DRIVETHAILAND



ภาคเหนือ ทริป 7 เมืองสามหมอก ทุ่งดอกบัวตอง ท่องเมืองปาย - เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน

Posted in ภาคเหนือ | No Comments »

4 วัน 3 คืน

เช็ครถให้พร้อมเดินทาง เพื่อขึ้น-

ลงเขา ออกเดินทาง จาก อ.เมือง

เชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107

ขึ้นเหนือไปทาง อ.แม่ริม เข้าสู่ อ.แม่แตง

ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ควรเลย

ไปเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำมันก่อน เพื่อความ

ไม่ประมาท เพราะตลอดทางถึงปาย

มีปั๊มน้ำมันเล็กๆ อยู่ปั๊มเดียว อีกทั้ง

เป็นทางชันขึ้นเขา

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 ไประยะหนึ่ง แยกขวาไปตลาด

แม่มาลัย เพื่อตุนเสบียง จากนั้น

กลับออกมาทางเดิม เลี้ยวขวาสามแยก

ไฟแดง มุ่งหน้าไป อ.ปาย ทางหลวง

หมายเลข 1095 เป็นถนนตัดใหม่ ลาด

ยางอย่างดี แต่เส้นทางคดเคี้ยวไปตาม

ช่องเขา ลาดชัน มีโค้งหักศอกบวกกับ

ชันขึ้นเป็นระยะ ใช้ความระมัดระวังใน

การขับรถให้มาก ใช้เวลาเดินทาง 2-3

ชั่วโมง ระยะทาง 110 กิโลเมตร ถึง

อ.ปาย

แวะจิบกาแฟ “ร้านแป้นเกล็ด

คอฟฟี่คอนเนอร์” บรรยากาศสบายๆ

บริเวณ กม.ที่ 20 ปากทางเข้า “น้ำตก

หมอกฟ้า” ก่อนแวะเข้าไปเที่ยวน้ำตก

ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็น

น้ำตกชั้นเดียวมีน้ำไหลทั้งปี สวยงามมาก

เสียค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ ตามประกาศ

ของกรมอุทยานฯ Tip เก็บบัตรไว้

เขา้ พื้นที่โป่ง เดือดป่า่ แปดอุทยานแห่งชาติ

ห้วยน้ำดังรวมถึงน้ำพุร้อนท่าปายได้

ภายในวันเดียวกัน

เดินทางต่อ จนถึง กม.ที่ 42 เป็น

ทางโค้งพอดี สังเกตป้ายบอกทางแยก

ขวา ไป “โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด” หรือ

“โป่งเดือดป่าแป๋” ขับต่อไปอีก 6 กิโลเมตร

จนถึงลานจอดรถ มีห้องน้ำและร้าน

อาหารไว้บริการ จากลานจอดรถเดิน

ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไป 300 เมตร

ถือเป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่และพุ่งสูง

ที่สุดในประเทศไทยสวยงามมาก บริเวณ

ใกล้เคียงลานจอดรถ มีบ่อน้ำพุลงแช่

น้ำอุ่นได้

ยังอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1095

จนถึง กม.ที่ 65 แยกขวาเข้าที่ทำการ

“อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง” ระยะทาง

6 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ลาดชัน

ขึ้น-ลงเขาเป็นระยะ บางช่วงถนนแคบ

ควรขับช้าๆ และใช้เกียร์ต่ำ เข้าที่พัก รอ

ชมบรรยากาศความงามแห่งสายหมอก

ดอกไม้และความหนาวเย็น โดยเฉพาะ

ช่วงฤดูหนาว ความสวยงามจะเป็นทวีคูณ

จุดชมวิว มี 2 จุด ที่ ดอยกิ่วลมและ

ดอยช้าง ซึ่งเป็นดอยที่สูงที่สุดควร

นำเต็นท์ และอาหารมาเอง ที่พักอุทยานฯ

ติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้

(0-2579-5734, 0-2579-7223)

ตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น และ

ทะเลหมอก หลังมื้อเช้า ออกเดินทาง

บนทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้า

อ.ปายระหว่างทางผ่าน “ขุนแม่ยะ”

ดอยขุนเขาสีชมพู ในช่วงที่ดอกนางพญา

เสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย บานสะพรั่ง

ที่ตั้งอยู่ กม. ที่ 67 บริเวณปากทางเข้า

เป็นที่ตั้งของจุดตรวจขุนแม่ยะเลี้ยวซ้าย

เข้าหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ระยะทาง

8 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง

บางช่วงสูงชัน ทางขรุขระ มีร่องลึก

รถเก๋งและรถตู้เข้าไม่ได้ แม้เป็นหน้าฝน

รถ 4WD พันโซ่ ก็เข้าไม่ไหว

ที่นี่เหมาะแก่การท่องเที่ยวในยาม

ที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบาน ซึ่งแต่ละปี

จะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

หนาวจัด โดยมากอยู่ในช่วงกลางเดือน

ธันวาคม-มกราคม

จุดนี้ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าเพราะ

ไม่ใช่อุทยาน กางเต็นท์ฟรี มีห้องน้ำสะอาด

บริการ

บนทางหลวงหมายเลข 1095

กม.ที่ 80 ทางแยกซ้ายไป “ป่าสนบ้าน

วัดจันทร์” ใช้เข้าทางหลวงหมายเลข

1265 ระยะทาง 41 กิโลเมตร ถนน

ลาดยางอย่างดี 10 กิโลเมตรแรกและ

15 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นทางขึ้นเขา

สูงชัน และโค้งอันตรายเป็นระยะใช้

ความเร็วได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง

หากมาช่วงฤดูหนาวจะมีวิวใบไม้หลากสี

ตลอดทาง จนถึงหมู่บ้านวัดจันทร์

จากหมู่บ้า้นย้อนกลับมา 5 กิโลเมตร

ถึงที่ทำการองคก์ ารอุตสาหกรรมกรมป่า่ไม้

(ออป.) จะเห็นลานสนอยู่รอบบริเวณ มี

จักรยานเสือภูเขาให้เช่า วันละ 100 บาท

ปั่นชมธรรมชาติและป่าสน ถ่ายรูป

มุมตา่ งๆ อากาศเย็นตลอดทั้งปี ฤดูหนาว

อาจพบดอกนางพญาเสือโคร่ง ติดต่อ

บา้ นพัก สถานที่กางเต็นท์ (0-5324-9349)

สนามกางเต็นท์กว้าง ห้องน้ำสะอาด

กลับเข้าทางหลวง 1095 จนถึง กม.

ที่ 88 เป็นที่ตั้ง “โป่งน้ำร้อนท่าปาย”

แยกขวาเข้าไป อีก 2 กิโลเมตร เป็นทาง

ลาดยางตลอดสายถนนค่อนข้างแคบ

โป่งน้ำร้อนเป็นบ่อ บางแห่งเป็นน้ำผุด

ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส

มีห้องอาบน้ำร้อน บริเวณรอบโป่งฯเป็น

ป่าไม้สัก กางเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มี

สิ่งอำนวยความสะดวก

ย้อนกลับทางเดิม จนเข้าทางหลวง

หมายเลข 1095 เลี้ยวขวาเพื่อเข้าเมือง

ปาย ถึงสะพานประวัติศาสตร์ เป็นเหมือน

ประตูสู่อำเภอปาย เป็นอนุสรณ์จาก

สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2485 เก็บภาพ

เป็นที่ระลึกสะพานสีเขียว แม่น้ำ ท้องฟ้า

สีคราม แนวภูเขาเป็นภาพเบื้องหลัง

ข้ามสะพานไปนิดเดียว ฝั่งซ้ายมือ

จะเห็นทางเข้า กองแลน หรือ ปาย

แคนยอน จอดรถแล้วเดินเข้าไป อีก 200

เมตร รูปร่างหน้าตาเป็นผืนดินที่ถูกกัด

เซาะจนเป็นหน้าผา กินบริเวณกว้างถึง

5 ไร่ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี

แวะ กม.ที่ 95 ร้านกาแฟ “คอฟฟี่

อิน เลิฟ” สั่งกาแฟมาดมความหอม

และดื่มรสอร่อยถ่ายรูปความน่ารัก

ของการจัดตกแต่งร้านบนเนินเขา มีเบื้อง

หลังเป็นแนวเขาสลับไปมา

ถึง อ.ปาย เมืองเล็กเงียบสงบ

ริมแม่น้ำปาย กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ

แวะหาที่พัก ที่พักในปาย หรือบริเวณ

ใกล้เคียงช่วงฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยว

จำนวนมากควรจองที่พักก่อน, ที่พัก

ราคาถูก ส่วนใหญ่เป็นแบบ walk in

เดินหาที่พักได้ตามริมแม่น้ำ หรือ

ในตัวเมือง ขอดูห้องพักก่อนตัดสินใจ

หรือถ้าไปถึงเที่ยงหรือบ่ายก็ขับเลยไป

หน้าอำเภอ

จอดรถไว้ที่พัก แล้วเดินแบบเพลินๆ

หรือจะเช่าจักรยานขี่เที่ยวตลาดริมน้ำ

เมืองปาย มีอาหารวางขายริมถนน ของว่าง

น้ำสมุนไพร-ชา ฝากทอ้ งมื้อเย็นได้

เช้าชมบรรยากาศเมืองปาย เดินไป

ริมน้ำ ถ่ายรูปที่ระลึกกับลำน้ำปาย และ

แสงแดดสีส้มลงมากระทบผิวน้ำหรือ

เดินเลยไปจิบกาแฟ หาอาหารเช้ารองท้อง

ที่ร้านกาแฟที่ได้รับการกล่าวขานถึง

“All about coffee” อยู่ตรงข้ามร้าน

มิตรไทย ซึ่งมีทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ถา้ มี

เวลาและสนใจส่งโปสการ์ดถึงคนไกล

เดินข้ามถนน ไปร้านมิตรไทยนักท่องเที่ยว

แห่กันมาที่นี่ ด้วยบรรยากาศความน่ารัก

และเป็นกันเอง มีโปสการ์ดภาพเมืองปาย

มุมต่างๆ ของปาย ให้ซื้อมาเขียนและ

ส่งกันที่หน้าร้าน

ออกเดินทางไปวัดน้ำฮู อยู่ห่าง

จากอำเภอปายไปทางตะวันตก 3 กิโลเมตร

ผ่านโรงพยาบาลปาย (0-5369-9211)

อยู่ในตำบลเวียงใต้ เป็นที่ประดิษฐาน

หลวงพอ่ อุน่ เมือง อายุกวา่ 500 ปี พระเศียร

กลวงเปิดส่วนบนได้มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา

ด้านหลังมีองค์พระเจดีย์ตามประวัติเล่าว่า

พระสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้าง

เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยา

ขับไปอีกถึง บ้านสันติชล หรือ

หมู่บ้า้นศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน เมื่อก่อน

เป็นเขตค้ายาเสพติดของว้าแดง อาจ

เรียกว่าเป็นพื้นที่สีแดงตอนนี้เป็นแหล่ง

ท่องเที่ยวยอดนิยม ชาวเขาเชื้อสายจีน

นับ 1,000 คน แต่งกายชาวเขา บ้านแต่ละหลัง

เป็นบ้านดิน คุณบุญหล่อ (08-1024-3982)

ผู้นำชุมชน ได้เปลี่ยนแปลงอาชีพของ

คนในชุมชน หันมาทำการท่องเที่ยว

เชิงเกษตร มีร้านอาหารจีนยูนาน

ไม่ควรพลาดเมนูเด็ด หมั่นโถวทอด

ขาหมูรสเลิศ อย่าลืมอุดหนุนของที่ระลึก

ฝีมือชาวเขา มีบริการพาเที่ยวรอบๆ

บริเวณแบบขี่ม้า มีที่พักบ้านดิน พัก 2 คน

ราคา 1,000 บาท, 4 คน 2 เตียง 1500 บาท

12 คน 6 เตียง 4,000 บาท

เดินทางต่อทางหลวงหมายเลข

1095 ไปทางปางมะผ้า มุ่งหน้าโครงการ

พระราชดำริปางตอง 2 หรือที่รู้จักกันว่า

“ปางอุง๋ ” ผ่าน อุทยานแหง่ ชาติถ้ำปลา-

น้ำตกผาเสื่อ (0-5369-2055, 0-5361-9036)

