขึ้นไปถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ประมาณ4 กิโลเมตรถึง หมู่บ้านเต่า สังเกตุปากทางเข้าหมู่บ้านจะเห็นศาลที่มีรูปปั้นเต่า ที่นี่มีเต่าเพ็กอาศัยอยู่ร่วมกับคนตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ภายในสวนเต่ามีศาลเจ้าคุณปู่ฟ้าระงึม หรือเจ้าพ่อมเหศักดิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่หมู่บ้านเต่า มีบริการโฮมสเตย์ ทุกวันที่ 14 เมษายนของทุกปี จะมีงานประเพณีรดน้ำเต่า ไหว้เจ้าคุณปู่

สอบถามข้อมูล ประธานสวนเต่า (08-5768-5323) ประธานบ้านพักโฮมสเตย์ (08-6327-0310, 0-4338-1275, 08-9574-3480)

จากหมู่บ้านเต่า เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอมัญจาคีรี เจอสามแยกตลาดสดเทศบาลอำเภอมัญจาคีรี ตรงไปอีก 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้า วัดป่ามัญจาคีรี ชมอุทยานกล้วยไม้ป่า

กล้วยไม้ป่าช้างกระ เป็นกล้วยไม้ที่มีสีสันสวยงาม ดอกจะมีสีต่างๆ เช่นสีแดง เรียกว่า ช้างแดง สีขาว เรียกว่า ช้างเผือก ทุกสายพันธุ์จะมีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี กล้วยไม้ป่าช้างกระในวัดนี้มีกว่า 4,000 ต้น เจริญพันธุ์ตามธรรมชาติและเกาะติดตามกิ่งของต้นมะขามและต้นไม้อื่นๆกว่า 280 ต้น

เส้นทางหลวงหมายเลข 229 จนถึงกิโลเมตรที่ 14 มีป้ายบอก ศาลาไหมไทย ตั้งอยู่ภายในวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อ.ชนบท เป็น ศูนย์การศึกษา ศูนย์พัฒนา และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม และผ้าพื้นเมือง รวบรวมผ้าไหมไทยทั้งลายโบราณ ลายประยุกต์ และผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเรือนไทยทรงอีสาน แสดงถึงวิถีการดำเนินชีวิตของชาวอีสาน โดยจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้แบบดั้งเดิม มีการสาธิตการเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหมด้วยมือ

เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น. (0-4328-6160, 0-4328-6252) สภ.เมืองขอนแก่น(0-4322-1162)โรงพยาบาลขอนแก่น (0-4323-6005-6)  โรงพยาบาลศรีนครินทร์ (0-4324-2331-44)

ไป ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 229 ผ่าน โรงพยาบาลชนบท (0-4328-6084) ถนนเป็นเลนสวน สภาพดี จนบรรจบสี่แยกบ้านไผ่ ตัดถนนมิตรภาพสาย 2 ข้ามแยกขึ้นไปเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 23 ข้ามทางรถไฟ ผ่านสถานีขนส่งอำเภอบ้านไผ่ ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 44 เจอสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปทางจังหวัดมหาสารคาม เริ่มนับกิโลเมตรที่ 46 ผ่านสี่แยกกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด ผ่านโรงพยาบาลมหาสารคาม (0-4374-0993-9) เข้าเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม หาพักค้างคืน สภ.เมือง มหาสารคาม (0-4371-1205)

Recommended โรงแรมพัฒนาโฮเต็ล ถ.ริมคลองสมถวิล อ.เมือง

ลานจอดรถกว่า 30 คัน (0-4371-1979)

เช้านี้เตรียมพร้อมเดินทาง แวะรับประทานโจ๊กอร่อยโดยขับรถเลียบคลองสมถวิล ผ่านโรงแรมตักศิลา เลยมาประมาณ 100 เมตร เลี้ยวซ้าย ร้านโจ๊ก - ก๊วยจั๊บใส่ไข่ เลิศรส เปิดขายตั้งแต่ 05.00-08.00 น. ราคาย่อมเยา

จากร้านโจ๊ก ตรงไปถึง พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วัดมหาชัย เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุของภาคอีสาน เช่น ใบเสมาหิน พระพุทธรูปในสมัยโบราณ บานประตู คันทวยแกะสลักอายุประมาณ 100-200 ปี นอกจากนี้ยังเป็นที่เก็บรวบรวมวรรณคดีภาคอีสาน และพระธรรม ใบลาน เป็นจำนวนมาก

หน้าพิพิธภัณฑ์ฯ มีร้านขายของฝาก ประเภทปลาร้าบ่องหลากหลายรส จาก วัด ตามเส้นทางเดิม เลี้ยวซ้ายเลียบคลองข้ามสะพานเจอแยกไฟแดง ตรงขึ้นไปตามทางหลวงหมายเลข 208 (มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด) เจอสามแยกใหญ่ ตรงไปอีกประมาณ 200 เมตร พบป้าย “บ้านหม้อ” ด้านซ้าย เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านปั้นหม้อ เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพปั้นหม้อดินเผาด้วยมือล้วนๆ กรรมวิธีทำยังเป็นแบบโบราณดั้งเดิม โดยขุดเอาดินจากบ่อน้ำจากหลังหมู่บ้านใช้เป็นวัตถุดิบ

