<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>Thailand Travel - Thailand Christmas, Koh Samui, Koh Tao, Koh Samed, Koh Chang, Krabi, Phuket</title>
	<atom:link href="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger</link>
	<description>Drive Thailand, Thailand Travel, Thailand Christmas, Koh Samui, Koh Tao, Koh Samed, Koh Chang, Krabi, Phuket</description>
	<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 04:55:33 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>การทำพาสปอร์ตรถ (เล่มม่วง)</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2009 05:37:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ข้ามชายแดน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=448</guid>
		<description><![CDATA[เอกสารประกอบคำขอ

ขั้นตอนที่1 การเตรียมเอกสารรถกับขนส่งทางบก ว่าด้วย พาสปอร์ตรถ

ระเบียบการทำพาสปอร์ตรถ

การขนส่งทางถนนในต่างประเทศ รถทุกคันต้องมีหนังสือเดินทาง ประจำรถคันนั้นๆ  เพื่อตรวจสอบได้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับติดสติกเกอร์เป็นภาษาอังกฤษตัว T  ที่ย่อมาจากคำว่า "ไทยแลนด์" ที่กระจกด้านหน้าคนขับ  หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตประจำรถ ติดต่อขอทำได้ที่ขนส่งจังหวัด มีหลักฐานดังนี้  กรณีบุคคลธรรมดา

• สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน

• สำเนารายการจดทะเบียนรถและหน้ารายการชำระภาษี

• หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของรถ กรณีที่เจ้าของไม่มาด้วยตนเอง

• ยื่นคำขออื่นๆ

2. กรณีห้างหุ้นส่วนฯ บริษัทฯ และบริษัทจำกัดมหาชน หรือรถที่ติดไฟแนนซ์

• หนังสือรับรองบริษัท /ห้างฯ

• สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของกรรมการผู้จัดการที่มีอำนาจ

• สำเนารายการจดทะเบียนรถและหน้ารายการชำระภาษี

• หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ไม่มาด้วยตนเอง) หรือผู้เช่าซื้อ

•  ยื่นคำขออื่น ๆ

ขึ้นตอนที่ 2 การยื่นเอกสารกับด่านตรวจคนเข้าเมือง ฝั่งไทย ณ ด่านที่จะนำรถออก

โดยกรอกเอกสารแบบคำขอรายการเกี่ยวกับพาหนะ (ตม. ๒)  และ แบบคำขอบัญชีคนโดยสาร (ตม. ๓) รถ 1คัน ต้องมีแบบคำขอ ตม.2 และตม.3 อย่างละ 2 แผ่น  เพื่อดำเนินการทั้งขาออกและขาเข้า

เอกสารประกอบมีดังนี้

1.สำเนาทะเบียนรถ พร้อมหน้าเสียภาษี

2.สำเนาใบขับขี่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอกสารประกอบคำขอ</strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ขั้นตอนที่</span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">1</span></strong> การเตรียมเอกสารรถกับขนส่งทางบก ว่าด้วย พาสปอร์ตรถ</p>
<p>ระเบียบการทำพาสปอร์ตรถ</p>
<p>การขนส่งทางถนนในต่างประเทศ รถทุกคันต้องมีหนังสือเดินทาง ประจำรถคันนั้นๆ  เพื่อตรวจสอบได้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับติดสติกเกอร์เป็นภาษาอังกฤษตัว T  ที่ย่อมาจากคำว่า &#8220;ไทยแลนด์&#8221; ที่กระจกด้านหน้าคนขับ  หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตประจำรถ ติดต่อขอทำได้ที่ขนส่งจังหวัด มีหลักฐานดังนี้  กรณีบุคคลธรรมดา</p>
<p>• สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน</p>
<p>• สำเนารายการจดทะเบียนรถและหน้ารายการชำระภาษี</p>
<p>• หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของรถ กรณีที่เจ้าของไม่มาด้วยตนเอง</p>
<p>• ยื่นคำขออื่นๆ</p>
<p>2. กรณีห้างหุ้นส่วนฯ บริษัทฯ และบริษัทจำกัดมหาชน หรือรถที่ติดไฟแนนซ์</p>
<p>• หนังสือรับรองบริษัท /ห้างฯ</p>
<p>• สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของกรรมการผู้จัดการที่มีอำนาจ</p>
<p>• สำเนารายการจดทะเบียนรถและหน้ารายการชำระภาษี</p>
<p>• หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ไม่มาด้วยตนเอง) หรือผู้เช่าซื้อ</p>
<p>•  ยื่นคำขออื่น ๆ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ขึ้นตอนที่ 2</span></strong> การยื่นเอกสารกับด่านตรวจคนเข้าเมือง ฝั่งไทย ณ ด่านที่จะนำรถออก</p>
<p>โดยกรอกเอกสารแบบคำขอรายการเกี่ยวกับพาหนะ (ตม. ๒)  และ แบบคำขอบัญชีคนโดยสาร (ตม. ๓) รถ 1คัน ต้องมีแบบคำขอ ตม.2 และตม.3 อย่างละ 2 แผ่น  เพื่อดำเนินการทั้งขาออกและขาเข้า<strong></strong></p>
<p>เอกสารประกอบมีดังนี้</p>
<p>1.สำเนาทะเบียนรถ พร้อมหน้าเสียภาษี</p>
<p>2.สำเนาใบขับขี่ ผู้นำรถออกไป</p>
<p>3.ในกรณีข้ามไป สปป.ลาว ต้องมีพาสปอร์ตรถ</p>
<p>4.ในกรณีเจ้าของรถแต่ไม่ไช่คนนำออก ต้องมีหนังสือมอบอำนาจนำรถออกด้วยดังนี้</p>
<p>หนังสือมอบอำนาจนำรถออกนอกราชอาณาจักร และ อากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณีเจ้าของรถไม่ได้ขับรถเองหรือ รถติดไฟแนนซ์อยู่  ,สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ เจ้าของรถหรือผู้มีอำนาจลงนามของไฟแนนซ์ พร้อมลายเซ็นรับรอง,ในกรณีรถยังติดไฟแนนซ์ ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนของไฟแนนซ์ประกอบไปด้วย ,สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ผู้นำรถออก)</p>
<p><strong>เอกสารทั้งหมดยื่นพร้อม ต.ม </strong><strong>2 </strong><strong>และ ต.ม </strong><strong>3 </strong><strong>ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่นำรถออก</strong><strong> </strong><strong>ในเวลาราชการ เสาร์-อาทิตย์ หรือนอกเวลาราชการ</strong><strong> </strong><strong>เสียค่าล่วงเวลาอีกสำหรับรถยนต์ คันละ </strong><strong>100 </strong><strong>บาท</strong></p>
<p><strong></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">ขั้นตอนที่ 3</span></strong> ยื่นขอกับด่านศุลกากร ฝั่งไทย ณ.ด่านที่ต้องการนำรถยนต์ออก</p>
<p>ในกรณี ออกด่านหนึ่ง และกลับเข้ามาอีกด่านหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะพิมพ์ใบขนพิเศษให้ และเมื่อกลับมาถึงด่านต้องคืนให้กับเจ้าหน้าที่<strong> <span style="text-decoration: underline;">ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าบริการ (ยกเว้นอยากให้เอง)</span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด่านตรวจภาคเหนือ</span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><em><a href="http://maesai.immigration.go.th/" target="_blank">ด่านแม่สาย</a></em></strong> อ.แม่สาย เชียงราย 0-5373-1008-9</p>
<p><a href="http://chiangsaen.immigration.go.th/" target="_blank"><strong><em>ด่านเชียงของ </em></strong></a>อ.เชียงของ เชียงราย 0-5379-1332</p>
<p><strong><em>ด่านแม่สอด</em></strong> อ.แม่สอด ตาก 0-5556-3000</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด่านตรวจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</span></strong><strong></strong></p>
<p><a href="http://nongkhai.immigration.go.th/" target="_blank"><strong><em>ด่านหนองคาย</em></strong> </a>อ.เมือง หนองคาย 0-4241-1605</p>
<p><strong><em>ด่านท่าลี่</em></strong> อ.ท่าลี่ เลย 0-4288-9208</p>
<p><strong><em>ด่านมุกดาหาร</em></strong> อ.เมือง มุกดาหาร 0-4261-1074</p>
<p><strong><em>ด่านนครพนม</em></strong> อ.เมือง นครพนม 0-4251-1235</p>
<p><strong><em>ด่านช่องเม็ก</em></strong> อ.สิรินธร อุบลราชธานี 0-4541-1108</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด่านตรวจภาคกลาง</span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><em><a href="http://aran.immigration.go.th/">ด่านอรัญประเทศ</a></em></strong> อ.อรัญประเทศ สระแก้ว0-3723-1131<strong></strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด่านตรวจภาคใต้</span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><em><a href="http://sadao.immigration.go.th/" target="_blank">ด่านสะเดา</a></em></strong> อ.สะเดา สงขลา 0-7430-1107</p>
<p><a href="http://padang.immigration.go.th/" target="_blank"><strong><em>ด่านปาดังเบซาร์</em></strong> </a>อ.สะเดา สงขลา 0-7452-1020</p>
<p><strong><em><a href="http://sungaikolok.immigration.go.th/" target="_blank">ด่านสุไหงโกลก</a></em></strong> อ.สุไหงโก-ลก นราธิวาส 0-7361-1231</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_5_Image_0004.jpg" alt="" width="598" height="245" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำใบอนุญาตขับขี่สากล และเอกสารการนำรถออกจากประเทศ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81-2/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2009 05:36:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ข้ามชายแดน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=445</guid>
		<description><![CDATA[ใบอนุญาตขับขี่สากล -หลักฐานประกอบคำขอ



1. หนังสือเดินทาง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง

2. สำเนาทะเบียนบ้าน

3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

4. ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ตลอดชีพ หรือ 5 ปี ฉบับจริง พร้อมสำเนา

5. รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด 2 นิ้ว หรือ 2 นิ้วครึ่ง 2 ใบ

6.ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนา สำหรับผู้หญิง

6. ค่าธรรมเนียม 505 บาท

ผู้ที่ต้องการขอหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตขับรถยนต์ฉบับภาษาอังกฤษ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม อีก 1 ชุด

การ ขอมีใบอนุญาตขับขี่ฯขั้นตอนไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยเพราะไม่ต้องสอบทฤษฎีหรือปฏิบัติกันอีก ยื่นเอกสารไป ก็ได้ใบอนุญาตมา แต่เมื่อหมดอายุ 1 ปี และไม่สะดวกที่จะต่ออายุด้วยตัวเอง สามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่น ยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้

เอกสารทุกอย่างใช้สำเนาได้ และต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ยกเว้น ใบอนุญาตขับขี่และหนังสือเดินทาง ต้องนำฉบับจริงมาแสดงด้วย  ยื่นคำร้องที่แผนกใบอนุญาตขับรถยนต์ฯ กรมการขนส่งทางบก  ถ.พหลโยธิน กรุงเทพฯ สำหรับต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ กรมขนส่งทางบกประจำจังหวัด

 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ใบอนุญาตขับขี่สากล -หลักฐานประกอบคำขอ</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p>1. หนังสือเดินทาง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง</p>
<p>2. สำเนาทะเบียนบ้าน</p>
<p>3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน</p>
<p>4. ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ตลอดชีพ หรือ 5 ปี ฉบับจริง พร้อมสำเนา</p>
<p>5. รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด 2 นิ้ว หรือ 2 นิ้วครึ่ง 2 ใบ</p>
<p>6.ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนา สำหรับผู้หญิง</p>
<p>6. ค่าธรรมเนียม 505 บาท</p>
<p>ผู้ที่ต้องการขอหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตขับรถยนต์ฉบับภาษาอังกฤษ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม อีก 1 ชุด</p>
<p>การ ขอมีใบอนุญาตขับขี่ฯขั้นตอนไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยเพราะไม่ต้องสอบทฤษฎีหรือปฏิบัติกันอีก ยื่นเอกสารไป ก็ได้ใบอนุญาตมา แต่เมื่อหมดอายุ 1 ปี และไม่สะดวกที่จะต่ออายุด้วยตัวเอง สามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่น ยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้</p>
<p>เอกสารทุกอย่างใช้สำเนาได้ และต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ยกเว้น ใบอนุญาตขับขี่และหนังสือเดินทาง ต้องนำฉบับจริงมาแสดงด้วย  ยื่นคำร้องที่แผนกใบอนุญาตขับรถยนต์ฯ กรมการขนส่งทางบก  ถ.พหลโยธิน กรุงเทพฯ สำหรับต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ กรมขนส่งทางบกประจำจังหวัด</p>
<p class="style2">
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_3_Image_0005.jpg" alt="" width="379" height="515" /> <img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_2_Image_0005.jpg" alt="" width="288" height="379" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การเดินทางข้ามแดน</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2009 05:29:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ข้ามชายแดน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=442</guid>
		<description><![CDATA[ผู้ที่จะเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านต้องรู้ข้อจำกัดและกฎหมายที่จะห้ามสินค้าและของต้องห้ามอะไรบ้างนำเข้ามาหรือนำออกอย่างเด็ดขาด คือยาเสพติดให้โทษทุกชนิด เช่น ยาบ้า เฮโรอีน กัญชา ยาเค ยาไอซ์ ฝิ่น ยาอี ฯลฯ วัตถุลามก สิ่งเทียมอวัยวะเพศ สิ่งพิมพ์ลามก ภาพยนตร์ลามกในรูป VCD หรือ DVD  สินค้า หรือสิ่งของที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือปลอมแปลง เลียนแบบ เครื่องหมายการค้า หรือตรายี่ห้อ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เข็มขัด รองเท้า ปากกา แว่นตา นาฬิกา พวงกุญแจ VCDหรือDVDภาพยนตร์ หรือCDเพลง Mp3  สินค้าที่มีตราหรือลวดลายเป็นรูปธงชาติ  เงินตรา พันธบัตร เหรียญกษาปณ์ ดวงตราแผ่นดิน รอยตราแผ่นดิน หรือพระปรมาภิไธย ดวงตราหรือรอยตราของทางราชการ อันเป็นของปลอม





ของที่ถูกจำกัดในการนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรไทย หมายถึงต้องได้รับอนุญาตจากส่วนราชการ  เครื่องวิทยุคมนาคม และส่วนประกอบวิทยุคมนาคม ต้องได้รับอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลขอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธ เช่น ปืนอัดลมเด็กเล่น ฯ ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย ยา เครื่องสำอาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้ที่</strong>จะเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน<strong>ต้องรู้ข้อจำกัดและกฎหมาย</strong>ที่จะห้ามสินค้าและของต้องห้ามอะไรบ้างนำเข้ามาหรือนำออกอย่างเด็ดขาด<strong> </strong>คือ<strong>ยาเสพติดให้โทษทุกชนิด</strong> เช่น ยาบ้า เฮโรอีน กัญชา ยาเค ยาไอซ์ ฝิ่น ยาอี ฯลฯ <strong>วัตถุลามก สิ่งเทียมอวัยวะเพศ สิ่งพิมพ์ลามก ภาพยนตร์ลามก</strong>ในรูป VCD หรือ DVD  <strong>สินค้า หรือสิ่งของที่ละเมิดลิขสิทธิ์</strong> หรือปลอมแปลง เลียนแบบ เครื่องหมายการค้า หรือตรายี่ห้อ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เข็มขัด รองเท้า ปากกา แว่นตา นาฬิกา พวงกุญแจ VCDหรือDVDภาพยนตร์ หรือCDเพลง Mp3  สินค้าที่มีตราหรือลวดลายเป็นรูปธงชาติ  <strong>เงินตรา พันธบัตร เหรียญกษาปณ์ </strong>ดวงตราแผ่นดิน รอยตราแผ่นดิน หรือพระปรมาภิไธย ดวงตราหรือรอยตราของทางราชการ อันเป็นของปลอม</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ของที่ถูกจำกัดในการนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรไทย</strong> หมายถึงต้องได้รับอนุญาตจากส่วนราชการ  <em>เครื่องวิทยุคมนาคม และส่วนประกอบวิทยุคมนาคม ต้องได้รับอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลข</em>อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธ เช่น ปืนอัดลมเด็กเล่น ฯ ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย <em>ยา เครื่องสำอาง อาหารสำเร็จรูป ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข</em><em>พระพุทธรูป ศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร</em><em>สัตว์ป่าสงวน สัตว์มีชีวิต ซากสัตว์ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์</em><strong>กรมคุ้มครองสัตว์ป่า ประมง พันธุ์พืช พันธุ์ยาง ยางธรรมชาติ พืช หรือซากพืช ต้องได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>สิ่งที่ได้รับการผ่อนผัน ยกเว้นอากร</strong> สุราหรือเบียร์ หรือไวน์ สามารถนำเข้าได้ไม่เกิน 1 ลิตร บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์หรือยาเส้น อย่างละ 250 กรัม หรือหลายชนิดรวมกัน มีน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม แต่ต้องไม่เกิน 200 มวน  กรณีที่นำของต้องห้าม หรือของต้องจำกัดที่ไม่ได้รับอนุญาต เข้ามา หรือ ส่งออก นอกราชอาณาจักรไทย มีความผิดตาม มาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มี<strong>ความผิดต้องระวางโทษปรับ </strong><strong>4</strong><strong> เท่าของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน </strong><strong>10</strong><strong> ปี</strong> หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>
<p><strong>หนังสือเดินทางสำหรับการเดินทางเข้าไปพม่า</strong></p>
<p>1.หนังสือเดินทาง สำหรับประชาชนทุกสัญชาติที่มีวีซ่า สปป.ลาว-สหภาพพม่า สามารถเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศทั้งสองได้เป็นเวลา15-30 วัน</p>
<p>2.หนังสือผ่านแดนชั่วคราว สำหรับคนไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งให้บุตรที่อายุไม่เกิน12 ปี มีชื่อร่วมอยู่ในหนังสือผ่านแดนนี้ได้ด้วย</p>
<p><em></em></p>
<p><em></em></p>
<p><em><span class="style7">หนังสือผ่านแดนใช้ได้เพียงครั้งเดียว โดยอนุญาตให้พำนักอยู่ในพื้นที่ชายแดน</span></em><span class="style7"><em>แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาวได้15 วัน และจังหวัดท่าขี้เหล็ก สหภาพพม่าได้7วัน<strong>เดินทางเข้าจุดไหนต้องออกจุดนั้น</strong>และหากเดินทางออกนอกพื้นที่ชายแดนตามที่ได้ระบุไว้จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายของ สปป.ลาวและสหภาพพม่า</em></span><em></em></p>
<p><em></em></p>
<p><span class="style8">เอกสารที่ต้องใช้ -ค่าธรรมเนียมและแบบฟอร์ม 30บาท สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ ถ้าเข้า สปป.ลาว ต้องใช้รูปถ่ายขนาด1นิ้ว จำนวน2 รูป สำหรับสหภาพพม่าไม่ต้องใช้รูป</span></p>
<p>สถานที่ขอหนังสือฯขอได้ที่ที่ว่าการอำเภอเชียงของอำเภอเชียงแสนอำเภอแม่สายและที่บริเวณด่านข้ามแดนโดยเอกชนที่ทางการกำหนด</p>
<p class="style2">
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_6_Image_0005.jpg" alt="" width="602" height="398" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_7_Image_0001.jpg" alt="" width="308" height="397" /></p>
<p><strong>ข้อควรทราบในการข้ามแดน</strong></p>
<p>*เวลา ปิด - เปิด ด่านพรมแดนไทย – เมียนมาร์ ระหว่างเวลา 06.30-18.30 น.</p>
<p>*อนุญาตให้ชาวไทยและชาวเมียนมาร์ข้ามพรมแดนเพื่อการท่องเที่ยวได้รัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร</p>
<p>*สำหรับคนไทย เอกสารที่จะข้ามไปยังฝั่งเมียนมาร์ คือ  บุคคลทั่วไปใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน</p>
<p>รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ให้ใช้ทะเบียนรถฉบับจริง</p>
<p>* การข้ามแดนเสียค่าธรรมเนียมทำบัตรฝั่งไทย คนละ40บาท</p>
<p>*ทางฝั่งเมียนมาร์ เก็บค่าผ่านพรมแดน10บาท สำหรับคนไทย  ชาวต่างประเทศ คนละ5 ดอลลาร์</p>
<p>*นำรถยนต์เข้าไปยังฝั่งเมียนมาร์ เสียค่าธรรมเนียมรถ คันละ60บาท มีคนโดยสารคิดรายคนละ10บาท</p>
<p>*รถจักรยานยนต์ผ่านเข้า - ออก เสียค่าธรรมเนียมคันละ 10 บาท</p>
<p>*การซื้อขายในฝั่งท่าขี้เหล็ก ใช้เงินสกุลไทย เป็นหลัก</p>
<p>* การจราจร ฝั่งเมียนมาร์ใช้ระบบชิดขวา</p>
<p><strong>นำรถข้ามแดนไปฝั่งโขง</strong></p>
<p>ตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2551 ประชาชนหรือผู้ประกอบการขนส่ง ที่ประสงค์นำรถจากประเทศไทยข้ามแดนไปใช้ในกลุ่มประเทศ ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ (มณฑลยูนนานและกวางสี) ต้องติดแผ่นป้าย ทะเบียนรถภาษาอังกฤษ แสดงชื่อประเทศ หมายเลขทะเบียนรถ หมายเลขประจำหมวดและรหัสจังหวัด เป็นผลมาจากความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดน</p>
<p>รถที่สามารถนำไปใช้ในกลุ่มประเทศภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้แก่ รถเก๋งหรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน หรือรถตู้ รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หรือรถปิคอัพ รถยนต์บรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คนหรือรถแท็กซี่ รถยนต์บริการทัศนาจร รถยนต์บริการให้เช่า รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง รถยนต์รับจ้าง ระหว่างจังหวัด รถยนต์ของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต คณะผู้แทนทางกงสุล หรือ องค์กรระหว่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทย</p>
<p>เจ้าของรถหรือผู้ประกอบการขนส่ง ที่จะนำรถไปใช้ในประเทศภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สามารถยื่นขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถภาษาอังกฤษ ได้ที่ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ตามที่รถอยู่ในความรับผิดชอบ</p>
<p>โดยนำสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีเป็นนิติบุคคลหากไม่มาดำเนินการด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจมาแสดงโดยรถที่นำข้ามไปใช้ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ให้ใช้เพื่อการท่องเที่ยวหรือการขนส่งจากประเทศต้นทางเท่านั้น</p>
<p><strong>คนไทยไปลาวไม่กี่วัน ไม่ต้องขอวีซ่า</strong><strong></strong></p>
<p><strong>คน</strong>ไทย ที่จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวใน ส.ป.ป.ลาว สามารถใช้หนังสือเดินทาง (ที่อายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน) ไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน  แต่ถ้าจะอยู่ต่อเกิน 30 วัน ต้องขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของลาว ตั้งอยู่ในประเทศไทยเสียค่าธรรมเนียม 600 บาท กรณีที่ต้องเดินทางเร่งด่วนและมิได้ขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ลาว หรือขอวีซ่าประเภท Visa on Arrival ที่ด่านสากลลาวได้</p>
<p>ส่วนการใช้บัตรผ่านแดน(Border Pass) ไปทำบัตรผ่านแดนเข้าส.ป.ป.ลาวได้ที่ศาลากลางจังหวัดต่างๆ ของไทยที่มีจุดผ่านแดนถาวร หรือด่านสากล ตามชายแดนติดต่อกับ ส.ป.ป.ลาว</p>
<p>ใช้หลักฐาน คือ บัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนา และรูปถ่าย 2 ใบ เสียค่าธรรมเนียม 40 บาท โดยสามารถพำนักที่ ส.ป.ป.ลาวได้ 3 วัน (2 คืน) และเมื่อเดินทางเข้า ส.ป.ป.ลาว จะสามารถเดินทางได้ในขอบเขตที่ทางการลาวกำหนด เช่น หากเดินทางจากจังหวัดหนองคายไปนครหลวงเวียงจันทน์โดยใช้บัตรผ่านแดนห้ามเดิน ทางออกนอกเขตนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นต้น  <span style="text-decoration: underline;">คนที่ไม่มีหนังสือเดินทางไปทำบัตรผ่านแดน</span>แล้วไปเที่ยวให้สนุกได้แต่<span style="text-decoration: underline;">ไม่เกิน 3 วัน 2 คืน</span></p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_1_Image_0005.jpg" alt="" width="289" height="431" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวอย่าง เส้นทางขับรถเที่ยว</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:46:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=439</guid>
		<description><![CDATA[กรุงเทพ – เชียงใหม่  5 วัน 4 คืน   (ชมดอกพญาเสือโคร่งบาน)

กรุงเทพ-เขื่อนภูมิพล- อช.แจ้ซ้อน-บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน-อช.ห้วยน้ำดัง-กทม.