ถ้ำใต้เชิงเขา มีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำ

ตลอดทั้งปี บริเวณปากถ้ำเป็นวังน้ำกว้าง

2 เมตร ลึก 1.5 เมตร ฝูงปลาขนาดใหญ่

สีดำเทาอมฟ้า เรียกว่า ปลามุงหรือพลวง

อาศัยบริเวณนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปลา

ศักดิ์สิทธิ์ ไม่นำมารับประทาน

ส่วนน้ำตกผาเสื่อ น้ำตกขนาดกลาง

มาจากลำแม่น้ำสะงา สูง 10 เมตร กว้าง

15 เมตร น้ำไหลเต็มหน้าผากว้างในช่วง

ฤดูฝน รูปร่างคล้ายเสื่อ ฤดูแล้งน้ำน้อย

แต่ก็มองเห็นหินสวยงาม

เส้นทางนี้ เป็นถนนคอนกรีตและ

ต่อด้วยถนนลูกรัง คดเคี้ยวขึ้นเขา หาก

เป็นฤดูหนาวจะมีหมอกหนา พักที่ปางอุ๋ง

หาที่พักได้ในโครงการฯ (0-5369-2056,

0-5368-1740) ราคา 1,500-2,000 บาท

เต็นท์ 250-400 บาท มีลานกางเต็นท์

กว้างขวางมาก หรือเลือกที่พักของชาว

บ้านละแวกนั้น ส่วนพื้นที่จอดรถต้อง

จอดในที่ที่จัดไว้ไม่อนุญาตให้จอดบริเวณ

อ่างเก็บน้ำ

รวมไทยเกสท์เฮ้าส์ (0-5361-1244)

อยู่ติดริมทะเลสาบวิวดี 250บาท/คืน,

โฮมสเตย์บ้านลุงปาละ (0-5369-2144)

เดินไปอีกนิดไม่ติดทะเลสาบ แต่ได้

บรรยากาศแบบวิถีชีวิตคนท้องถิ่น กาแฟ-

อาหารเช้า 100-350 บาท/คืน ควรจอง

ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

อยากได้บรรยากาศภาพสวยต้อง

ตื่นเช้าเสมอ ในฤดูหนาวริมทะเลสาบจะ

เต็มไปด้วยหมอก และแสงแดดสีส้ม

พร้อมกับทิวสนสีเขียวและผืนน้ำสะท้อน

ภาพภูเขาสวยงามมาก อากาศเย็นตลอดปี

หากเป็นฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ 10

องศาเซลเซียส หลายคนบอกว่า เป็น

สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

ย้อนกลับทางเดิม มุ่งหน้า อ.เมือง

แม่ฮ่องสอน แต่ระหว่างทางยังมีเวลา

แวะพอกหน้า พอกตัว ที่ ภูโคลน หรือ

“ภูโคลนคันทรี่คลับ” 1 ใน Unseen

Thailand และ 1 ใน 3 แห่งของโลก

แหล่งโคลนและน้ำแร่ธรรมชาติ ค้นพบ

อยูใ่ ตพ้ ื้นดินอุณหภูมิ 90-140 องศาเซลเซียส

เป็นโคลนเดือดสีดำนำมาพอกตัว หน้า

ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง ช่วยการหมุนเวียน

ของโลหิต เพราะมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์

เที่ยวได้ตลอดทั้งปี บริการในรูปแบบ

สปาและสระน้ำแร่ธรรมชาติ (0-5361-

2265, 08-6198-0722)

ภูโคลน อยู่บริเวณ กม.ที่ 191

เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก-บ้าน

ห้วยนาขาน ประมาณ 4 กิโลเมตร

จากภูโคลน ขับต่ออีกประมาณ

6 กม. ถึง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หากน้ำมัน

เหลือน้อยแวะเติมปั๊มในเมือง และกิน

มื้อกลางวัน ร้านเฟิร์น ใจกลางเมือง

จากนั้นขับรถเที่ยววัดพระธาตุ

จองคำ-จองกลาง บริเวณสวนสาธารณะ

หนองจองคำ ใจกลางเมือง เป็นวัดเก่าแก่

ศิลปะไทยใหญ่ที่งดงาม ใกล้กันเป็น

วัดจองกลาง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์

จำลอง ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์

ไปวัดพระธาตุดอยกองมู ดูสถาปัตยกรรม

ไทยใหญ่เดิมชื่อวัดปลายดอย ปูชนียสถาน

คู่บ้านคู่เมือง สามารถมองเห็นตัวเมือง

แม่ฮ่องสอน

ออกเดินทางต่อไป ดอยแม่อูคอ

(96 กม.) ระหว่า่งทางแวะหมู่บ้า้นกะเหรี่ยง

คอยาวห้วยเสือเฒ่า จาก อ.เมือง

มาทางศาลากลาง ใช้ทางหลวงหมายเลข

108 ที่จะไปขุนยวม ผ่านศาลากลาง

ไปจะพบประตูเมืองแม่ฮ่องสอน เจอ

สามแยกให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปตามทาง

สายหลักจะข้ามสะพานแม่น้ำปาย ผ่าน

ลานเฮลิคอปเตอร์ เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทาง

ขนานไปกับลานฯระยะทางจากในเมือง

ถึงห้วยเสือเฒ่าประมาณ 12 กิโลเมตร

เส้นทางแคบและมีทางน้ำล้น

เดินทางต่อ ทางหลวงหมายเลข 108

มุ่งหนา้ อ.ขุนยวม ระยะทาง 67 กิโลเมตร

เยื้อง สภ.ขุนยวม (0-5369-1115) มีธนาคาร

กรุงไทย ก่อนถึง อ.ขุนยวม 1 กิโลเมตร

เข้าทางหลวงหมายเลข 1263 อีก 27

กิโลเมตร ถึง“ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ”

เป็นถนนลาดยางอย่างดี ทางราบ แต่

13 กิโลเมตรสุดท้าย ถนนแคบ คดเคี้ยว

บนเนินเขา บางช่วงสูงชัน

ทุ่งบัวตองจะบานสวยงามทั้งดอย

แม่อูคอ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง

1 พันไร่

รุ่งขึ้นขับกลับทางเดิมเข้าทางหลวง

หมายเลข 108 ไป อ.แม่ลาน้อยถึงสามแยก

โรงพยาบาลแม่ลาน้อย (0-5368-9060)

แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1266

ที่ กม.132-133 ไปอีก 5 กิโลเมตร ถึง

วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล (0-5361-2078)

เป็นถนนคอนกรีต ผ่านหมู่บ้านอย่าใช้

ความเร็ว

วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล Unseen

Thailand ภายในถ้ำ เป็นผลึกแคลไซต์

สีขาวฉาบตามผนัง พื้น และเพดาน

หรือเรียกว่า ถ้ำน้ำแข็ง สะท้อนกับแสง

ดูสวยงาม ถ้ำลักษณะนี้พบได้เ้พียง 3 แห่ง

ในโลกที่ออสเตรเลีย จีน และไทย

Tip ภายในถ้ำมีอากาศน้อย

เจ้าหน้าที่จัดให้เข้าชมเป็นรอบๆ ละ

20 นาที ครั้งละ 20 คน ในช่วงฤดูหนาว

มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท เปิดทุกวัน

08.30-16.30 น. ต้องจอดรถที่ลานจอด

ที่ทำการศูนย์บริการท่องเที่ยว อบต.

แม่ลาน้อย นั่งรถสองแถวขึ้นไปถ้ำ บริเวณ

หนา้ ถ้ำที่จอดรถมีจำกัด

บ่ายออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดย

ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 ลง อ.แม่สะเรียง

เลี้ยวซา้ ย ตามทางหลวงหมายเลข 108 ไป

อ.ฮอด เข้า อ.จอมทอง อ.สันป่าตอง

และ อ.เมืองเชียงใหม่

ภาคเหนือ ทริป 6 พระอาทิตย์ขึ้นภูชี้ฟ้า ซากุระดอยแม่สลอง พิชิตยอดดอยอินทนนท์ - เชียงใหม่ เชียงราย

Posted in ภาคเหนือ | No Comments »

พระอาทิตย์ขึ้นภูชี้ฟ้า ซากุระดอยแม่สลอง พิชิตยอดดอยอินทนนท์ - เชียงใหม่ เชียงราย

3 วัน 2 คืน

เริ่มที่อ.เมือง เชียงราย ใช้ทางหลวง

หมายเลข 1 จนถึง อ.แม่จัน แยกซ้าย

เข้าทางหลวงหมายเลข 1089 อีก 23

กิโลเมตร จนถึงหมู่บ้า้นผาเดื่อ แวะพักรถ

เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมชาวเขา

ขับรถต่อ จนถึง 3 แยกบ้านอีก้อแยกซ้าย

ไปดอยแม่สลองอีก 18 กิโลเมตร เป็น

ลาดยางตลอดสาย ถึง “ดอยแม่สลอง”

อ.แม่ฟ้า้ หลวง ชมไร่ชา และหมู่บ้า้นชาวเขา

อย่าพลาดชิมขาหมูและชาดอยแม่สลอง

ย้อนกลับทางเดิม จนถึงทางหลวง

หมายเลข 1 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1149 อีก 15 กิโลเมตรถึง “พระตำหนัก

ดอยตุง” เป็นที่ประทับแปรพระราชฐาน

เพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทรา

บรมราชชนนี ศิลปะล้านนาผสมชาเลย์

ของสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดชมวิวที่ระเบียง

ด้านหน้าพระตำหนักมีนิทรรศการในหอ

พระราชประวัติพรรณไม้เมืองหนาว

นานาชนิดในสวนแม่ฟ้าหลวง ก่อนกลับ

แวะชมรา้ นจำหนา่ ยสินคา้ ที่ระลึก

เปิดทุกวัน 07.00-18.00 น.

เข้าชมพระตำหนักดอยตุง 70 บาท

เข้าชมสวนแม่ฟ้าหลวง 50 บาท

ถ้าซื้อตั๋วรวม 2 แห่ง 100 บาท

ปิดกรกฎาคม-กันยายน (0-5376-7015-7)