จากหมู่บ้าน เลี้ยวขวากลับเส้นทางเดิม แวะสักการะ ศาลหลักเมือง ตรงข้ามวิทยาลัยเทคนิคสารคาม แล้วตรงไปเจอสามแยกไฟแดง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 213 เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ 1

กิโลเมตรที่ 7-8 ผ่านมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถนนเลนสวน สภาพดี

จนถึงกิโลเมตรที่ 14 ถึง วัดพุทธมงคล (ฝั่งขวา) ต.คันธารราษฎร์

อ.กันทรวิชัย ภายในวัดมี พระพุทธรูปยืนมงคล พระคู่บ้านคู่เมืองมหาสารคาม สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง สมัยทวาราวดี มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปมิ่งเมือง ตามตำนานชาวบ้านที่เป็นผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคลเพื่อขอฝน แล้วเสร็จพร้อมกัน จึงจัดงานฉลองอย่างมโหฬาร นับแต่นั้นมาฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล

ห่างกันประมาณ 500 เมตร ถึง วัดสุวรรณวาส (ฝั่งซ้าย) ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย มีพระพุทธรูปมิ่งเมือง เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง สมัยทวาราวดี ลักษณะคล้ายพระพุทธรูปยืนมงคล ชาวมหาสารคามนับถือกันมากเช่นกัน

ตรงขึ้นไปกิโลเมตรที่ 18 ผ่านโรงพยาบาลกันทรวิชัย (0-4378-9205)

ถนนฝั่งละเลน สภาพดี พอถึงกิโลเมตรที่ 28 ผ่าน สภ.ยางตลาด (0-4389-1350)

จนถึงกิโลเมตรที่ 39-40 ทางเบี่ยงเลี้ยวซ้ายเข้าเมือง เจอศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์ วัดศรีบุญเรือง(เหนือ) วัดกลาง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ทั้ง 4 สถานที่สำคัญตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน ขับรถวนเวียนแวะได้

อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขจังหวัด ชาวกาฬสินธุ์สละทรัพย์ก่อสร้างเพื่อเป็นการแสดงออกถึงพระคุณ

ต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์

วัดศรีบุญเรือง(เหนือ) วัด เก่าแก่ที่สำคัญวัดหนึ่ง มีเสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยาง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 เก็บรักษาไว้ปักรอบพระอุโบสถ ชิ้นที่สวยที่สุดคือใบเสมาที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาท

เรือนแก้วซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส เป็นศิลปะพื้นเมืองอีสาน

วัดกลาง พระอารามหลวง มีพระพุทธรูปองค์ดำ ประดิษฐานในพระอุโบสถ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์มีพระพุทธลักษณะงดงามมาก

ที่พระแท่นมีจารึกเป็นอักษรไทยโบราณ พระชัยสุนทร(กิ่ง)ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ปีใดฝนแล้งชาวเมืองกาฬสินธุ์จะอัญเชิญพระพุทธรูปออกมาแห่ขอฝนเสมอ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธบาทจำลองทำด้วยศิลาแดงอีกด้วย  แวะพักค้างคืน

เริ่มต้นจากอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ผ่านโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ (0-4381-1520) เลี้ยวซ้ายเจอสี่แยกตรงไปเจอวงเวียนไดโนเสาร์ ให้วนขวาเจอสี่แยกไฟแดงแล้วเลี้ยวซ้าย(จากจุดนี้ไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร) เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ 1 เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 227

สถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ (0-4381-1111, 0-4381-2191)

ถึงอุทยานไดโนเสาร์(ฝั่งขวา)ที่หลักกิโลเมตร 29 เลี้ยวเข้าไป 2 กิโลเมตร

วนขวาตามทาง จะถึง พิพิธภัณฑ์สิรินธร ก่อนที่แรก เป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธุ์ มี 8 โซน จัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูก มีร้านขายของที่ระลึก

เปิดบริการทุกวัน 09.00 - 17.00 น. (0-4387-1014, 0-4387-1394)

จากพิพิธภัณฑ์ มีทางวนขึ้นเขา 300 เมตร ไป วัดป่าสักกะวัน เป็นสถานที่ขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์แหล่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ยัง ได้จัดแสดงความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ และยังมีหลุมขุดโครงกระดูกไดโนเสาร์ มีอาคารใหญ่คลุมหลุมขุดที่พบซากกระดูกไดโนเสาร์ไว้

เมื่อ ออกจากอุทยานไดโนเสาร์ เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 227 เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปจนถึงกิโลเมตรที่ 37-38 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตรถึง วัดพุทธนิมิตภูค่าว อยู่ฝั่งซ้าย  ตั้งอยู่บ้านนาสีนวล