ออกจากกรุงเทพ 06.00 น. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน)   แวะกินข้าวอาหารเช้า  ที่ตลาดปากบาง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี แนะนำผัดไทยโบราณ แวะซื้อขนมเปี๊ยะไปกินกลางทาง  ก่อนมุ่งหน้าต่อไปตามถนนหมายเลข 1 ขึ้นนครสวรรค์  ถึงแยกพยุหะคีรี ตรงไปอีกหน่อย แยกเข้าถนนบายพาสไป จ.กำแพงเพชร  มุ่งสู่ไป จ.ตาก   แวะกินข้าวเที่ยง ที่ตลาดเมืองตาก   เดินทางต่อไป เขื่อนภูมิพล เพื่อพักค้างคืน โดยใช้ตามเส้นทาง อ.บ้านตาก  เข้าสู่ อ.สามเงา  เลี้ยวซ้ายที่แยกทางเข้า เขื่อนภูมิพล  เพื่อพักค้างคืนบนแพเหนือเขื่อน 1 คืน วันนี้มีเวลาพักผ่อนตามสมควร ชมอาทิตย์ตก

เช้าขึ้นมาชมอาทิตย์ขึ้นเหนือเขื่อน  รับประทานอาหารเช้า เที่ยวชมธรรมชาติเหนือสันเขื่อน

สายๆ ออกเดินทางต่อ เป้าหมาย อุทยานแห่งชาติ แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน  จ.ลำปาง จากถนนหมายเลข 1 ต่อไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพ </strong><strong>–</strong><strong> เชียงใหม่  5 วัน 4 คืน   (ชมดอกพญาเสือโคร่งบาน)</strong></p>
<p>กรุงเทพ-เขื่อนภูมิพล- อช.แจ้ซ้อน-บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน-อช.ห้วยน้ำดัง-กทม.</p>
<p>ออกจากกรุงเทพ 06.00 น. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน)   แวะกินข้าวอาหารเช้า  ที่<strong>ตลาดปากบาง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี</strong> แนะนำผัดไทยโบราณ แวะซื้อขนมเปี๊ยะไปกินกลางทาง  ก่อนมุ่งหน้าต่อไปตามถนนหมายเลข 1 ขึ้นนครสวรรค์  ถึงแยกพยุหะคีรี ตรงไปอีกหน่อย แยกเข้าถนนบายพาสไป จ.กำแพงเพชร  มุ่งสู่ไป จ.ตาก   แวะกินข้าวเที่ยง ที่ตลาดเมืองตาก   เดินทางต่อไป <strong>เขื่อนภูมิพล</strong> เพื่อพักค้างคืน โดยใช้ตามเส้นทาง อ.บ้านตาก  เข้าสู่ อ.สามเงา  เลี้ยวซ้ายที่แยกทางเข้า เขื่อนภูมิพล  เพื่อ<strong>พักค้างคืนบนแพเหนือเขื่อน</strong> 1 คืน วันนี้มีเวลาพักผ่อนตามสมควร ชมอาทิตย์ตก</p>
<p>เช้าขึ้นมาชมอาทิตย์ขึ้นเหนือเขื่อน  รับประทานอาหารเช้า เที่ยวชมธรรมชาติเหนือสันเขื่อน</p>
<p>สายๆ ออกเดินทางต่อ เป้าหมาย <strong>อุทยานแห่งชาติ แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน  จ.ลำปาง</strong> จากถนนหมายเลข 1 ต่อไป จ.ลำปาง ถึงอ.เกาะคา แยกเข้าทางหลวงจังหวัด 1034 มุ่งหน้าไป อ.ห้างฉัตร แวะเที่ยว<strong>วัดพระธาตุลำปางหลวง</strong> ก่อนจะวกกลับมาทางอ.เมือง เพื่อเดินทางต่อไป อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน ซึ่งอยู่ห่างจากอ.เมือง  ประมาณ 75 กิโลเมตร  แวะอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน พักผ่อนสบายๆ 1 คืน ที่บ้านพักของอุทยานฯ (จองล่วงหน้า)</p>
<p>รุ่ง เช้า ออกเดินทางต่อไป จ.เชียงใหม่ วันนี้จะไปพัก ณ บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน สถานที่ใหม่ ในดงพญาเสือโคร่ง  ตามถนนสายหลัก ผ่านลำพูน เข้าเชียงใหม่  เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ  แวะ<strong>ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ</strong> เพื่อความเป็นสิริมงคล  ราวเที่ยงออกเดินทางต่อขึ้นทางทางเส้นพระตำหนัก ผ่านบ้านแม้วดอยปุย  จากนั้นให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางเล็กๆ ที่มีป้ายบอกทางไป <strong>บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน </strong>ระยะทางช่วงนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นทางแคบมากๆ  และชัน คดเคี้ยว  คืนนี้เราจะกางเตนท์นอนใต้ต้นพญาเสือโคร่งที่ออกดอกบานสพรั่ง บริเวณลานกางเตนท์ดอยสุเทพ-ปุย ที่นี่มีร้านอาหาร สะดวกสบายตามสมควร</p>
<p>เช้ารุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า เก็บข้าวของขึ้นรถ  ขับเข้าไปเที่ยวที่<strong>บ้านม้ง</strong> ที่อยู่ไม่ไกลนัก เพื่อ<strong>ชมดอกพญาเสือโคร่งออกดอกบานสะพรั่ง</strong> ตลอดเส้นทางรถ เดินถ่ายรูปได้สบาย ซึ่งบางช่วงเป็นทางดินลูกรังอัดแน่น (แต่รถเก๋งเข้าได้)   ไป<strong>จิบกาแฟสด</strong>ที่ร้านค้า 1 เดียวของสถานที่แห่งนี้   ซึ่งเป็นของโครงการสถานีเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ถ่าย รูปพักผ่อน กระทั่งสายๆ ถ่ายรูปเบื่อ  ก็ขับรถกลับเชียงใหม่ ตามเส้นทางเดิม  ก่อนมุ่งหน้าต่อไป อ.แม่ริม  เลี้ยวเข้าถนนสาย 1095 ที่มุ่งหน้าไป อช.ห้วยน้ำดัง  แวะกินข้าวเที่ยง ที่ตลาดแม่มาลัย อ.แม่แตงก่อน จากนั้นขับรถไปตามถนนสาย 1095 กระทั่งถึง <strong>อช.ห้วยน้ำดัง</strong> พักค้างคืน</p>
<p>เช้าขึ้นมาชมทะเลหมอก  เดินชมธรรมชาติ  กินข้าวเช้า เก็บข้าวของเดินทางกลับ ระหว่างทาง ขากลับ เวลาน้อย เลยไม่แวะโป่งเดือด  แต่เลยไปพัก<strong>จิบกาแฟ ที่ร้านแป้นเกล็ด</strong> ปากทางเข้าน้ำตกหมอกฟ้า  ก่อนจะตีรถเข้า<strong>เชียงใหม่ </strong>แวะกินข้าวเที่ยงระหว่างทาง  ซื้อของฝากที่<strong>ตลาดวโรรส</strong>จากนั้นก็ขับรถยาว กลับเข้ากรุงเทพมหานคร</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong>- ช่วงดอกพญาเสือโคร่งบาน ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่ต้องหนาวจัด(ต้องตรวจสอบก่อน) การเดินทางทริปนี้  รถทุกชนิดไปได้  ที่พัก ,ร้านอาหาร  อช.มีบริการ</p>
<p class="style2">
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_15_Image_0005.jpg" alt="" width="559" height="321" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_15_Image_0006.jpg" alt="" width="266" height="173" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เส้นทางลัดช่วงเทศกาล</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:45:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=436</guid>
		<description><![CDATA[เส้นทางสู่ภาคเหนือ  -ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต(สาย31)หรือใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ต่อไปสาย อุตราภิมุข เข้าถนนพหลโยธิน(สาย1) ถึง ต่างระดับบางปะอินเข้าถนนเอเซีย(สาย32) มุ่งหน้าพระนครศรีอยุธยา  อ่างทอง เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ หรือเข้าถนนพหลโยธิน (สาย1) มุ่งสระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (0-2521-3745,0-2529-1441,0-3524-5093)

เส้นทางที่ 2 ใช้ถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย302) เข้าถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี (สาย340) เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนตะวันตก (สาย9)จนถึงต่างระดับบางปะอินแล้วใช้ถนนพหลโยธิน(สาย1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ถนนเอเซีย (สาย32) ไปภาคเหนือ (0-2529-1441,0- 2527-2488 ,0-3524-5093)

เส้นทางที่ 3 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ใช้ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี(สาย 340) ผ่านสุพรรณบุรีไปสู่ชัยนาทเข้าถนนเอเซีย (สาย32) ไปสู่จังหวัดนครสรรค์ เพื่อไปภาคเหนือ  (0-2527 2488, 0-3555-5434)

เส้นทางที่ 4 ถนน รามอินทรา (สาย304) ใช้ถนนต่างระดับลำลูกกา (สาย 9)ถึงแยกพหลโยธิน(สาย1) เลี้ยวขวาเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเลี้ยวซ้ายไปต่างระดับบางปะอินเข้าถนนเอเซีย (สาย32) มุ่งสู่ภาคเหนือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เส้นทางสู่ภาคเหนือ  -ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 1</strong> ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต(สาย31)หรือใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ต่อไปสาย อุตราภิมุข เข้าถนนพหลโยธิน(สาย1) ถึง ต่างระดับบางปะอินเข้าถนนเอเซีย(สาย32) มุ่งหน้าพระนครศรีอยุธยา  อ่างทอง เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ หรือเข้าถนนพหลโยธิน (สาย1) มุ่งสระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (0-2521-3745,0-2529-1441,0-3524-5093)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 2</strong> ใช้ถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย302) เข้าถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี (สาย340) เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนตะวันตก (สาย9)จนถึงต่างระดับบางปะอินแล้วใช้ถนนพหลโยธิน(สาย1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ถนนเอเซีย (สาย32) ไปภาคเหนือ (0-2529-1441,0- 2527-2488 ,0-3524-5093)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 3</strong> จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ใช้ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี(สาย 340) ผ่านสุพรรณบุรีไปสู่ชัยนาทเข้าถนนเอเซีย (สาย32) ไปสู่จังหวัดนครสรรค์ เพื่อไปภาคเหนือ  (0-2527 2488, 0-3555-5434)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 4 </strong>ถนน รามอินทรา (สาย304) ใช้ถนนต่างระดับลำลูกกา (สาย 9)ถึงแยกพหลโยธิน(สาย1) เลี้ยวขวาเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเลี้ยวซ้ายไปต่างระดับบางปะอินเข้าถนนเอเซีย (สาย32) มุ่งสู่ภาคเหนือ (0-2521-3745,0 3524-5039,0 3621-1105)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 5</strong> จากบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ (สาย304) ห้าแยกปากเกล็ด ใช้ถนนติวานนท์ (สาย306) เลี้ยวขวาข้ามถนนบางพูน-บางปะหัน (สาย347)ผ่านต่างระดับเชียงรากน้อยจนบรรจบถนนเอเซีย (สาย32) ที่ อ.บางปะหันมุ่งภาคเหนือ หรือเข้าถนนพหลโยธิน (สาย 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (0-2529-1441, 0-3524-5093,0-3621-1105)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 6</strong> จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (สาย305)ผ่านต่างระดับธัญบุรี ตรงไปจังหวัดนครนายก กบินทร์บุรีเพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (0-2529-1441,0- 3733-5383)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 7 </strong>จาก ถนนรามอินทรา ใช้ถนนรามอินทรา- สุวินทวงค์ (สาย304) ผ่านฉะเชิงเทรา, พนมสารคาม,กบินทร์บุรี ปักธงชัย เข้าสู่ถนนมิตรภาพ (สาย 2) ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (0 2521-3745, 0 3851-1015)</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">เส้นทางแนะนำเพื่อเลี่ยงสะพานเดชาติวงศ์</span></strong></p>
<p><strong>เส้นทางที่ 1</strong> <span style="text-decoration: underline;">ทางหลวงหมายเลข 11 เริ่มแยกอินทร์บุรี-พิษณุโลก</span> <strong>เมื่อเดินทางถึงสะพานต่างระดับอินทร์บุรี</strong> (สาย32กม.158) เลี้ยวขวาใช้สาย 11 ผ่านอ.ตากฟ้า อ.ท่าตะโก อ.สากเหล็ก  <strong>ถึงสามแยกวังทอง</strong> ให้เลี้ยวซ้ายใช้สาย 12 ผ่านจังหวัดพิษณุโลกเพื่อเดินทางไปภาคเหนือ</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 2 </strong><span style="text-decoration: underline;">ใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ด้านตะวันตก-อ.โกรกพระ</span> <strong>เมื่อถึงสามแยกท่าน้ำอ้อย</strong> (สาย1 กม.206)ให้เลี้ยวซ้ายใช้สาย 333ผ่านจังหวัดอุทัยธานีให้เลี้ยวขวาใช้สาย 3220 <strong>ถึงสามแยกอ.โกรกพระ</strong> (สาย3319 ตัด3229 และ3005)ให้เลี้ยวขวา ใช้สาย 3005 <strong>ถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้าย</strong> ใช้สาย122 เมื่อถึงสามแยก บ้านหนองตะโก เลี้ยวซ้ายใช้สาย 1ผ่านจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 3 </strong><span style="text-decoration: underline;">ใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ด้านตะวันตกไปกำแพงเพชร</span> เมื่อถึงสายแยกท่าน้ำอ้อย(สาย 1 กม.206) ให้เดินทางไปตามสาย1 ถึงแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ (สาย1 กม.227) ให้เลี้ยวซ้ายใช้สาย 122 <strong>ถึงสามแยกบ้านหนองตะโก </strong>ให้เลี้ยวซ้ายใช้สาย 1 ผ่านจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเดินทางไปภาคเหนือ</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 4 </strong>ใ<span style="text-decoration: underline;">ช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ด้านตะวันตกไปพิษณุโลก</span> ใช้เส้นทางเดียวกับ เส้นทางที่ 3 (ตั้งแต่สามแยกบ้านท่าน้ำอ้อยถึงสามแยก บ้านหนองตะโก) ให้กลับรถ ที่จุดกลับรถไปใช้สาย 117ผ่านจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเดินทางไปภาคเหนือ</p>
<p><strong>สู่ ภาคตะวันออก</strong></p>
<p><strong>เส้นทางที่ 8 </strong>ไปตามถนนบางนา-บางปะกง (สาย34)จนถึง กม.39เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเทพ - ชลบุรี (สาย7)ที่ต่างระดับบางควาย มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก(0-2397-4086,0-3875-8538)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 9 </strong>จากถนนศรีนครินทร์ (สาย3344)ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี (สาย7)มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก (0-2397-4086,0-3857-8626)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 10</strong> จากถนนรามอินทรา (สาย304 ใช้ถนนสุวินทวงศ์ (สาย304) ผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา เข้าสาย314 ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี (สาย7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก(0-2521-3745,0 3851-1015, 0-3857-8626)</p>
<p><strong>สู่ ภาคใต้</strong></p>
<p><strong>เส้นทางที่ 11</strong> ใช้ถนนธนบุรี - ปากท่อ (สาย35- พระราม2) เข้าถนน เพชรเกษม (สาย 4) เดินทางสู่ภาคใต้ (0-2420-6821)</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 12</strong> ใช้ถนนเพชรเกษม(สาย4)ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม,โพธารามราชบุรี อ.ปากท่อ เข้าสู่จังหวัดภาคใต้ (0- 2420-6821,0 3425-8856)</p>
<p><strong>เส้นทางที่13</strong>จาก สายใต้ใหม่ใช้ถนนบางกอกน้อย-นครชัยศรี (สาย338)เข้านครปฐม,ราชบุรี,เพชรบุรี สู่จังหวัดภาคใต้ (0-2420-6821,0-2433-0797,0-3425-8856)</p>
<p><strong>เส้นทางแนะนำเลี่ยงติดขัดสาย 338 สาย 4และสาย 35</strong></p>
<p><strong>เส้นทางที่ 1</strong> เส้นทางหลวงเชื่อมโยงสาย 338สาย4 และสาย35 เริ่มบริเวณทางแยกต่างระดับฉิมพลี ตรงไปใช้สาย 9(ถนนวงแหวนตะวันตก) เพื่อเลี้ยวขวาใช้สาย 4 (ถนนเพชรเกษม) หรือตรงไปจนถึง บริเวณทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน เพื่อใช้สาย 35 ตรงไปอ.ปากท่อ เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้</p>
<p><strong>เส้นทางที่ </strong>2<strong> </strong>เส้นทางเชื่อมโยงสาย 338 สาย 4 และสาย35 เริ่มจากแยกเข้าพุทธมณฑลสาย 4(สาย3310)ตรงไปบรรจบสาย 4 เลี้ยวขวาใช้สาย 4 เมื่อถึงทางแยกสาย 3091 (ถนนเศรษฐกิจ) ให้เลี้ยวซ้ายใช้สาย 3091 ถึงทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร ตรงไปใช้สาย 35 ไปอ.ปากท่อ เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 3 </strong>เส้นทางหลวงที่เชื่อมโยงสาย 338 สาย 4 และสาย 35 เริ่มจากทางแยกเข้าพุทธมณฑลสาย 5 (3414)ตรงไปจนถึงทางแยกสาย 4แล้วกลับรถ เลี้ยวใช้สาย 3091 ตรงไปถึงแยกต่างระดับสมุทรสาครใช้สาย 35 เพื่อไปอ.ปากท่อ จ.สมุทรสาคร</p>
<p><strong>เส้นทางที่ 4 </strong>เส้นทางหลวงที่เชื่อมโยงสาย 4 และสาย 35 เริ่มจากทางแยกพระประโทนเจดีย์ เลี้ยวซ้ายใช้สาย 3097 ตรงไปอ.บ้านแพ้ว จนบรรจบสาย 35 กลับรถใต้สะพานใช้สาย 35 ตรงไปบรรจบสาย 35 ปากท่อเพื่อเดินทางสู่ภาคใต้</p>
<p class="style2">
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/map-drive.jpg" alt="" width="808" height="1419" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ออฟโรด – เส้นทางพิเศษ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%94-%e2%80%93-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%94-%e2%80%93-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:44:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=433</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนการเดินทาง ขับรถท่องเที่ยวเอง ควรศึกษาเส้นทางที่จะท่องเที่ยว เนื่องจากในบางเส้นทาง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวห่างไกล หรือแหล่งศึกษาธรรมชาติ  รถเก๋งไม่สามารถเข้าได้  รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อธรรมดา หากเป็นรถใหม่แรงดี พอจะเข้าได้  หรือ จะเป็นเส้นทางที่ต้องใช้รถที่ขับเคลื่อน 4 ล้ออย่างเดียว  ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวรู้ล่วงหน้า จะได้เตรียมการ จัดหารถได้ถูก

การ เตรียมสัมภาระรถลุย หรือออฟโรด  ก็ไม่ต่างจากการเตรียมการใช้รถทางไกลปกติทั่วไป  แต่อาจจะมากเป็นพิเศษสำหรับการดูแลเครื่องยนต์ รวมถึงอุปกรณ์จำเป็น ที่อาจจะต้องใช้ หากเส้นทางนั้นๆ โหดเอาการ  เช่น พลั่ว สำหรับปรับทางดิน  สายลากรถกรณีที่รถไม่มีวินซ์ เป็นต้น
 

การ ขับรถบนทางออฟโรดนั้น มีความแตกต่างจากการขับขี่บนท้องถนนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการบังคับพวงมาลัยบนเส้นทางโคลน ซึ่งรถมักจะไปคนละทาง ยิ่งฝืนยิ่งติดหล่มได้ง่าย หรือการเหยียบเบรกเพื่อให้รถหยุดขณะขับลงเนินชัน กลับกลายเป็นว่ารถพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถควบคุมได้ การใช้เกียร์ 4L ดึงรถ จะทำให้ทุกอย่างง่ายโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ และสามารถเบรกเบาๆ ได้ แต่ห้ามเหยียบเบรกสุดจนล้อล็อก

รถที่ใช้บนเส้นทางแบบออฟโรด มักจะประสบกับปัญหา“เบรกจม” ถึงผู้ขับจะเพียบพร้อมไปด้วยทักษะการขับขี่เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม หรือแม้แต่การใช้เบรกเท่าที่จำเป็นจริงๆ ในบางลักษณะของเส้นทาง เช่น บ่อโคลน ก็สามารถทำให้รถเกิดอาการเบรกจมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนการเดินทาง ขับรถท่องเที่ยวเอง ควรศึกษาเส้นทางที่จะท่องเที่ยว เนื่องจากในบางเส้นทาง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวห่างไกล หรือแหล่งศึกษาธรรมชาติ  รถเก๋งไม่สามารถเข้าได้  รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อธรรมดา หากเป็นรถใหม่แรงดี พอจะเข้าได้  หรือ จะเป็นเส้นทางที่ต้องใช้รถที่ขับเคลื่อน 4 ล้ออย่างเดียว  ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวรู้ล่วงหน้า จะได้เตรียมการ จัดหารถได้ถูก</p>
<p>การ เตรียมสัมภาระรถลุย หรือออฟโรด  ก็ไม่ต่างจากการเตรียมการใช้รถทางไกลปกติทั่วไป  แต่อาจจะมากเป็นพิเศษสำหรับการดูแลเครื่องยนต์ รวมถึงอุปกรณ์จำเป็น ที่อาจจะต้องใช้ หากเส้นทางนั้นๆ โหดเอาการ  เช่น พลั่ว สำหรับปรับทางดิน  สายลากรถกรณีที่รถไม่มีวินซ์ เป็นต้น</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_10_Image_0007.jpg" alt="" width="291" height="275" /> <img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_10_Image_0006.jpg" alt="" width="247" height="274" /></p>
<p>การ ขับรถบนทางออฟโรดนั้น มีความแตกต่างจากการขับขี่บนท้องถนนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการบังคับพวงมาลัยบนเส้นทางโคลน ซึ่งรถมักจะไปคนละทาง ยิ่งฝืนยิ่งติดหล่มได้ง่าย หรือการเหยียบเบรกเพื่อให้รถหยุดขณะขับลงเนินชัน กลับกลายเป็นว่ารถพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถควบคุมได้ การใช้เกียร์ 4L ดึงรถ จะทำให้ทุกอย่างง่ายโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ และสามารถเบรกเบาๆ ได้ แต่ห้ามเหยียบเบรกสุดจนล้อล็อก</p>
<p>รถที่ใช้บนเส้นทางแบบออฟโรด มักจะประสบกับปัญหา<strong>“เบรกจม”</strong> ถึงผู้ขับจะเพียบพร้อมไปด้วยทักษะการขับขี่เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม หรือแม้แต่การใช้เบรกเท่าที่จำเป็นจริงๆ ในบางลักษณะของเส้นทาง เช่น บ่อโคลน ก็สามารถทำให้รถเกิดอาการเบรกจมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  อาการ คือ เมื่อเหยียบเบรกแล้วแป้นเบรกจะจมจนลึกกว่าปกติ กว่ารถจะหยุดได้ เนื่องจากน้ำโคลนซึมเข้าไปในระบบเบรก เศษหิน และทรายละเอียดจะเข้าไปแทรกระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก และขัดจนผ้าเบรกและจานเบรกสึก จนเกิดเสียงดังขณะเหยียบเบรก นอกจากนี้ดินโคลนยังจะไปเกาะสปริงและกระบอกสูบ ทำให้ผุและขาดได้อีกด้วย</p>
<p><strong>วิธีแก้ไข</strong> คือ จะต้องเปิดจานเบรกออกมาล้างดินโคลนให้สะอาด แล้วตั้งระยะห่างระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรกใหม่ ควรตรวจสอบความตึงของเบรกมือควบคู่ไปด้วย</p>
<p>สำหรับ ท่านที่ขับรถเพื่อเปิดเส้นทางใหม่ในป่า ควรระมัดระวังกิ่งไม้และต้นไม้เล็กๆ บนพื้น ไม่ให้ทิ่มหรือเกี่ยวสายเบรกขาด เพราะจะทำให้น้ำมันเบรกรั่วหมด ซึ่งเป็นอาการเบรกจมอันดับแรกที่อันตรายที่สุด ดังนั้นควรตรวจเช็คระบบเบรกอย่างละเอียดทุกครั้งที่เดินทางกลับออกจากป่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%94-%e2%80%93-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งควรรู้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:43:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=429</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อพบเห็นอุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่ควรชะลอรถเพื่อดู เพราะจะกีดขวางการจราจร และทำให้การเข้าถึงจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือล่าช้าไปด้วย  หากเป็นอุบัติเหตุต่อหน้า ควรชะลอความเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน  เปิดสัญญาณไฟ เลี้ยวซ้าย สลับขวา เพื่อแจ้งให้รถคันที่ตามมาทราบ  รวมถึงควรช่วยเหลือด้วยการแจ้งเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง  หรือหากจะลงไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยตัวเอง ก็ควรจะต้องจอดรถ ให้อยู่ในที่ปลอดภัย  อย่างระมัดระวัง  เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องประสบอุบัติเหตุซ้ำซ้อน