ใชท้ างหลวงหมายเลข 1149 ขึ้นเหนือ

ตรงไป ผ่านสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง

กม.ที่ 17.5 ถึง “พระธาตุดอยตุง” ซึ่ง

บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูก

ไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า เป็นครั้งแรก

ที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ได้มา

ประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้าง

ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า

ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวาปักไว้บนยอดดอย

เรียกว่า ดอยตุง

ตรงไปอีก 23 กิโลเมตร ถึง อ.แม่สาย

สิ้นสุดทางหลวงหมายเลข 1149

ตรงข้ามกับ อ.ท่าขี้เหล็กของพม่า ตลาด

ชายแดนอันเลื่องชื่อ จอดรถที่บริเวณ

ตลาด เดินชมสินค้า 2 ชาติ มีพ่อค้าแม่ค้า

ชาวพม่าข้ามมาขายขนมอาหารฝั่งไทย

หรือจะข้ามแดนไปซื้อสินค้าตลาดฝั่งพม่า

ด้านซ้ายของตลาดมีทางเดินขึ้นดอย

ไปอีก 200 เมตร ผ่านบันไดนาคขึ้นสู่

“พระธาตุดอยเวา” พระบรมธาตุเก่าแก่

องค์หนึ่งรองจากพระบรมธาตุดอยตุง

บรรจุพระเกศาธาตุ บริเวณริมดอย มีจุด

ชมวิว มองเห็นทั้งแม่สาย และท่าขี้เหล็ก

ของฝั่งพม่า

หลังจากเที่ยวตลาดชายแดน

เดินทางกลับตัวเมืองเชียงราย และมุง่ หนา้

“วนอุทยานภูชี้ฟ้า” ยอดเขาหน้าผาตัด

ยื่นไปฝั่งลาว บนความสูงจากระดับ

น้ำทะเล 1,628 เมตร โดยใช้ทางหลวง

หมายเลข 1020 จนถึง อ.เทิง ระยะทาง

64 กิโลเมตร เดินทางต่อตามทางหลวง

หมายเลข 1021 เทิง-เชียงคำ ระยะทาง

27 กิโลเมตร แต่ก่อนถึงเชียงคำ 6

กิโลเมตร มีทางแยกไปวนอุทยานน้ำตก

ภูซาง-บ้านฮวก ทางหลวงหมายเลข

1093 อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางไป

ภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร เดินต่ออีก

1 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิว

หรือไปเส้นทางรอง ระยะทางใกล้กว่า

จาก อ.เทิง 6 กิโลเมตรเจอแยกซ้าย

ที่บ้านปี้เข้าทางหลวงหมายเลข 1155

อีก 41 กิโลเมตร จนถึงภูชี้ฟ้า ผ่าน

หมู่บ้า้นม้งถนนกว้า้งและดีกวา่ เส้นทางอื่น

แต่คดเคี้ยวขึ้นเขา ใช้ความเร็วต่ำ เกียรต์

ระวังรถสวน ใช้เวลาในการเดินทาง

2 ชั่วโมง 30 นาที

จุดชมวิวชมทะเลหมอกภูชี้ฟ้ายามเช้า

ขึ้นได้ 2 ทาง คือ ด้านหน่วยบริการ

นักท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านร่มฟ้าไทย และ

ที่ทำการหน่วยจัดการต้นน้ำฯ ศูนย์ศิลปาชีพ

ตำหนักทรงงานที่หมู่บ้า้นร่มฟ้า้ทอง

เช้ามืด ชมทะเลหมอกและ

พระอาทิตย์ขึ้นยามเชา้ เก็บภาพประทับใจ

กลับลงมากินข้าวเช้า พร้อมเก็บข้าวของ

เดินทางต่อ ใช้ทางเดิมออกจากภูชี้ฟ้า

กลับเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ที่เมือง

เชียงราย แวะเติมน้ำมันที่ กม.816-825

มีปั๊มเป็นระยะ บางจาก เอสโซ่ ปิโตรนาส

รถคันไหนที่ต้องการเติม LPG ต้องแวะ

ปั๊ม PURE ที่ กม. 824 จากนั้นขับลงใต้

มุ่งหน้า จ.เชียงใหม่ ระหว่างทางแวะ

“วัดรอ่ งขุน่ ” กม.ที่ 817-818 แยกขวาเข้า

ทางหลวงหมายเลข 1211 ไป 100 เมตร

ถึงวัดร่องขุ่น ฝีมือออกแบบก่อสร้าง

โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

จิตรกรชั้นแนวหน้าของประเทศไทย

พระอุโบสถเป็นสีขาวประดับด้วยกระจก

บนปูนปั้นลายไทยพลาดไม่ได้ ต้องชม

ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ

ฝีมือของอาจารย์เฉลิมชัย

เดินทางต่อไปทาง อ.แม่ลาว ผ่าน

โรงพยาบาลแม่ลาว (0-5360-3100)

ไป 3-4 กิโลเมตร จนถึงแยก ตัดทางหลวง

หมายเลข 118 เลี้ยวแยกขวา เจอปมั๊ เอสโซ่

ผ่าน อ.แม่สรวย โรงพยาบาลแม่สรวย

(0-5378-6017) ผ่าน อ.เวียงป่าเป้าจนถึง

กม. ที่ 65 แวะพักรถที่ “บ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน”

บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ บริเวณเดียวกัน

มีร้านขายอาหาร ของฝาก ของที่ระลึก

ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 จนเข้าเขต

อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และเข้าตัวเมือง

เชียงใหม่ จนตัดกับทางหลวงหมายเลข

11 ใหเ้ลี้ยวขวา เขา้ ถนนซุปเปอรไ์ฮเวย์ขับ

จนถึงสี่แยกรินคำตัดกับถนนห้วยแก้ว

ให้แยกขวาไป “วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ราชวรวิหาร” กราบสักการะวัดคู่เมือง

เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ ชมวิว

จากมุมสูง มองลงไปเห็นเมืองเชียงใหม่

อยู่เบื้องล่าง เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา

ลาดชัน ถนน 2 เลน ระวังรถสวนช่วง

ทางโค้ง ระยะทาง 12 กิโลเมตร จากเชิงดอย

จอดรถที่ลานจอดตลาดด้า้นหนา้ วัด

เดินขึ้นบันได กว่า 300 ขั้นเช็คความอึด

ของร่างกาย ถ้าไม่อยากเหนื่อยใช้บริการ

รถกระเช้า จนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ

หลังมื้อกลางวันขึ้น อุทยานแห่งชาติ

ดอยอินทนนท์ ยอดเขาสูงสุดในประเทศ

ไทย เติมน้ำมัน ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์

ให้เต็มถัง จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวง

หมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง

ผา่ นอ.หางดง อ.สันปา่ ตอง กิ่ง อ.ดอยหลอ่

จนถึง กม.ที่ 57 มีแยกขวาเข้าทางหลวง

หมายเลข 1009

เริ่มต้นสาย จอมทอง-อินทนนท์

ระยะทาง 48 กิโลเมตร เป็นถนน

ลาดยางทางดี ถนนกว้างขับสบาย

เส้นทางคดเคี้ยว ขึ้นเขาและลงเขาใน

บางช่วง ให้ใช้ความระมัดระวัง ควรใช้

เกียร์ต่ำในช่วงลงเขา ไม่ต้องแตะเบรก

บ่อย จนเบรกไหม้ ยิ่งในช่วงฤดูหนาว

เส้นนี้การจราจรคับคั่งถึงขั้นรถติด

ด่านตรวจ กม.ที่ 8 นักท่องเที่ยว

ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ กม.ที่ 9

ผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการ

ร้านอาหาร เครื่องอำนวยความสะดวก

ที่พัก ลานกางเต็นท์ ต้องติดต่อล่วงหน้า

อย่างน้อย 7 วัน ที่พักของอุทยานฯ อยู่

กม.ที่ 31 กองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้

(0-2579-7223, 0-2579-5734)

ติดต่อที่พักแล้ว เดินทางต่อถึง

กม.ที่ 30 มีทางแยกขวา เข้าทางหลวง

หมายเลข 1284 เป็นถนนลูกรังขับต่อ

ประมาณ 1 กิโลเมตร ถึง โครงการ

หลวงอินทนนท์ อยู่ที่บ้านขุนกลาง ชม

แปลงไม้ดอกของโครงการ เบญจมาศ

คารเ์ นชั่น ยิปโซ มีแปลงไมด้ อกของชาวเขา

ที่ทางโครงการฯ ส่งเสริมอาชีพให้ปลูก

ตกเย็นเข้าที่พักต้องนอนหัวค่ำ เพราะ

ต้องตื่นเช้า

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1009 ขับ

ต่อไปจนถึง กม.ที่ 37 เจอสามแยก ตัด

กับทางหลวงหมายเลข 1192 ให้แยกขวา

ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ผ่าน

จุดตรวจที่ 2 มีห้องน้ำบริการ เลยไปอีก

3 กิโลเมตร ผ่านพระมหาธาตุนภพล

ภูมิสิริ และพระมหาธาตุนภเมทนีดล

จนสิ้นสุดทางหลวงหมายเลข 1009

ที่จุดสูงสุดของดอยอินทนนท์ มีลาน

จอดรถกว้างขวาง หากจอดที่ลาดเอียง

นำหินก้อนใหญ่หรือไม้ท่อนใหญ่หนุนล้อ

ป้องกันรถไหลไปตามทางลาดชัน

ชมสายหมอก สัมผัสความหนาว

เย็นบนยอดดอยสูง จากระดับน้ำทะเล

2,565 เมตร อย่าลืมถ่ายรูปคู่กับป้าย

“สูงสุดแดนสยาม” ย้อนกลับเส้นทาง

เดิมจนถึง กม.ที่ 42 ชะลอรถ ชิดซ้าย

เข้าลานจอด ฝั่งตรงข้าม พระมหาธาตุ

นภพลภูมิสิริ และพระมหาธาตุ

นภเมทนีดล จากนั้นเดินข้ามถนน

เพื่อชมความงามทั้งภายในและบริเวณ

พระมหาธาตุ สามารถชมวิวของดอย

อินทนนท์ได้โดยรอบเมื่อมองจาก

พระมหาธาตุ

ออกเดินทางต่อ ย้อนกลับทางเดิม

ลงเขา จนใกลถึ้ง ที่พักอุทยานฯ กม.ที่ 31

ซ้ายมือจะเจอตลาดชาวเขาริมทาง

แวะซื้อสินค้า ผัก ผลไม้ ของพื้นเมือง

หรือเดินข้ามไปอีกฝั่งกินมื้อกลางวัน

ที่ศูนย์บริการข้อมูลอินทนนท์ หรือ

ร้านลุงแดง ที่นี่ยังให้บริการข้อมูล

เรื่องนกเส้นทางการดูนกและภาพถ่าย

ยังอยู่บนถนนเส้นเดิม ย้อนกลับ

จนถึง กม.ที่ 21 ซ้ายมือจะมีป้ายบอก

ทางเข้า “น้ำตกวชิราธาร” เลี้ยวซ้ายอีก

500 เมตรจนถึงน้ำตก มีลานจอดรถ

กว้างขวาง มีร้านอาหาร-เครื่องดื่ม เป็น

อีกทางเลือกกินมื้อกลางวันที่นี่

ใช้ทางเดิม ย้อนกลับอ.จอมทอง

เลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข 108

แวะชม “น้ำตกแม่ยะ” อยู่ที่ กม.ที่ 1

จากสามแยก จอมทอง-อินทนนท์

มีทางแยกเข้าไปอีก 14 กิโลเมตร

จอดรถที่บริเวณลานจอด และเดิน

เข้าไปอีก 200 เมตร จนถึงตัวน้ำตก

ขนาดใหญ่สวยงาม น้ำไหลจากความสูง

280 เมตร กระทบหินเบื้องล่างรวม

เป็นแอ่งน้ำลงเล่นน้ำได้ถ้าอากาศไม่หนาว

จนเกินไป

ขากลับ ใช้ทางหลวง 108 จนถึง

อ.เมือง เชียงใหม่

ภาคเหนือ ทริป 4 สักการะพระธาตุปีเกิด วัดเก่าล้านนา พิชิตภูลังกา ภูคา - แพร่้ - น่าน - พระเยา

Posted in ภาคเหนือ | No Comments »

4 วัน 3 คืน

จากตัวเมืองแพร่ ไปถนนช่อแฮ

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1022 ระยะทาง

9 กิโลเมตร ถึง วัดพระธาตุช่อแฮ เจดีย์

ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรม

สารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า

ปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่

เป็นพระธาตุประจำปีขาล วันขึ้น 9 ค่ำ-

ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ช่วงเดือนมีนาคม

ของทุกปี จะมีงานนมัสการพระธาตุช่อแฮ

เดินทางต่อไป “วนอุทยานแพะ

เมืองผี” โดยย้อนกลับทางเดิม เลี้ยวขวา

เข้าทางหลวงหมายเลข 101 ไปทาง

อ.หนองม่วงไข่ ประมาณ 12 กิโลเมตร

จนถึง กม.ที่ 143 เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวง

หมายเลข 1134 อีก 6 กิโลเมตร ถึง

วนอุทยานแพะเมืองผี มีลักษณะเป็นดิน

และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ

เป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ เช่น ดอกเห็ด

หน้าผา ดูแล้วแปลกตา ชื่อ แพะเมืองผี

น่าจะมาจากภาษาพื้นเมือง แพะ แปลว่า

ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า

เงียบเหงา วังเวง

เดินทางต่อด้วยทางหลวง 101

จนเข้าเขต อ.ร้องกวาง บรรจบสี่แยก

ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 103

อีก 18 กิโลเมตร ผ่านโรงพยาบาล

ร้องกวาง (0-5459-7115,0-5459-7398)

ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1154 เข้า อ.สอง

ออกจาก อ.สองไปอีก 3 กิโลเมตร ถึง

พระธาตุพระลอ พระธาตุเก่าแก่อายุกว่า

400 ปี สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์เพื่อระลึก

ถึงความรักอมตะของพระลอแห่งนคร

แมนสรวง และพระเพื่อน-พระแพงแห่ง

เมืองสรอง เป็นต้นกำเนิดของวรรณคดี

เรื่องลิลิตพระลอ

ย้อนกลับทางเดิม จนถึง สี่แยก

เลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ไป

อ.ร้องกวาง ผ่าน อ.ร้องกวาง จนถึง

สามแยกบรรจบกับทางหลวงหมายเลข

1216 เลี้ยวขวา จนถึง อ.นาน้อย จ.น่าน

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1083 ต่อจนถึง

กม.ที่ 18 เลี้ยวซ้ายไปอีก 2 กิโลเมตร

ตามถนนคอนกรีตแคบ ถึง ผาชู้ ซึ่งเป็น

ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

หน้าผาสูงดอยผาชู้ ตามตำนาน

เล่าว่า เป็นสถานที่ปิดฉากของความรัก

สามเส้า มีธงชาติอยู่บนยอดผาและสายธง

ยาวที่สุดในประเทศไทยอยู่ด้านล่าง

ดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์

เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความ

นิยม เดินทางโดยขับรถย้อนกลับมาที่

กม.ที่ 16 อยู่ด้านเดียวกับทางเข้าผาชู้

ไปตามถนนลูกรังประมาณ 650 เมตร

เป็นจุดชมวิว เห็นทั้งแม่น้ำน่าน ทิวเขา

ดอยเสมอดาวเป็นจุดชมพระอาทิตยข์ ึ้น

และพระอาทิตยต์ กที่สวยที่สุด พื้นที่ลาน

กว้างเหมาะแก่การดูดาว ทางอุทยานให้

กางเต็นท์นอนชมดาวได้ แต่ควรเตรียม

เสบียง และอุปกรณค์ า้ งแรมไปเอง นอกจากนี้

ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ติดต่อ

ที่ทำการอุทยานฯ (0-5470-1106)