มีพระพุทธไสยาสน์นอนตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ภายในวัดยังมีพระอุโบสถแบบเปิดโล่งแกะสลักลวดลายสวยงาม

ตามประตู หน้าต่าง เพดาน เป็นภาพพุทธประวัติทศชาติชาดก

ที่พัก

โรงแรมตักศิลา จ.มหาสารคาม โทร 0-4371-9999, 0-4372-2222

สวนวรุณ (ภายในสถาบันราชภัฏมหาสารคาม) โทร 0-4374-2618

สุภัค ถ.เสน่หา อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โทร 0-4381-1315, 0-4381-1051 ราคา 250 - 550 บาท

ริมปาว ถ.กุดยางสามัคคี อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โทร 0-4381-3631-9 ราคา 850 - 950 บาท

ร้านอาหาร

ร้านสมโภชโภชนาเจ้าเก่า ถนนริมคลองสมถวิล อำเภอเมือง จ.มหาสารคาม

ร้านอุดมโภชนา ถ.โสมพะมิตร จ.กาฬสินธุ์ โทร 0-4381-1912

ร้านไพบูลย์การ์เด้น ถ.โสมพะมิตร จ.กาฬสินธุ์ โทร 0-4381-1661

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 3 เที่ยวตามรอยอารยธรรมขอมโบราณ เยือนถิ่นอีสานใต้ นครราชสีมา-บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ

Posted in ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | No Comments »


3 วัน 2 คืน

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางวงแหวนตะวันออก (บางนา บางปะอิน ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าสระบุรี ขึ้นสะพาน สระบุรีเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 กิโลเมตรที่ 193-194 แวะจุดพักรถกรม ทางหลวงภาคอีสาน-ลำตะคอง มุ่งหน้า อำเภอเมืองแวะกราบสักการะ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

ใช้เส้นทางขอนแก่น ห่างจากแยกประมาณ 300 เมตร มีปั๊มแก๊ส LPG

ใกล้ โรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ (0-4426-1261) ตรงไปกิโลเมตรที่ 49 ถึงทางแยก อำเภอพิมาย เลี้ยวขวา 10 กิโลเมตร จะเข้าทางหลวงหมายเลข 206 ผ่านโรงพยาบาลพิมาย

(0-4447-1288, 0-4447-1511) ข้ามสะพานมา 100 เมตร ถึงอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ชมสะพานนาคราช ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกของปราสาท

ซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน (ระเบียงคด) ปรางค์ประธานที่

สร้างด้วยหินทรายสีขาว ทั้งองค์ปรางค์ พระพรหมทัต ปรางค์หินแดง

เปิดทุกวัน 07.30-18.00 น. ค่าบริการ คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท

แหล่งท่องเที่ยวของคู่กันคือ ไทรงาม อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ก่อนข้ามสะพานท่าสงกรานต์เข้าตัวอำเภอพิมาย มีทางแยกไปเขื่อนพิมาย 2 กิโลเมตร ที่นี่มีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร อาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมมารับประทาน คือ ผัดหมี่พิมาย หรือ ผัดหมี่โคราช เส้น เหนียวนุ่มน่ากินไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์เลยทีเดียว

ออกจากไทรงามมุ่งหน้า จ.บุรีรัมย์ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 226 มีป้ายบอกว่าไปพนมรุ้ง ถึงกิโลเมตรที่ 91 แยกลำปลายมาศ เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2073

เส้นทาง อ.ชำนิ ถนนดี ผ่านโรงพยาบาลชำนิ (0-4460-9054-8) ตรงไปจนพบกับบึงน้ำขนาดใหญ่และ

บึงบัว แวะจอดรถถ่ายรูปได้ แล้วถึงทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 เลี้ยวซ้าย

จุดสังเกต คือ ธ.กรุงเทพ และ ธ.ทหารไทย

ประมาณ 500 เมตร ผ่านสถานีตำรวจภูธรนางรอง (0-4463-2014) เยื้องกับโรงพยาบาลนายแพทย์สุรเชษฐ์ (0-4463-1187)

กิโลเมตรที่ 84 เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2117 ตรงไปอีก 12 กิโลเมตร

มีป้ายบอกชัดเจน เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2221 ตรงไปอีก 6 กิโลเมตร ผ่านโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ (0-4462-8451) จากจุดนี้เป็นเส้นทาง

ขึ้นเขาขับรถใช้เกียร์ต่ำ ถึง ปราสาทเขาพนมรุ้ง

ที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว

หากไปเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวสองข้างทางทุ่งนาเต็มไปด้วยสีเหลืองทอง

ขับ รถกลับลงมาประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปประมาณ 4 กิโลเมตร ผ่าน บึงน้ำขนาดใหญ่ ขุดโดยชนชาวโบราณ โดยไม่ใช้เครื่องทุ่นแรง บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้ง ของปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะเด่นคือ ปราสาทก่ออิฐ 5 หลังตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน มีระเบียงคด