หมายเลขโทรศัพท์ที่ควรรู้







ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม
1356


ศูนย์อำนวยความสะดวกปลอดภัยกรมทางหลวง
0-2354-6832-39


ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง
1586


ตำรวจทางหลวง
1193


ตำรวจท่องเที่ยว
1155


ศูนย์ควบคุมการจราจร
1197


สอบถามสภาพจราจร
1543


ศูนย์นเรนทร (แจ้งป่วยฉุกเฉิน)
1669


จส.100
1137


ร่วมด้วยช่วยกัน
1677


สวพ.91
1644


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพบเห็นอุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่ควรชะลอรถเพื่อดู เพราะจะกีดขวางการจราจร และทำให้การเข้าถึงจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือล่าช้าไปด้วย  หากเป็นอุบัติเหตุต่อหน้า ควรชะลอความเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน  เปิดสัญญาณไฟ เลี้ยวซ้าย สลับขวา เพื่อแจ้งให้รถคันที่ตามมาทราบ  รวมถึงควรช่วยเหลือด้วยการแจ้งเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง  หรือหากจะลงไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยตัวเอง ก็ควรจะต้องจอดรถ ให้อยู่ในที่ปลอดภัย  อย่างระมัดระวัง  เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องประสบอุบัติเหตุซ้ำซ้อน</p>
<table style="width: 90%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="55%"><strong>หมายเลขโทรศัพท์ที่ควรรู้</strong></td>
<td width="45%"></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม</td>
<td>1356</td>
</tr>
<tr>
<td>ศูนย์อำนวยความสะดวกปลอดภัยกรมทางหลวง</td>
<td>0-2354-6832-39</td>
</tr>
<tr>
<td>ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง</td>
<td>1586</td>
</tr>
<tr>
<td>ตำรวจทางหลวง</td>
<td>1193</td>
</tr>
<tr>
<td>ตำรวจท่องเที่ยว</td>
<td>1155</td>
</tr>
<tr>
<td>ศูนย์ควบคุมการจราจร</td>
<td>1197</td>
</tr>
<tr>
<td>สอบถามสภาพจราจร</td>
<td>1543</td>
</tr>
<tr>
<td>ศูนย์นเรนทร (แจ้งป่วยฉุกเฉิน)</td>
<td>1669</td>
</tr>
<tr>
<td>จส.100</td>
<td>1137</td>
</tr>
<tr>
<td>ร่วมด้วยช่วยกัน</td>
<td>1677</td>
</tr>
<tr>
<td>สวพ.91</td>
<td>1644</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_01_Image_0005.jpg" alt="" width="600" height="759" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขับรถบนถนนสายรอง – ทางรถไฟผ่าน</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e2%80%93-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e2%80%93-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:41:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=426</guid>
		<description><![CDATA[บ่อยครั้งที่อุบัติเหตุ มักเกิดขึ้นบนถนนสายรอง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ดังนั้น การขับขี่รถบนถนนสายรอง ถึงระมัดระวัง  ทั้งรถจักรยานยนต์  รถการเกษตร  ที่บางครั้งอาจจะไม่มีสัญญาณไฟ หรือขับสวนเลนมา   ดีที่สุด ไม่ควรใช้ความเร็วในการขับขี่

และสิ่งที่พึงระวัง คือทางรถไฟผ่าน  ซึ่งถนนในชนบทบางเส้นไม่มีเครื่องกั้นทาง  ดังนั้นก่อนขับรถข้ามทางรถไฟทุกครั้ง ควรมองซ้าย-ขวา ให้แน่ใจ  และหากเห็นมีรถไฟกำลังแล่นมา  แม้อยู่ในระยะไกล ก็ควรหยุดให้รถไฟไปก่อน  โดยการหยุดรถนั้น จะต้องห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร เมื่อรถไฟผ่านไปแล้วและมีเครื่องหมายหรือสัญญาณให้รถผ่านได้ ผู้ขับขี่จึงจะขับรถผ่านไปได้



จุดที่ห้ามหยุดรถ

(1) ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ใน กรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง

(2) บนทางเท้า

(3) บนสะพานหรือในอุโมงค์

(4) ในทางร่วม ทางแยก

(5) ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามหยุดรถ

(6) ตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ

(7) ในลักษณะกีดขวางการจราจร

เบรกจม – เบรกแตก

หากระหว่างขับรถมีอาการเหยียบเบรกแล้วเบรกจมหายไป โดยที่ความเร็วของรถไม่ลดลง หรือรถยังไม่ยอมหยุด นั่นคืออาการ เบรกแตก ให้ตั้งสติ-อย่าตกใจ เพราะสิ่งต่อไปนี้ต้องใช้สมาธิการตัดสินใจกระทำอย่างมีสติ โดยการประคองพวงมาลัยให้มั่นคง ให้นิ่งที่สุดและให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ โดยค่อยๆ ลดเกียร์ลงมา เมื่อความเร็วลดลง ให้ดึงเบรกมือช่วยบังคับรถได้ ประคองทิศทางพวงมาลัยหลบหลีกรถคันอื่น หรือสิ่งกีดขวางจนจอดรถได้

ยางแตก หรือยางระเบิด

อาจจะเกิดจากยางแบนลมยางไม่ปกติ เบื้องต้นสังเกตรู้ได้ทันทีว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th-->บ่อยครั้งที่อุบัติเหตุ มักเกิดขึ้นบนถนนสายรอง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ดังนั้น การขับขี่รถบนถนนสายรอง ถึงระมัดระวัง  ทั้งรถจักรยานยนต์  รถการเกษตร  ที่บางครั้งอาจจะไม่มีสัญญาณไฟ หรือขับสวนเลนมา   ดีที่สุด ไม่ควรใช้ความเร็วในการขับขี่</p>
<p>และสิ่งที่พึงระวัง คือทางรถไฟผ่าน  ซึ่งถนนในชนบทบางเส้นไม่มีเครื่องกั้นทาง  ดังนั้นก่อนขับรถข้ามทางรถไฟทุกครั้ง ควรมองซ้าย-ขวา ให้แน่ใจ  และหากเห็นมีรถไฟกำลังแล่นมา  แม้อยู่ในระยะไกล ก็ควรหยุดให้รถไฟไปก่อน  โดยการหยุดรถนั้น จะต้องห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร เมื่อรถไฟผ่านไปแล้วและมีเครื่องหมายหรือสัญญาณให้รถผ่านได้ ผู้ขับขี่จึงจะขับรถผ่านไปได้</p>
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_08_Image_0005.jpg" alt="" width="202" height="156" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_08_Image_0006.jpg" alt="" width="233" height="155" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_08_Image_0007.jpg" alt="" width="224" height="157" /></p>
<p><strong>จุดที่ห้ามหยุดรถ</strong></p>
<p>(1) ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ใน กรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง</p>
<p>(2) บนทางเท้า</p>
<p>(3) บนสะพานหรือในอุโมงค์</p>
<p>(4) ในทางร่วม ทางแยก</p>
<p>(5) ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามหยุดรถ</p>
<p>(6) ตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ</p>
<p>(7) ในลักษณะกีดขวางการจราจร</p>
<p><strong>เบรกจม </strong><strong>–</strong><strong> เบรกแตก</strong></p>
<p>หากระหว่างขับรถมีอาการ<strong>เหยียบเบรกแล้วเบรกจมหายไป</strong> โดยที่ความเร็วของรถไม่ลดลง หรือรถยังไม่ยอมหยุด นั่นคืออาการ<strong> เบรกแตก ให้ตั้งสติ-อย่าตกใจ</strong> เพราะสิ่งต่อไปนี้ต้องใช้สมาธิการตัดสินใจกระทำอย่างมีสติ โดยการประคองพวงมาลัยให้มั่นคง ให้นิ่งที่สุดและให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ โดยค่อยๆ ลดเกียร์ลงมา เมื่อความเร็วลดลง ให้ดึงเบรกมือช่วยบังคับรถได้ ประคองทิศทางพวงมาลัยหลบหลีกรถคันอื่น หรือสิ่งกีดขวางจนจอดรถได้</p>
<p><strong>ยางแตก หรือยางระเบิด</strong></p>
<p>อาจจะเกิดจากยางแบนลมยางไม่ปกติ เบื้องต้นสังเกตรู้ได้ทันทีว่า พวงมาลัยจะหนักเกินไป  หากล้อแตกด้านซ้าย รถจะปัดไปด้านขวาก่อน แล้วค่อยปัดกลับมาซ้าย  หรือถ้าล้อแตกด้านขวา รถจะปัดไปทางซ้ายก่อนแล้วปัดกลับมาทางขวา ไม่ควรเยียบเบรกโดยทันที เพราะจะทำให้รถพลิกคว่ำ แต่ให้พยายามประคองรถ  อย่างเหยียบคลัชเพื่อเปลี่ยนเกียร์ในทันที เพราะการเหยียบคลัชจะเป็นการปลดล็อกให้เครื่องยนต์ฟรี  แต่ผู้ขับขี่จะควรค่อยๆ แตะเบรกทีละน้อย จนความเร็วลดลง แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ และ<strong>นำรถจอดเข้าข้างทาง และเปิดไฟฉุกเฉิน</strong>เพื่อให้รถคันอื่นๆที่ตามมาทราบว่า รถจอดเสียอยู่</p>
<p><em>การใช้ไฟฉุกเฉิน เมื่อรถจอดนิ่งสนิทเพื่อแจ้งให้เพื่อนร่วมทางรู้ว่า รถมีปัญหาจึงต้องจอดข้างทางแต่ถ้ารถวิ่งไปทางตรงไปได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องเปิดไฟฉุกเฉินเด็ดขาด</em></p>
<p>สิ่งสำคัญ ถ้ารถกำลังใช้ความเร็วสูง อย่าเหยียบเบรกโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัวพลิกคว่ำได้  แต่ถ้าความเร็วช้าลงมาแล้ว จึงค่อยแตะเบรกก่อน <strong>ให้จอดข้างทางและเปิดไฟฉุกเฉิน</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e2%80%93-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การขับตามหลังรถบรรทุก- รถพ่วง</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:40:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=423</guid>
		<description><![CDATA[หากเราขับตามหลังรถบรรทุก  รถพ่วง  ควรอ่านสัญญาณไฟให้เป็น โดยเฉพาะในเส้นทางแคบที่รถแล่นสวนกันไปมา หรือเส้นทางคดเคี้ยว ทางชัน  ซึ่งการส่งสัญญาณไฟที่ใช้หลักๆ
คือ  รถใหญ่จะขับชิดซ้าย และเปิดไฟเลี้ยวซ้าย นั่นหมายถึงให้เราแซงไปได้  แต่ถ้าเปิดไฟเลี้ยวขวา แสดงว่าไม่ให้เราแซง เพราะข้างหน้าอาจจะมีรถแล่นสวนทางมา หรือถ้าเปิดไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา สลับกัน หมายถึงไม่ให้แซง เพราะข้างหน้าอาจจะมีอุปสรรค หรืออาจจะมีอุบัติเหตุ  เมื่อเราเห็นไฟลักษณะนี้ ควรชะลอรถแทนที่จะพยายามแซงขึ้นไป  ขณะเดียวกัน เราก็สามารถส่งสัญญาณในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อบอกรถคันที่ตามมาได้เช่นกัน

ซึ่งการส่งสัญญาณไฟลักษณะนี้ สามารถใช้ได้ทั้งในเวลากลางคืน  และกลางวัน

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากเราขับตามหลังรถบรรทุก  รถพ่วง  ควรอ่านสัญญาณไฟให้เป็น โดยเฉพาะในเส้นทางแคบที่รถแล่นสวนกันไปมา หรือเส้นทางคดเคี้ยว ทางชัน  ซึ่งการส่งสัญญาณไฟที่ใช้หลักๆ<br />
คือ  รถใหญ่จะขับชิดซ้าย และเปิดไฟเลี้ยวซ้าย นั่นหมายถึงให้เราแซงไปได้  แต่ถ้าเปิดไฟเลี้ยวขวา แสดงว่าไม่ให้เราแซง เพราะข้างหน้าอาจจะมีรถแล่นสวนทางมา หรือถ้าเปิดไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา สลับกัน หมายถึงไม่ให้แซง เพราะข้างหน้าอาจจะมีอุปสรรค หรืออาจจะมีอุบัติเหตุ  เมื่อเราเห็นไฟลักษณะนี้ ควรชะลอรถแทนที่จะพยายามแซงขึ้นไป  ขณะเดียวกัน เราก็สามารถส่งสัญญาณในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อบอกรถคันที่ตามมาได้เช่นกัน</p>
<p>ซึ่งการส่งสัญญาณไฟลักษณะนี้ สามารถใช้ได้ทั้งในเวลากลางคืน  และกลางวัน</p>
<p class="style2">
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_07_Image_0006.jpg" alt="" width="290" height="178" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การขับรถในเวลากลางคืน</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:35:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=418</guid>
		<description><![CDATA[ในการเดินทางระยะไกล ผู้ขับขี่มักเลือกเดินทางในเวลากลางคืน  เนื่องจากรถน้อยกว่าช่วงกลางวัน  อากาศไม่ร้อน ประหยัดเวลาที่ไม่ต้องเสียไปใน 1 วัน คือเลิกงาน หรือเสร็จภารกิจในช่วงกลางวัน ก็สามารถเดินทางได้ทันที  แต่ผู้ขับขี่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือไม่ควรขับรถในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลีย  เหน็ดเหนื่อย ง่วงนอน  ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อขับรถไประยะหนึ่ง

ช่วงเวลาที่คนขับรถมักเกิดอาการหลับใน มักเป็นช่วงหลังตี 1 ถึงตี 5   ดังนั้น เมื่อขับรถไประยะหนึ่ง ควรแวะปั๊มน้ำมัน เพื่อยืดเส้นยืดสาย หรือพักผ่อน


 การจิบกาแฟร้อน ก็ช่วยกระตุ้นความตื่นตัวของร่างกายได้  แต่ไม่เพียงพอ หากร่างกายเหนื่อยล้ามาก ดังนั้นไม่ควรฝืน โดยอาจจะแวะจอดรถนอนสักงีบที่ปั๊มน้ำมัน  หรือจุดตรวจ หรือกรมทางหลวงซึ่งมักเปิดสถานที่ให้ผู้ขับขี่แวะพัก ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว

นอกจากนี้ การขับรถในเวลากลางคืนยังควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดีเหมือนช่วงกลางวัน ในเส้นทางที่ไม่มีไฟทาง หรือทางมืด สามารถเปิดไฟสูงช่วยได้ แต่ควรจะเปลี่ยนเป็นไฟธรรมดา  เมื่อขับตามหลังรถคนอื่น หรือเมื่อมีรถแล่นสวนทางมา ไม่ใช่เปิดไฟสูงจ่อใส่รถคันหน้าตลอดเวลา จะเป็นอันตราย ถือว่าไม่มีมารยาทอย่างมาก

การขับรถในเวลากลางคืน เน้นใช้สัญญาณไฟบอก เพื่อนร่วมทางมากกว่าการใช้สัญญาณเสียงหรือกดแตร เพราะจะมองเห็นได้ชัดเจนกว่า เช่นในกรณีที่รถคันหน้าจะเปลี่ยนช่องเดินรถในระยะที่เราขับขึ้นมาใกล้ ก็ควรเปิดไฟสูง เตือน หรือหากมีรถจะเลี้ยว  แต่เราขึ้นมาในระยะกระชั้นด้วยความเร็วที่หากเบรกอาจจะเกิดอันตรายได้  ก็ควรเปิดไฟสูง ก่อนจะลดลงแล้วส่งสัญญาณกระพริบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในการเดินทางระยะไกล ผู้ขับขี่มักเลือกเดินทางในเวลากลางคืน  เนื่องจากรถน้อยกว่าช่วงกลางวัน  อากาศไม่ร้อน ประหยัดเวลาที่ไม่ต้องเสียไปใน 1 วัน คือเลิกงาน หรือเสร็จภารกิจในช่วงกลางวัน ก็สามารถเดินทางได้ทันที  แต่ผู้ขับขี่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือไม่ควรขับรถในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลีย  เหน็ดเหนื่อย ง่วงนอน  ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อขับรถไประยะหนึ่ง</p>
<p>ช่วงเวลาที่คนขับรถมักเกิดอาการหลับใน มักเป็นช่วงหลังตี 1 ถึงตี 5   ดังนั้น เมื่อขับรถไประยะหนึ่ง ควรแวะปั๊มน้ำมัน เพื่อยืดเส้นยืดสาย หรือพักผ่อน</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_07_Image_0005.jpg" alt="" width="289" height="198" /></p>
<p><strong> การจิบกาแฟร้อน</strong> ก็ช่วยกระตุ้นความตื่นตัวของร่างกายได้  แต่ไม่เพียงพอ หากร่างกายเหนื่อยล้ามาก ดังนั้นไม่ควรฝืน โดยอาจจะแวะจอดรถนอนสักงีบที่ปั๊มน้ำมัน  หรือจุดตรวจ หรือกรมทางหลวงซึ่งมักเปิดสถานที่ให้ผู้ขับขี่แวะพัก ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว</p>
<p>นอกจากนี้ การขับรถในเวลากลางคืนยังควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดีเหมือนช่วงกลางวัน ในเส้นทางที่ไม่มีไฟทาง หรือทางมืด สามารถเปิดไฟสูงช่วยได้ แต่ควรจะเปลี่ยนเป็นไฟธรรมดา  เมื่อขับตามหลังรถคนอื่น หรือเมื่อมีรถแล่นสวนทางมา ไม่ใช่เปิดไฟสูงจ่อใส่รถคันหน้าตลอดเวลา จะเป็นอันตราย ถือว่าไม่มีมารยาทอย่างมาก</p>
<p>การขับรถในเวลากลางคืน <strong>เน้นใช้สัญญาณไฟ</strong>บอก เพื่อนร่วมทางมากกว่าการใช้สัญญาณเสียงหรือกดแตร เพราะจะมองเห็นได้ชัดเจนกว่า เช่นในกรณีที่รถคันหน้าจะเปลี่ยนช่องเดินรถในระยะที่เราขับขึ้นมาใกล้ ก็ควรเปิดไฟสูง เตือน หรือหากมีรถจะเลี้ยว  แต่เราขึ้นมาในระยะกระชั้นด้วยความเร็วที่หากเบรกอาจจะเกิดอันตรายได้  ก็ควรเปิดไฟสูง ก่อนจะลดลงแล้วส่งสัญญาณกระพริบ 2 ครั้งติดกัน  ให้รถที่จะเลี้ยวข้างหน้ารู้ว่า เราขอผ่านไปก่อน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การขับรถลุยน้ำท่วม-น้ำขัง</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:34:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=414</guid>
		<description><![CDATA[ขณะที่ฝนตกหนัก หรือหยุดตกแล้ว  บางจุดบางแห่งของผิวถนนจะมีน้ำท่วมขัง เป็นอุปสรรคในการควบคุมรถ การขับลุยน้ำ ต้องใช้ความเร็วต่ำ  ขับช้าๆ ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องดับได้  ทิ้งระยะห่างจากคันหน้าพอสมควร ยิ่งมีรถสวนทางต้องชะลอความเร็ว โดยเฉพาะสวนกับรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ ป้องกันระลอกคลื่นปะทะเครื่องยนต์ดับและไม่ควรแตะเบรกในขณะลุยน้ำให้ระวังรถ ที่มาข้างหลัง เพราะการใช้เบรกตอนลุยน้ำท่วมน้ำขัง ประสิทธิภาพเบรกลดลง

เมื่อพ้นช่วงที่มีน้ำท่วมขัง ให้ทดลองแตะเบรกเบาๆเพื่อไล่ความชื้นจากผ้าเบรก และต้องเพิ่มความระมัดระวัง หากใช้ความเร็วสูงขับผ่านช่วงที่มีน้ำท่วมน้ำขัง เป็นอันตรายและอาจจะทำให้รถเสียการทรงตัว น้ำท่วมขังพุ่งกระจายขึ้นมาบังหน้ารถจนไม่สามารถมองเห็นข้างหน้าได้ และถ้าเป็นริมทางเท้าทำให้น้ำกระเด็นไปโดนคนเดินเท้ายิ่งเป็นการเสียมรรยาท อย่างมาก

ถนนที่มีหลังเต่า  หรือนูนตรงกลางถนน เมื่อต้องขับรถผ่านให้เพิ่มความระมัดระวัง  ลดความเร็ว เพราะขับผ่านหลังเต่าด้วยความเร็วจะทำให้รถเสียการทรงตัว  เป็นอันตรายได้
 

ขับบนทางด่วน-มอเตอร์เวย์ 

ข้อแตกต่างของการขับรถบนถนนหลวงทั่วไปกับขับรถบนทางด่วน  หรือทางด่วนพิเศษ คือการใช้ความเร็วในการขับได้มากกว่าบนถนนปกติธรรมดาทั่วไปซึ่งขับได้ 80-90กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่บนเส้นทาง  มอเตอร์เวย์ใช้ความเร็วได้ถึง 120กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตาม กฎหมายเพราะทางด่วนดีตรงที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่มีรถสวนทาง ไม่มีสี่แยก เป็นทางยาวๆ ให้ทำความเร็วของรถได้มากกว่า กรณีที่การจราจรปกติ แต่ถ้ามีความประมาทการขับรถยนต์บนทางด่วนเพียงเล็กน้อย อาจจะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นรุนแรงและเสียหายได้มากกว่าใช้ความเร็วบนถนนปกติ ด้วยเช่นกัน



ก่อนการเดินทางแต่ละทริป  ควรศึกษาเส้นทาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขณะที่ฝนตกหนัก หรือหยุดตกแล้ว  บางจุดบางแห่งของผิวถนนจะมีน้ำท่วมขัง เป็นอุปสรรคในการควบคุมรถ การขับลุยน้ำ <strong>ต้องใช้ความเร็วต่ำ  ขับช้าๆ ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องดับได้  ทิ้งระยะห่างจากคันหน้าพอสมควร</strong> ยิ่งมีรถสวนทางต้องชะลอความเร็ว โดยเฉพาะสวนกับรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ ป้องกันระลอกคลื่นปะทะเครื่องยนต์ดับและไม่ควรแตะเบรกในขณะลุยน้ำให้ระวังรถ ที่มาข้างหลัง เพราะการใช้เบรกตอนลุยน้ำท่วมน้ำขัง ประสิทธิภาพเบรกลดลง</p>
<p>เมื่อพ้นช่วงที่มีน้ำท่วมขัง ให้ทดลองแตะเบรกเบาๆเพื่อไล่ความชื้นจากผ้าเบรก และต้องเพิ่มความระมัดระวัง หากใช้ความเร็วสูงขับผ่านช่วงที่มีน้ำท่วมน้ำขัง เป็นอันตรายและอาจจะทำให้รถเสียการทรงตัว น้ำท่วมขังพุ่งกระจายขึ้นมาบังหน้ารถจนไม่สามารถมองเห็นข้างหน้าได้ และถ้าเป็นริมทางเท้าทำให้น้ำกระเด็นไปโดนคนเดินเท้ายิ่งเป็นการเสียมรรยาท อย่างมาก</p>
<p><strong>ถนนที่มีหลังเต่า  หรือนูนตรงกลางถนน</strong> เมื่อต้องขับรถผ่านให้เพิ่มความระมัดระวัง  ลดความเร็ว เพราะขับผ่านหลังเต่าด้วยความเร็วจะทำให้รถเสียการทรงตัว  เป็นอันตรายได้</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_05_Image_0005.jpg" alt="" width="288" height="277" /> <img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_05_Image_0007.jpg" alt="" width="318" height="239" /></p>
<p><strong>ขับบนทางด่วน-มอเตอร์เวย์</strong><strong> </strong></p>
<p>ข้อแตกต่างของการขับรถบนถนนหลวงทั่วไปกับขับรถบนทางด่วน  หรือทางด่วนพิเศษ คือการ<strong>ใช้ความเร็วในการขับได้มากกว่า</strong>บนถนนปกติธรรมดาทั่วไปซึ่งขับได้<em> 80-90กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่บนเส้นทาง  มอเตอร์เวย์ใช้ความเร็วได้ถึง 120กิโลเมตรต่อชั่วโมง </em>ตาม กฎหมายเพราะทางด่วนดีตรงที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่มีรถสวนทาง ไม่มีสี่แยก เป็นทางยาวๆ ให้ทำความเร็วของรถได้มากกว่า กรณีที่การจราจรปกติ แต่ถ้ามีความประมาทการขับรถยนต์บนทางด่วนเพียงเล็กน้อย อาจจะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นรุนแรงและเสียหายได้มากกว่าใช้ความเร็วบนถนนปกติ ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_06_Image_0005.jpg" alt="" width="600" height="255" /></p>
<p>ก่อนการเดินทางแต่ละทริป  ควรศึกษาเส้นทาง <strong>โทรเช็คสภาพการจราจร</strong> หรือ<strong>ฟังวิทยุข่าวสารการจราจร</strong> เพราะอุบัติเหตุข้อขัดข้องแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น จะทำให้เกิดปัญหาการจราจรรถติดนานและนานนับเป็นชั่วโมงได้  หรือหากเดินทางโดยใช้ทางด่วน ควร<strong>สนใจอ่านป้ายตัววิ่งแจ้งข่าวสาร</strong>คนใช้เส้นทางบนทางด่วน  ที่ให้ข้อมูลการจราจรที่สำคัญ เป็นระยะๆ ถ้าไม่ได้ตรวจเช็ค เมื่อ<strong>ตัดสินใจผิดขึ้นไปแล้วจะทำให้เสียเวลา</strong>ไปรถติดบนทางด่วนไปไหนก็ไม่ได้  ถ้าเพียงตรวจเช็คก่อน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขับอย่างปลอดภัยตอนฝนตก</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:32:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=411</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงฝนตก ต้องเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ เบื้องต้นหากเตรียมความพร้อมของตัวรถ ควรรู้วิธีการใช้รถยนต์ใช้ถนนในช่วงที่เกิดฝนตก ที่ไม่สมควรและใช้กันผิดๆ เมื่อฝนตกแรงแค่ไหนแต่ถ้ายังมองเห็นถนนและสามารถขับต่อไปได้ ต้องไม่เปิดไฟฉุกเฉินไปขับรถไปเพราะการใช้ไฟฉุกเฉินต้องใช้เฉพาะรถหยุดนิ่ง เพื่อแจ้งให้เพื่อนร่วมทางทราบว่า รถคันที่เปิดมีปัญหา ต้องจอดเสีย แต่ถ้าขับไป เปิดไฟฉุกเฉินไป จะเป็นอันตรายต่อรถคุณเองและรถคันอื่น เพราะ รถคันที่ตามมา หรือคันที่อยู่ข้างหน้า จะมองไม่เห็นสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวาของคุณ

เริ่มต้นต้องลดความเร็วลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางที่มีน้ำท่วมขัง ทางลาดชัน และใช้เกียร์ต่ำ
ทางที่ดี ใช้เกียร์ 2 ซึ่งจะมีความเร็วคงที่ และควบคุมบังคับรถได้ดีที่สุด เพื่อให้รถเคลื่อนตัวอย่างช้าที่สุด  อย่าขับรถชิดคันหน้ามากเกินไปให้ทิ้งระยะห่างกันไว้พอสมควร เพราะถนนเปียกการเบรกเพื่อควบคุมรถให้หยุด จะควบคุมไม่ได้ดีเหมือนสภาพที่ถนนแห้ง


  การใช้ความเร็วในช่วงถนนมีน้ำท่วมขัง และการใช้เบรกในขณะที่ถนนเปียก อย่าเหยียบเบรกโดยแรง เพราะทำให้รถเสียการทรงตัวลื่นแฉลบ  ล้อปัด ความสามารถในการหยุดรถทำได้ยากกว่าสภาพถนนปกติ
บังคับพวงมาลัยหากหมุนไปทางซ้ายหรือขวาแล้ว  ต้องหมุนกลับมาให้อยู่ในทางตรงเสมอ  หากเกิดการเสียหลักให้ตั้งสติและอย่าเหยียบเบรกทันที  ให้ลดความเร็ว แล้วเปลี่ยนใช้เกียร์ต่ำ หากเหยียบเบรกทันที  หรือหมุนหักพวงมาลัยทันทีจะทำให้รถพลิกคว่ำเป็นอันตรายได้  เมื่อชะลอความเร็วและสามารถควบคุมรถได้แล้ว  จึงค่อยหักหมุนพวงมาลัย

 กรณีที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ควรเปิดไฟหน้ารถ และขับรถให้ช้าลง แต่ถ้าเปิดไฟหน้ารถแล้วยังมองไม่เห็นถนนได้อย่างชัดเจน ควรจอดรถข้างทางจนกว่าสภาพอากาศดีขึ้นจึงค่อยขับรถต่อ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงฝนตก <strong>ต้องเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ</strong> เบื้องต้นหากเตรียมความพร้อมของตัวรถ ควรรู้วิธีการใช้รถยนต์ใช้ถนนในช่วงที่เกิดฝนตก ที่ไม่สมควรและใช้กันผิดๆ เมื่อฝนตกแรงแค่ไหนแต่ถ้ายังมองเห็นถนนและสามารถขับต่อไปได้ ต้องไม่เปิดไฟฉุกเฉินไปขับรถไปเพราะการใช้ไฟฉุกเฉินต้องใช้เฉพาะรถหยุดนิ่ง เพื่อแจ้งให้เพื่อนร่วมทางทราบว่า รถคันที่เปิดมีปัญหา ต้องจอดเสีย แต่ถ้าขับไป เปิดไฟฉุกเฉินไป จะเป็นอันตรายต่อรถคุณเองและรถคันอื่น เพราะ รถคันที่ตามมา หรือคันที่อยู่ข้างหน้า จะมองไม่เห็นสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวาของคุณ</p>
<p>เริ่มต้น<strong>ต้องลดความเร็วลง</strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางที่มีน้ำท่วมขัง ทางลาดชัน และใช้เกียร์ต่ำ<br />
ทางที่ดี ใช้เกียร์ 2 ซึ่งจะมีความเร็วคงที่ และควบคุมบังคับรถได้ดีที่สุด เพื่อให้รถเคลื่อนตัวอย่างช้าที่สุด  <strong>อย่าขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป</strong>ให้ทิ้งระยะห่างกันไว้พอสมควร เพราะถนนเปียกการเบรกเพื่อควบคุมรถให้หยุด จะควบคุมไม่ได้ดีเหมือนสภาพที่ถนนแห้ง</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_04_Image_0012.jpg" alt="" width="293" height="183" /></p>
<p><strong> </strong> การใช้ความเร็วในช่วงถนนมีน้ำท่วมขัง และการใช้เบรกในขณะที่ถนนเปียก อย่าเหยียบเบรกโดยแรง เพราะทำให้รถเสียการทรงตัวลื่นแฉลบ  ล้อปัด ความสามารถในการหยุดรถทำได้ยากกว่าสภาพถนนปกติ<br />
บังคับพวงมาลัยหากหมุนไปทางซ้ายหรือขวาแล้ว  ต้องหมุนกลับมาให้อยู่ในทางตรงเสมอ  <strong>หากเกิดการเสียหลัก</strong>ให้ตั้งสติและอย่าเหยียบเบรกทันที  ให้ลดความเร็ว แล้วเปลี่ยนใช้เกียร์ต่ำ <strong>หากเหยียบเบรกทันที  หรือหมุนหักพวงมาลัยทันที</strong>จะทำให้รถพลิกคว่ำเป็นอันตรายได้  เมื่อชะลอความเร็วและสามารถควบคุมรถได้แล้ว  จึงค่อยหักหมุนพวงมาลัย<br />
<strong><br />
</strong> กรณีที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ควรเปิดไฟหน้ารถ และขับรถให้ช้าลง แต่ถ้าเปิดไฟหน้ารถแล้วยังมองไม่เห็นถนนได้อย่างชัดเจน ควรจอดรถข้างทางจนกว่าสภาพอากาศดีขึ้นจึงค่อยขับรถต่อ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การขับรถขึ้น-ลงเขา</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:31:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=408</guid>
		<description><![CDATA[ข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องขับรถขึ้น-ลงเขา

	ห้ามใช้เกียร์ว่าง
	ห้ามเหยียบคลัช
	ห้ามใช้เบรกตลอดเวลา
	ห้ามดับเครื่องยนต์
	ต้องใช้เกียร์ต่ำ
	ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย
	ให้เสียงสัญญาณเตือนรถที่อาจจะสวนมา กรณีทางแคบ ทางอ้อมเขา

กรณี เกิดความจำเป็น ต้องจอดรถหรือหยุดรถบนเนิน ควรใช้ไม้หนาๆ หรือก้อนหิน หนุนล้อ และหักพวงมาลัยเพื่อป้องกันรถยนต์ไหลลงเขาตกเหวได้


การ ขับรถลงเขา ลงเนินสูง ความเร็วรถจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นอันตรายเกิดขึ้นได้ง่ายในการควบคุมรถ ต้องใช้เกียร์ต่ำ ควบคุมความเร็ว  ถ้าเกิดเหตุเครื่องยนต์ดับระหว่างขับรถลงเขาให้เหยียบเบรก ดึงเบรกมือประคองรถเข้าไหล่ทาง ใช้ก้อนหินหรือไม้หนาๆ หนุนล้อป้องกันรถไหลลงเขาลงเนิน

ข้อควรจำ ห้ามแซง ขณะขับรถขึ้น-ลงเขา เพราะจะเป็นอันตราย  และมองไม่เห็นรถที่ขับสวนทางมาได้

การใช้เบรกเพื่อหยุดรถหรือลดความเร็วระหว่างขับรถยนต์ลงจากเขา บ่อยๆ อาจจะทำให้เกิดเบรกแตก สูญเสียการควบคุมรถ ขับรถลงเขาให้ใช้เกียร์ต่ำจะแตะเบรกห้ามล้อทุกครั้งต้องให้ได้ผล ไม่ควรแตะๆ นิดๆ เพื่อเพียงให้ลดความเร็วเท่านั้น เพราะการควบคุมรถยนต์ขณะลงเขา ต้องรู้จักและเรียนรู้การขับรถเบื้องต้น ซึ่งมีเทคนิคเพิ่มขึ้นจากการขับรถทางราบนิดหน่อย ดังนั้น หากรถยนต์ได้ดูแลสมรรถภาพความปลอดภัยในการขับขี่ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องขับรถขึ้น-ลงเขา</p>
<ul>
<li>ห้ามใช้เกียร์ว่าง</li>
<li>ห้ามเหยียบคลัช</li>
<li>ห้ามใช้เบรกตลอดเวลา</li>
<li>ห้ามดับเครื่องยนต์</li>
<li>ต้องใช้เกียร์ต่ำ</li>
<li>ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย</li>
<li>ให้เสียงสัญญาณเตือนรถที่อาจจะสวนมา กรณีทางแคบ ทางอ้อมเขา</li>
</ul>
<p>กรณี เกิดความจำเป็น ต้องจอดรถหรือหยุดรถบนเนิน ควรใช้ไม้หนาๆ หรือก้อนหิน หนุนล้อ และหักพวงมาลัยเพื่อป้องกันรถยนต์ไหลลงเขาตกเหวได้</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_02_Image_0009.jpg" alt="" width="599" height="331" /></p>
<p>การ ขับรถลงเขา ลงเนินสูง ความเร็วรถจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นอันตรายเกิดขึ้นได้ง่ายในการควบคุมรถ ต้องใช้เกียร์ต่ำ ควบคุมความเร็ว  ถ้าเกิดเหตุเครื่องยนต์ดับระหว่างขับรถลงเขาให้เหยียบเบรก ดึงเบรกมือประคองรถเข้าไหล่ทาง ใช้ก้อนหินหรือไม้หนาๆ หนุนล้อป้องกันรถไหลลงเขาลงเนิน<br />
<strong><br />
ข้อควรจำ </strong>ห้ามแซง ขณะขับรถขึ้น-ลงเขา เพราะจะเป็นอันตราย  และมองไม่เห็นรถที่ขับสวนทางมาได้</p>
<p>การใช้เบรกเพื่อหยุดรถหรือลดความเร็วระหว่างขับรถยนต์ลงจากเขา บ่อยๆ อาจจะทำให้เกิดเบรกแตก สูญเสียการควบคุมรถ ขับรถลงเขาให้ใช้เกียร์ต่ำจะแตะเบรกห้ามล้อทุกครั้งต้องให้ได้ผล ไม่ควรแตะๆ นิดๆ เพื่อเพียงให้ลดความเร็วเท่านั้น เพราะการควบคุมรถยนต์ขณะลงเขา ต้องรู้จักและเรียนรู้การขับรถเบื้องต้น ซึ่งมีเทคนิคเพิ่มขึ้นจากการขับรถทางราบนิดหน่อย ดังนั้น หากรถยนต์ได้ดูแลสมรรถภาพความปลอดภัยในการขับขี่ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขับปลอดภัยในทุกสภาวะ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:29:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=404</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนการขับรถทุกครั้งผู้ขับขี่  ควรต้องดูสภาพความพร้อมของตัวเอง ว่าเข้าข่ายต้องห้ามนี้หรือไม่  และพึงระลึกเสมอถึงข้อห้ามต่างๆ ในการขับขี่ ได้แก่

	อยู่ในสภาวะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ  เช่น ภายหลังจากรับประทานยาแก้ไข้หวัด  ง่วงนอน   อ่อนเพลีย 
	ในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น 
	ใน ขณะที่เสพ หรือรับเข้าร่างกาย ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทกลุ่มแอมเฟตามีน(ยาบ้า) หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างอื่น  
	ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ 
	ในลักษณะกีดขวางการจราจร 
	โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว  อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน 
	ใน ลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดาหรือไม่อาจและเห็นทางด้านหน้า หรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย 
	คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องรถ  เว้นแต่เมื่อต้องการเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ 
	บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควร  เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ 
	ขับไม่โทรศัพท์ แต่ถ้าจำเป็นต้องโทรฯ ให้ใช้อุปกรณ์เสริมหรือแวะจอดข้างทาง



การให้สัญญาณไฟ  
เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ขับรถทุกคนจะต้องใช้ให้ติดเป็นนิสัย เพราะหมายถึงการบอกกล่าวให้เพื่อนร่วมทางได้รู้ว่าเราจะไปทางไหน หรือจะขอแซงไปก่อน การใช้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ใช้เมื่อต้องการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา กลับรถ เปลี่ยนช่องทางเดินรถ หรือต้องการจะแซงคันอื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ก่อน</strong>การขับรถทุกครั้งผู้ขับขี่  ควรต้องดูสภาพความพร้อมของตัวเอง ว่าเข้าข่ายต้องห้ามนี้หรือไม่  และพึงระลึกเสมอถึง<strong>ข้อห้ามต่างๆ ในการขับขี่</strong> ได้แก่</p>
<ul>
<li>อยู่ในสภาวะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ  เช่น ภายหลังจากรับประทานยาแก้ไข้หวัด  ง่วงนอน   อ่อนเพลีย<strong> </strong></li>
<li>ในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น<strong> </strong></li>
<li>ใน ขณะที่เสพ หรือรับเข้าร่างกาย ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทกลุ่มแอมเฟตามีน(ยาบ้า) หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างอื่น <strong> </strong></li>
<li>ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ<strong> </strong></li>
<li>ในลักษณะกีดขวางการจราจร<strong> </strong></li>
<li>โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว  อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน<strong> </strong></li>
<li>ใน ลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดาหรือไม่อาจและเห็นทางด้านหน้า หรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย<strong> </strong></li>
<li>คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องรถ  เว้นแต่เมื่อต้องการเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ<strong> </strong></li>
<li>บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควร  เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ<strong> </strong></li>
<li>ขับไม่โทรศัพท์ แต่ถ้าจำเป็นต้องโทรฯ ให้ใช้อุปกรณ์เสริมหรือแวะจอดข้างทาง</li>
</ul>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/drive_Page_02_Image_0008.jpg" alt="" width="289" height="224" /></p>
<p><strong>การให้สัญญาณไฟ </strong><strong> </strong><br />
เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ขับรถทุกคนจะต้องใช้ให้ติดเป็นนิสัย เพราะหมายถึงการบอกกล่าวให้เพื่อนร่วมทางได้รู้ว่าเราจะไปทางไหน หรือจะขอแซงไปก่อน การใช้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ใช้เมื่อต้องการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา กลับรถ เปลี่ยนช่องทางเดินรถ หรือต้องการจะแซงคันอื่น ควรเปิดสัญญาณไฟในระยะ 30 เมตรก่อนเลี้ยว หรือแซง หรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ  หรือจะออกจากที่จอดรถ ก็ควรเปิดด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>ส่วนการใช้สัญญาณไฟกระพริบ  หรือไฟฉุกเฉิน</strong> หรือ ไฟผ่าหมาก แล้วแต่จะเรียกกัน ให้ใช้ในกรณีที่จอดรถที่เครื่องยนต์ หรืออุปกรณ์ขัดข้องในช่องทางเดินรถ หรืออาจจะประสบอุบัติเหตุ หรือมีอุบัติเหตุข้างหน้า แต่พึงจำไว้เสมอว่า ไฟฉุกเฉินให้ใช้เฉพาะในกรณีที่รถจอดเสียเท่านั้น</p>
<p>บ่อย ครั้งที่ผู้ขับขี่ใช้ไฟฉุกเฉิน หรือไฟกระพริบ หรือ ไฟผ่าหมาก แบบผิดๆ  ทั้งๆ ที่แล่นอยู่กลางถนน  หรืออาจจะใช้ในยามที่ฝนตกหนัก ด้วยเข้าใจว่า ถ้าเปิดไฟกระพริบจะทำให้รถที่ตามมาระมัดระวัง  แต่กลายเป็นว่า ไม่มีใครเดาใจได้ถูกกว่าเราจะเปลี่ยนช่องเดินรถเมื่อไหร่ ผลที่สุด กลายเป็นเพิ่มความเสี่ยง และคุณอาจจะกลายเป็นถูกชนท้ายได้<br />
และหากจำเป็นต้องขับรถตามรถที่เปิดไฟฉุกเฉิน ก็ควรทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 50 เมตร</p>
<p><strong>การขับรถผ่านทางร่วม  ทางแยก หรือวงเวียน</strong><strong> </strong><br />
เมื่อขับขี่รถมาถึงทางร่วมทางแยก  ควรปฏิบัติดังนี้</p>
<ul>
<li>
<ul>
<li>ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยก  ต้องให้รถทางร่วมทางแยกนั้นไปก่อน</li>
<li>ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน  และไม่รออยู่ในทางร่วมทางแยก ต้องให้รถที่อยู่ทาง<strong>“ด้านซ้าย</strong>” ของตน  ผ่านไปก่อน   แต่ถ้าทางร่วมทางแยกนั้นมีทางเดินรถทางเอกตัดผ่าน  จะต้องให้รถทางเอกผ่านไปก่อน</li>
<li>ในทางปฏิบัติสากลสำหรับการใช้รถทางร่วมทางแยก  ควรจะให้รถอีกทางไปได้ โดยการสลับกันไปทางละคัน</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><strong>ข้อสังเกตสำหรับทางเดินรถทางเอก</strong><strong> </strong><br />
คือทางเดินรถที่เจ้าพนักงานจราจรได้ประกาศ และติดตั้งเครื่องหมายจราจร แสดงว่าเป็นทางเดินรถทางเอก  หรือถ้าทางร่วมใดมีป้าย”หยุด” ที่ริมทางร่วมทางแยกนั้นให้ถือว่าทางนั้นเป็นทางโท</p>
<p>กรณี ขับขี่รถถึงวงเวียน  : ถ้ามีสัญญาณไฟจราจร ให้ปฏิบัติตามสัญญาณไฟ หรือเครื่องหมายจราจรนั้น  แต่หากไม่มีสัญญาณไฟ หรือเครื่องหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องให้สิทธิรถที่อยู่ในวงเวียนทาง <strong>ด้านขวา</strong> ของคนขับผ่านไปก่อน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยว</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:26:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วางแผนการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=399</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนพาเจ้าสัตว์เลี้ยงไปพักผ่อนด้วยหลังจากได้สถานที่เป้าหมายเดินทาง แล้ว เช็คโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ให้มั่นใจด้วยว่า สามารถนำเจ้าสุนัขเข้าไปด้วยได้หรือไม่

เคล็ดลับการเดินทางขับรถท่องเที่ยวกับเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงในครอบครัว  หรือ สุนัขต้องเตรียมสัมภาระให้พร้อม อาหาร น้ำดื่ม นม ต้องไม่ลืมติดที่ใส่อาหารของ สุนัขตัวโปรดเมื่อต้องนำเดินทางไปด้วย ก่อนเริ่มเดินทางต้องจัดเตรียมพื้นที่ให้ลงตัว โดยเฉพาะถ้าตัวใหญ่มาก วางแผนก่อนว่า ต้องจอดพักรถเป็นระยะๆมากขึ้น เพราะนอกจากต้องแวะพักคนขับรถ พักรถยนต์ แล้ว เจ้าสุนัขก็ต้องได้ขับถ่าย และวิ่งเล่นผ่อนคลายด้วยเหมือนกัน

1-2 ชั่วโมง  ก่อนเดินทางก็ไม่ควรให้อาหาร จะได้ไม่ระวังเรื่องการขับถ่ายในรถส่งกลิ่น การเดินทางไปกับสุนัขระหว่างทาง ก็ไม่ควรให้กินอาหารมากเกินไป เพราะสัตว์เลี้ยงบางตัว จะเมารถอาเจียน เลอะเทอะในรถ อย่าลืม ของเล่นชิ้นโปรดของเจ้าสัตว์เลี้ยงที่จะพาไปเที่ยวด้วย สายจูงปลอกคอ กรงหรือที่พักซึ่งใช้อยู่ประจำ ป้ายแขวนมีชื่อใส่เบอร์เจ้าของไว้พลัดหลงกันคนที่พบเห็นจะได้ติดต่อหากันเจอ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ทำความสะอาด ถุงพลาสติกเพื่อใส่สิ่งปฏิกูลของเจ้าหมา  น้ำยาทำความสะอาด ขวดน้ำ ผ้าเช็ด สเปรย์ปรับอากาศ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนพาเจ้าสัตว์เลี้ยงไปพักผ่อนด้วยหลังจากได้สถานที่เป้าหมายเดินทาง แล้ว เช็คโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ให้มั่นใจด้วยว่า สามารถนำเจ้าสุนัขเข้าไปด้วยได้หรือไม่</p>
<p>เคล็ดลับการเดินทางขับรถท่องเที่ยวกับเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงในครอบครัว  หรือ สุนัขต้อง<strong>เตรียมสัมภาระให้พร้อม</strong> อาหาร น้ำดื่ม นม ต้องไม่ลืมติด<strong>ที่ใส่อาหาร</strong>ของ สุนัขตัวโปรดเมื่อต้องนำเดินทางไปด้วย ก่อนเริ่มเดินทางต้องจัดเตรียมพื้นที่ให้ลงตัว โดยเฉพาะถ้าตัวใหญ่มาก วางแผนก่อนว่า ต้องจอดพักรถเป็นระยะๆมากขึ้น เพราะนอกจากต้องแวะพักคนขับรถ พักรถยนต์ แล้ว เจ้าสุนัขก็ต้องได้ขับถ่าย และวิ่งเล่นผ่อนคลายด้วยเหมือนกัน</p>
<p><strong>1-2 ชั่วโมง  ก่อนเดินทางก็ไม่ควรให้อาหาร</strong> จะได้ไม่ระวังเรื่องการขับถ่ายในรถส่งกลิ่น การเดินทางไปกับสุนัขระหว่างทาง ก็ไม่ควรให้กินอาหารมากเกินไป เพราะสัตว์เลี้ยงบางตัว จะ<strong>เมารถอาเจียน เลอะเทอะ</strong>ในรถ<strong> </strong><strong>อย่าลืม</strong> ของเล่นชิ้นโปรดของเจ้าสัตว์เลี้ยงที่จะพาไปเที่ยวด้วย สายจูงปลอกคอ กรงหรือที่พักซึ่งใช้อยู่ประจำ ป้ายแขวนมีชื่อใส่เบอร์เจ้าของไว้พลัดหลงกันคนที่พบเห็นจะได้ติดต่อหากันเจอ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ทำความสะอาด ถุงพลาสติกเพื่อใส่สิ่งปฏิกูลของเจ้าหมา  น้ำยาทำความสะอาด ขวดน้ำ ผ้าเช็ด สเปรย์ปรับอากาศ</p>
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_14_Image_0005.jpg" alt="" width="714" height="910" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การเดินทางกับเด็กเล็ก</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:24:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วางแผนการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=395</guid>
		<description><![CDATA[บรรดาขาเที่ยว พอมีลูก การเที่ยวอาจถูกเว้นวรรคไปชั่วคราว แต่เมื่อลูกแข็งแรงพอที่จะออกนอกบ้านได้ การพาเด็ก ๆ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ น่าจะเป็นการดีสำหรับเด็ก ทั้งในด้านสุขภาพกายที่ได้รับอากาศดี ๆ และสุขภาพใจที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ

 

แต่การเดินทางกับเด็ก นึกถึงความปลอดภัยเป็น หลัก โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ๆ เพราะอุปกรณ์จำพวกเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเด็ก ดังนั้นเด็กน้อยควรมีอุปกรณ์เสริมเพื่อเพื่อความปลอดภัยในกรณีรถยนต์เกิด อุบัติเหตุ
สิ่งจำเป็นเมื่อเดินทางกับเด็กคือ ‘ที่นั่งสำหรับเด็ก (car  seat)’ แม้บ้านเรายังไม่มีกฎหมายชัดเจน แต่หลาย ๆประเทศออกเป็นกฎบังคับใช้  เพื่อความปลอดภัยของลูกรักและทุกคนในรถยนต์
ที่นั่งสำหรับเด็ก แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1.  เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ (Infant car bed)
รูปร่างคล้ายกระบะ เหมาะกับทารกแรกเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนด การพาลูกแรกเกิดออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน และควรจัดให้ศีรษะเด็กหันไปทางด้านกลางรถยนต์