รุ่งเช้าไปไหว้พระในตัวเมืองน่าน

โดยย้อนกลับทางเดิม จนถึง อ.นาน้อย

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1206 เข้า อ.เวียงสา

และใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ไป อ.เมือง

เมื่อถึง อ.เมืองขับไปตามถนนมหายศ

ผ่านวัดสวนตาล แยกขวาเข้าถนน

ผากองผ่านเทศบาลเมืองน่าน จะเห็น

วัดภูมินทร์ อยู่ทางขวามือ ใกล้กับ

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

วัดภูมินทร์ เป็นวัดหลวง สร้าง

ทรงจตุรมุข แห่งเดียวในประเทศไทย

ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว

เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหารและพระเจดีย์

ประธาน ในวิหารหลวงมีภาพจิตรกรรม

ฝาผนัง หรือ ฮูบแต้มศิลปกรรมไทลื้อ

เล่าเรื่องชาดก ตำนานพื้นบ้าน และ

วิถีชีวิตของคนเมืองในปลายสมัยรัชกาลที่ 4

ภาพปู่ม่าน ย่าม่านได้รับการยกย่อง

ว่าภาพงามเป็นเยี่ยม ใจกลางพระอุโบสถ

ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย

ขนาดใหญ่สี่องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชี

หันพระพักตร์ (หนา้ ) ออกดา้ นประตูทั้ง 4 ทิศ

เบื้องพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน

จากตัวเมืองน่าน ข้ามสะพาน

แม่น้ำน่าน ไปตามทางหลวงหมายเลข

1168 สายน่าน-แม่จริม ประมาณ 3

กิโลเมตร ถึง วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง

ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์ทรงระฆังเป็น

พระธาตุประจำปีกระต่าย ชาวล้านนา

เชื่อว่า หากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือ

นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับ

อานิสงส์อย่างยิ่ง

แวะพักกินข้า้วเที่ยงในตัวเมืองน่า่น

ก่อนเดินทางต่อไปอุทยานแห่งชาติดอยภูคา

ออกจากตัวเมืองน่านโดยใช้ทางหลวง

หมายเลข 1080 ผ่าน อ.ท่าวังผา จนถึง

อ.ปัว เป็นถนนลาดยาง ระยะทาง

60 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข

1256 ไปทาง อ.บ่อเกลือ อีก 25 กิโลเมตร

ถึงที่ทำการอุทยานแหงชาติดอยภูคา

ยอดดอยภูคาเป็นยอดเขาที่สูง

ที่สุด ในจังหวัดน่าน ถึง 1,980 เมตร จาก

ระดับน้ำทะเล เป็นป่าต้นน้ำ ทิวทัศน์

สวยงาม ฤดูหนาว ธันวาคม-มกราคม

อากาศหนาวจัด ประมาณ 5 องศาเซลเซียส

เส้นทางจาก อ.ปัวจนถึงที่ทำการฯ

ค่อนข้างคดเคี้ยว และลาดชัน ไปตาม

ภูเขาสูง ต้องใช้ความระมัดระวัง ใช้

เกียร์ต่ำ อย่าแตะเบรกบ่อย เพราะอาจ

จะทำให้เบรกไหม้

ชมพูภูคา ดอกสีชมพูอมขาว

เป็นพันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์ พบเฉพาะ

ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาแห่งเดียว

เท่านั้น ผลิดอกสวยงาม ช่วงกุมภาพันธ์-

มีนาคม

รุ่งขึ้น หลังดื่มด่ำบรรยากาศสดชื่น

ณ ที่ทำการอุทยานฯ กินมื้อเช้าเดินทาง

ต่อไป วนอุทยานภูลังกา จ.พะเยา

โดยย้อนกลับเส้นทางเดิม จนถึง อ.ปัว

ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1080 กลับ

เข้า อ.ท่าวังผา จากนั้นใช้ทางหลวง

หมายเลข 1097 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข

1148 ผ่าน กิ่ง อ.สองแคว แวะเตรียม

เสบียงจนเข้าเขต อ.ปง จ.พะเยา เส้น

ทางนี้ค่อนข้างคดเคี้ยว ลาดชัน (บางช่วง

ไม่มีไฟรายทาง)

บริเวณหลัก กม.ที่ 90 ให้เลี้ยวขวา

มีป้ายบอกทางเข้า วนอุทยานภูลังกา

ขนาดใหญ่ ไปตามถนนลาดยางอย่างดี

ระยะทาง 12 กิโลเมตร ช่วงแรกเป็น

ทางราบ ต่อด้วยทางดินแดงขึ้นเขาชัน

คดเคี้ยว ขึ้นเขาต้องระวังรถสวนทาง

ทางแคบมาก เหมาะสำหรับรถขับเคลื่อน

4 ล้อ สภาพดี

รถเก๋ง เข้า้ไปได้แ้ค่ที่ทำการฯ ด้า้นล่า่ง

ถ้าจะเข้าไปถึงบ้านพักของวนอุทยาน

ต้องจ้างรถกระบะเข้าไปหรือเดินเข้า

ไปเอง สองข้างทางร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่

ถ้าจะขึ้นไปบนยอดภูลังกา จ้างรถกระบะ

ของชาวบ้านหรือของเจ้าหน้าที่ แทน

การเดินขึ้นไป

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก

วนอุทยานภูลังกามีบ้านพัก, ลานกางเต็นท์,

เส้นทางปั่นจักรยาน, เส้นทางเดินป่า

ศึกษาธรรมชาติ ชมนก ชมธรรมชาติ

ที่พักและลานกางเต็นท์ มีจำนวนจำกัด

ควรติดต่อล่วงหน้า ก่อนตั้งโปรแกรม

การเดินทาง (08-1883-0307)

ตื่นตี 4 เดินขึ้นยอดภูลังกา (หรือ

จ้างรถกระบะ 4 WD) ไปชมทะเลหมอก

ยอดภูนมและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

เปดิ ใหเ้ ขา้ ชมตั้งแต 05.00 -18.00 น.

เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข

1148 มุ่งหน้า อ.ปง บรรจบทางหลวง

หมายเลข 1188 เลี้ยวขวาไปตามทาง

หลวงหมายเลข 1148 จนถึงสามแยก

บรรจบทางหลวงหมายเลข 1092 ให้เลี้ยว

ซ้าย จนถึง อ.ปง

จาก อ.ปง ใช้ทางหลวงหมายเลข

1091 ไปทาง อ.จุน ผ่านโรงพยาบาลจุน

(0-5445-9035) แวะพักรถ พักคนที่

อ.จุน แล้วออกเดินทางต่อ ใช้ทางหลวง

หมายเลข 1021 ไปทาง อ.ดอกคำใต้

จนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 ที่

อ.เมืองพะเยา

กราบนมัสการ “พระเจ้าตนหลวง”

วัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมือง ริมทางหลวง

หมายเลข 1 พระอารามหลวงชั้นตรี

และวัดพัฒนาตัวอย่าง คนทั่วไปเรียก

วัดพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศิลปะ

เชียงแสนที่ใหญ่ที่สุดของล้านนา ขนาด

หน้าตักกว้าง16 เมตร สูง 18 เมตร ถือเป็น

พระพุทธรูปคู่เมืองอาณาจักรล้านนาไทย

เดินเล่นริม กว๊านพะเยา ทะเลสาบน้ำจืด

ใหญ่เป็นที่ 1 ในภาคเหนือ

มีเทือกเขาดอยหลวงเป็นฉากหลัง

กว๊านเป็นภาษาพื้นเมืองหมายถึง “บึง”

เป็นแหล่งประมงน้ำจืดและเพาะพันธุ์ปลา

เช่าเรือไปนมัสการ พระกลางน้ำ ที่วัด

ติโลกอาราม วัดเก่าแก่หลายร้อยปี

จมอยู่กลางกว๊านพะเยา ค่าบริการเรือแจวคนละ

20 บาท ก่อนจะมานั่งพักผ่อนชม

พระอาทิตย์ตกริมกว๊าน

ภาคเหนือ ทริป 3 ล่องแก่งน้ำเข็ก ภูหินร่องกล้า ป่าสนภูสอยดาว พิษณุโลก อุตรดิตร

Posted in ภาคเหนือ | No Comments »


4 วัน 3 คืน

เริ่มตน้ การเดินทาง เมืองพิษณุโลก

หรือเมืองสองแคว จากทางหลวงหมาย

เลข 12 ไปทาง จ.สุโขทัย เมื่อถึงสะพาน

ข้ามแม่น้ำน่าน ให้เลี้ยวขวาที่เชิงสะพาน

พบประตูทางเข้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วรมหาวิหาร ชาวบ้านเรียกว่า “วัดใหญ่”

พระอารามหลวง สร้างขึ้นในสมัย

พระมหาธรรมราชาลิไทกรุงสุโขทัย

กราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูป

ปางมารวิชัยขนาดใหญ่งดงามที่สุด

ในประเทศ

ขับรถเลียบวัดใหญ่ ขึ้นเหนือไป

อีกนิด มีร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาสองแคว

ขึ้นชื่อในย่านนี้ ร้านไม่ใหญ่ไม่เล็ก เป็น

ร้านยกพื้น ถอดรองเท้าขึ้นไปบนร้าน

สั่งกว๋ ยเตี๋ยวตามใจชอบ นั่งหอ้ ยขาหันหน้า

ชมแม่น้ำน่านและหมู่บ้านแพริมน้ำ

ขับเข้าเมืองไป ถนนวิสุทธิกษัตริย์

ตรงข้ามโรงหล่อพระบูรณะไทย แวะชม

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าสิบเอก ดร.ทวี-

พิมพ์บูรณเขตต์ (0-5521-2749) รวบรวม

ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือทำมาหากิน

ของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กจนถึง

ชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้น

ดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้

ประกอบอาชีพ รวมแล้วนับหมื่นชิ้น

เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์เวลา 8.00-16.30 น.

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท

ต่างชาติ 100 บาท

จากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 12

(พิษณุโลก-หล่มสัก) ผ่านสี่แยกอินโดจีน

แยก อ.วังทอง ถึง กม.ที่ 33 ดา้ นขวามือเป็น

สวนรุกขชาติสกุโณทยาน ไปตามถนน

ลูกรังอีก 1 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อน

หย่อนใจท่ามกลางแมกไม้ ในบริเวณ

เดียวกันมี น้ำตกวังนกแอ่น หินน้อยใหญ่

คั่นกลางลำน้ำ เป็นชั้นๆ เรียกว่า แก่งไพร

ขับต่อไปอีกน้ำตกแก่งซอง อยู่ กม.ที่ 45

มีร้านขายอาหารริมน้ำตก

ริมทางหลวงหมายเลข 12 อ.วังทอง

มีร้านอาหารเป็นระยะ ตั้งอยู่ริมธารสาขา

ที่มาจากน้ำตกและลำน้ำเข็ก เหมาะที่

จะหย่อนเท้าลงแช่น้ำเย็นเพื่อผักผ่อน

เดือนมิถุนายน-ตุลาคม เป็นช่วง

เหมาะสำหรับผจญภัยกลางสายน้ำ

“ล่องแก่งลำน้ำเข็ก” ผู้ที่ชื่นชอบการ

ผจญภัยจะตื่นเต้นกับการพายเรือยางไป

ตามลำน้ำคดเคี้ยว และชั้นหิน โขดหิน

และเพลิดเพลินกับธรรมชาติของผืนป่า

ที่อุดมสมบูรณ์

จุดล่องแกงเริ่มที่ ต.ทรัพย์ไพรวัลย์

ถึงน้ำตกแก่งซอง ระยะทาง 8 กิโลเมตร

ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง มีความยากในการล่อง

ตั้งแต่ระดับ 1-5ก่อนล่องแก่งทุกครั้ง

จะมีการสาธิตซักซ้อมวิธีปฏิบัติระหว่าง

ล่องแก่งจากผู้ชำนาญเพื่อความปลอดภัย

เรือยาง 1 ลำ ลงได้ 4-8 คน และผู้ให้

บริการล่องแพจะมีนายท้ายให้ 2 คน

และผู้ที่ดื่มสุราห้ามล่องแก่งเด็ดขาด

รุ่งเช้า เดินทางมุ่งหน้า อุทยาน

แห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย

ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านสภ.บ้านแยง

(0-5526-8119) เลี้ยวเข้าสามแยกบ้านแยง

กม.ที่ 68 ใช้ทางหลวงหมายเลข 2013

ไปอีก 28 กิโลเมตร เข้าสู่อำเภอนครไทย

ใช้ทางหลวง 2331 ต่อไปอีก 31 กิโลเมตร

จนถึงที่ทำการอุทยานฯ

เส้นทางจาก อ.นครไทย จนถึง

ที่ทำการอุทยานฯ เป็นถนนคดเคี้ยวขึ้น

เขาสูงชัน ต้องขับด้วยความระมัดระวัง

10 กิโลเมตรสุดท้าย ลาดชันมาก

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ตั้งอยู่บนรอยต่อของพื้นที่ 3 จังหวัด

คือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ท่ามกลาง

ป่าอุดมสมบูรณ์ เคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้ง

ฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์

ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพิพิธภัณฑ์

การสู้รบของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์

แห่งประเทศไทย (พคท.) หรือจะเดินตาม

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ไปลานหินปุ่ม

ลานหินแตกที่เกิดจากการสึกกร่อน

ของหินตามธรรมชาติ ผ่านผาชูธง จุดที่

คอมมิวนิสต์ชักธงแดงทุกครั้งที่รบชนะ

ผ่านออกมาทางสำนักอำนาจรัฐ สถานที่

ดำเนินการทางการปกครอง, โรงเรียน

การเมือง การทหาร

ผู้ชื่นชอบน้ำตก ที่อุทยานแห่งชาติ

ภูหินร่องกล้ามีน้ำตกขึ้นชื่อ ได้แก่ น้ำตก

ร่มเกล้า-ภราดร, น้ำตกศรีพัชรินทร์ และ

น้ำตกหมันแดง ที่มีดอกลิ้นมังกรสีชมพู

ขึ้นหน้าน้ำตก ชั้นที่ 5 ออกดอกช่วง

กลางเดือนสิงหาคม แต่หากจะไปน้ำตก

หมันแดงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่นำทางและ

เตรียมมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะระยะทาง

ค่อนข้างไกล และชัน ใช้เวลาเดินเข้า

และออก 1 วัน ควรพักที่อุทยานฯ

ระหว่างทางมีทาก ควรสวมถุงกันทาก

ป้องกันทาก

บ่ายออกจาก อุทยานแห่งชาติ

ภูหินร่องกล้า เดินทางไป จ.อุตรดิตถ์

โดยกลับทางเดิมเข้าทางหลวงหมายเลข

12 จนถึงสี่แยกอินโดจีน เลี้ยวขวาใช้

ทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าอุตรดิตถ์

บริเวณนี้มีปั๊มน้ำมันหลายแห่ง เติมน้ำมัน

ให้เต็มถังแวะหาของว่างกินก่อนเดินทาง

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

สักการะ อนุสาวรีย์พระยา

พิชัยดาบหัก ประดิษฐานอยู่หน้าศาลา

กลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ถนนประชานิมิต

สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่าน

ในความกล้าหาญ รักชาติ และเสียสละ

ต่อบ้านเมือง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 102

สายอุตรดิตถ์-สุโขทัยไป อ.ลับแล

กราบพระขอพรวัดพระแท่นศิลาอาสน์

ที่บ้านแท่น ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล ห่างจาก

ตัวจังหวัด 14 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่

บนเขาไม่สูงมากนัก สามารถขับรถไป

จอดที่บริเวณลานจอด

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ สร้างขึ้นใน

สมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระแท่นศิลาอาสน์

เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายใน

บริเวณวัดมีพิพิธภัณฑ์โบราณเกี่ยวกับ

วิถีชีวิตชาววังและชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรม

ของชาวเหนือ ชมฟรีทุกวัน เวลา 08.00-

17.00 น.

บรรดาพระภิกษุสงฆ์จะธุดงค์

ปักกลดพักแรมบริเวณวัดออกบิณฑบาตร

ตามหมู่บ้าน และแบ่งปันอาหารกับ

ประชาชน นับเป็นการทำบุญกลางแจ้ง

ที่ยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี

ช่วงค่ำ เขา้ ที่พัก กินมื้อค่ำในตัวเมือง

ตลาดริมน่าน หรือ แหล่งร้านค้าหน้า

มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์

รุ่งเช้า กราบขอพร หลวงพ่อเพชร

วัดท่าถนน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

อุตรดิตถ์ พระพุทธรูปสำริดสมัยเชียงแสน

ขับรถไปที่สถานีรถไฟอุตรดิตถ์ ถนน

เกษมราษฎร์ วัดท่าถนนอยู่ตรงข้ามสถานี

รถไฟ

จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวง

หมายเลข 11 ลงใต้มุ่งหน้า บ่อเหล็ก

น้ำพี้ ข้ามสะพานแม่น้ำน่าน ขับตรงไป

จนถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง

หมายเลข 1047 ระยะทาง 20 กิโลเมตร

จนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1244

มีทางแยกเลี้ยว ขวา เขา้ ไปบอ่ เหล็กน้ำพี้อีก

3 กิโลเมตร บนถนนคอนกรีต ผ่า่นหมูบ้า้น

ต.บ้านน้ำพี้ อ.ทองแสนขัน ด้านหน้า

มีลานจอดรถกว้างขวาง ร้านขายของ

ที่ระลึก เชน่ พระขรรคล์ ูกประคำ เครื่องราง

ของขลัง

ภายในบริเวณจัดนิทรรศการ และ

พิพิธภัณฑ์การกำเนิดของเหล็กน้ำพี้

บริเวณใกล้กัน มีบ่อเหล็กกล้า 2 บ่อ

ที่เห็นได้ชัด ในสมัยโบราณนายช่าง

ผู้สร้างพระแสงดาบถวายพระมหากษัตริย์

นำเหล็กน้ำพี้บ่อพระแสงไปถลุง เพราะ

เนื้อเหล็กดีกว่าบ่ออื่น บ่อพระขรรค์

อยู่ใกล้กัน เข้าใจว่านำเหล็กไปถลุง

ทำพระขรรค์

บริเวณบ่อมีซุ้มบูชา นำไม้เบ็ด

ตกปลาแต่ปลายเบ็ดเป็นหินแม่เหล็ก

โยนลงไปใบบ่อ เพื่อให้หินเหล็กด้านล่าง

ติดปลายเบ็ดขึ้นมา เชื่อว่าหากพกติดตัว

จะสามารถป้องกันตัวได้ หรือนำไปบูชา

ออกจากบ่อเหล็กน้ำพี้ เลี้ยวขวา

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1045 ไปวนอุทยาน

ถ้ำจัน ขับรถประมาณ 20 นาที เข้าเขต

อ.น้ำปาด มีทางแยกซ้าย เข้าไป อีก 2

กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีต ทางแคบ

คดเคี้ยว ด้านหน้าที่ทำการมีที่จอดรถ

ตามประวัติเล่าว่า ชาวบ้านค้นพบ

ถ้ำนี้ มีลักษณะเป็นหินงอกหินย้อย

สวยงามมาก เนื่องจากมีต้นจันผาอยู่

บริเวณหน้าถ้ำ จึงเรียกว่า ถ้ำจัน ภาย

ในบริเวณเดียวกันมีถ้ำ 8 แห่ง ถ้ำจันเป็น

ถ้ำที่ใหญ่ที่สุด

เดินทางต่อจนบรรจบทางหลวง

หมายเลข 1047 เลี้ยวซ้าย ขับต่ออีก

ประมาณ 15 นาที จะเห็นป้าย วนอุทยาน

สักใหญ่ ด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปตาม

ถนนคอนกรีตแคบ อีก 9 กิโลเมตร

มีบริเวณกว้างถึง 1,000 ไร่ มีต้น“สักใหญ่

ที่สุดในโลก” สูงถึง 47 เมตร รอบต้น

วัดได้ 9.58 เมตร อายุกว่า 1,000 ปี

ปัจจุบันพายุพัดส่วนยอดหักไปแล้ว

ลำต้นยังคงสภาพเดิม

มุ่งหน้าภูสอยดาว ใช้เส้นทาง 1047

จนถึง อ.น้ำปาด ผ่าน โรงพยาบาลน้ำปาด

(0-5548-1574-7) ถึงสี่แยกตัวอำเภอเลี้ยวขวา

เข้าทางหลวงหมายเลข 1239 ขับต่อ

ระยะทาง 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกตัด

ทางหลวงหมายเลข 1212 ใช้ทางหลวง

หมายเลข 1239 ต่ออีก 47 กิโลเมตร

จนถึงสามแยกบ้านห้วยมุ่น เลี้ยวขวา

เข้าทางหลวงหมายเลข 1268 อีก

18 กิโลเมตร จนถึง ที่ทำการอุทยาน

แห่งชาติภูสอยดาว (0-5543-6001-2)

รวมระยะทาง 133 กิโลเมตร

หากมาช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

ควรหาเวลาเพิ่มอีก 2 วัน เพื่อแวะชมทุ่ง

หงอนนาค บนลานสนภูสอยดาว สูงจาก

ระดับน้ำทะเล 1633 เมตร อุทยานแห่งชาติ

ภูสอยดาวอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้น

ตั้งแต่เวลา 8.00-13.00 น. เพราะถ้าเลย

13.00 น. ไปแล้ว เส้นทางเดินค่อนข้างชัน

ทำให้ถึงลานสนมืดค่ำ เป็นอันตรายได้

จะใช้เวลาเดินประมาณ 4-6 ชั่วโมงแล้ว

แต่ความแข็งแรงของร่างกาย

ระหว่างทางขึ้นผ่านน้ำตกภูสอย

ดาว น้ำตก 5 ชั้น, เดินไต่ระดับทางชัน

บางช่วงชันมาก ถึงกับมีการตั้งชื่อ “เนิน

ส่งญาติ” ไปจนถึงชื่อ “เนินมรณะ” บาง

คนบอกว่าเดินเหนื่อยกว่าขึ้นภูกระดึง

เตรียมมื้อเที่ยงและน้ำดื่มติดตัวไปด้วย

เพราะกว่าจะถึงลานสนด้านบนเลยเวลา

14.00-15.00 น. ไปแล้ว ไม่มีร้านอาหาร

และที่พักต้องเตรียมเต็นท์ อุปกรณ์

พักแรมและเสบียงมาเอง อีกทั้งช่วงนี้

มักมีฝนตกต้องเตรียมเสื้อกันฝนมาด้วย

นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการลูกหาบ

ติดต่อที่ทำการฯ ด้านล่าง เพื่อชั่งน้ำหนัก

สัมภาระ คิดค่าแบกเป็นกิโลกรัม

เดินถ่ายรูปดงดอกหงอนนาคบน

ลานสน เสาหลักแบ่งเขตประเทศไทย

กับลาว มีตราสัญลักษณ์ของแต่ละ

ประเทศ มุมยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวนิยม

มาถ่ายรูปเนื่องจากสามารถข้ามประเทศ

ได้เพียงก้าวเดียว นอกจากนี้ป่าสน

ในดงหมอก รวมถึงตอนพระอาทิตย์ตก

ที่หน้าผา สวยงามมาก ขาลงจาก

ภูสอยดาว อุทยานฯให้เดินทาง เวลา

08.00-14.00 น. เท่านั้น เพื่อความสะดวก

และปลอดภัย (อุทยานเปิด 1 ก.ค.- 5 ม.ค.