ล้อมรอบสองชั้น เปิดบริการ 06.00 น.-18.00 น.ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท สภ.บุรีรัมย์ (0-4461-1234, 0-4451-3555)

ชม ปราสาทเขาพนมรุ้ง ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ ช่วงเมษายนและกันยายน พระอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู และทุกวันขึ้น 15 ค่ำ ช่วงมีนาคมและตุลาคม พระอาทิตยืจะตกตรง 15 ช่องประตู สวยงดงามติดตาตรึงใจ นักท่องเที่ยวต้องไปลองฝีมือถ่ายภาพกัน เปิด 06.00-18.00 น. ค่าบริการคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท

จากนั้นไปตาม ทางหลวงหมายเลข 24 มุ่งหน้าเส้นทาง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 131-132 เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางหลวงหมายเลข 214 ผ่านโรงพยาบาลปราสาท (0-4455-1295) ตรงขึ้นไปเข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์หาที่พักค้างคืน

โรงพยาบาลปราสาท (0-4455-1295)

เช้า วันใหม่เดินทางไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 226 ทางแยกอำเภอสังขะจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 214 ทางไปอำเภอจอมพระจุดสังเกตคือแขวงการทางจังหวัดสุรินทร์เริ่มต้นทางหลวงแผ่น ดิน กิโลเมตรที่ 1ขาเข้า ถนนลาดยางถึงจุดหมายหมู่บ้าน

ช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ศูนย์คชศึกษา หลักกิโลเมตรที่ 36 สังเกตด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางไปศูนย์คชศึกษา เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบทสร 3027 เข้าไปอีกประมาณ 22 กิโลเมตรถนนลาดยาง แต่ขรุขระบางช่วง

ตรงขึ้นไปสุดทางหน้าวัดโพธิ์ทองเลี้ยวขวาอีก 4 กิโลเมตร

ถึงหมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างคนกับช้าง

ที่มีความผูกพันกันตั้งแต่เกิดจนตาย อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชุมชนที่มีเพียง

แห่งเดียวในโลก

กิจกรรมในศูนย์คชศึกษา มีทั้งนั่งช้างชมทัศนียภาพ ชมช้างเล่นน้ำตามธรรมชาติที่วังทะลุ บริเวณซึ่งแม่น้ำมูลและลำน้ำชีไหลมาบรรจบกัน มีการ

แสดงช้างทุกๆ วัน วันละสองรอบ10 โมงเช้า และบ่าย 2

รวมทั้งสามารถเลือกซื้อสินค้า OTOP ที่ทำโดยฝีมือช้างจัดจำหน่ายด้วย

กลับ เส้นทางเดิม บรรจบกับเส้นทางหลวงหมายเลข 214 เลี้ยวขวา จนถึงกิโลเมตรที่ 15 เลี้ยวซ้ายเข้าไปหมู่บ้านเขวาสินรินทร์ ประมาณ 4 กิโลเมตรถึงศูนย์หัตถกรรมเครื่องเงินฝีมือ OTOP ของชาวบ้าน ที่ นี่เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมไทย ผ้าพื้นเมือง และ การผลิตลูกประคำเงิน ลูกประคำทองที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน นำมาเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรี

มุ่งหน้าไปตามเส้นทางหลวงชนบทสร 3036 ผ่าน สภ.เขวาสินรินทร์

ข้ามแยกเข้าทางหลวงชนบท สร 3020 สองฝั่งถนนยังเป็นทุ่งนาสุดทางเจอสามแยกมีป้ายบอกชัดเจน

ไปปราสาทศรีขรภูมิผ่านทางรถไฟ เลี้ยวขวาไปตามทางเจอทางสามแยกตรง

อบต.เมืองที เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 226 มุ่งหน้าอำเภอศรีขรภูมิ

ถึงกิโลเมตรที่ 34 ข้ามแยกเตรียมเลี้ยวซ้าย 200 เมตร ถึง ปราสาทศรีขรภูมิชมความงามของปราสาท มีสิ่งก่อสร้างหลัก คือปราสาท 5 องค์บนฐานเดียวกันที่ยกพื้นสูง มีสระน้ำล้อม 3 ด้าน

มีปราสาทองค์กลางเป็นปราสาทประธาน และปราสาทบริวารที่มุมทั้งสี่ เก็บค่าเข้าชม

10 บาท เปิด 07.30-18.00 น.

แวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวญวนบุญมีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย

ราคาย่อมเยาอยู่ติด ธ.กรุงเทพ ใกล้ๆ กันมี ธ.ออมสิน ธ.กรุงไทย

ออกจากตลาดอำเภอศรีขรภูมิเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 226ตรงไป 300 เมตร เจอทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2371 เริ่มนับ

กิโลเมตรที่ 1 มุ่งหน้าอำเภอสังขะประมาณ40 กิโลเมตร สองฟากฝั่งถนนยังคงเป็นทุ่งนาตลอดสองข้างทาง

ก่อนเข้าสู่อำเภอสังขะ มีป้ายบอกจุดสิ้นสุดทางหลวงแผ่นดิน ถึงสามแยก เลี้ยวซ้าย ผ่านสถานีตำรวจภูธรอำเภอ สังขะ เจอป้ายแยกสังขะ

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 24 กิโลเมตรที่ 211 ถึงจุดสิ้นสุดเขตจังหวัดสุรินทร์ เข้าสู่เขตจังหวัดศรีสะเกษ ตรงไปตาม

เส้นทางหลวงหมายเลข 24 จนถึงกิโลเมตรที่ 267 (แยกการช่าง) เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 221 มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษณ์

เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ 55 ผ่าน ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์บริเวณเดียวกัน มีบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นจุดแวะถ่ายรูประหว่างทางได้ดีอีกด้วย

จากนั้นตรงขึ้นไปจนเข้าสู่ตัวอำเภอกันทรลักษณ์ สังเกตุ ศาลหลักเมืองอำเภอกันทรลักษณ์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า หาที่พักค้างคืน

ชม ตลาดเช้าเมืองกันทรลักษณ์ หาอาหารเช้ารับประทาน มีอาหารพื้นบ้านหลายชนิด หากใครที่พิสมัยการเดิน ตลาดและสัมผัสชีวิตความเป็นท้องถิ่นไม่ควรพลาด เรียบร้อยก็มุ่งหน้าไปเขาพระวิหาร ตามทางหลวงหมายเลข 221 ประมาณ 44 กิโลเมตร พอถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

คนไทย 20 บาท นักเรียน-นักศึกษา 10 บาท อายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี

ชาวต่างชาติคนละ 400 บาท ค่ารถผ่านคันละ 30 บาท จากด่านฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

แวะจุดชมวิว “ผามออีแดง” ลานหินธรรมชาติ ริมหน้าผาสูงติดกัมพูชาด้านทิศใต้ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไป มีภาพสลักหินนูนต่ำ

ศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จากนั้นเดินเท้าขึ้นไปยังปราสาทเขาพระวิหารเทวสถาน

ขนาดใหญ่ประกอบด้วยปราสาท 4 ชั้นลดหลั่นกันไปมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นลานนาคราช มหาปราสาทหรือปรางค์ประธาน และยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์มองเห็นประเทศกัมพูชาที่อยู่เบื้องล่างได้ชัดเจน

เสียค่าธรรมเนียมทำบัตรผ่านแดนฝั่งไทยคนละ 5 บาท

และฝั่งกัมพูชาคนไทย 50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท

ลงจากเขาพระวิหาร ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2235

บรรจบเส้นทางหลวงหมายเลข 2127 ผ่าน น้ำตกสำโรงเกียรติ พักผ่อนกับสายน้ำเย็น

ชุ่มฉ่ำ ที่ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตรไหลไปตามลานหินสวยงามมากในฤดูฝน

โรงพยาบาล

รพ.สุรินทร์ โทร. 0-4451-1757, 0-4451-4646

รพ.สุรินทร์รวมแพทย์ โทร. 0-4451-1523

ตำรวจ

สภ.เมืองศรีสะเกษ โทร. 0-4561-2732

ศูนย์ประสานการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 0-4561-1574

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 2 เที่ยวพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ชมธรรมชาติน้ำตกตาดโตน อันซีนมอหินขาว สโตนเฮนท์เมืองไทย นครราชสีมา-ชัยภูมิ

Posted in ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | No Comments »

3 วัน 2 คืน (เหมาะสำหรับเด็ก-ครอบครัว)

เริ่มต้น ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย) ระยะทาง 19 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 108-109 ผ่านโรงพยาบาลปักธงชัย (0-44-44-1011)  เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 121 เข้าไปทาง ม.เทคโนโลยีสุรนารี (ประตู 2) อีก 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองสายมิตรภาพ-หนองปลิงอีก 7 กิโลเมตร ทางซ้ายมือป้ายบอกทางไปอุทยานไม้กลายหินฯ

พิพิธภัณฑ์ ไม้กลายเป็นหินฯ ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ-หนองปลิง หมู่ 7 บ้านโกรกเดือนห้า ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มี 3 อาคาร ที่น่าสนใจ

1. พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน เป็นพิพิธภัณฑ์ซากไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่แห่งแรกของเอเชีย และเป็น 1 ใน 7 แห่งของโลก มีไม้กลายเป็นหินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.3 เมตร และมีนิทรรศการกำเนิดไม้กลายเป็นหินของโคราช ไม้กลายเป็นหินอัญมณี ไม้กลายเป็นหินตระกูลปาล์ม เป็นหินที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อายุกว่า 320 ล้านปี