2.  ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ (Rear-facing infant  seat)
ต้องวางไว้เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหลังรถเสมอ เด็กเล็ก ๆ ควรนั่งที่นั่งเด็กชนิดนี้จนกว่าจะอายุประมาณ 3 ขวบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บรรดา</strong>ขาเที่ยว พอมีลูก การเที่ยวอาจถูกเว้นวรรคไปชั่วคราว แต่เมื่อลูกแข็งแรงพอที่จะออกนอกบ้านได้ การพาเด็ก ๆ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ น่าจะเป็นการดีสำหรับเด็ก ทั้งในด้านสุขภาพกายที่ได้รับอากาศดี ๆ และสุขภาพใจที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ</p>
<p><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_13_Image_0004.jpg" alt="" width="248" height="290" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_12_Image_0005.jpg" alt="" width="363" height="291" /></span></p>
<p>แต่การเดินทางกับเด็ก <strong>นึกถึงความปลอดภัย</strong>เป็น หลัก โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ๆ เพราะอุปกรณ์จำพวกเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเด็ก ดังนั้นเด็กน้อยควรมีอุปกรณ์เสริมเพื่อเพื่อความปลอดภัยในกรณีรถยนต์เกิด อุบัติเหตุ<br />
สิ่งจำเป็นเมื่อเดินทางกับเด็กคือ <strong>‘</strong><strong>ที่นั่งสำหรับเด็ก </strong><strong>(car  seat)’</strong> แม้บ้านเรายังไม่มีกฎหมายชัดเจน แต่หลาย ๆประเทศออกเป็นกฎบังคับใช้  เพื่อความปลอดภัยของลูกรักและทุกคนในรถยนต์<br />
ที่นั่งสำหรับเด็ก แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้</p>
<p><strong>1.  เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ (</strong><strong>Infant car bed)</strong><br />
รูปร่างคล้ายกระบะ เหมาะกับทารกแรกเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนด การพาลูกแรกเกิดออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน และควรจัดให้ศีรษะเด็กหันไปทางด้านกลางรถยนต์</p>
<p><strong>2.  ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ (</strong><strong>Rear-facing infant  seat)</strong><br />
ต้องวางไว้เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหลังรถเสมอ เด็กเล็ก ๆ ควรนั่งที่นั่งเด็กชนิดนี้จนกว่าจะอายุประมาณ 3 ขวบ การที่เด็กเล็กควรนั่งที่นั่งแบบ<strong>หันหน้าไปทางหลังรถ</strong> เพราะศีรษะของทารกมีน้ำหนักถึงครึ่งของน้ำหนักร่างกาย ศีรษะที่ใหญ่กว่าปกติและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ทำให้คอ ของเด็กเป็นจุดเปราะบาง ที่นั่งแบบนี้จะถูกออกแบบเพื่อรองรับคอและช่วยกระจายแรงกระแทกออกไปสู่ร่าง กาย เมื่อเกิดการชนด้านหน้าขึ้น ร่างกายที่หันหลังอยู่ทุกส่วนจะเป็นการรับแรงกระแทกลำตัวและศีรษะให้เหลือ น้อยที่สุด ข้อควรระวังคือ ไม่ควรติดที่นั่งแบบนี้เข้ากับเบาะรถที่ติดถุงลมนิรภัย</p>
<p><strong>3.  ที่นั่งเด็กที่หันไปทางหน้ารถ (</strong><strong>Forward-facing child  seat)</strong><br />
ต้องวางไว้ที่เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหน้ารถ เหมาะสำหรับเด็กโตเกินกว่าจะนั่งชนิดหันหน้าไปทางหลังรถ ที่นั่งประเภทนี้อาจออกแบบให้ใช้ได้ทั้งในแบบที่หันไปทางหน้ารถและหลังรถ โดยผู้ใช้สามารถปรับติดตั้งได้ตามความเหมาะสม</p>
<p><strong>4.  ที่นั่งเสริม (</strong><strong>Booster seat)</strong><br />
เหมาะสำหรับเด็กที่โตหน่อย   ช่วยให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้พอดีตัวมากขึ้น</p>
<p>ที่นั่งเด็ก แต่ละยี่ห้อเหมาะกับรถยนต์แต่ละยี่ห้อด้วยเช่นกัน ในการเลือกซื้อที่นั่งเด็ก ควรจะให้ผู้ขายติดตั้งในรถยนต์ให้เรียบร้อยก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าเป็นไปได้ควรพาเด็กไปทดลองนั่ง ให้เหมาะกับน้ำหนักและส่วนสูงของเด็ก<br />
ในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่จะเห็นแม่นั่งอุ้มลูกน้อยไว้บนตัก และนั่งคู่ไปกับคุณพ่อคนขับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาทั้งคุณแม่และคุณลูกย่อมเป็นอันตราย เมื่อเกิดการชนหรือแรงกระทบ ลูกน้อยอาจหลุดกระเด็นไปจากอ้อมออกแม่และได้รับอันตรายได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินทางไกล หรือใกล้ อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงและมาโดยไม่รู้ตัว  ดังนั้นการใช้ที่นั่งเด็ก จะทำให้คุณพ่อขับรถได้อย่างสบายใจ เพราะมั่นใจว่าลูกจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง การใช้ที่นั่งเด็ก ควรให้ลูกใช้ตั้งแต่ยังเป็นทารก เพราะเมื่อเด็กโตขึ้นด้วยความไม่คุ้น จะทำให้การเดินทางของคุณอลเวงตั้งแต่ก่อนออกเดินทางเลยทีเดียว</p>
<p>เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 10 ปี <strong><em>‘</em></strong><strong><em>ต้อง</em></strong><strong><em>’</em></strong> นั่งที่นั่งด้านหลังเสมอ  และสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ คาดเข็มขัดนิรภัยโดยคาดเด็ก 2 คนไว้ด้วยกัน!</p>
<p>ในการเดินทางไกล การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมอาจเปลี่ยนแปลงเวลานอน เวลากิน (กระทั่งเวลาถ่าย) ของเด็ก แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจ เด็กจะสามารถปรับตัวได้เองภายใน 2-3 วัน หรือปรับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อกลับถึงบ้าน</p>
<p>สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ <strong>ของเล่นชิ้นโปรดของลูก</strong> หรือผ้าห่ม ผ้าขนหนูที่ลูก <strong>‘</strong><strong>ติด</strong><strong>’ </strong>เตรียม กิจกรรม หรือของเล่นให้ลูกเล่นขณะอยู่ในรถ เด็กจะได้มีอะไรทำ ไม่ก่อกวนแย่งพวงมาลัย หรือดึงเบรคมือเล่น ส่วนคุณพ่อก็จะได้มีสมาธิในการขับรถอย่างเต็มที่<br />
นอกจากอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยแล้ว<strong> อาหารสำหรับเด็ก</strong>ก็ควรเตรียมให้พร้อม  นอกเหนือจากอุปกรณ์การกินแล้ว ควรเตรียมอุปกรณ์การขับถ่ายไว้ให้พร้อมด้วย  กระดาษทิชชู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง<strong>ทิชชู่เปียก</strong> ถ้าลูกโตขึ้นหน่อย การซื้อกระเป๋าหรือเป้หลังใบใหม่ให้ลูกใส่ข้าวของใช้ของตัวเขาเองบางส่วน ลูกจะภูมิใจ รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่รับมอบหมาย</p>
<p><strong>สำหรับคนตั้งครรภ์ หรือ </strong><strong>‘</strong><strong>คนท้อง</strong><strong>’</strong> โดยปกติแล้ว ควรระมัดระวังดูแลตัวเองและความปลอดภัยของครรภ์ ในช่วง 3 เดือนแรก และ 3 เดือนหลัง ซึ่งในช่วงนั้นถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรไปไหนไกล ๆ และหลีกเลี่ยงการเดินทางแบบ <strong>‘</strong><strong>ลุย</strong><strong>’</strong></p>
<p>คนท้องมักปวดหลัง ปวดฉี่บ่อย และบางคนก็อาจเป็นตะคริว ดังนั้น ควรมีเวลาพักที่ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำเป็นระยะ และคนใกล้ตัวควรรู้วิธีช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเมื่อว่าที่คุณแม่เป็นตะคริว<br />
โดยปกติ เมื่อคนท้องเดินทางทางรถยนต์คงไม่ขับรถเอง แต่บางกรณีที่<em>คนท้องมีความจำเป็นต้องขับรถเอง</em> ควรเว้นที่นั่งให้ท้องและพวงมาลัยมีระยะห่างกันมากที่สุด โดยที่เท้ายังสามารถเหยียบคันเร่งและเบรคได้สะดวก การคาดเข็มขัด ควรให้สายเข็มขัดที่หน้าตักอยู่ที่โคนขา ส่วนสายเข็มขัดที่ลำตัว ให้ลงระหว่างอกและพาดลงด้านข้างของท้อง ระวังอย่าให้สายเข็มขัดมาอยู่ตรงใต้แขน เพราะจะทำให้ว่าที่คุณแม่และลูกในครรภ์บาดเจ็บได้</p>
<p>ในการเดินทาง ไม่ว่าจะกับเด็กเล็ก คนท้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัย หากเรารู้เท่าทันและป้องกันไว้ก่อน สิ่งที่คาดไม่ถึงน่าจะเกิดได้น้อยมาก หรือกระทั่งไม่มีเลย ซึ่งจะทำให้การเดินทางพักผ่อนกับลูกน้อยและว่าที่คุณแม่เป็นประสบการณ์ที่ น่าประทับใจไปแสนนาน.</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_12_Image_0004.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บริการรถเช่า</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:23:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วางแผนการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=392</guid>
		<description><![CDATA[เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถทางไกล   หรือรถของตัวเองไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเดินทางไกล ก็สามารถเช่ารถในพื้นที่ เดินทางท่องเที่ยวได้เช่นกัน  ซึ่งปัจจุบัน มีบริษัทรถเช่าเปิดให้บริการมากมาย โดยเฉพาะตามจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ
 


	เอ วิสไทยแลนด์  บริการเช่ารถเพื่อการเดินทาง ท่องเที่ยว ในประเทศไทย จองรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต (0-2251-1131-2 , 0-2255-5300-4)  www.avisthailand.com
	กรุงไทย คาร์เรนท์ รถเช่าหลากหลายครบครัน บริการดี ราคาพิเศษ เคียงข้างการเดินทางของคุณ สำนักงานใหญ่ (0-2291-8888), Call Center 24 ชั่วโมง(0-2246-0089)www.krungthai.co.th
	บัดเจ็ด (ไทยแลนด์) ให้บริการรถเช่าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการติดต่อธุรกิจ ท่องเที่ยว มีการเช่าแบบระยะสั้น-ยาว โดยมี 26 สาขาทั่วประเทศไทย และมีสาขา 130 ประเทศ 3,000 สาขาทั่วโลก (0-2203-9222) โทรฟรีในประเทศ(1-800-283-438)  www.budget.co.th
	บริษัท พี.คาร์เร้นท์ จำกัด ให้บริการเช่ารถยนต์ รถตู้ เพื่อการเดินทาง และท่องเที่ยว ทั้งในกรุงเทพฯ และประเทศไทย พร้อมทั้งสามารถนำรถยนต์ เข้าขอรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือบริการอื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถทางไกล   หรือรถของตัวเองไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเดินทางไกล ก็สามารถเช่ารถในพื้นที่ เดินทางท่องเที่ยวได้เช่นกัน  ซึ่งปัจจุบัน มีบริษัทรถเช่าเปิดให้บริการมากมาย โดยเฉพาะตามจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_03_Image_0007.jpg" alt="" width="400" height="400" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_11_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<ul>
<li>เอ วิสไทยแลนด์  บริการเช่ารถเพื่อการเดินทาง ท่องเที่ยว ในประเทศไทย จองรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต (0-2251-1131-2 , 0-2255-5300-4)  www.avisthailand.com</li>
<li>กรุงไทย คาร์เรนท์ รถเช่าหลากหลายครบครัน บริการดี ราคาพิเศษ เคียงข้างการเดินทางของคุณ สำนักงานใหญ่ (0-2291-8888), Call Center 24 ชั่วโมง(0-2246-0089)www.krungthai.co.th</li>
<li>บัดเจ็ด (ไทยแลนด์) ให้บริการรถเช่าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการติดต่อธุรกิจ ท่องเที่ยว มีการเช่าแบบระยะสั้น-ยาว โดยมี 26 สาขาทั่วประเทศไทย และมีสาขา 130 ประเทศ 3,000 สาขาทั่วโลก (0-2203-9222) โทรฟรีในประเทศ(1-800-283-438)  <a href="http://www.budget.co.th/">www.budget.co.th</a></li>
<li>บริษัท พี.คาร์เร้นท์ จำกัด ให้บริการเช่ารถยนต์ รถตู้ เพื่อการเดินทาง และท่องเที่ยว ทั้งในกรุงเทพฯ และประเทศไทย พร้อมทั้งสามารถนำรถยนต์ เข้าขอรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือบริการอื่น ๆ ได้ที่ แม็คออโต้เอ็กซ์เพรส (0-2318-8888)<br />
www.pcarrent.co.th</li>
<li>วี อาร์คาร์เร้นท์ ให้บริการรถเช่า รถเก๋ง กระบะ และอื่นๆ ทุกประเภท ฟรีรับและส่งรถ ที่พักบ้านสำนักงานบริษัทฯ สนามบิน ระยอง พัทยา กรุงเทพ และทั่วประเทศไทย (089-9315577, 086-3360080, 086-3290512, 089-8020220)  <a href="http://www.vrcarrent.com/">www.VRcarrenT.com</a></li>
<li>พัทยาคาร์เรนท์ ให้บริการรถเช่าตลอด24ชั่วโมง  บริการรับ-ส่งรถถึงสถานที่ฟรี มีทั้งรถเก๋ง รถกระบะ (08-9802-0220, 08-6336-0080)</li>
<li>สงขลาทัวร์ บริการรถเก๋ง,รถตู้,รถกระบะ ให้เช่าในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในราคาย่อมเยา (0-7425-5300, คุณเซ้ง 08-1738-0127 )</li>
</ul>
<ul>
<li>สง ขลาคาร์เรนท์ มีรถเก๋งใหม่ๆ รถตู้ใหญ่ๆ รถบัส รถกะบะ ให้เช่าในพื้นที่ สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช (08-1276-0137-08-1128-8464)  <a href="http://www.songkhlacarrent.net/">www.songkhlacarrent.net</a></li>
<li>หาดใหญ่ยูเนี่ยนคาร์เร้นท์ รถเช่าหาดใหญ่บริการ  รถเช่าในหาดใหญ่ สงขลา เก๋ง ตู้ พร้อมคนขับ รับ-ส่ง สนามบินหาดใหญ่ (08-6963-1765) <a href="http://www.hatyaiunioncarrent.com/">www.hatyaiunioncarrent.com</a></li>
<li>กระบี่คาร์เร้นทอล บริการรถให้เช่า ทั้ง รถเก๋ง  รถกระบะ รถจี๊ป หลากหลายยี่ห้อ ในจังหวัดกระบี่ (08-1895-5138) <a href="http://www.krabicarrental.com/">www.krabicarrental.com</a></li>
<li>ภูเก็ตวันเร้นท์อะคาร์ บริการรถยนต์ให้เช่า ทุกรุ่น  ทุกยี่ห้อ เพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต (08-9174-0611, 08-4062-9107)  <a href="http://www.phuketonerentacar.com/">www.phuketonerentacar.com</a></li>
<li>ภูเก็ตนิวคาร์เร้นท์ บริการรถเช่า เช่น รถกระบะ รถเก๋ง  รถตู้ เพื่อใช้เดินทางและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต (08-6951-1117)   <a href="http://www.phuketnewcarrent.com/">www.phuketnewcarrent.com</a></li>
<li>หัวหินคาร์เร้นท์ บริการรถเช่าในหัวหิน  มีรถให้เช่ามากมายหลายยี่ห้อ ให้เลือกทั้งระยะสั้นและยาวเป็นรายเดือน (08-6006-2924) <a href="http://www.huahincarrental.com/">www.huahincarrental.com</a></li>
<li>แค ช รถเช่า(เชียงใหม่) บริษัท แคช รถเช่า(ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำให้บริการด้านรถเช่าในจังหวัดเชียงใหม่ มีรถรองรับมากกว่า 100 คัน ให้บริการ ติดต่อ (08-0032-2522 ) <a href="http://www.cashcarrent.com/">www.cashcarrent.com</a></li>
<li>เชียงใหม่คาร์เร้นท์  บริการรถยนต์ให้เช่าในจังหวัดเชียงใหม่ เช็คราคารถยนต์รุ่นแบบรถยนต์ที่ให้เช่า(0-5320-6366,  08-6672-6966) <a href="http://www.chiangmaicarrent.com/">www.chiangmaicarrent.com</a></li>
<li>ไท รถเช่า เชียงใหม่ รถเช่า &amp; ทัวร์ท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ พร้อมบริการรับ-ส่งรถ สนามบิน สถานีรถไฟ ขนส่งฟรี (08-9114-6168, 0-5327-5122)  <a href="http://www.thcarrent.com/">www.thcarrent.com</a></li>
<li>นอร์ทเทอร์ นรถเช่า เชียงใหม่ เชียงราย รถเช่ามาตรฐานในเชียงใหม่และเชียงราย มีหลากหลายราคาให้เลือก ทั้งเก๋ง กระบะ จี๊บ ตู้ รถยนต์เอนกประสงค์ 5,7 ที่นั่ง ขับเองหรือพร้อมคนขับ ในราคาสุดประหยัด พร้อมประกันชั้นหนึ่ง และบริการ รับ- ส่งถึงที่ในเขต อ.เมือง ฟรี (08-1716-1211, 0-5380-6696)  www.northerncarrent.com</li>
<li>แม่ฮ่องสอนรถเช่า บริการรถเช่าเพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ (08-6183-5401, 08-4151-3725) www.maehongsoncarrent.com</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำประกันการเดินทาง</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:21:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วางแผนการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=388</guid>
		<description><![CDATA[นับเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางทุกวันนี้  เพื่อความไม่ประมาท ซึ่งประกันการเดินทางจะมี 2 แบบหลักๆ ที่คนนิยมซื้อ คือ  

	ประกันเฉพาะอุบัติเหตุ  ซึ่งจะครอบคลุมถึงการจัดการศพ  และการส่งศพกลับภูมิลำเนา
	ประกัน อุบัติเหตุ รวมถึงการประกันสุขภาพ การรักษาพยาบาลซึ่งการประกันแบบนี้จะครอบคลุมถึงยามเมื่อเราเจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วย  แต่เบี้ยประกัน ก็จะแพงกว่าการประกันเฉพาะอุบัติเหตุอย่างเดียวมาก

ค่าทำประกัน  จะดูจากวงเงินที่เราเอาประกัน ตลอดจนความเสี่ยงของการเดินทางนั้นๆ

 

การซื้อประกันการเดินทาง
หลังจากตรวจสอบข้อมูล เลือกบริษัทที่รับทำประกันการเดินทาง ได้แล้ว  ก็แค่โทรศัพท์ไปแจ้งความจำนงค์ ว่าต้องการซื้อประกันการเดินทาง  ทางบริษัทก็จะขอชื่อ- นามสกุล อายุ  และที่อยู่ โดยอาจจะมีการขอให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนให้ด้วย  หลังส่งข้อมูลไปให้ พร้อมกับข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ     เกี่ยวกับการเดินทาง  สถานที่ที่เราจะไป  วิธีการเดินทาง  เช่นขับรถไปเอง ขึ้นรถสาธารณะ  ขึ้นเครื่องบินแล้วไปเช่ารถขับเที่ยว เป็นไปได้ ควรแจ้งให้ละเอียด ตลอดจนระยะเวลาของการเดินทาง   จากนั้น  ก็รอใบตอบรับอย่างเป็นทางการ พร้อมมีลายเซ็นผู้มีอำนาจ และใบเสร็จรับเงิน  ที่จะส่งด่วนมาให้เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ข้อแนะนำสำหรับ ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ และบ่อยครั้ง  ควรซื้อเป็นคูปองประกันการเดินทางจากบริษัทที่เราติดต่อไว้ได้เลย  เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นับเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางทุกวันนี้  เพื่อความไม่ประมาท ซึ่งประกันการเดินทางจะมี 2 แบบหลักๆ ที่คนนิยมซื้อ คือ <strong> </strong></p>
<ul>
<li>ประกันเฉพาะอุบัติเหตุ  ซึ่งจะครอบคลุมถึงการจัดการศพ  และการส่งศพกลับภูมิลำเนา</li>
<li>ประกัน อุบัติเหตุ รวมถึงการประกันสุขภาพ การรักษาพยาบาลซึ่งการประกันแบบนี้จะครอบคลุมถึงยามเมื่อเราเจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วย  แต่เบี้ยประกัน ก็จะแพงกว่าการประกันเฉพาะอุบัติเหตุอย่างเดียวมาก</li>
</ul>
<p>ค่าทำประกัน  จะดูจากวงเงินที่เราเอาประกัน ตลอดจนความเสี่ยงของการเดินทางนั้นๆ</p>
<p><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_10_Image_0006.jpg" alt="" width="400" height="265" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_10_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="265" /></span></p>
<p><strong>การซื้อประกันการเดินทาง</strong><br />
หลังจากตรวจสอบข้อมูล เลือกบริษัทที่รับทำประกันการเดินทาง ได้แล้ว  ก็แค่โทรศัพท์ไปแจ้งความจำนงค์ ว่าต้องการซื้อประกันการเดินทาง  ทางบริษัทก็จะขอชื่อ- นามสกุล อายุ  และที่อยู่ โดยอาจจะมีการขอให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนให้ด้วย  หลังส่งข้อมูลไปให้ พร้อมกับข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ     เกี่ยวกับการเดินทาง  สถานที่ที่เราจะไป  วิธีการเดินทาง  เช่นขับรถไปเอง ขึ้นรถสาธารณะ  ขึ้นเครื่องบินแล้วไปเช่ารถขับเที่ยว เป็นไปได้ ควรแจ้งให้ละเอียด ตลอดจนระยะเวลาของการเดินทาง  <strong> </strong>จากนั้น  ก็รอใบตอบรับอย่างเป็นทางการ พร้อมมีลายเซ็นผู้มีอำนาจ และใบเสร็จรับเงิน  ที่จะส่งด่วนมาให้เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน<br />
<strong>ข้อแนะนำ</strong>สำหรับ ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ และบ่อยครั้ง  ควรซื้อเป็นคูปองประกันการเดินทางจากบริษัทที่เราติดต่อไว้ได้เลย  เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อ อีกทั้งยังราคาถูกกว่าซื้อประกันการเดินทางครั้งต่อครั้ง<br />
คูปองเดินทาง ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งาน 1 ปี  เมื่อประสงค์จะเดินทาง เพียงแต่แจ้งชื่อ-นามสกุล อายุ  พร้อมกับหมายเลขคูปอง ส่งกลับที่บริษัทประกันภัยที่ซื้อไว้  จากนั้นจะมีคำตอบกลับมา พร้อมกับสอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทาง  ตลอดจนลักษณะเส้นทาง  และจำนวนวันเดินทาง<br />
จากนั้นก็แค่รอการตอบรับ อย่างเป็นทางการ โดยมีลายเซ็นผู้มีอำนาจและใบเสร็จรับเงินที่ส่งกลับมาด้วย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยเราต้องเก็บต้นขั้ว และหนังสือรับรองไว้เพื่อเป็นหลักฐาน</p>
<p><strong>สิ่งสำคัญที่สุดของการทำประกันการเดินทางคือ  ชื่อ-นามสกุล จะต้องถูกต้อง ชัดเจน </strong> เพื่อใช้ในการตรวจสอบกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างการเดินทาง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:19:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วางแผนการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=384</guid>
		<description><![CDATA[ในยามที่คนเมือง หันหน้าเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น แน่นอนว่า แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติย่อมไดรับความนิยมติดตามมา ก้อนหน้านี้ การท่องเที่ยวตามแห่งอุทยานแห่งชาติ ยังค่อนข้างยาก ด้วยการเดินทาง การติดต่อ การพักค้างแรม  แต่ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติต่างๆ เปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไว้รองรับ ทั้งในส่วนของร้านอาหาร และที่พัก  แต่ก็ยังมีจำนวนจำกัด  ดังนั้นผู้ที่ประสงค์จะท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ  และต้องการพักค้างคืน จึงควรจะติดต่อเพื่อจองห้องพักล่วงหน้า
ซึ่งการจองที่พัก สามารถสำรองที่พักล่วงหน้าได้ 60 วัน และจองต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 วัน ชำระเงินภายใน 2 วันทำการนับตั้งแต่ทำการจอง สามารถสำรองที่พักด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการจองที่พักและบริการออนไลน์ ทั้งทางโทรศัพท์หรือมาด้วยตนเอง

วิธีการจองที่พัก  และบริการออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ท 
1.จองด้วยตนเองผ่านทางระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต  เว็บไซต์ www.dnp.go.th
2.จองโดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการจองให้ ทั้งทางโทรศัพท์หรือมาด้วยตนเอง  ที่ จุดบริการจองที่พักและบริการออนไลน์ ดังนี้