ของทุกปี)

ร้านขายของที่ระลึก

เรือนไทยจำลอง-บ้านอรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลกโทร. 0-5521-4347

ก้านกล้วย อ.เมือง จ.พิษณุโลก โทร. 0-5524-1983

กนกมณี อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โทร. 0-5541-1295

เล่าซุนเส็ง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โทร. 0-5541-1294

ตำรวจ

สภ.เมืองพิษณุโลก โทร 0-5525-8777

สภ.เมืองอุตรดิตถ์ โทร 0-5541-1038

ภาคเหนือ - ทริป 2 เที่ยวเมืองมรดกโลก สุดยอดน้ำตกที่ลอซู- กำแพงเพชร - ตาก - สุโขทัย

Posted in ภาคเหนือ | No Comments »

5 วัน 4 คืน

ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 อ.เมืองกำแพงเพชร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1280 จนถึง อ.ทรายทองวัฒนา ประมาณ 20 กิโลเมตร ชมศูนย์หัตถกรรมเป่าแก้วบ้านโนนจั่น เป่าแก้วรูปสัตว์ ดอกไม้ผลไม้ ฝีมือคนท้องถิ่น ส่งขายในและต่างประเทศ จากบ้านโน่นจั่น ย้อนเส้นทางเดิมแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 115 ขับตรงเข้าเมืองกำแพงเพชร ไปแยกซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านตลาดกล้วยไข่และสินค้าหัตถกรรมจนถึง กม.ที่ 346 เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านคลองแม่ลายเข้าไปตามทางหลวงหมายเลข 1117 สายคลองแมล่ าย-อุม้ ผาง 46 กิโลเมตร ถึงแยกตลาดคลองลาน เลี้ยวขวาอีก 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองลานครอบคลุมพื้นที่ป่าคลองลานอันสมบูรณ์แหล่งสุดท้ายของกำแพงเพชรใกล้น้ำตกคลองลานและน้ำตกคลองน้ำไหล จาก อ.เมืองกำแพงเพชร ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ประมาณ 5 กม.ตามถนนสายกำแพงเพชร - พรานกระต่ายเลี้ยวซา้ ย กม.ที่ 360 ถึง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรโบราณสถานสร้างด้วยศิลาแลงและมีขนาดใหญ่ รูปแบบศิลปะร่วมสมัยระหว่างสุโขทัยและอยุธยาได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลก” ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เมื่อปี 2534 เปิดทุกวัน 08.00-16.30น.

ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท นำรถเข้าชมเสียค่าผ่านประตูคันละ 50 บาท (0-5571-1921)

โรงพยาบาลกำแพงเพชร (0-5571-1234) จากสี่แยกสนามกีฬา เทศบาลเมือง แยกซ้ายไปตามทางหลวง 1084 ระยะทาง 3 กิโลเมตร

เช้าจัดเตรียมเสบียงสำหรับการ

เข้าไปพักที่น้ำตกทีลอซู ติดต่อหรือยืนยัน

ที่พักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

ก่อนออกเดินทาง หากมีเต็นท์ไปเอง

เสียค่าบริการ 20 บาท/คน/คืนถ้าไม่มี

ไปขอเช่าได้

แวะเติมน้ำมันให้เต็มถัง บนทางหลวง

หมายเลข 1 ย่านตลาดกล้วยไข่ กม.ที่

346-350 มีปั๊ม ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์

และเชลล์ จากนั้นมุ่งหน้า อ.เมืองตาก

ด้วยทางหลวงหมายเลข 1 ก่อนถึง

ตัวอำเภอเล็กน้อยมีแยกซ้ายเข้า

ทางหลวงหมายเลข 105 ขับต่อไป

อีกระยะทาง 70 กิโลเมตร ถนนลาดยาง

ทางคดเคี้ยวไปตามเขา ให้ขับด้วย

ความระมัดระวัง มีรถมากเพราะเป็น

เส้นทางหลัก ก่อนถึงแยกแม่สอด มีปั๊ม

ปตท. เลยไปแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมาย

เลข 1090 มุ่งหน้า อ.อุ้มผาง

ระยะทาง 165 กม.ถึงอุ้มผาง ใช้

เวลาเดินทาง 3-4 ชั่วโมงขึ้นอยูกั่บกำลังรถ

และความชำนาญของคนขับ เป็นทาง

แคบรถสวน โค้งไปตามไหล่เขา ถึง

1,219 โค้ง มีจุดแวะพักรถกลางทาง

ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ครึ่งทางก่อน

ถึงอุ้มผาง ถัดไป กม.ที่ 88 เป็นที่ตั้งของ

ชุมชนผู้อพยพ บ้านอุ้มเปี้ยมแวะถ่ายรูป

บ้านไหล่เขาได้ ก่อนถึงตัวเมืองอุ้มผาง

มีแยกขวาไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

เปน็ เสน้ ทางสายอุม้ ผาง-แมก่ ลองใหม-่ แมจั่น

หรือทางหลวงหมายเลข 1167 ถึง กม.ที่ 20

เลี้ยวซา้ ยเขา้ สูเ่ ขตรักษาพันธุส์ ัตวป์ า่ อุม้ ผาง

ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านป่าเขา ถนนลูกรังอีก

26 กิโลเมตร

Tip เส้นทางรถปิดช่วง 1 มิ.ย.-

31 ต.ค. เพื่อปอ้ งกันอันตราย เนื่องจาก

เปน็ ชว่ งที่มีฝนหนัก ใหใ้ ชบ้ ริการล่องแพ

และเดินเท้าต่อ

น้ำตกทีลอซู อยู่ในเขตรักษาพันธุ์

สัตวป่า่อุ้มผางห่า่งที่ทำการฯ 1.8 กิโลเมตร

เป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่

กว้าง 500 เมตร สูง 300 เมตร สวยงาม

ติดอับดับ 1 ใน 6 ของโลก เปิดให้

นักท่องเที่ยวเข้าได้ถึงแค่ 17.00 น.

ไม่อนุญาตให้นำอาหารถุงพลาสติก

ขวดพลาสติก กล่องโฟม ติดตัวเข้าไป

หลังมื้อเช้า เดินเข้าไปชมน้ำตก

มีเวลาเลน่ น้ำตกไดถึ้งครึ่งวัน หลังมื้อเที่ยง

เดินทางกลับ อ.อุ้มผาง ระหว่างทาง

แวะเที่ยวถ้ำ ตะโคะบิ มีนักสื่อความหมาย

ธรรมชาติตัวนอ้ ย เด็กๆ ในพื้นที่นำเขา้ ชม

เมื่อพ้นปากทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เลี้ยวขวา กลับทางอุ้มผาง ผ่านสวนส้ม

แวะชมถ่ายรูปหรือซื้อส้มติดไม้ติดมือ

ถึงอ.อุ้มผาง แวะจิบกาแฟ ซื้อของฝาก

ได้ที่ร้านครูซัน ก่อนเข้าที่พัก

ตื่นเช้ามืด ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่

ดอยหัวหมด ใช้เส้นทางอุ้มผางมุ่งหน้า

บ้านปะละทะอีก 10 กิโลเมตร ชมวิว

ที่ กม.9 แต่ต้องเดินขึ้นเขาไปอีก 20 นาที

หรือ ไปที่ กม.10

กลับที่พักเก็บข้าวของ กินอาหาร

มื้อเช้าเสร็จ ออกเดินทางทันที มุ่งหน้า

อ.แม่สอด ใช้ทางหลวงหมายเลข 1090

เมื่อถึงกม.ที่ 37 เห็นป้าย อุทยานแห่งชาติ

น้ำตกพาเจริญ ด้านขวามือ เลี้ยวเข้าไป

ตามถนนคอนกรีตแคบ อีก 700 เมตร

ถึงที่ทำการอุทยานฯ มีลานจอดรถกวา้ งขวาง

น้ำตกพาเจริญ มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตก

หินปูน 97 ชั้น มีมุมบังคับที่ต้องเก็บภาพ

ความสวยงามของน้ำตก

เดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข

1090 จนถึง อ.แม่สอด ผ่าน สภ.แม่สอด

(0-5553-1112) กินมื้อกลางวันที่ตลาดริมเมย

ตลาดชายแดนไทย-พม่า ตรงข้ามกับ

เมืองเมียวดีของพม่า ประชาชนของทั้ง

2 ประเทศสามารถข้ามแดน โดยใช้สะพาน

มิตรภาพไทย-พม่า ในตลาดมีทั้งของกิน

ของใช้ และเพชรพลอยเป็นของฝาก

ขึ้นชื่อ มีของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์

ราคาถูก

จาก อ.แม่สอด ใช้ทางหลวง

หมายเลข 105 อ.เมืองตาก ต่อด้วย

ทางหลวงหมายเลข 12 ไป อ.เมืองสุโขทัย

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยู่ตรง

ข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

ชมความอลังการ โครงสร้างเมืองเก่า

ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองมาก

เปิดเข้าชมทุกวัน 06-00-21.00 น.

(ปิดขายบัตร18.00 น.) เวลา19.00-

21.00 น.มีการเปิดไฟให้ชมโบราณสถาน

ค่าเข้าชมนักท่องเที่ยวชาวไทย 10 บาท

ต่างชาติ 40 บาท หรือซื้อบัตรรวม

ชาวไทย 30 บาท ต่างชาติ 150 บาท

เพื่อเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ต่างๆ

ในจังหวัดสุโขทัยได้ภายใน 30 วัน

(ติดตอ่ วิทยากรนำชมไดท้ ี่ทำการอุทยานฯ)

หรือใช้บริการรถรางนำชมรอบอุทยานฯ

อัตราค่าบริการ นักท่องเที่ยว ชาวไทย

10 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท และ

มีบริการรถจักรยานให้เช่า คันละ 20 บาท

เช้าออกจาก อ.เมืองสุโขทัย

มุ่งหน้า อ.ศรีสัชนาลัย ใช้ทางหลวง

หมายเลข 12 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข

101 มีปั๊มเชลล์ที่ กม.34, ปตท.ที่ กม.26

ผ่าน อ.ศรีสำโรง อ.สวรรคโลก จนถึง

ต.ท่าชัย อ.ศรีสัชนาลัย ระยะทาง 40

กิโลเมตร แวะชม ย่านทำ ”ทองโบราณ”

หรือ ทองสุโขทัย หรือ “ทองทำมือ” ฝีมือ

ช่างทองท้องถิ่นโดยไม่ใช้เครื่องจักร

ลวดลายประณีตเลียนแบบเครื่องประดับ

โบราณสมัยสุโขทัย มีทั้งต่างหู แหวน

สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล เข็มขัด

กระเป๋า ผอบ โดยใช้เนื้อทอง 99.99%

เอกลักษณ์ คือ การแต้มสีตามลวดลาย

ที่เรียกว่า ลงยา

จากทางหลวงหมายเลข 101

จนถึง กม.ที่ 18 แยกซ้ายใช้ทางหลวง

หมายเลข 1201 เป็นทางคอนกรีต 2 เลน

ผ่านหมู่บ้าน ข้ามสะพานแม่น้ำยม และ

แยกขวา อีก 1.5 กิโลเมตร เข้า อุทยาน

ประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย หรือ

เมืองเก่าศูนย์กลางการปกครองสมัย

ราชวงศ์พระร่วง ในอุทยานมีโบราณสถาน

ที่สำคัญ คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

หรือวัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง

วัดช้างล้อม ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืน

หันหลังชนผนังโดยรอบเจดีย์จำนวน

39 เชือก, วัดเจดีย์เจ็ดแถว ด้วยศิลปะ

สุโขทัยแท้ และผสมศิลปะแบบศรีวิชัย

กินมื้อกลางวันที่ร้านอาหาร

ริมแม่น้ำยม ตรงข้ามอุทยานฯ พร้อม

กับชมบรรยากาศ ธารแม่น้ำยมไหลผ่าน

โขดหินนับพัน เรียกว่า แก่งหลวง

จากเมืองเก่าขับขึ้นไปทางเหนือ

เลียบแม่น้ำยมอีก 5 กิโลเมตร เห็น

ซากเตาเผาสังคโลกริมข้างทาง ก่อนถึง

ศูนย์ศึกษาอนุรักษ์เตาสังคโลก

(เตาทุเรียง)ที่บ้านเกาะน้อยศูนย์แสดง

โบราณวัตถุ วิวัฒนาการเครื่องถ้วยสมัย

โบราณหลังจากที่มีการขุดพบถว้ ยสังคโลก

ทั้งสมบูรณ์และแตกหักจำนวนมากถือเป็น

นิคมอุตสาหกรรมของเมืองศรีสัชนาลัย

ในสมัยนั้น เปิดทุกวัน 09.00-16.00 น.

ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ

30 บาท

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1201

ขึ้นเหนือ ไปอีก 7 กิโลเมตรผ่านปั๊มปตท.