2. พิพิธภัณฑ์ช้างดึกบรรพ์ ดินแดนโคราช พบช้างดึกดำบรรพ์ถึง 8 สกุลจาก 42 สกุลที่พบทั่วโลก ส่วนใหญ่มีอายุเก่ากว่าช้างแมมมอธของไซบีเรียและอเมริกาเหนือ และยังมีหุ่นจำลองช้างขนาดใหญ่ มีงวงช้างและซากกระดูกของจริง พร้อมชมงาที่กลายเป็นหิน ยาวถึง 1.53 เมตร

3. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ แสดงนิทรรศการแสง สี เสียง ความเคลื่อนไหวขนาดเหมือนจริงของไดโนเสาร์โคราช 6 สายพันธุ์ อายุประมาณ 100 ล้านปีก่อน เช่น อิกัวโนดอน สยามโมไทรันนัส สยามโมซอรัส ฯลฯ ชมนิทรรศการฟันจริงของไดโนเสาร์กินเนื้อกว่า 100 ซี่ ข้อมูลเพิ่มเติม www.khoratfossilmuesum.com  (0-4421-6617-18, 0-4421-6620-21) เปิดบริการทุกวัน 09.00 น. - 16.00 น.

ออก จากพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ  เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทาง อ.ขามทะเลสอ ด่านขุนทด เจอทางแยกเบี่ยงขวา เลี้ยวแยกขวา บรรจบถนนมิตรภาพ เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางเส้นทางหลวงหมายเลย 2068 ขึ้นสะพานเกือกม้ากลับรถ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวง 2068  ผ่านทางรถไฟ ถนนเปลี่ยนเป็น 2 เลน เริ่มต้นกิโลเมตร 0 ประมาณ 3 กิโลเมตร ผ่าน สถานีตำรวจภูธรอำเภอขามทะเลสอ (0-4439-7321, 0-4433-3258)

ถึงกิโลเมตรที่ 20 เลี้ยวซ้ายไปอำเภอด่านขุนทด สองฝั่งเป็นทุ่งนาทอดยาวตามแนวของถนนกิโลเมตรที่ 4 ผ่านวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ สุดทางสามแยกข้างหน้าเป็นที่ว่าการอำเภอด่านขุนทด เลี้ยวขวาผ่านโรงพยาบาลด่านขุนทด (0-4447-9396) เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 201

ข้ามสะพานผ่านโรงพยาบาลชัยภูมิ-ราม (0-4481-3666, 0-4483-6799) ประมาณกิโลเมตรที่ 116 ตรงไปจนถึงห้าแยกโนนไฮ ผ่านธ.กรุงไทย ธ.ไทยพานิชย์ ตรงขึ้นไปพบกับ อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล(แล) ตั้งอยู่ตรงวงเวียนศูนย์ราชการทางเข้าตัวเมืองชัยภูมิ และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ (0-4481-1318) ชาวจังหวัดชัยภูมิร่วมใจกันสร้าง เพื่อระลึกถึงพระยาภักดีชุมพล ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ แวะกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล หาที่พัก ค้างคืนในเมืองชัยภูมิ

เช้าวันนี้ สัมผัสตลาดสดยามเช้า รู้ถึงวิถีชีวิตชาวอำเภอเมือง อยู่ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์พระยาแล  จากนั้นมุ่งหน้า ปรางค์กู่ ขับรถไปทางซ้ายมือจากอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัว ต.ในเมือง เขต อ.เมือง เป็นปราสาทอีกแห่งที่มีหลักฐานว่าเป็นอโรคยาศาลที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 นอกจากนี้ยังพบทับหลังและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอื่นๆ

มุ่ง หน้าไปตามทาง บรรจบเส้นทางหลวงหมายเลข 202 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหลัก ผ่านสถานีขนส่งเมืองชัยภูมิ เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 201 ชนสามแยกไฟแดงเลี้ยวขวาผ่านโรงพยาบาลชัยภูมิ (0-4481-1061, 0-4483-7100-4) ตรงขึ้นไป จนถึงสี่แยกช่อระกา ข้ามไปเส้นทางหลวงหมายเลข 2051 ถนนเริ่มแบ่งเป็นฝั่งละเลน เริ่มนับกิโลเมตรที่ 6

กิโลเมตรที่ 13 ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ มีจุดพักรถ ขับตรงขึ้นไป จนเข้าเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน ถนนเป็นทางโค้งขึ้น-ลงเขา ให้ระมัดระวังรถสวนทาง มีป้ายเตือน ใช้เกียร์ต่ำ

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯตาดโตน คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ค่านำรถเข้าคันละ 30 บาท มี ร้านค้า ร้านขายอาหาร ร้านขายของที่ระลึกไว้คอยบริการ ที่นี่เป็นเขตรักษาความสะอาดเคร่งครัด ห้ามนำอาหารเข้าไปรับประทานบริเวณน้ำตกเด็ดขาด

น้ำตกตาดโตน เป็น น้ำตกที่มีความงามอันดับต้นๆของเมืองไทย ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆตามลานหินกว้าง โดยเฉพาะฤดูฝน ช่วงเมษายน - กันยายน จะมีน้ำหลากสวยงามยิ่งนัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น บริเวณเดียวกัน ยังมี ศาลเจ้าพ่อตาดโตน(ด้วง) เป็นที่นับถือบูชาของชาวชัยภูมิและจังหวัดใกล้เคียง