	สำนักอุทยานแห่งชาติ อาคารไพโรจน์สุวรรณกร  (0-2562  -0760)
	สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 1-16 และสาขา
	อุทยานแห่งชาติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในยามที่คนเมือง หันหน้าเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น แน่นอนว่า แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติย่อมไดรับความนิยมติดตามมา ก้อนหน้านี้ การท่องเที่ยวตามแห่งอุทยานแห่งชาติ ยังค่อนข้างยาก ด้วยการเดินทาง การติดต่อ การพักค้างแรม  แต่ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติต่างๆ เปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไว้รองรับ ทั้งในส่วนของร้านอาหาร และที่พัก  แต่ก็ยังมีจำนวนจำกัด  ดังนั้นผู้ที่ประสงค์จะท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ  และต้องการพักค้างคืน จึงควรจะติดต่อเพื่อจองห้องพักล่วงหน้า<br />
ซึ่งการจองที่พัก สามารถสำรองที่พักล่วงหน้าได้ 60 วัน และจองต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 วัน ชำระเงินภายใน 2 วันทำการนับตั้งแต่ทำการจอง สามารถสำรองที่พักด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการจองที่พักและบริการออนไลน์ ทั้งทางโทรศัพท์หรือมาด้วยตนเอง</p>
<p><strong>วิธีการจองที่พัก  และบริการออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ท</strong><strong> </strong><br />
1.จองด้วยตนเองผ่านทางระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต  เว็บไซต์ <a href="http://www.dnp.go.th/parkreserve/reservation.asp?lg=1">www.dnp.go.th</a><br />
2.จองโดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการจองให้ ทั้งทางโทรศัพท์หรือมาด้วยตนเอง  ที่ <strong>จุดบริการจองที่พักและบริการออนไลน์</strong> ดังนี้</p>
<ul>
<li>สำนักอุทยานแห่งชาติ อาคารไพโรจน์สุวรรณกร  (0-2562  -0760)</li>
<li>สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 1-16 และสาขา</li>
<li>อุทยานแห่งชาติ  (เฉพาะที่มีอินเตอร์เน็ตใช้งานแล้ว)</li>
</ul>
<p>3. จองโดยทำเป็นหนังสือขออนุญาตมาที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยทำการจองที่พักและบริการในระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตก่อน จากนั้นส่งหนังสือขออนุญาต พร้อมรายละเอียดอื่นๆทาง (0-2579-5269)  สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ แต่ไม่ต้องการพักบ้านพักของอุทยาน ก็สามารถ เดินทางไปที่อุทยานแห่งชาตินั้นๆได้เลย โดยไม่ต้องติดต่อล่วงหน้า หากแต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการเข้าใช้พื้นที่เหมือนกัน  ส่วนที่พัก อาจจะต้องนำเตนท์ และอุปกรณ์ค้างแรมไปเอง</p>
<p><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_09_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="282" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_07_Image_0005.jpg" alt="" width="321" height="281" /></span></p>
<p><strong>อัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ</strong><strong> </strong><br />
ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  ได้กำหนดอัตราค่าเข้าพักแรมในอุทยานแห่งชาติใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อม ความเปราะบางของสถานที่  ความสวยงาม ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น</p>
<ul>
<li>หมู่ เกาะสุรินทร์ และ หมู่เกาะสิมิรัน จ.พังงา  ค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท  ต่างชาติ ผู้ใหญ่คิด 400 บาท และเด็ก 200 บาท</li>
<li>อช.ดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่</li>
<li>อช.ดอยอินทนนท์  จ.เชียงใหม่</li>
<li>อช.ทุ่งแสลงหลวง   จ.พิษณุโลก-เพชรบูรณ์  (ทุ่งนางพญา,  ทุ่งโนนสน)</li>
<li>อช.เขาใหญ่  จ.ปราจีนบุรี,  สระบุรี, นครนายก, นครราชสีมา</li>
<li>หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ (เกาะทุกเกาะ)</li>
<li>หาดนพรัตน์ธารา</li>
<li>หมู่เกาะพีพี (เกาะทุกเกาะ)</li>
</ul>
<p>ค่าธรรมเนียม  คนไทย  ผู้ใหญ่40 บาท เด็ก 20 บาท  ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท<br />
<strong><em>อุทยานแห่งชาตินอกเหนือจากนี้    คิดค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท<br />
ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็ก  100 บาท </em></strong></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยังมีอุทยานแห่งชาติบางแห่งที่เป็นอุทยานแห่งชาติเล็ก ๆ ก็อาจจะเก็บค่าธรรมเนียมคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท และเด็ก 10 บาท  ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  และสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ ก็จะต้องเสียค่าบริการสำหรับการนำรถยนต์เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติด้วย<br />
ซึ่งรถยนต์ รถกระบะ 4 ล้อ รถตู้ (ไม่เกิน 12 ที่นั่ง) เสียค่าธรรมเนียม คันละ 30 บาท  ยกเว้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  จะเสียค่าธรรมเนียม คันละ 50 บาท  หากเป็นรถโดยสารไม่เกิน 24 ที่นั่ง จะเสียค่าธรรมเนียมคันละ 100 บาท  และรถโดยสารเกิน 24 ที่นั่ง เสียค่าธรรมเนียม 200 บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ตรวจสอบรถ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:14:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วางแผนการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=379</guid>
		<description><![CDATA[ในยามปกติที่ใช้รถ เราควรเปิดกระโปรงหน้ารถตรวจดูความพร้อมง่ายๆ เช่น หม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง น้ำกลั่นแบตเตอรี่ น้ำสำหรับปัดน้ำฝน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง  แต่ควรตรวจดูทุกครั้งก่อนออกเดินทางไกล


	หม้อน้ำ ควรเติมน้ำให้ถึงขีดสูงสุดที่กำหนด
	น้ำกลั่นแบตเตอรี่ ควรตรวจดูพร่องไปหรือไม่ กรณีเป็นแบบเปียก  การเติมน้ำกลั่นไม่ควรเติมจนเต็ม หรือมากเกินไป คือเกินระดับต่ำสุดของพลาสติกที่ต่อจากปุ่มปิดด้านบนลงไป เพราะหากเติมมากเกินไป จะเกิดการล้นและกลายเป็นกรดกัดเหล็กห้องเครื่อง ขั้วแบต เสียหายได้ และควรเติมใส่ทุกช่องให้เท่าๆกัน
	น้ำมันเครื่อง ตรวจเช็คว่าลดน้อยลงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ในรถควรมีน้ำมันเครื่องกระป๋องเล็กขนาด 1 ลิตร ติดรถไว้เพื่อความไม่ประมาท โดยเฉพาะถ้าขับรถลุย หรือ ออฟโรด มีโอกาสที่น้ำมันเครื่องจะลดลงได้
	น้ำสำหรับปัดน้ำฝน ซึ่งจำเป็นสำหรับในกรณีที่ใช้ล้างกระจก ยิ่งขับรถหน้าฝน ยิ่งจำเป็น เพราะช่วงที่ถนนเฉอะแฉะ  จะน้ำที่กระเซ็นใส่กระจกทำให้พร่ามัว ก็ต้องอาศัยฉีดกระจกช่วย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป

 

การตรวจเช็คคร่าวๆ เหล่านี้  เราทำเป็นประจำ ในการใช้รถประจำวัน   แต่ยามเดินทางไกล ควรนำรถไปเช็คสภาพ รถใหม่ป้ายแดง หรือป้ายขาวยังใช้ไปไม่กี่ปี อาจจะไม่มีปัญหามากมาย ถ้าการใช้ในชีวิตประจำวันไม่เจอปัญหา

แต่สำหรับรถเก่า ควรนำไปเช็คสภาพให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะ ถ้าเส้นทางที่ไป เป็นทางทุรกันดาร หรือเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขาสูง ทางคดเคี้ยว ก็ควรต้องนำรถไปตรวจสภาพกับอู่เพิ่มเติม เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">ในยามปกติที่ใช้รถ เราควรเปิดกระโปรงหน้ารถตรวจดูความพร้อมง่ายๆ เช่น หม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง น้ำกลั่นแบตเตอรี่ น้ำสำหรับปัดน้ำฝน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง  แต่ควรตรวจดูทุกครั้งก่อนออกเดินทางไกล</p>
<ul>
<li><strong>หม้อน้ำ</strong> ควรเติมน้ำให้ถึงขีดสูงสุดที่กำหนด</li>
<li><strong>น้ำกลั่นแบตเตอรี่</strong> ควรตรวจดูพร่องไปหรือไม่ กรณีเป็นแบบเปียก  การเติมน้ำกลั่นไม่ควรเติมจนเต็ม หรือมากเกินไป คือเกินระดับต่ำสุดของพลาสติกที่ต่อจากปุ่มปิดด้านบนลงไป เพราะหากเติมมากเกินไป จะเกิดการล้นและกลายเป็นกรดกัดเหล็กห้องเครื่อง ขั้วแบต เสียหายได้ และควรเติมใส่ทุกช่องให้เท่าๆกัน</li>
<li><strong>น้ำมันเครื่อง</strong> ตรวจเช็คว่าลดน้อยลงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ในรถควรมีน้ำมันเครื่องกระป๋องเล็กขนาด 1 ลิตร ติดรถไว้เพื่อความไม่ประมาท โดยเฉพาะถ้าขับรถลุย หรือ ออฟโรด มีโอกาสที่น้ำมันเครื่องจะลดลงได้</li>
<li><strong>น้ำสำหรับปัดน้ำฝน</strong> ซึ่งจำเป็นสำหรับในกรณีที่ใช้ล้างกระจก ยิ่งขับรถหน้าฝน ยิ่งจำเป็น เพราะช่วงที่ถนนเฉอะแฉะ  จะน้ำที่กระเซ็นใส่กระจกทำให้พร่ามัว ก็ต้องอาศัยฉีดกระจกช่วย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป</li>
</ul>
<p><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg" alt="" width="400" height="400" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_05_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<p>การตรวจเช็คคร่าวๆ เหล่านี้  เราทำเป็นประจำ ในการใช้รถประจำวัน   แต่ยามเดินทางไกล ควรนำรถไปเช็คสภาพ รถใหม่ป้ายแดง หรือป้ายขาวยังใช้ไปไม่กี่ปี อาจจะไม่มีปัญหามากมาย ถ้าการใช้ในชีวิตประจำวันไม่เจอปัญหา</p>
<p>แต่สำหรับรถเก่า ควรนำไปเช็คสภาพให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะ ถ้าเส้นทางที่ไป เป็นทางทุรกันดาร หรือเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขาสูง ทางคดเคี้ยว ก็ควรต้องนำรถ<strong>ไปตรวจสภาพกับอู่เพิ่มเติม</strong> เช่น เบรก   คลัช   และก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง</p>
<p><strong> คลัช </strong> - ปัจจุบัน มีรถใช้คลัชน้อยลง เมื่อระบบเกียร์ออโต้เข้ามาแทนที่ แต่รถเกียร์ธรรมดา คลัชยังจำเป็น และจำเป็นต้องตรวจเช็คสภาพ  เมื่อมีปัญหาเช่นการเข้าคลัชยาก แป้นเหยียบแข็ง หรือการเข้าเกียร์ลำบาก  ซึ่งหากเราหมั่นตรวจสอบสภาพอยู่สม่ำเสมอ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลมากมาย</p>
<p><strong> ระบบเบรก-</strong> การขับรถบนท้องถนนนั้น ผู้ขับแทบจะไม่ต้องกังวลอะไรมาก จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถก็ทำได้เลย และไม่ต้องกังวลว่าล้อจะล็อก เพราะปัจจุบันนี้มีระบบเบรก ABS ติดตั้งมากับรถแทบทุกคันอยู่แล้ว  แต่กระนั้นเราก็ควรนำรถเข้าตรวจเช็คให้มั่นใจเพื่อความปลอดภัย ก่อนเดินทางโดยเฉพาะถ้าเส้นทางที่จะไปเป็นเส้นทางที่ต้องขึ้น-ลงเขา คดเคี้ยว</p>
<p>ที่แต่งรถออฟโรดเพื่อลุยกันเต็มรูปแบบ ควรใส่ใจกับระบบเบรกให้มาก เลือกใช้น้ำมันเบรกและผ้าเบรกที่มีคุณภาพ สามารถทนความร้อนได้ดี และหมั่นตรวจสอบการใช้งานเป็นประจำ ยิ่งรถแรงเท่าใด ก็ยิ่งต้องการระบบเบรกที่ดี โดยเฉพาะบนเส้นทางออฟโรดที่ไม่ต้องการความผิดพลาดใดๆ ในขณะขับขี่</p>
<p><strong> ยางรถ-</strong>เปรียบเสมือนเท้าของรถยนต์  หากเท้าไม่ดี การเดินทางก็คงลำบาก  สิ่งสำคัญที่ต้องดูแลเท้าหรือยางรถยนต์ ง่ายๆ  ก็คือการเติมลมยาง<br />
หลายคนยังงุนงง สงสัย  ควรเติมลมยางอย่างไร   เติมขนาดไหนถึงจะพอดีกับการเดินทางระยะไกลง่ายๆ<strong>ให้ดูจากคู่มือ</strong>ที่ติดมากับรถ  การเติมลมยางนั้น <strong>ควรเติมในช่วงที่ยางยังไม่ร้อนเกินไป</strong> หรือให้ดีออกจากบ้านไม่ควรเกิน 2 กิโลเมตร หากต้องการวิ่งทางไกล นานๆ ควรเพิ่มลมยางอีกประมาณ 3-5 ปอนด์ / ตารางนิ้วและให้ดี ต้องตรวจดูยางอะไหล่ เติมลมยางให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>ความดันลมยางระเก๋งกับรถกระบะไม่เท่ากันนะ</strong><strong> </strong><br />
<strong>รถเก๋ง </strong>ควรดันลมยางสูงสุดไม่ควรเกิน  35 ปอนด์ / ตารางนิ้ว ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทรถ</p>
<ul>
<li>รถเก๋งขนาดเล็ก ความดันลมยางประมาณ 25-30 ปอนด์ / ตารางนิ้ว</li>
<li>รถเก๋งขนาดกลางถึงใหญ่ ความดันลมยาง ประมาณ 30-35 ปอนด์ / ตารางนิ้ว</li>
</ul>
<p><strong>รถกระบะ</strong> ความดันลมยางไม่ควรเกิน 35 ปอนด์ / ตารางนิ้ว หรือถ้าบรรทุกของหนักๆ แบบจะย้ายบ้าน ก็เติมได้ถึง 50-60 ปอนด์  / ตารางนิ้ว<br />
<strong> การเติมลมยางมากเกินไป </strong></p>
<ul>
<li>บริเวณของกึ่งกลางของหน้ายางจะสึกหรอได้ง่าย</li>
<li>การรับแรงและการยืดหยุ่นด้อยลง  เมื่อมีการรับน้ำหนักหรือการกระแทก ก็อาจทำให้เกิดการระเบิดของยางได้ง่าย</li>
<li>การทรงตัวและการเกาะถนน ไม่ดีเท่าที่ควร<strong> </strong></li>
</ul>
<p><strong>การเติมลมยาง น้อยเกินไป</strong><strong> </strong></p>
<ul>
<li>บริเวณไหล่ยาง จะสึกเร็วกว่าปกติ  แก้มยางทำงานหนัก สึกหรอได้ง่าย</li>
<li>การหมุนหรือบังคับ พวงมาลัย ได้ยากขึ้น</li>
<li>การทรงตัวของรถในขณะขับขี่ด้อยลง</li>
</ul>
<p><strong> </strong> <strong> ระบบไฟ </strong>ควร ตรวจสอบให้มั่นใจว่า ไฟหน้า ไฟหลัง ไฟเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไฟถอยหลัง  ติดครบทุกดวงหรือไม่  หากไม่ก็จัดการเปลี่ยนซะ จะเปลี่ยนเองหรือเข้าอู่เปลี่ยนก็ได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเราเอง<br />
<strong> ปัดน้ำฝน</strong>ผู้ ขับขี่หลายคนอาจจะละเลย หรือมองข้าม หรือไม่ทันนึกในการตรวจเช็ก ก็คือที่ปัดน้ำฝน  ครั้นจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา ดันไม่อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่เสียไป เพราะน้ำฝนที่เกาะกระจกหน้ารถเรา ทำให้เป็นอันตรายต่อตัวเราเองและเพื่อนร่วมทางได้ ยิ่งเมื่อเดินทางไปแต่ละพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด</p>
<p>ตัวมอเตอร์ไฟฟ้า และขาคันชัก ก้านดึง  ข้อต่อ หากดูแลดีๆ ก็มีอายุการใช้งานได้นาน ควรหล่อลื่นพวกข้อต่อบ้าง โดยการใช้น้ำมันเครื่อง จารบีถ้ากันน้ำได้ยิ่งดี ส่วนตัวก้านที่ปัดน้ำฝนดูจะเป็นจุดที่ถูกละเลยมากที่สุด อาจจะเพราะมันไม่ค่อยก่อความเสียหาย แต่ก็ควรตรวจดูตัวน็อตยึด  เช็คข้อต่อต่างๆ ถ้าแน่นหนาดีก็ไม่มีปัญหา ส่วนสำคัญที่สุด คือ <strong>ยางใบปัดน้ำฝน </strong><strong> </strong></p>
<p>อย่าเลือกซื้อใบปัดน้ำฝนเพียงเพราะราคาถูกอย่างเดียว  แต่ต้องให้เหมาะสมต่อการใช้ และ<strong>ควรเปลี่ยนทุกปี</strong> และควรเลือกยางใบปัดที่มีขนาดความยาวเท่าเดิม เพราะถ้าใบปัดสั้นกว่าของเก่า รัศมีการปัดจะสั้นลง แต่ถ้าใบปัดยาวเกิน จะไปถูกับยางหรือคิ้วขอบกระจก ทำให้ใบปัดเสียหาย  ถ้าตัวกระจกมีสิ่งสกปรกเกาะอยู่ ก็ทำให้เกิดความฝืดเพิ่มขึ้น หรือเป็นตัวที่ทำให้ใบปัดสะดุด  และที่สำคัญคือควรทำความสะอาดใบปัดน้ำฝน ด้วยการใช้ผ้านุ่มชุบน้ำ แล้วบิดพอ หมาดๆ เช็ดรูดไปตามความยาวของยางใบปัด หรือแม้จะไม่ได้ใช้งาน ใบปัดเลย ก็ควรทำทุกครั้งที่มีการล้างรถ ข้อสำคัญคือ ไม่ควรใช้ผงซักฟอกผสมน้ำ ทำความสะอาดอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ยางเสื่อม สภาพแล้ว ยังทำให้สีรถเสียหายได้ด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วางแผนการเดินทาง</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 10:03:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วางแผนการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[“วางแผนที่ดีมีชัยไปกว่า ครึ่ง” เป็นข้อความที่ใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์ ไม่เว้นแม้แต่การจะเดินทางท่องเที่ยว ยิ่งถ้าขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งข้อมูล เวลา สัมภาระ และยานพาหนะที่จะนำเราไป                     ก่อนออกเดินทางแต่ละครั้ง คงต้องวางเป้าหมายก่อนว่า เราอยากจะไปที่ไหน ด้วยการหาข้อมูล ซึ่งคงไม่ยากจนเกินไป  แค่พลิกหน้าหนังสือเล่มนี้ไปดูตั้งแต่บทที่ 4 เป็นต้นไป ก็พอจะเป็นไกด์ให้ได้  แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการท่องเที่ยว คือช่วงจังหวะเวลา หรือที่เราเรียกกันว่า หน้าเทศกาล เอาไว้ด้วย  อย่างเช่นหน้าฝน ไม่เหมาะต่อการเที่ยวทะเล หรือป่าเขา ถ้ำ ในจุดที่มีฝนตกชุก หรือฤดูดอกไม้บาน  เป็นต้น ซึ่งถ้าเราได้ไปเที่ยวได้ถูกเทศกาลตามที่เราต้องการ รับรองได้ว่าการท่องเที่ยวครั้งนั้น จะทำให้เราจดจำได้ไม่ลืมทีเดียว
 



	ฤดูฝน ควรเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นเกาะแก่ง ป่าเขา  ถ้ำ ในจุดที่ฝนตกชุก เนื่องจากเสี่ยงภัยต่อน้ำป่า ดินโคลนสไลด์ลงมาตามถนนที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา  โดยมากฤดูฝนจะเริ่มจากภาคอีสานและภาคเหนือก่อน ไล่ลงมาภาคกลาง  ก่อนจะไปสิ้นสุดที่ภาคใต้ ที่มีโอกาสเจอทั้งลมและฝน


	ฤดูหนาว  ผู้ คนส่วนใหญ่ที่เผชิญกับสภาวะอากาศร้อนในเมือง มักออกเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาว  หากขึ้นภาคเหนือ หรืออีสาน ก็มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก หรือได้สัมผัสอากาศหนาวสมใจ  และที่มาพร้อมกับหน้าหนาวก็คือ ดอกไม้  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2"><strong>“</strong><strong>วางแผน</strong>ที่ดีมีชัยไปกว่า ครึ่ง” เป็นข้อความที่ใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์ ไม่เว้นแม้แต่การจะเดินทางท่องเที่ยว ยิ่งถ้าขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งข้อมูล เวลา สัมภาระ และยานพาหนะที่จะนำเราไป                     ก่อนออกเดินทางแต่ละครั้ง คงต้องวางเป้าหมายก่อนว่า เราอยากจะไปที่ไหน ด้วยการหาข้อมูล ซึ่งคงไม่ยากจนเกินไป  แค่พลิกหน้าหนังสือเล่มนี้ไปดูตั้งแต่บทที่ 4 เป็นต้นไป ก็พอจะเป็นไกด์ให้ได้  แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการท่องเที่ยว คือช่วงจังหวะเวลา หรือที่เราเรียกกันว่า หน้าเทศกาล เอาไว้ด้วย  อย่างเช่นหน้าฝน ไม่เหมาะต่อการเที่ยวทะเล หรือป่าเขา ถ้ำ ในจุดที่มีฝนตกชุก หรือฤดูดอกไม้บาน  เป็นต้น ซึ่งถ้าเราได้ไปเที่ยวได้ถูกเทศกาลตามที่เราต้องการ รับรองได้ว่าการท่องเที่ยวครั้งนั้น จะทำให้เราจดจำได้ไม่ลืมทีเดียว</p>
<p align="center"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_06_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="207" /> <span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/plan_Page_03_Image_0005.jpg" alt="" width="314" height="207" /></span></p>
<blockquote>
<ul>
<li><strong>ฤดูฝน</strong> ควรเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นเกาะแก่ง ป่าเขา  ถ้ำ ในจุดที่ฝนตกชุก เนื่องจากเสี่ยงภัยต่อน้ำป่า ดินโคลนสไลด์ลงมาตามถนนที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา  โดยมากฤดูฝนจะเริ่มจากภาคอีสานและภาคเหนือก่อน ไล่ลงมาภาคกลาง  ก่อนจะไปสิ้นสุดที่ภาคใต้ ที่มีโอกาสเจอทั้งลมและฝน</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤดูหนาว </strong> ผู้ คนส่วนใหญ่ที่เผชิญกับสภาวะอากาศร้อนในเมือง มักออกเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาว  หากขึ้นภาคเหนือ หรืออีสาน ก็มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก หรือได้สัมผัสอากาศหนาวสมใจ  และที่มาพร้อมกับหน้าหนาวก็คือ ดอกไม้  เช่นพญาเสือโคร่ง ที่จะออกดอกบานสพรั่งดอย ในยามที่อากาศหนาวจัดมาเยือน ซึ่งแต่ละปีจะออกดอกไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ  หากอากาศหนาวเย็นมาเร็ว ก็จะบานเร็ว  หากอากาศหนาวมาช้า ก็บานช้า  โดยมากอยู่ระหว่างช่วงกลางเดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนมกราคม  แต่ฤดูหนาว ภาคใต้ยังอาจจะมีมรสุม</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ฤดูร้อน</strong> คนส่วนใหญ่มักนึกถึงทะเล  ป่าเขา และน้ำตก แต่ขอแนะว่า ถ้าเป็นพวกชอบแบกเป้เดินป่า ฤดูร้อนเหมาะแก่การเที่ยวป่าใต้มากที่สุด  เพราะมีน้ำตลอด แถมอากาศในป่ายามค่ำคืนบนเขาสูง ก็เย็นฉ่ำ  บางคนบอกว่าหนาวเลยทีเดียว เพราะอุณหภูมิ ต่ำกว่า 20 แน่นอน หรือจะไปดำน้ำ ดูปะการัง ในช่วงนี้ก็เข้าที  เนื่องจากคลื่นลมค่อนข้างสงบ แต่ไม่ควรพ้นช่วงเมษายน เพราะหลังจากนั้นก็จะเริ่มมีมรสุม  และเกาะที่ขึ้นชื่อเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังจะเริ่มปิดเกาะ ไม่รับนักท่องเที่ยว เพราะคลื่นจัด</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ปลายฝนต้นหนาว </strong> หาก พูดถึงการท่องเที่ยว ช่วงที่เหมาะสมที่สุดอีกช่วงหนึ่งของการเดินทางท่องเที่ยว คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว  เพราะเป็นช่วงที่หมดฝนใหม่ ๆ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติฟื้นตัว จะเห็นความสดชื่นได้ทั่วไป นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่ชมทะเลหมอก ตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติได้สวยกว่าช่วงที่อากาศหนาวทีเดียว แต่ช่วงนี้ภาคใต้ยังมีฝนตกชุกอยู่ทั่วไป</li>
</ul>
<p>เมื่อดูช่วงจังหวะเวลา เลือกสถานที่ ที่จะไปได้แล้ว เวลาก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยกำหนดการท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง หากเวลามาก ก็เที่ยวได้ไกล หรืออยู่ที่ใดที่หนึ่งได้นาน ถ้าเวลาน้อยก็เที่ยวได้ระยะสั้น แต่สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเที่ยวระยะไกล หรือใกล้ คือการเตรียมสัมภาระทั้งคนและรถ</p>
<p><strong>เตรียมพร้อมคนและรถ</strong><strong> </strong><br />
<strong>เตรียมคน </strong>หากจะเที่ยวให้สนุกก็ควรเที่ยวโดยไม่ต้องพะวักพะวง <strong> </strong><br />
<strong>เสื้อผ้า</strong> เท่าที่จำเป็น  ควรเผื่อชุดสำหรับใส่นอน แยกกับชุดเดินทาง เพื่อความสบายตัว นอกจากนี้ยังควรมี</p>
<ul>
<li>เสื้อกันฝน ซึ่งจะมีโอกาสใช้ได้บ่อย  เพราะฝนบ้านเราเดี๋ยวนี้มาไม่ค่อยเป็นฤดูกาลเท่าไหร่</li>
<li>เสื้อกันลม มีโอกาสใช้ได้บ่อย   บางคนใช้กันแดดไปด้วย เพราะน้ำหนักไม่เบา สีสันสวยงาม  บางคนใส่ถ่ายรูปก็เท่ห์ไม่น้อย</li>
<li>เสื้อกันหนาว คงเตรียมไปเฉพาะฤดูหนาวก็พอ  เนื่องจากอากาศบ้านเราไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่  ติดจะร้อนซะด้วยซ้ำ</li>
<li>ผ้า เช็ดตัว เตรียมไว้เผื่อเหลือเผือขาด เนื่องจากในห้องพักสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งมีจัดไว้ให้พร้อม  แต่บางแห่งเราอาจจะไปกางเตนท์นอน ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ส่วนตัว ซึ่งผ้าเช็ดตัวไม่จำเป็นต้องเป็นผืนหนา หนัก เพราะจะทำให้เก็บความชื้น สุดท้ายกว่าจะจบทริป จะมีกลิ่นอับไม่พึงประสงค์  ส่วนคนที่เที่ยวอุทยาน หรือเที่ยวป่า ก็จะนิยมใช้ผ้าขาวม้า เบาสบายดี</li>
<li>ชุดชั้นใน   ควรเตรียมให้พอดีวันที่เดินทาง</li>
</ul>
<p><strong>ของใช้ส่วนตัว </strong></p>
<ul>
<li>แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี</li>
<li>ยาสระผม และสบู่เหลว แพ็กเล็กๆสำหรับเดินทาง  ใช่สบู่เหลวจะสะดวกต่อการเก็บมากกว่าสบู่ก้อน</li>
<li>ครีมบำรุงผิว</li>
<li>ครีมกันแดดซึ่งจำเป็นมากไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย</li>
<li>ผ้า อนามัย นอกจากใช้สำหรับวันนั้นของเดือนของคุณผู้หญิงแล้ว  ยังใช้เป็นอุปกรณ์ฉุกเฉิน หากเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย ในกรณีที่จุดท่องเที่ยวของเราอยู่ห่างไกลจากในเมือง หรือโรงหมอ</li>
<li>หมวก, แว่นกันแดด</li>
<li>ร่มพับเล็กๆ ติดกระเป๋า</li>
<li>ถุง นอน หากไปกางเตนท์นอนอุทยานแห่งชาติ หรือแห่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่น ที่ไม่มีเครื่องนอนให้เช่า หากไปพักผ่อนตามสถานที่ที่มีที่พัก ก็ไม่จำเป็นต้องนำไป</li>
<li>รองเท้าแตะ</li>
</ul>
<p><strong> เตนท์ </strong> ขึ้น อยู่กับสถานที่ ที่จะไปพัก ขนาดของเตนท์ขึ้นอยู่กับกลุ่มที่ไปด้วยกัน  กำลังดีควรเป็นแบบ 3  คนนอน เพราะไม่ใหญ่มาก กางง่าย หากคนเยอะกว่านั้น ก็นำไปหลายหลังได้<br />
และควรมีแผนรองนั่ง หรือ กราวน์ชีท ไปด้วย ซึ่งอาจจะใช้รองเตนท์  หรือใช้สำหรับนั่งสนทนา พักผ่อน แต่โดยมากโยนใส่รถไว้สักหลัง ก็ไม่เสียหลาย<br />
<strong><br />
ยารักษาโรค </strong> โดย มากเราควรต้องมีกระเป๋ายาเล็กๆ ติดรถไปด้วย จำพวกยาลดไข้แก้ปวด ยาใส่แผลสด พลาสเตอร์ยา ผ้าพันแผล ยาหม่อง ยาดม ยาธาตุ ยาคลายกล้มเนื้อ ยาแก้แพ้  ยาเหล่านี้ไม่ต้องนำไปเยอะ  หรือยาน้ำก็ไม่ต้องขวดใหญ่  แต่ให้มีติดไว้เพื่อให้หยิบใช้ได้ทันท่วงที ไม่ต้องเสียเวลาขับรถตะเวนหาร้านขายยา  หรือเมื่อเราไปอยู่ในจุดที่ไม่มีร้านรวง ก็จะไม่ลำบาก  และควรมีกรรไกร มีดพก เล็กๆ ติดกระเป๋ายาไปด้วย เผื่อหยิบใช้ตัดนู่นตัดนี่</p>
<p>นอกจากนี้<strong>ยังควรมีขนมขบเคี้ยว </strong> <strong>น้ำดื่ม</strong> ติดรถไปด้วยเพื่อประทังความหิว   แม้ปัจจุบัน ตามเส้นทางรถผ่าน จะมีปั๊มน้ำมันที่จะมีร้านสะดวกซื้อก็ตาม</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคใต้ ทริป 5 ดูนกทะเลน้อยบึงบัวสีชมพู ไหว้หลวงปู่ทวด พัทลุง - สงขลา</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 07:07:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=339</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