จนถึง 3 แยกโรงพยาบาลศรีสัชนาลัย

(0-5563-0039) แยกขวาข้ามสะพาน

แม่น้ำยม ผ่าน สภ.ศรีสัชนาลัย (0-5567-

1234) จนถึง 3 แยกธนาคารออมสิน

ให้เลี้ยวซ้ายกลับเข้าทางหลวงหมายเลข

101 (ถ้าเลี้ยวขวาไป 1 กม. เจอปั๊มเชลล์)

ถึง ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย ขับผ่าน

ตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร จนถึง

ตลาดกลาง ร้านสาธร-พิพิธภัณฑ์

ผ้าทองคำและผ้าซิ่นตีนจก อยู่ตรงข้าม

ตลาดกลาง แหล่งรวบรวมผ้าซิ่นตีนจก

บ้านหาดเสี้ยว มี 9 ลาย เป็นมรดก

ตกทอดมาจากชาวไทยพวนที่อพยพมา

จากเมืองพวน ทางตอนเหนือของเมือง

เวียงจันทร์ ประเทศลาว มีปั๊มคาลเท็กซ์

ติดกับ 3 แยกวัดโบสถ์ คือ ปั๊มสุดท้าย

ก่อนออกจาก อ.ศรีสัชนาลัย ไป จ.แพร่

หรือ จ.อุตรดิตถ์

ภาคเหนือ ทริป 5 เขาค้อสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ทะเลหมอกทับเบิก ป่าสนน้ำหนาว - เพชรบูรณ์

Posted in ภาคเหนือ | No Comments »

3 วัน 2 คืน

ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เป็นเส้น

ทางหลัก จาก จ.สระบุรี-หล่มสัก เข้าสู่

อ.ศรีเทพ ขับไปจนถึงตัวอำเภอ กม.ที่

102 เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข

2211 อีก 9 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบอก

ทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่

ด้านขวามือ

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

เป็นเมืองเก่าสมัยยุคขอมเรืองอำนาจ

อายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ก่อนกลายเป็น

เมืองร้างด้วยโรคระบาด เป็นโบราณสถาน

สมัยทวารวดีและสมัยลพบุรี เปิดทุกวัน

08.00-16.30 น. ชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ

30 บาทรถยนต์ คันละ 50 บาท เข้าชม

เป็นหมู่คณะมีวิทยากรบรรยาย ติดต่อ

ที่อุทยานฯ (0-5682-0122)

เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข

21 ขึ้นเหนือ ผา่ น อ.วิเชียรบุรี อ.บึงสามพัน

อ.หนองไผ่ จนถึง อ.เมืองเพชรบูรณ์

รวมระยะทาง 130 กม. แวะกินกลางวัน

เตรียมเสบียง เติมน้ำมันมีปั๊มสองข้า้งทาง

มุ่ง หน้า้ เขาค้อ ตามทางหลวงหมายเลข 21

เพชรบูรณ์-หล่มสัก

ขับถึงสามแยกนางั่ว กม.ที่ 236

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2258

(นางั่ว-สะเดาะพง) เริ่ม กม. 0 ทางขึ้น

เขาค้อ ถนนลาดยางอย่างดี

หลัก กม.ที่ 17.5 เป็นจุดทดสอบรถ

ตามคำเชิญชวน “เนินมหัศจรรย์” เป็น

ความมหัศจรรย์ของถนนเมื่อขับรถยนต์

ถึงจุดนี้ให้จอดและดับเครื่อง ใช้เกียร์ว่าง

รถยนต์จะถอยหลังขึ้นเนินไดเ้ องประมาณ

10 เมตร จากจุดนี้ขับตอ่ ถึงสี่แยกสะเดาพง

ขับตรงไป อีก 1 กม. ชะลอรถช่วงทางโค้ง

เตรียมชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายขึ้นพระตำหนัก

เขาค้อ เส้นทางลาดชัน ใช้เกียร์ต่ำขับช้าๆ

พระตำหนักเขาค้อ สร้างถวาย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จ

พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงเสด็จ

เขาค้อ เป็นที่ประทับแรม ขออนุญาต

เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้

ซึ่งมีมัคคุเทศก์น้อยนักเรียนในบริเวณนั้น

ให้บริการข้อมูล

ตลอดทางขึ้นพระตำหนัก มีต้น

นางพญาเสือโคร่งริมถนน บานสะพรั่ง

ช่วงฤดูหนาว ถนนขึ้นลง เขาค้อเป็นถนน

เดินรถทางเดียว เป็นวงกลม และเชื่อม

ออกทางออกเดียวกับทางเข้า

ออกจากพระตำหนักเขาค้อ ย้อน

กลับทางเดิมจนถึงสี่แยก เลี้ยวซ้าย เข้า

ทางหลวงหมายเลข 2196 ขับไปอีก

ประมาณ 5 นาที ถึงสามแยก (รื่นฤดี)

ให้ขับไปแยกซ้ายไปตามทางขึ้นเขา

เส้นทางลาดชัน อีก 3 กม. เพื่อแวะชม

พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) ตั้งอยู่ขวามือ

เป็นฐานบัญชาการการต่อสู้ยึดพื้นที่

เขาค้อ คืนจากผู้ก่อความไม่สงบ ปี พ.ศ. 2524

เปิดทุกวัน 07.00-17.00 น. ค่าเข้าชม

10 บาท มีห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการทหาร

ที่จอดรถกว้างขวาง

กลับทางเดิมจนบรรจบทางหลวง

หมายเลข 2196 แยกซ้าย ถึงตัวอำเภอ

เขาค้อ

ทางหลวงหมายเลข 2196 คดเคี้ยว

ขึ้นเนินเขาภายในอำเภอเขาคอ้ ควรขับช้า้

ชมทัศนียภาพที่สวยงาม เปรียบเสมือน

สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย พักค้างแรมบน

เขาค้อ 1 คืน สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ตาม

คำเชิญชวน พักเขาค้อ 1 คืน อายุยืน

ไป 10 ปี มีรีสอร์ทที่พักให้เลือกมากมาย

รุ่งเช้า หลังมื้ออาหาร ออกจาก

อ.เขาค้อ มุ่งหน้าภูทับเบิก ใช้เส้นทาง

หลวงหมายเลข 2196 มุ่งหน้าแคมป์สน

ผ่านพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก

ตั้งเด่นเป็นสง่าริมถนน ห่างจากตัวอำเภอ

2 กม. แวะสักการะพระพุทธรูปเพื่อเป็น

สิริมงคล ตีระฆังที่เปน็ ราวแนวยาวบริเวณ

ด้านข้างพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก

ว่ากันว่าต้องตีให้ครบทุกใบ อายุจะยืนยาว

อีกหลายปี

เดินทางต่อใช้ทางหลวงหมายเลข

2196 จนถึง สามแยกแคมป์สน บรรจบ

ทางหลวงหมายเลข 12 เลี้ยวขวา มุ่งหน้า

อ.หล่มสัก ถึง กม.ที่ 126 เลี้ยวซ้าย ที่

สามแยก ใช้ทางหลวงหมายเลข 2372

อีก 12 กิโลเมตร ถึงแยกซ้ายขึ้น ภูทับเบิก

บ้านวังบาล ทางหลวงหมายเลข 2331 ไป

อีก 16 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางสายใหม่

และช่วงท้ายเป็นทางลาดยางสายเก่า

ขึ้นเขาและคดเคี้ยว ถนนเป็นหลุม

ควรมองถนนระยะไกลขับช้า และระวัง

รถเลนสวน ถึงทางแยกบริเวณด่านทับเบิก

ขับแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิก ประมาณ

2 กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีต ถึงยอดดอย

ภูทับเบิก ชมทะเลหมอก ทุ่งกะหล่ำปลี

ดอกไม้และสินค้าชาวม้ง จุดชมวิวทะเล

หมอกที่ทับเบิก (0-5670-9465) สมาคม

ท่องเที่ยว (0-5670-1736)

กลับทางเดิมใช้ทางหลวงหมายเลข

2331 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2011

เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 203

มุง่ หนา้ อ.หลม่ เกา่ ขับลงมาทาง อ.หลม่ สัก

แวะกินมื้อเที่ยง

จาก อ.หล่มสัก ใช้ทางหลวง

หมายเลข 12 น้ำหนาว-ชุมแพ มุ่งหน้า

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระยะทาง 94

กิโลเมตร จากสี่แยกพ่อขุนผาเมือง ถนน

คดเคี้ยวไปตามเขา ระวังรถสวนในช่วง

ทางโค้ง ผ่านประตูสู่แดนอีสาน กม.ที่ 18

ถึง กม.ที่ 21 ที่พักริมทางด้านซ้ายมือ

เป็นลานดินกว้าง จุดนี้มองเห็นวิวทิวเขา

เป็นเขตกั้นระหว่างเพชรบูรณ์และชัยภูมิ

มีร้านค้าขายของที่ระลึกฝีมือชาวเขา

กม.ที่ 28 เริ่มเขา้ เขตอุทยานฯ ถึง กม.ที่ 49

เห็นทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

ด้านซ้ายมือ เข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร

จนถึงที่ทำการฯ ภายในอุทยานมีร้านค้า

สวัสดิการ และจุดบริการนักท่องเที่ยว

เปิดทุกวัน 08.00-16.30 น. พื้นที่ของ

อุทยานฯ กินบริเวณกว้างถึง 603,750 ไร่

แหล่งท่องที่ยวและจุดชมวิว กระจายอยู่

ตามจุดต่างๆ

เขา้ ที่พักแลว้ ขับรถยอ้ นกลับไปบน

ทางหลวงหมายเลย 12 หล่มสัก-ชุมแพ

กม. ที่ 39 จุดชมวิวถ้ำผาหงษ์ จอดรถ

แล้วเดินประมาณ 200 เมตร ชม

ทิวทัศน์และพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น

ส่วนจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ต้อง

ไป กม.ที่ 46 จุดชมวิวภูคอ้ มองเห็นผืนปา่

สวนสนภูกุ่มข้าวสลับป่าดงดิบ ฉากหลัง

เป็นภูกระดึงและภูผาจิต มีเส้นทางเดินป่า

ศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 4 กิโลเมตร

หลังมื้อเช้า ขับรถเที่ยว สวนสน

ภูกุม่ ขา้ ว ทางเข้าอยู่ กม.ที่ 53 ขับไปตาม

ถนนลูกรังอีก 15 กิโลเมตร บริเวณนี้

เป็นป่าสนสามใบ ต้นสูงใหญ่ ไม่มีไม้อื่น

ปะปนพื้นล่างเป็นทุ่งหญ้าคา หญ้าเพ็ก

ฤดูแล้งทุ่งหญ้าใต้ต้นสนจะเปลี่ยนจาก

สีเขียวเป็นสีน้ำตาลแก่ และกลับมาเขียว

อีกครั้งในดูฝน กลางดงสนจะเห็นเนินเขา

ไม่สูงนักชื่อภูกุ่มข้าว

ขับรถไปเที่ยวต่อที่ ถ้ำใหญ่

น้ำหนาวหรือ ภูน้ำริน บริเวณหลัก

กม.ที่ 60 ขับรถอีก 3 กิโลเมตร จนถึง

หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.6

ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ลักษณะเป็นเขาหินปูน

สูงประมาณ 955 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ภายในถ้ำมีหินงอกหินยอ้ ยและที่แปลกตา

คือมีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ

ขับรถต่อไป กม.ที่ 67 น้ำตกเหวทราย

ต้องเดินเท้า อีก 1 กิโลเมตร น้ำตก

ขนาดใหญ่สูงประมาณ 20 เมตร แอ่งน้ำ

ลึกลงเล่นน้ำได้ ถัดไป 500 เมตร เป็นน้ำตก

ทรายทอง มีความกว้างถึง 30 เมตร

สูง 4 เมตร สวยงามมาก

ถ้ามาอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะเห็น

ป่าเปลี่ยนสี บนทางหลวงหมายเลข 12

หลม่ สัก-ชุมแพ ระหวา่ ง หลัก กม.ที่ 63-70

ภาคเหนือ - ทริป 1 - ปลาแรดแม่น้ำสะแกกรัง ป่าใหญ่ห้วยขาแข้ง ส่องเรือบึงบอระเพ็ด - อุทัยธานี - นครสวรรค์ - พิจิตร

Posted in ภาคเหนือ | No Comments »

4 วัน 3 คืน

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงต่างระดับบางปะอิน แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) มุ่งสู่อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท จนถึงสี่แยกหางน้ำสาครให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอมโนรมย์ สุดถนนสาย 3212 เป็นแม่น้ำสะแกกรัง แล้วนำรถลงแพขนานยนต์ข้ามฟากอำเภอมโนรมยี หลังจากขับไปตามถนนสาย 3265 ประมาณ 5 ก.ม. ก็จะถึงวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง แวะชมความงดงามของวิหารแก้วนมัสการรูปเหมือนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และให้อาหารปลา

ในเร็วๆ นี้ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ จังหวัดชัยนาทเชื่อมระหว่างวัดธรรมามูลวรวิหารกับ วัดปากคลองมะขามเฒ่าก็จะสร้างเสร็จและเปิดใช้งาน ซึ่งจะทำให้การเดินทางไปยังวัดท่าซุง สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยาภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างพื้นบ้าน เป็นเรื่องพุทธประวัติ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว และมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑปและพระวิหารแก้ว ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย และยังมีปราสาททองคำ ศาลาฝึกสมาธิ อาคารแต่ละหลังจะมีเวลาเปิด-ปิดไม่ตรงกันวิหารแก้วจะเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00-11.45 น.และ 14.00-16.00 น. เทา่ นั้น โดยช่วง 11.30-14.00 น.จะอนุญาตเฉพาะคนที่เข้ามาเจริญ พระกรรมฐานเท่านั้น ส่วนปราสาททองคำ เวลาเปิด 08.00-16.00 น.