ออกจากน้ำตกตาดโตน มีทางแยกขวาไป มอหินขาว อีก22 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงชนบทเริ่มกิโลเมตรที่ 0 ถนนลาดยาง เป็นเลนสวน เส้นทางขึ้นเขาเป็นช่วงๆ จนถึงกิโลเมตรที่ 9 แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ช่วง 6 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นถนนดินแดงลูกรัง

มอหินขาว เสาหินมหัศจรรย์ล้านปี อยู่ในเขตป่าสงวนภูแลนคา บ้านวังคำแคน ต.ท่าหินโงม เป็นหินเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แบ่งเป็นหิน 5 แท่งใหญ่ สูงประมาณ 12 เมตร เสาต้นที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดถึง 22 คนโอบ ตั้งอยู่เรียงราย ส่วนกลุ่มหิน จะโดดเด่นไปด้วยก้อนหินขนาดยักษ์รูปทรงต่างๆแล้วแต่จะจินตนาการ

หินอีกกลุ่ม มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่ บางคนเรียกว่าผากล้วยไม้เพราะ ลานหินแห่งนี้ เต็มไปด้วยกล้วยไม้และดอกไม้ป่า เช่นเอื้องหมายนา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงินในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณกันยายน-ตุลาคม จะออกดอกบานสะพรั่ง

นอกจากนี้ยังมี ผาหัวนาค เป็นแนวผายื่นไปทางด้านตะวันตกคล้ายหัวพญานาค เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง หลายคนยกให้มอหินขาว เป็น “สโตนเฮนท์เมืองไทย” และยังมีข้อสันนิษฐานกันว่า ก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เกิดจากการสะสมตัวของชั้นตะกอนทรายแป้งและดินเหนียว

ช่วง 6 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นทางถนนลูกรัง ปัจจุบันยังไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ เพราะยังมีอีกหลายสิ่งต้องปรับปรุง แต่สามารถขึ้นไปเที่ยวและพักค้างแรมได้

รถยนต์ควรเป็นโฟล์วิลขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่แนะนำรถเก๋งและไม่ควรมาในช่วงฤดูฝน รถอาจติดหล่มได้

ที่พัก

สยามริเวอร์รีสอร์ท ถ.บรรณาการ จ.ชัยภูมิ โทร 0-4481-1999 ราคา 900 - 2,000 บาท

โรงแรมชัยภูมิแกรนด์ ถ.บูรพา จ.ชัยภูมิ โทร 0-4483-0276-7

ร้านอาหาร

ช่อระกาลาบก้อย ถ.บรรณาการ จ.ชัยภูมิ ทุกเมนู 50 บาท โทร 08-7246-7951, 08-4067-7834

ร้านอินโดจีน ถ.บูรพา จ.ชัยภูมิ โทร 0-4482-2319

ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว จ.ชัยภูมิ โทร 0-4481-2516, 0-4481-1376

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 1 ศึกษาธรรมชาติแหล่งชีวมณทลหนึ่งในเจ็ดของเอเชีย กทม. - นครราชสีมา

Posted in ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | No Comments »

2 วัน 1 คืน ( เหมาะสำหรับเด็ก - ครอบครัว )

จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย และ ต.วังน้ำเขียว ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ 300 กิโลเมตร และห่างตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 60 กิโลเมตร หรือ กิโลเมตรที่ 79 ตามทางหลวงหมายเลข 304

จากกรุงเทพฯ ไปได้ 3 เส้นทาง คือ

1.   กทม. - นนทบุรี - ปทุมธานี - สระบุรี - มวกเหล็ก - ปากช่อง - สีคิ้ว - ปักธงชัย ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร (เส้นทางหลัก ถนนดีตลอดเส้นทาง แต่ใช้ระยะมากที่สุด )

2.   กทม. - นนทบุรี - ปทุมธานี - นครนายก - ปราจีนบุรี - กบินทร์บุรี - นาดี- วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร

3.  กทม. - มีนบุรี - ฉะเชิงเทรา - กบินทร์บุรี - นาดี - วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร (ทางขึ้นเขาช่วงกบินทร์บุรี ไม่ชันมาก โปรดระมัดระวังในการขับรถ)

เลือกใช้เส้นทางที่ 3 ( แนะนำเส้นทางนี้) ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 มีนบุรี - ฉะเชิงเทรา ถนนสภาพดี ผ่านสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา ข้ามสะพานฉะเชิงเทรา เจอสี่แยกใหญ่เลี้ยวซ้าย เริ่มนับกิโลเมตรที่ 5

กิโลเมตรที่ 22-23 แวะพักรถปั๊ม ปตท. จำหน่ายน้ำมันทุกชนิด มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รับบัตรเครดิต ถัดมาอีก 12 กิโลเมตรมีปั๊มแก๊ส LPG ติดกับปั๊ม ปตท. อยู่ใกล้กับ สภ.พนมสารคาม ( 0-3855-1666, 0-3855-1561 และ โรงพยาบาลพนมสารคาม (0-3855-1444, 0-3855-1888)