2 วัน 1 คืน

จาก ตัวเมืองพัทลุง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4047 ตรงไปทางหาดลำปำ ระหว่างทางจะมีโรงพยาบาลพัทลุง(0-7461-3008) และโรงพยาบาลปิยะรักษ์(0-7462-7146-54) มีปั๊มLPGด้วย ก่อนถึงหาดแวะถ่ายรูปวังเจ้าเมืองพัทลุง ฝั่งขวามือ ข้างในจะมีวังเก่าและวังใหม่ให้เดินชม  ค่าเข้าชม 5 บาท เปิด 9.00-16.00 น.ถัดไปอีก200เมตร เข้าวัดวัง ชมภาพฝาผนังและลายแกะสลักที่สวยงาม
ร้านอาหาร กาละแมแม่จิตร  เป็นเพิงข้างวัดวัง ชิมน้ำพริกอร่อย กับแกงใต้แบบท้องถิ่น มีกาละแมให้ชิมฟรีด้วย
ลำปำรีสอร์ท(0-7461-1486)เป็นบังกะโล หน้าหาดลำปำ ราคา 500-1,200

ออกจากหาดแล้วขับกลับมาเจอสี่แยก ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนเลียบหาดแสนสุขลำปำ  ผ่านวัดแสงอรุณ ผ่านสวนพฤกษศาสตร์พัทลุง เข้าสู่ Recommended อุทยานนกน้ำทะเลน้อย ล่องเรือชมบัวสีชมพู ใช้เวลา 1.30 ชม.ราคา 300/ลำ นั่งได้ 5-8 คน TIP  ต้องมาประมาณ 10 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-93"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-91"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p class="style4"><strong>2 วัน 1 คืน</strong></p>
<p>จาก ตัวเมืองพัทลุง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4047 ตรงไปทางหาดลำปำ ระหว่างทางจะมีโรงพยาบาลพัทลุง(0-7461-3008) และโรงพยาบาลปิยะรักษ์(0-7462-7146-54) มีปั๊มLPGด้วย ก่อนถึงหาดแวะถ่ายรูป<strong>วังเจ้าเมืองพัทลุง </strong>ฝั่งขวามือ ข้างในจะมีวังเก่าและวังใหม่ให้เดินชม  ค่าเข้าชม 5 บาท เปิด 9.00-16.00 น.ถัดไปอีก200เมตร เข้า<strong>วัดวัง</strong> ชมภาพฝาผนังและลายแกะสลักที่สวยงาม</p>
<div><span class="style8"><strong>ร้านอาหาร กาละแมแม่จิตร  เป็นเพิงข้างวัดวัง ชิมน้ำพริกอร่อย กับแกงใต้แบบท้องถิ่น มีกาละแมให้ชิมฟรีด้วย</strong></span></div>
<p><span class="style8"><strong>ลำปำรีสอร์ท(</strong><strong>0-7461-1486)เป็นบังกะโล หน้าหาดลำปำ ราคา 500-1,200</strong></span></p>
<p>ออกจากหาดแล้วขับกลับมาเจอสี่แยก ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนเลียบหาดแสนสุขลำปำ  ผ่านวัดแสงอรุณ ผ่านสวนพฤกษศาสตร์พัทลุง เข้าสู่ <span class="style7">Recommended<strong> อุทยานนกน้ำทะเลน้อย</strong> ล่องเรือชมบัวสีชมพู ใช้เวลา 1.30 ชม.ราคา 300/ลำ นั่งได้ 5-8 คน TIP  ต้องมาประมาณ 10 โมงเช้า บัวจะยังบานเต็มบึง สวยมาก </span></p>
<p>ช่วง บ่าย ออกจากทะเลน้อยใช้ถนนเส้นเดิมแต่มุ่งหน้าต่อไป ขับรถบนสะพานที่ทอดยาวเลียบทะเลน้อย มีนกบินผ่าน บรรยากาศดีมาก ช่วงก่อนขึ้นสะพายก็จะมีร้านอาหาร 2 ข้างทาง ขับตรงมาเรื่อยๆตามป้ายอ.ระโนดจนผ่านสถานีอนามัยบ้านใหม่ ซักพักจะเจอแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลวง 4083 ขับตรงไปเจอสี่แยกที่มีปั๊มเยอะ ก็เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 408 ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงกม.110 ตรงข้ามปั๊ม PTT จะมีทางเข้า <strong>วัดพะโคะ</strong> ชมอุโบสถงดงาม  สักการะหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และอธิษฐานช้างเสี่ยงทาย</p>
<p>ออกมาขับถึงกม.113  มีสถานีอนามัยดีหลวง มุ่งหน้าตามทางหลวงหมายเลข 408 ผ่านอ.สทิงพระ มีทางเข้า<strong>อุทยานนกน้ำคูขุด</strong> ต้องเช่าเรือชาวบ้านเข้าไปดูนก ราคา 250/ลำ  ออกมาเจอโรงพยาบาลสทิงพระ(0-7439-7012,0-7439-7038) ขับรถต่อมาจนถึงอ.สิงหนคร เจอสามแยกให้เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 408 เพื่อข้ามสะพานติณสูลานนท์ ข้ามเกาะยอ โดยสะพานติณจะมี 2 ช่วงต่อกัน<span class="style7"> TIP แวะถ่ายรูปได้ แต่ต้องจอดรถข้างไหล่ทาง  ต้องระวังมากๆ </span></p>
<p><span class="style8">หาที่พักในอ.หาดใหญ่ <strong>ศุภณัฐ แมนชั่น ราคา 450 บาท เป็นservice  apartment</strong></span></p>
<p>ตื่นเช้ามา  ช็อปปิ๊ง<strong>ตลาดกิมหยง</strong> ส่วนใหญ่จะเป็นขนมของกิน เดินเล่นในหาดใหญ่  แล้วช่วงบ่าย</p>
<p>ช็อปต่อให้หมดตัว  ที่<strong>ตลาดสันติสุข</strong> มีเครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้า และสินค่าแฟชั่น ต่างๆ กลางคืนท่องราตรี  เมืองหาดใหญ่</p>
<div class="style8"><strong>ติ่มซำร้านโชคดี ห้ามพลาด  ชาเย็นในตลาดหาดใหญ่</strong></div>
<p><strong>ที่พัก</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>ทะเลน้อยรีสอร์ท</strong> จ.พัทลุง โทร.08-1189-6193   <strong>ราคา</strong><strong> </strong>400  - 1,000 บาท<strong> </strong></p>
<p>เจบีหาดใหญ่  โฮเต็ล โทร.0-7423-4300-18 ราคา 1,600-7,000 บาท</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>เรือนชัยบุรี</strong><strong> </strong>อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โทร.0-7468-2354,0-7468-2632<strong> </strong></p>
<p><strong>โรงพยาบาล</strong><strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลสงขลา  โทร.0-7433-8100</p>
<p>โรงพยาบาลหาดใหญ่  โทร.0-7423-0800-4</p>
<p><strong>ตำรวจ</strong><strong> </strong></p>
<p>สภ.เมือง  จ.พัทลุง โทร. 0-7462-7651</p>
<p>สภ.เมืองสงขลา  โทร.0-7430-7058,0-7432-1868</p>
<p>สภ.หาดใหญ่  โทร.0-7425-7333</p>
<p>สำนักงาน ททท.ภาคใต้เขต  1 จ.สงขลา โทร.0-7423-1055,0-7423-8518<strong> </strong></p>
<p>สำนักงาน  ททท.ภาคใต้เขต 2 โทร.0  7534 6515-6</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคใต้ ทริป 4 นั่งเรือชมถ้ำเล เที่ยวหลีเป๊ะ-ตะรุเตา ตรัง-สตูล</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%96/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%96/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:17:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=336</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]


3 วัน 2 คืน

จากตัวเมืองตรัง  เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวภายในตัวเมือง recommend นั่งตุ๊กๆกบพาเที่ยวเมืองตรัง ค่าบริการ 1ชม.200 บาท   2ชม.400 บาท    3ชม.600 บาท มีให้บริการตามโรงแรมต่างๆ

ร้านตรังหมูย่าง  นั่งโต๊ะปุ๊บเด็กเสิร์ฟจะเอาติ่มซำชนิดต่างๆมาวางจนเต็มโต๊ะ กินได้แค่นั้นคิดเงินแค่นั้น 

ที่แรกศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำจ.ตรัง  ขออะไรได้หมด แต่ต้องกลับมาแก้บนด้วย จากนั้นไปอนุสาวรีย์เจ้าพระยารัษฎา เจ้าเมืองตรัง ผู้นำพันธุ์ยางมาจากมาเลเซีย แล้วนำมาเพาะพันธุ์จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ จากนั้นเที่ยวต่อบ้านแม่ถ้วน ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา หากท่านอยู่ท่านจะออกมาต้อนรับพูดคุยด้วยตัวเอง

แวะร้าน OTOP 10 อำเภอ รวมถึงสินค้าจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย ต้องซื้อ!ไม้มงคลเทพทาโร เค้กตรัง กาแฟเขาช่อง

ตกบ่ายใช้ถนนหมายเลข 4 มุ่งหน้าอ.ห้วยยอด  ระหว่างทางจะมีปั๊มบางจาก Esso Susgo เลี้ยวซ้ายที่กม.7เข้าไป  800 ม.Recommend [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-90"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-88"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><span class="style4"><strong><br />
3 วัน 2 คืน</strong></span></p>
<p>จากตัวเมืองตรัง  เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวภายในตัวเมือง <span class="style7">recommend <strong>นั่งตุ๊กๆกบพาเที่ยวเมืองตรัง</strong> ค่าบริการ 1ชม.200 บาท   2ชม.400 บาท    3ชม.600 บาท มีให้บริการตามโรงแรมต่างๆ</span></p>
<p><span class="style8"><strong>ร้านตรังหมูย่าง  นั่งโต๊ะปุ๊บเด็กเสิร์ฟจะเอาติ่มซำชนิดต่างๆมาวางจนเต็มโต๊ะ กินได้แค่นั้นคิดเงินแค่นั้น</strong> </span></p>
<p>ที่แรก<strong>ศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย </strong>เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำจ.ตรัง  ขออะไรได้หมด แต่ต้องกลับมาแก้บนด้วย จากนั้นไป<strong>อนุสาวรีย์เจ้าพระยารัษฎา</strong> เจ้าเมืองตรัง ผู้นำพันธุ์ยางมาจากมาเลเซีย แล้วนำมาเพาะพันธุ์จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ จากนั้นเที่ยวต่อบ้านแม่ถ้วน ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา หากท่านอยู่ท่านจะออกมาต้อนรับพูดคุยด้วยตัวเอง</p>
<p><span class="style8"><strong>แวะร้าน OTOP 10 อำเภอ รวมถึงสินค้าจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย</strong> <strong>ต้องซื้อ</strong><strong>!ไม้มงคลเทพทาโร เค้กตรัง กาแฟเขาช่อง</strong></span></p>
<p>ตกบ่ายใช้ถนนหมายเลข 4 มุ่งหน้าอ.ห้วยยอด  ระหว่างทางจะมีปั๊มบางจาก Esso Susgo เลี้ยวซ้ายที่กม.7เข้าไป  800 ม.<span class="style7">Recommend <strong>ถ้ำเลเขากอบ</strong> </span>ต้องนอนราบไปกับพื้นเรือ ล่องชมหินงอกหินย้อย  เหมือนอยู่ใต้ท้องมังกร <span class="style7">TIP ก่อนเข้าถามคนเรือว่า เข้าถ้ำมังกรได้ไหม  ถ้าได้ ต้องลอง!</span> ค่าเรือ 200/ลำ</p>
<p><span class="style8"><strong>โรงแรมธรรมรินทร์  ธนา</strong><strong> ถ.ห้วยยอด ตัวเมืองจ.ตรัง (0-7522-3223,0-7521-1211-20)</strong><strong> ราคา </strong>200  - 2,500 บาท</span></p>
<p>ออก จากซอยถ้ำเลเขากอบ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 4 ขับมาถึงสามแยกนาวงเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมยเลข 4159  ขับมาจนสุดทาง จะเป็นทางหลวงหมายเลข 4046 ตัดผ่าน  ให้เลี้ยวขวามุ่งหน้าหาดปากเมง  ขับถึงสามแยกต้นมะม่วง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4162 ตรงถึงหาดปากเมง เลี้ยวเข้าท่าเรือ<strong>ท่าเรือปากเมง</strong> จะมีบริษัทนำเที่ยวออกไปดำน้ำเกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า ถ้ำมรกต มีแพ็คเกจราคา 750/คน รวมอาหารเที่ยง อาหารว่าง ค่าไกด์ อุปกรณ์ดำน้ำด้วย ใช้เวลาเที่ยวเกาะ 1 ไปเช้า-กลับเย็น</p>
<p><strong><span class="style8"> เกาะไหงวิลล่า(075-203-112)  , เลตรังรีสอร์ท(075-274-028) , ลิบงการท่องเที่ยว(075-274-092) </span> </strong></p>
<p>จากท่าเรือขับรถตรงเลียบหาดกลับไปทางเดิม  เข้า<strong>อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม</strong>(0-7521-0099) ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก นักเรียน-นักศึกษา 20 บาท ต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท มีเต็นท์ให้เช่า เป็นเคบิ้น 8 คน ค่าเช่า 300 บาท เต็นท์ใหญ่ 3-5 คน ค่าเช่า 225 บาท เต็นท์เล็ก 1-2 คน ค่าเช่า 150 บาท</p>
<p>เช้าอีกวัน จากอุทยานขับรถต่อมุ่งหน้าอ.กันตัง จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4261 จนถึงสามแยกตัวที ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปสนามบินจ.ตรัง แต่ให้เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 404 มาทางอำเภอย่านตาขาว เส้นทางนี้จะมีปั๊มเป็นระยะ ขับมาจนถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายจ.สตูล เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 416 เลี้ยวมาได้ประมาณ 1 กม.มีโรงพยาบาลปะเหลียน(075-289275) ซ้ายมือ  เมื่อเข้าเขตจ.สตูล ที่กม.24 มีโรงพยาบาลทุ่งหว้า(0-7478-9015)</p>
<p>เมื่อถึงตัวอำเภอละงูให้ขับตรงต่อไปเข้าทางหลวงหมายเลข  4052 มุ่งหน้าท่าเรือปากบารา ก่อนถึงท่าเรือให้สังเกตซ้ายมือเป็นทางเข้า<strong>อุทยานแห่งชาติหมูเกาะเภตรา</strong> (0-7578-1582) แวะเข้าไปเที่ยวได้ แต่ถ้าขับต่อจนสุดทางจะเป็น<strong>ท่าเรือปากบารา</strong> สำหรับเดินทางไป<strong>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง ราวี หลีเป๊ะ</strong></p>
<p>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จองที่พักกับทางอุทยาน  ส่วนเรือจองกับบริษัทเอกชนที่ท่าเรือ</p>
<p>ตั๋วเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะตะรุเตา เกาะไข่ ไป-กลับ 1,200  บาท   ใช้เวลา 1.30 ชม.</p>
<p>เฟอร์รี่ ไปเกาะตะรุเตา ไป-กลับ 1,000   บาท  ใช้เวลา 2 ชั่วโมง</p>
<p>ที่พักบนเกาะ หลีเป๊ะ มีราคาตั้งแต่ 500-3,000 บาท</p>
<p><span class="style8"><strong>บ.ตะรุเตาสปีดโบ๊ทเฟอร์รี่ทีม(</strong><strong>084-479-4374) แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน สปีดโบ๊ท 5,100 บาท เรือหางยาว 4,300 บาท ,แอนดรูทัวร์ (081-897-8482) แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน เดินทาง speedboat ดำน้ำเรือหางยาว ราคา 3,500 บาท</strong></span></p>
<p>ออก จากท่าเรือปากบารากลับทางเดิมขึ้นอ.ละงู ถึงสามแยกอ.ละงูเลี้ยวขวา แล้วขับไปตามป้ายสตูล ถึงสามแยกบ้านโกตา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลวง 4137 เลี้ยวซ้ายอีกทีตามป้ายน้ำตกวังสายทอง เข้าทางหลวงชนบท 4010  ผ่านสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาราชินี <span class="style7">Recommend <strong>ล่องแก่งน้ำตกวังสายทอง</strong></span> น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ติดต่อชาวบ้านแถบนั้นได้เลย ราคาเท่ากันหมด 250/คน ระยะทาง  7 กม.ใช้เวลา 1 ชม.</p>
<p><span class="style7">ห้ามพลาด<strong> ถ้ำภูผาเพชร</strong></span> ขับรถออกมาตามทางเดิม ก็จะป้ายบอกทางไปถ้ำภูผาเพชรตลอดทาง ชมความอลังการ ตระการตาของถ้ำหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ มีพื้นที่ภายในถ้ำกว่า 50 ไร่ ค่าเข้าผู้ใหญ่20 เด็ก10 เปิด 9.00-15.00 น. ต้องเดินขึ้นบันได 300 กว่าขั้น แต่ขอให้พยายามไปให้ถึง เพราะสถานที่ที่รออยู่คุ้มเกินคุ้ม <span class="style7">Tip ถ้าในรถมาไฟฉายก็หยิบติดมือมาด้วย  ต้องให้ไกด์พาเดินเท่านั้น ถ้าไม่อยากติดอยู่ข้างใน</span></p>
<p>บ่าย แก่ๆ ออกจากถ้ำภูผาเพชร กลับเส้นทางเดิมสู่ทางหลวงชนบท 4010 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4137 มุ่งหน้าอ.ควนกาหลง ที่กม.15 มีโรงพยาบาลควนกาหลง(0-7473-7102-4)ฝั่งซ้ายมือ แล้วก็เลี้ยวซ้ายมาตามเส้น 4137  เลยที่ว่าการอำเภอควนกาหลงมาประมาณ 7 กม.จะมีสามแยกไฟแดง เลี้ยวขวาไปตามป้ายทะเลบัน  เมื่อเลี้ยวเข้ามาแล้วประมาณ 1 กม.มีโรงพยาบาลควนโดน(0-7479-5066)ฝั่งซ้าย จากจุดนี้ขับเข้าไป 20 กม.</p>
<p>ถนนนี้จะมีด่านเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง  ถึง<strong>อุทยานแห่งชาติทะเลบัน</strong> ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่  20 บาท เด็ก 10 บาท รถ 5 บาท <span class="style7">TIP  เจ้าหน้าที่ทหารแนะนำว่าให้ออกจากอุทยานก่อนมืด ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย</span></p>
<p><strong>ที่พัก</strong><strong> </strong></p>
<p>โกเก้า  รีสอร์ท ท่าเรือเจ้าไหม อ.กันตัง จ.ตรัง โทร.0-7520-3033  ราคา 800  บาท</p>
<p><strong>ละงู ภูผา รีสอร์ท</strong> จ.สตูล โทร.  0-7478-1277,0-1957-1864   <strong>ราคา</strong> 350 - 900 บาท</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>กาแฟเขาช่อง</strong><strong> </strong>ถ.พัทลุง  อำเภอเมือง จ.ตรัง โทร.0-7521-8759</p>
<p><strong>ร้านขายของที่ระลึก</strong><strong> </strong></p>
<p>ศูนย์จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองจ.ตรัง  ถนนตรัง-พัทลุง (ข้างจวนผู้ว่าฯ) โทร.0-7521-5395 <strong> </strong></p>
<p><strong>กาแฟโบราณ</strong> OTOP ตำบลควนโดน จ.สตูล</p>
<p><strong>โรงพยาบาล</strong><strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลตรัง  โทร.0-7521-2241,0-7521-8018 <strong> </strong></p>
<p><strong>ตำรวจ</strong><strong> </strong></p>
<p>สภ.เมืองตรัง  โทร.0-7521-8633</p>
<p>สภ.เมืองสตูล  โทร.0-7473-2347-8</p>
<p>สำนักงาน ททท.ภาคใต้ เขต 1 สตูล  โทร.0-7423-1055,0-7423-8518,  0-7424-3747</p>
<p>สำนักงาน  ททท.ภาคใต้เขต 2 ตรัง โทร.0-7534-6515-6</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคใต้ ทริป 3 ล่องเรือกุ้ยหลิน เยือนถิ่นโลมา สุราษฎร์-ขนอม-สมุย</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:16:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=333</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

3 วัน 2  คืน

จาก ตัวเมืองสุราษฏร์ธานี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 จนถึงสี่แยกที่ถนนสายเอเชียตัดผ่าน(ทางหลวงหมายเลข 41) ให้ขับตรงไปมีปั๊มPTT จากตรงนี้เริ่มมีป้ายบอกทางไปเขื่อนรัชชประภา เมื่อถึงกม.58 เลี้ยวขวาตรงป้ายเขื่อนรัชชประภา ขับเลี้ยวเข้ามา 12 กม. Recommended อุทยานแห่งชาติเขาสก(0-7739-5139,0-7729-9318-9,0-7729-9150-1 ) เช่าเรือดูกุ้ยหลินเมืองไทย 
ในเขื่อนรัชชประภามีร้านสวัสดิการ  เป็นร้านขายส้มตำ มีโต๊ะนั่ง คนในจังหวัดมาเที่ยวเยอะ