นอกจากนี้ คุณสามารถแวะชมและให้อาหารปลานับหมื่นตัวที่วังมัจฉาซึ่งอยู่บริเวณทางเดินลงแพปลา ริมแม่น้ำสะแกกรังใกล้กับลานจอดรถ เปิดบริการ 07.00-17.30 น. ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์เปิดถึง 18.00 น. ที่นี่มีบริการเรือนำเที่ยวชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำสะแกกรังด้วย ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 40 นาที ค่าบริการผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท เช่าเหมาลำ 400 บาท (ติดต่อ 08-9958-1479)

จุดหมายต่อไปคือ เขาสะแกกรังโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3220 ผ่านปั๊มน้ำมันปตท. สนามกีฬาจังหวัด แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางขึ้นยอดเขาระยะทางประมาณ 4 ก.ม. อย่าลืมแวะนมัสการพระพุทธรูปภายในวิหาร วัดสังกัสรัตนคีรีบริเวณเชิงเขาซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตามคตินิยมโบราณจากซากโบราณสถานบนยอด เขาแก้ว หรือเขาสะแกกรัง

บนยอดเขามีมณฑปตั้งเดน่ เป็นสง่ามีระฆังสัมฤทธิ์ใบใหญ่หล่อโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ถัดไปทางทิศเหนือเป็นที่ตั้งของพลับพลา พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง จากยอดเขาจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง

ช่วงวันออกพรรษา แรม 1 ค่ำเดือน 11 ที่วัดมีประเพณีตักบาตรเทโว ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน พระสงฆ์นับร้อยรูป เดินลงมาจากยอดเขาสะแกรัง มีบันไดทอดจากยอดเขาสะแกรัง สู่เบื้องล่าง ร่วม 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้งและข้าวต้มลูกโยน

ลงจากเขาสะแกกรัง ใช้ทางหลวงหมายเลข 333 จากอำเภอเมือง ผ่านอำเภอหนองขาหย่างและอำเภอหนองฉางจากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3438 สายหนองฉาง-ลานสัก ระยะทาง 21.5 ก.ม. ถึงโรงพยาบาลลานสัก จะมองเห็นเทือกเขาปลาร้าอยู่ทางซ้ายมือ หากใครอยากแวะไปผจญภัยไต่เขาที่นี่ก็เลี้ยวซ้่ายเข้าไปอีก 7.5 ก.ม. เป็นทางลาดยางเลี้ยวซา้ ยอีก 15 กิโลเมตรถึงที่ทำการเขตฯด่านตรวจเขาหินแดง จากที่ทำการเขตฯขับต่อ จนถึงสถานีวิจัยเขานางรำระยะทาง 17 กิโลเมตร และหน่วยพิทักษ์ป่ากะปุกกะเปียง ระยะทาง 14 กิโลเมตร

แวะชิมปลาแรด จากแม่น้ำสะแกรัง เป็นที่ขึ้นชื่อของอุทัยธานี หากินได้ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ เมนูเด็ด ปลาแรดราดพริก ปลาแรดยำตะไคร้, ปลาแรดทอดกระเทียม, ปลาแรดนึ่งมะนาว

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี 2534

บริเวณที่ทำการเขตฯ มีรูปปั้นและอนุสรณส์ ถานสืบ นาคะเสถียรผู้เ้ป็นกำลังสำคัญในการปกป้องผืนป่าและผลักดันให้ป่าห้วยขาแข้งได้กลายเป็นมรดกโลก

เขตรักษาพันธุสัตว์ป์า่ฯ เปิดจุดผ่อนปรนให้ประชาชนเข้าไปศึกษาธรรมชาติแบบไม่ค้า้งคืนได้ 3 จุด ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง,หน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์, หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดีที่พักต้องติดต่อล่วงหน้า ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง (0-5651-9654)

เช้ารุ่งขึ้นชมธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ กินอาหารเช้าเสร็จเก็บข้าวของเดินทางต่อไปนครสวรรค์ โดยใช้เส้นทางเดิมกลับออกมา ทางอ.หนองฉาง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 333 ไป อ.เมืองอุทัยธานี แวะซื้อของฝากเลื่องชื่อ “ขนมกงหนองแก”

เดินทางต่อโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้านครสวรรค์ แวะวัดคีรีวงศ์ชมจุฬามณีเจดีย์ ที่สร้างขึ้นจากบานเจดีย์เก่าปลายกรุงสุโขทัย 600 ปีโดยขับรถตามทางหลวงหมายเลข 117เลี้ยวขวาเขา้ ถนนมาตุลี-ดาวดึงส์ ตรงข้า้มวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ ถึงทางแยกซ้ายขึ้นไปเที่ยวชมวัดคีรีวงศ์

ใช้เ้ส้นทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้า้บึงบอระเพ็ด โดยย้อนกลับมาทางกรุงเทพฯ จนถึงสี่แยก จิรประวัติให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3004 ไปอีก 20 กม.เส้นทางนี้เป็นทิศใต้ของ บึงบอระเพ็ด ผา่ นปมั๊ ปตท. จนถึง กม.ที่ 8 จะมีป้ายอุทยานนกน้ำ ให้เลี้ยวซ้าย เข้าไปอีก 4กม. ถึง “อุทยานนกน้ำ” หรือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด” อุทยานมีจักรยานให้เช่า ราคา 10-15 บาท

ติดต่อบริการเรือ พาชมนกนานาชนิดที่หาดูยาก-พืชพรรณไม้น้ำ-ดอกบัวสีม่วง ชมพู บนาเต็มพื้นน้ำ

ลุงจร (08-9460-2720), ลุงพนม (08-1786-4330)

หากเข้าทางด้านเหนือของบึงให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชุมแสง ประมาณ 9 กม.มีทางแยกขวาอีก 2 กม. เข้าไปยัง “สถานีประมงบึงบอระเพ็ด” ในบริเวณมีบ่อเพาะพันธุ์ปลาและจระเข้ มีเรือหางยาวนำชมบึงด้วย มีบ้านพัก 3 หลัง ติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บึงบอระเพ็ด,ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ดนครสวรรค์ (0-5627-4525) เช้าเดินทางต่อไป จ.พิจิตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 3004 จากอุทยานนกน้ำไป อ.ท่าตะโก ระยะทาง 35 กิโลเมตรผ่านโรงพยาบาลท่าตะโก (0-5624-9036) 1 กิโลเมตร สังเกตแยกขวา เยื้องโรงพยาบาลเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2037 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ช่วง 3 กิโลเมตรแรกของถนนเส้นนี้ขับผ่านหมู่บ้าน ต่อด้วยถนนลาดยาง จนถึงวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์จากถนนมองเห็นวัดอยู่บนยอดเขา

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ อยู่บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโกเป็นพุทธสถาน ที่คณะศิษย์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นำโดย พระเทพโมลี สร้างขึ้นในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงบริจาคทุนทรัพย์ และทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์

วัดนี้เป็น ที่ตั้งของ เจดียศ์ รีพุทธคยา สร้างขึ้นเพื่อเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีและเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เจดีย์จำลองแบบมาจาก เจดีย์พุทธคยา ณ เมืองคยา ประเทศอินเดีย ย่อขนาดลงมาใหเ้หมาะสมกับสถานที่ ความสูง 28 เมตร

เสมอเหมือนพระพุทธเจ้า 28 พระองค์เชิงเขา มีลานจอดรถของวัด แล้วเดินขึ้นเขา ชมบรรยากาศโดยรอบ หรือจะขับไปตามถนนคอนกรีต ขึ้นเขาคดเคี้ยวใช้เวลา 5 นาที ถึงลานจอด เดินชมบริเวณเรือหลวง หรือจะขับขึ้นไปจนถึงลานจอดบนยอดเขา

จากนั้นเดินทางต่อ จากทางหลวง 3004 มุ่งหน้าขึ้นเหนือเข้าทางหลวงหมายเลข 11 (ส่วนใหญ่รถบรรทุกจะใช้เส้นทางนี้ ถนน 2 เลนสวน ทางซ่อมปะถนนทรุดเป็นระยะ) ผ่านกิ่งอ.ดงเจริญจนถึงสี่แยก อ.ทับคล้อ เลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 113 ไป อ.ตะพานหินระยะทาง 18 กิโลเมตร

แวะกราบพระพุทธเกตุมงคลหรือ หลวงพ่อโตตะพานหิน เพื่อเป็นศิริมงคล ที่วัดเทวปราสาทหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร องค์พระสูง 30 เมตรสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทางเข้าวัดอยู่บริเวณเชิงสะพานแม่น้ำน่าน

จากวัดเทวปราสาท ใช้ทางหลวงหมายเลข 113 ขับตรงไป จนถึงสี่แยกตะพานหิน เลี้ยวขวาไปอีก 11 กิโลเมตรถึงวัดเขารูปช้าง ด้านขวามือ เลี้ยวขวาตามถนนคอนกรีต ประมาณ 1 กิโลเมตรในตำบลดงป่าคำ อ.เมือง เป็นวัดในชุมชนเล็กๆ ที่อยู่โดยรอบวัดมีเจดีย์แบบลังกาตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 113 อีก 5 กิโลเมตร จนถึงสามแยก ตัดทางหลวงหมายเลข 1300 ให้เลี้ยวซ้าย

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1300 อีก 10 นาที ถึง วัดโพธิ์ประทับช้าง ในอ.โพธิ์ประทับช้าง วัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา หน้าวัดมีต้นตะเคียน อายุราว260 ปี วัดโดยรอบ 7 คนโอบ ภายในวัดมีพระวิหารสูงใหญ่

ออกจากวัดไป อ.โพธิ์ประทับช้างอีก 3 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1068 ระยะทางอีก 14 กิโลเมตร ผ่านอุทยานเมืองเก่าพิจิตรด้านขวามือ ผ่าน วัดโรงช้างจนถึงตัวเมืองพิจิตร

ช่วงเย็น ไปเดินชมธรรมชาติที่บึงสีไฟ พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื้อที่ 5,000 ไร่ ภายในบึงสีไฟ มีสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์สวนไม้ดอกไม้ประดับ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สะพานทอดยาวไปในบึงมีศาลาใหญ่ให้นั่งพักผ่อนกลางบึง หรือให้อาหารปลาเป็นกิจกรรมยามว่าง

สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติยื่นลงไปในบึงสีไฟจัดแสดงพันธุ์ปลานานาชนิด เปิดทุกวัน 09.00-18.00 น.วันหยุดเปิดถึง 19.00 น. (0-5661-1309)

ถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นพญาชาละวันอยู่ด้านหน้าทางเข้าบึงสีไฟมีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตรภายในเป็นห้องประชุมขนาดเล็ก 25-30 ที่นั่ง ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร อยู่ด้านหน้าบึงสีไฟมีทั้งเครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอมะขามแกว้ สี่รส เปดิ ทุกวัน 10.00-17.00 น. เว้นวันจันทร์

ในตัวเมืองมีทั้งโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ราคา 400-500 บาทอาหารมื้อเย็นฝากท้องในตลาดตัวเมือง

ก่อนเดินทางกลับ แวะกราบนมัสการหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพิจิตร เพื่อเป็นสิริมงคล วัดท่าหลวงอยู่บนถนนบุษบา ใน อ.เมือง ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัดเก่า โบสถ์เปิดให้เข้านมัสการหลวงพ่อเพชร ทุกวัน 09.00-16.00 น.