กิโลเมตร ที่ 56 เข้าเขตปราจีนบุรี  กิโลเมตรที่ 86-87 ผ่านสถานีตำรวจภูธรอำเภอกบินทร์บุรี (0-3728-1586) บางช่วงถนนเป็นฝั่งละ 3 เลน สภาพดี ตรงไปบรรจบสี่แยกกบินทร์บุรี จากแยกเริ่มนับกิโลเมตร 0 ขึ้นสะพาน(มีป้ายบอกไป อ.ปักธงชัย) กิโลเมตรที่ 56 ผ่านธนาคารกสิกรไทย ถัดไปอีก 1 กิโลเมตร มีจุดบริการประชาชนวังน้ำเขียว จนถึงกิโลเมตรที่ 59 ผ่านโรงพยาบาลวังน้ำเขียว (0-4422-8243,  0-4422-8242)

กิโลเมตรที่ 79 ถึง สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช (เลี้ยวซ้ายตรงเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร)ถึงสถานีวิจัยฯ เป็นแหล่งสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทย และเป็น1 ใน7 แห่งของเอเชีย ปกคลุมด้วยป่าไม้สำคัญ 2 ชนิด คือ ป่าดิบแล้ง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ คือ ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง กระเบากลัก เป็นต้น ส่วนป่าเต็งรัง ประกอบด้วย เต็ง รัง พะยอม เป็นต้น นอกนั้นเป็นป่าชนิดอื่น เช่น ป่าไผ่ ป่าปลูกทุ่งหญ้า เป็นต้น

เหมาะ สำหรับวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา สำหรับฝึกงานภาคสนามของนักศึกษา รวมทั้งยังเป็นห้องปฏิบัติการทางธรรมชาติ ที่สำหรับจัดกิจกรรมเข้าค่ายวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนต่างๆ เพื่อวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาป่าเขตร้อนพื้นที่ป่าไม้ในเขตสถานีฯ เป็นสถานที่ศึกษา วิจัยด้านธรรมชาติของป่าไม้อีกด้วย

นอก จากนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานีฯ เป็นศูนย์การประชุมและสัมมนา เนื่องจากมีความพร้อมทั้งที่พัก สถานที่ประชุมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ควรรู้-ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นฤดูท่องเที่ยวที่ได้บรรยากาศดีมากที่สุด

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แบบ 1 วัน และแบบ 2 วัน ที่ต้องจองล่วงหน้า  โดยรับเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป หากไม่ถึง 10 คน ต้องไปร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มอื่น กิจกรรมในวันแรกเดินชมป่าดิบแล้ง ดูนกดูไก่ฟ้าพญาลอ กับผู้นำดูนก รับประทานอาหารเย็น ฟังบรรยายประกอบภาพเรื่องป่าสะแกราช

พร้อม ร่วมกิจกรรมยามค่ำคืนดูแมลงกลางคืนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่องกล้องดูดาวและดวงจันทร์ที่ชัดเจนกว่าตาเปล่า ก่อนเข้าพักผ่อน เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

ติดต่อ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช (0-4425-8642, 0-4424-2533, 0-4424-4474,08-9813-4101 มือถือหัวหน้าสถานีฯ)

วัน ที่ 2 ทำกิจกรรมกับสถานีฯ เรียนรู้การใช้กล้องส่องนก เดินชมป่าเต็งรัง กิจกรรมท่องไพรป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง โดยมีปราชญ์ชาวบ้านนำทาง พร้อมรับประทานอาหารกลางวันในป่า

บนถนนสายมิตรภาพ ตรงกิโลเมตรที่ 196 ขาเข้ากรุงเทพฯ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร แวะเที่ยวสวนเมืองพรแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอนุรักษ์ มีทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้เมืองหนาว เมืองร้อน ไว้คอยจำหน่ายมากกว่า 500 สายพันธุ์ ที่สวนเมืองพร ยังเป็นร้านอาหาร บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด และสามารถชมทัศนียภาพเขื่อนลำตะคองได้ชัดเจน

ไฮไลท์ ส่วน ระเบียงด้านหน้าที่อยู่ติดกับเขื่อนลำตะคอง ลูกค้าจะได้สัมผัสกับวิวสวยๆของเขื่อน พร้อมสั่งเมนูอาหารเลิศรส ชมวิวเคล้าเสียงดนตรี เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 21.00 น. (0-4332-3263 ,0-4432-3459-60)

สถานีตำรวจและตู้ยาม นครราชสีมา โทร 0-4424-2010

ศูนย์ปฏิบัติการ สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โทร 0-4422-8252-3

ตำรวจท่องเที่ยว โทร 0-4434-1777-9

โรงพยาบาลมหาราช โทร 0-4425-4990-1