เรือแบบไป-กลับ 2 ชม. ราคา 1,200  บาท/ลำ จุได้12 คน เปิดบริการ 6.00-19.00น.หรือหากจะค้างคืนก็มีแพที่พัก คืนละ 200 บาท

บ่าย แล้ว ออกจากเขาสกเข้าทางหลวงหมายเลข 401 ตรงผ่านแยกมา มีปั๊ม PTT เป็นจุดพักรถอยู่ฝั่งขวามือ ขับมาจนถึงแยกที่ไปชุมพร-สุราษฏร์ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้าอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-87"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-85"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p class="style8"><strong>3 วัน 2  คืน</strong></p>
<p>จาก ตัวเมืองสุราษฏร์ธานี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 จนถึงสี่แยกที่ถนนสายเอเชียตัดผ่าน(ทางหลวงหมายเลข 41) ให้ขับตรงไปมีปั๊มPTT จากตรงนี้เริ่มมีป้ายบอกทางไป<strong>เขื่อนรัชชประภา</strong> เมื่อถึงกม.58 เลี้ยวขวาตรงป้ายเขื่อนรัชชประภา ขับเลี้ยวเข้ามา 12 กม. <span class="style10">Recommended <strong>อุทยานแห่งชาติเขาสก</strong></span>(0-7739-5139,0-7729-9318-9,0-7729-9150-1 )<span class="style9"> เช่าเรือดูกุ้ยหลินเมืองไทย </span></p>
<p class="style11">ในเขื่อนรัชชประภามีร้านสวัสดิการ  เป็นร้านขายส้มตำ มีโต๊ะนั่ง คนในจังหวัดมาเที่ยวเยอะ</p>
<p>เรือแบบไป-กลับ 2 ชม. ราคา 1,200  บาท/ลำ จุได้12 คน เปิดบริการ 6.00-19.00น.หรือหากจะค้างคืนก็มีแพที่พัก คืนละ 200 บาท</p>
<p>บ่าย แล้ว ออกจากเขาสกเข้าทางหลวงหมายเลข 401 ตรงผ่านแยกมา มีปั๊ม PTT เป็นจุดพักรถอยู่ฝั่งขวามือ ขับมาจนถึงแยกที่ไปชุมพร-สุราษฏร์ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้าอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แล้วจะเจอปั๊มน้ำมันเป็นระยะ ทีกม.232มีสถานีอนามัยตำบลเขานิพนธ์ อยู่ฝั่งซ้าย ขับตรงยาวเลยสามแยกจันดี ขับมาจนเจอสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายทุ่งสง ขับมาจนชนสามแยกตัวที ให้เลี้ยวขวาไปตามป้ายที่ว่าการอำเภอทุ่งสง เลี้ยวมาเจอ PTT อยู่ฝั่งซ้ายมี ATM ด้วย เจอสี่แยกที่มีสะพานลอยให้เลี้ยวขวามาทางโรงพยาบาลทุ่งสง (0-7541-0100) จะมีป้ายบอกไป<strong>ถ้ำตลอด</strong> เป็นถ้ำที่สามารถเดินผ่านได้โดยตลอด  ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยยาสน์องค์ใหญ่</p>
<p>ออก มาแล้ว ขับตรงกลับทางเดิม จนถึงสามแยกโรงพยาบาลทุ่งสง ให้เลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกที่มีสะพานลอย ขับตรงข้ามทางรถไฟ เจอสี่แยกที่มีseveneleven ให้เลี้ยวขวาไปตามป้ายพัทลุงเข้าทางหลวงหมายเลข 403 เลี้ยวมาแล้วให้สังเกตป้าย<strong>อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง</strong>(0-7535-4967,0-7530-9206) ขับเข้าไปประมาณ 3.5 กม. ค่าธรรมเนียม คนไทย 20 เด็ก 10 บาท ต่างชาติ 400 เด็ก 200 บาท จักรยานยนต์ 10 รถยนต์ 30 บาท เล่นน้ำตกเย็นๆให้จุใจ มีที่อาบน้ำให้ด้วย กินข้าวกินปลาแล้วขับตรงเข้าอ.เมือง หาที่พักได้เลย</p>
<p><span class="style12"><strong>โรงแรมเดอะ  ทวิน โลตัส</strong><strong> ถนนพัฒนาการคูขวาง ในตัวเมือง ตรงข้ามห้างLotus ( 0-7532-3777)  </strong><strong>ราคา</strong> 1,000 - 9,000 บาท</span><strong> </strong></p>
<p>ตื่น เช้า ออกจากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 4016  เมื่อถึงสามแยกนาเหรง มีปั๊มPTT ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายน้ำตกกรุงชิง กิ่งอ.นบพิตำ แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกชุมชนนบพิตำ เข้าทางหลวงหมายเลข 4186 จากจุดนี้ ต้องขับรถเข้าไปอีก 29 กม. ถึงทางเข้า <span class="style10">Recommended<strong> น้ำตกกรุงชิง</strong></span> อยู่ภายในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง(0-7530-9047) ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ชั้นที่สวยที่สุดคือชั้น 2 หนานฝนแสนห่า ต้องเดินเท้าขึ้นเขาไป 3 กม. <span class="style10">TIP แนะนำรถโฟร์วิวล์ เพราะทางเล็กและชำรุดตลอดทาง </span></p>
<p>ช่วง บ่าย ออกจากน้ำตกกลับทางเดิมใช้ทางหลวงหมายเลข 4186 ถึงสามแยกเดิมตรงชุมชนนบพิตำ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4140 ทางเดิม จนถึงสี่แยกที่มี Lotus ให้เลี้ยวซ้ายไปทางสุราษฎร์ธานี เข้าทางหลวงหมายเลข 401 ถึงกม.ที่100 มีสถานีอนามัยบ้านนาแล พอมาถึงสามแยกใหญ่ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้น 4014 มาทาง อ.ขนอม ตามป้าย<strong>อุทยานแห่งชาติขนอมหมู่เกาะทะเลใต้</strong> (075  - 528 – 495) <span class="style10">TIP  ต้องติดต่อมาก่อนล่วงหน้าเจ้าหน้าที่จัดหาเรือประมงให้เช่าไปที่เกาะท่าไร่  เพื่อดูโลมาสีชมพูในบึงน้ำจืดกลางทะเล </span></p>
<p>ออกจากอุทยาน <span class="style10">Recommend<strong> หาดในเพลา</strong> น้ำสวย ทะเลใส คลื่นแรงเล่นน้ำสนุก</span> มีที่พักทั้งโรงแรมและบังกะโลตลอดทั้งหาด  และมีกำลังสร้างอีกนับสิบแห่ง <strong> </strong></p>
<p><span class="style12"><strong>โรงแรมสุภารอยัลบีช</strong> <strong>ริมหาดในเพลา(0-7552-8417,0-7552-8552) </strong><strong>ราคา</strong>1,200-3,500  บาท มีร้านอาหารและมินิบาร์ริมทะเล </span></p>
<p>หาก ต้องการไปเกาะสมุย เกาะพะงัน ออกจากโรงแรม ย้อนกลับมาตามทางหลวงหมายเลข 4232 ถึงตัวอ.ขนอมให้เลี้ยวซ้ายมาตามทางหลวงหมายเลข 4104 เลี้ยวซ้ายที่สามแยกครูวิง กม.ที่26-27มีทางเข้าท่าเรือเฟอรี่ไปเกาะสมุย-พงัน และเป็นแพขนานยนต์ด้วย</p>
<p>ท่าเรือซีทรานส์ มีไปเกาะสมุยที่เดียว  เรือออกทุกชม.ตั้งแต่ 6.00-19.00  น.  กลับ  5.00-18.00 น.</p>
<p>ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.</p>
<p>ท่าเรือราชาเฟอรี่ มีไปเกาะสมุย เรือออกทุกชม.เหมือนกัน</p>
<p>และเกาะพะงัน เรือออกทุก 2  ชม.ตั้งแต่ 6.00-18.00 น.</p>
<p><strong>ที่พัก </strong><strong> </strong></p>
<p><strong>แกรนด์ปาร์ค </strong>ถ.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โทร.0-7531-7666-73 ราคา 600 - 900 บาท</p>
<p><strong>วังใต้</strong><strong> </strong>ถ.ตลาดใหม่  ในตัวเมือง จ.สุราษฎร์ธานี โทร.0-7728-3020-39  <strong>ราคา</strong> 800  - 2,000 บาท</p>
<p><strong>โฟร์  ซีซั่น</strong> หาดเฉวง จ.สุราษฎร์ธานี โทร.0-7742-2238<strong> ราคา</strong> 400  - 1,600 บาท</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>ขนมจีนเส้นสด</strong><strong> </strong>ตรงข้ามรร.พระธาตุมูลนิธิ  จ.นครศรีธรรมราช โทร.0-7534-5327 เปิด 9.00-13.00 น.<strong> </strong></p>
<p><strong>ร้านข้าวต้มรินดา</strong>ถ.อัครวิถี  อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช<strong> </strong>เปิด 18.00-02.00 น.<strong> </strong></p>
<p><strong>ตาปี  ซีฟู้ด</strong>(อาหารทะเล) ถ.ปากน้ำตาปี  จ.สุราษฎร์ธานี โทร.0-7728-2115<strong> </strong></p>
<p><strong>โรงพยาบาล</strong><strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โทร.0-7534-0250 <strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โทร.0-7727-2231 <strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลสมุย โทร.0-7742-1399,0-7742-0902 <strong> </strong></p>
<p><strong>ตำรวจ</strong><strong> </strong></p>
<p>กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช  โทร.0-7534-1089<strong> </strong></p>
<p>กองกำกับการตำรวจภูธรจ.สุราษฏร์ธานี โทร.0-7727-2244,0-7728-1241</p>
<p>สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 5  อ.เกาะสมุย โทร.0-7742-0505,0-7742-0720-2</p>
<p>สำนักงาน ททท.ภาคใต้ เขต 2 นครศรีธรรมราช โทร.0-7534-6515-6</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคใต้ ทริป 2 พังงา ภูเก็ต กระบี่</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:14:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=330</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน

ขับ รถมาตามทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าจ.พังงา เมื่อเข้าอ.คุระบุรี ที่กม.729  ให้เลี้ยวขวาเข้าท่าเทียบเรือคุระบุรี (มีป้ายบอกทางไปหมู่เกาะสุรินทร์) ขับรถเข้ามาประมาณ 2 กม.เจอทางเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ สามารถจองที่พักได้ที่อุทยาน มีทั้งเต็นท์และบ้านพัก สำหรับเรือต้องติดต่อเอกชน ออกจากอุทยานมาประมาณ 200 เมตร ก็จะมีบริษัทเอกชนอยู่บริเวณท่าเรือคุระบุรี มีทั้งเรือโดยสารและเรือเร็ว  เรือโดยสารใช้เวลา 3 ชม. เรือเร็ว  1 ชม. มีทั้งซื้อตั๋วเรือไปกลับอย่างเดียว  หรือมีเป็นแพ็คเก็จ  

อุทยานแห่งชาติทางทะเลจะมีฤดูเปิดเกาะคือช่วง  15 พฤศจิกายน – 15 พฤษภาคม

ออก จากท่าเรือมาเข้าหมายเลข4 เมื่อเริ่มเข้าเขตชุมชนจะมีปั๊มPTT จากถนนกว้างแค่เลนสวนจะกลายเป็นถนนกว้างมาก แต่พอพ้นเมืองไปก็กลับเป็นแค่เลนสวนเหมือนเดิม ขับตรงมาเรื่อยๆจนถึงสามแยกโคกเคียน แล้วเลี้ยวขวา (เข้าถนนหมายเลข4เส้นเดิมแต่หลักกม.จะมีแค่ 2 หลัก) มุ่งหน้าอำเภอตะกั่วป่า เมื่อเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาตามป้ายเขาหลัก

เลี้ยว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-84"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-82"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p>ขับ รถมาตามทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าจ.พังงา เมื่อเข้าอ.คุระบุรี ที่กม.729  ให้เลี้ยวขวาเข้าท่าเทียบเรือคุระบุรี (มีป้ายบอกทางไปหมู่เกาะสุรินทร์) ขับรถเข้ามาประมาณ 2 กม.เจอทางเข้า<strong>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์</strong> สามารถจองที่พักได้ที่อุทยาน มีทั้งเต็นท์และบ้านพัก สำหรับเรือต้องติดต่อเอกชน ออกจากอุทยานมาประมาณ 200 เมตร ก็จะมีบริษัทเอกชนอยู่บริเวณ<strong>ท่าเรือคุระบุรี</strong> มีทั้งเรือโดยสารและเรือเร็ว  เรือโดยสารใช้เวลา 3 ชม. เรือเร็ว  1 ชม. มีทั้งซื้อตั๋วเรือไปกลับอย่างเดียว  หรือมีเป็นแพ็คเก็จ <strong> </strong></p>
<p><span class="style6">อุทยานแห่งชาติทางทะเลจะมีฤดูเปิดเกาะคือช่วง  15 พฤศจิกายน – 15 พฤษภาคม</span></p>
<p>ออก จากท่าเรือมาเข้าหมายเลข4 เมื่อเริ่มเข้าเขตชุมชนจะมีปั๊มPTT จากถนนกว้างแค่เลนสวนจะกลายเป็นถนนกว้างมาก แต่พอพ้นเมืองไปก็กลับเป็นแค่เลนสวนเหมือนเดิม ขับตรงมาเรื่อยๆจนถึงสามแยกโคกเคียน แล้วเลี้ยวขวา (เข้าถนนหมายเลข4เส้นเดิมแต่หลักกม.จะมีแค่ 2 หลัก) มุ่งหน้าอำเภอตะกั่วป่า เมื่อเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาตามป้ายเขาหลัก</p>
<p>เลี้ยว ขวามาแล้ว ซักพักจะมีโรงพยาบาลตะกั่วป่า (0-7642-1770) พอเข้าตัวเมืองชุมชนบางม่วง จะมีทุกอย่างที่นี่อู่รถ รีสอร์ท โรงแรม ที่พัก ปั๊มPTT มินิมาร์ท ATM เลยมาเข้าเขาหลัก ทุกอย่างจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นักท่องเที่ยวเป็นต่างชาติทั้งหมด ให้สังเกตป้าย<strong>ปติมากรรมอนุสรณ์สึนามิ</strong> เลี้ยวซ้ายเข้าไป200ม.แวะถ่ายรูปได้</p>
<p>แล้วเลยไปกม.57  เข้า<strong>อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่</strong> (0-7642-0243) <span class="style7">TIP ทางเข้าอยู่ช่วงเลี้ยวโค้ง ต้องระมัดระวัง</span>ค่า ธรรมเนียม 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 30 บาท เอารถเข้ามาจอดในลาน แล้วเดินไปที่จุดชมวิว ทางเข้าเป็นป่า แต่ขอให้เดิน ถึงแล้วสวยหายเหนื่อยแน่นอน <span class="style7">TIP ถ้าหิว ร้านอาหารสวัสดิการในอุทยาน นั่งโต๊ะริมระเบียง  วิวดี เห็นทั้งป่าและทะเลเขาหลัก</span></p>
<p>จากนั้นก็ขับรถกลับทางเดิม เข้ามาหาที่พักที่<strong>เขาหลัก</strong> เสร็จแล้วนั่งเล่นชายหาด เล่นน้ำทะเลที่ชายหาดเขาหลัก ที่พักริมหาดราคาค่อนข้างสูง หลักพันปลายๆถึงหลักหมื่น แนะนำให้หาที่พักริมถนน<strong> </strong><strong> </strong></p>
<div class="style6">โมทีฟ คอจเทจ (076-420-073)  ห้องแอร์ มีสระว่ายน้ำ ราคา 1,800 บาท</div>
<p>ออก จากที่พักแล้ว ขับรถตรงผ่านอช.เขาหลัก-ลำรู่ ถัดไปจะเป็นศูนย์อาสาสึนามิ อยู่ฝั่งขวาทางโค้ง เมื่อถึงกม.5  เลี้ยวขวาตรงปั๊มPTT เข้าทางหลวงหมายเลข 4147 เข้ามาประมาณ 3 กม.เจอที่ทำการ<strong>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน </strong>ต้องจองที่พักที่นี่ ที่พักมี 2 เกาะ เกาะ 4 มีทั้งบ้านและเต็นท์  ส่วนเกาะ 8 มีเต็นท์อย่างเดียว จองล่วงหน้าได้ 60 วัน</p>
<p>ถ้า มีเต็นท์ไปเองค่ากางหลังละ 80 บาท ส่วนเรือจองได้กับบริษัททัวร์ขับรถตรงเข้าไปที่ท่าเรือ มีทั้งตั๋วเรอไปกลับ และแบบแพ็คเกจ เรือออกวันละ 1 รอบคือ 8.30 น.เรือเร็วใช้เวลา 1.30 ชม.</p>
<p>ออกจากท่าเรือกลับเข้าทาง ถนนหมายเลข 4 ขับมาถึงทางแยก จะเป็นถนนหมายเลข 4 ทั้ง2 เส้น แต่ถ้าไปภูเก็ตต้องตรงไปตามเส้นเลี่ยงเมือง ส่วนอีกเส้นจะเลี้ยวไปอ่าวพังงา <span class="style7">TIP หลักกม.แถวนี้จะงง  เลขกลับไปกลับมา </span></p>
<p>กม. ที่33 มีทางเข้าซ้ายมือไปน้ำตกลำปีเข้าไป 2 กม. ช่วงกม.26 มีโรงพยาบาลท้ายเหมือง(0-7657-1505-6) ขับมาจนสุดทางผ่านสถานีตำรวจภูธรท้ายเหมือง (0-7657-1779) จะเป็น 3 แยกให้เลี้ยวซ้ายตามทาง<span class="style7"><span class="style8">หลัก</span> กม.13 โค้งอันตรายให้ลดความเร็วเดี๋ยวนี้! </span>เข้าถนน402 ขับตรงตามป้ายภูเก็ตมาก็จะเข้าถนนนี้เอง  ที่กม.3มีทางแยกให้เลี้ยวขวาเข้าภูเก็ต แล้วขับตรงมาข้าม<strong>สะพานเทพกษัตรี</strong>มาเลย  แวะถ่ายรูป<strong>ประตูเมืองภูเก็ต</strong>ที่อยู่ริมถนนฝั่งขวาได้</p>
<p><span class="style7">กม.37 โค้งต่อกัน 2 โค้งอันตรายลดความเร็วเดี๋ยวนี้! </span>ถึงกม.27-26 (หลักกม.แบบย้อนขึ้น)มีสามแยกให้ตรงจะเข้าเมืองภูเก็ตไป<strong>หาดกะตะ-กะรน ป่าตอง</strong> ขับตามทางไปเรื่อยจะมีทางเข้าถนนเลียบหาดเป็นทางขึ้นลงเขาคดเคี้ยว แถบนี้จะมีสภ.เชิงทะเล(0-7632-4086) ถนนเส้นนี้ผ่านทุกหาด จะแวะหาดไหน เลี้ยวขวาเข้าไปตามป้ายได้เลย ช่วงนี้ต้องขับช้าๆเพราะทางโค้งขึ้น-ลงเขาตลอดทาง Recommended <strong>จุดชมวิว 3 อ่าว</strong><strong> </strong>ต้อง มาถ่ายรูป อ่าวกะตะ-กะรน ป่าตอง พอพ้นหาดกะตะแล้ว ขับตรงเลาะหาดไป เจอสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้า 4233 เลี้ยวเข้ามา 2 กม.เจอจุดชมวิว 3 อ่าวอยู่ขวามือ<span class="style7"> TIP ก่อนเลี้ยวรถต้องดูดีๆ เพราะทางเข้าอยู่ตรงทางโค้ง  อันตรายมาก</span></p>
<p><span class="style7">ห้ามพลาด <strong>ชมพระอาทิตย์ตกดินแหลมพรหมเทพ</strong></span> ออกจากจุดชมวิว 3 อ่าวแล้วเลี้ยวขวา ขับต่อไปอีก 1 กม.เจอสามแยกมีป้ายบอกทางไปแหลมพรหมเทพ ไปตามทางได้เลย จากนั้นจะต้องเลี้ยวขวาแล้วขวาอีก 3 รอบแต่มีป้ายบอกทางตลอด ชมพระอาทิตย์ตกจุใจแล้ว จะย้อนกลับไปพักตามหาดกะตะ-กะรน ป่าตอง หรือเลี้ยวขวาต่อมาตามเส้น 4233 หาที่พักในตัวเมืองก็ได้ ที่พักมีทุกเกรด</p>
<p>เช้ามา ขับรถเข้าถนนดีบุก  ถ่ายรูป<strong>ตึกโบราณ</strong> ที่อยู่ในถนนดีบุกและเยาวราช (เดินถึงกันได้ถนนอยู่ติดกัน) แล้วขับรถมาตามถนนเยาวราช เลี้ยวซ้ายที่สามแยกสามกอง แล้วขับตรงมา เจอสามแยกอีกครั้งเลี้ยวขวาเข้ามา 500 เมตร เจอป้ายทางเข้า<strong>สวนผีเสื้อและโลกแมลง</strong> เหมาะสำหรับทัศนศึกษา และผู้สนใจ<strong>ถ่ายรูปมาโคร</strong>ผีเสื้อ ค่าเข้าคนไทย 80 เด็ก  40 ฝรั่ง 300 เด็ก 150</p>
<p>กลับ เข้าเส้น402 (เส้นเดิมก่อนเลี้ยวเขาสวนผีเสื้อ) เลี้ยวขวามาเจอแยกใหญ่ที่มีLotus ให้เลี้ยวขวามาตามป้ายพังงา ขับมาถึงสามแยกก็เลี้ยวซ้ายไปสะพานสารสิน ก่อนออกจากภูเก็ตแวะไหว้<strong>อนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีท้าวศรีสุนทร</strong> ที่สี่แยกท่าเรือ แล้วขับตรงมาเจอปั๊มเชลล์ซ้ายมือ ถัดมาจะเป็นปั๊มLPGฝั่งขวา(ขาเข้าภูเก็ต) มีโรงพยาบาลถลางที่กม.17 โทร.076-311111 ถัดมาเป็นช่วงชุมชนจะมีธนาคารเยอะมาก ขับมาจนถึงสามแยก ให้ขับเลยแยกไปกลับรถ เข้า<strong>วัดพระทอง (พระผุด) </strong>ซ้ายมือขับเข้าไป 250 ม.</p>
<p>ช่วง บ่าย ออกจากวัดหาทางกลับรถ แล้วตรงข้ามสะพานสารสินกลับขึ้นพังงาได้เลย ก่อนถึงสะพานที่กม.24 มีปั๊มSusco เป็นปั๊มLPG แวะถ่ายรูป<strong>สะพานสารสิน  สะพานเทพกษัตรี </strong>ที่อยู่คู่กันเป็นสะพานขาเข้า-ขาออก</p>
<p>ผ่าน สะพานสารสินมาแล้ว ถึงสามแยกให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 402 ตามป้ายพังงา ถึงกม.18มีปั๊ม Susco ซ้ายมือมีแก๊สโซฮอล์ ถึงกม.32-33 เลี้ยวขวาตามป้ายอ่าวพังงาเข้าทางหลวงหมายเลข 4144 เข้ามาประมาณ2กม. เจอที่ทำการ<strong>อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา</strong> (0-7641-1136,0-7641-2188)     ที่นี่มีร้านอาหาร  และท่าเรือสำหรับเช่าเรือชมเกาะต่างๆ <span class="style7">TIP ขับรถตรงเข้าไปสุดถนน  จะมีเรือของอกชนหลายเจ้า ราคาถูกกว่าในอุทยาน</span> นั่งเรือชมเขาหมาจู  เกาะปันหยี เกาะนมสาว เขาตาปูต้องเสียค่าธรรมเนียม 40 บาท</p>
<p>เรือแบ่งเป็นเรือ  2 สูบ 900/10 คน ใช้เวลา 2.30 ชม.  แบบ4สูบ 1,050/10คน ใช้เวลา 1.30 ชม.<span class="style7">TIP  ให้มาช่วงบ่ายเพราะน้ำจะลดเรือสามารถเข้าถ้ำลอดได้  ไม่ต้องไปเช่าเรือแคนูพายอีกต่อ</span></p>
<p>ช่วง เย็นออกจากท่าเรือ ขับรถมาถึงสามแยกเลี้ยวขวา เข้าถนนหมายเลข 4 ถึงสามแยกไฟแดงให้เลี้ยวขวามาตามป้ายกระบี่เข้าถนนหลวงหมายเลข 415 (ตรงไปตามถนนหมายเลข 4 ก็ได้  ไปกระบี่ได้ทั้ง 2 ทาง แต่ทางหลวงหมายเลข 415  จะใกล้กว่าและทางไม่คดเคี้ยว) ขับมาจนถึงทางแยกที่มีปั๊ม PTT ฝั่งซ้ายมือและปั๊มเชลล์ฝั่งขวามือ ให้เลี้ยวขวาไปทางกระบี่-สุราษฎร์ เลยสามแยกมาซักพักมีปั๊มสยามแก๊ส แล้วขับรถตรงไปจนถึงสี่แยกอ่าวลึก เลี้ยวขวาตามป้าย <span class="style7">Recommended อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณ</span>ี (0-7568-1071, 0-7568-2058 ) ค่าเข้า 20 บาท เป็นน้ำตกใหญ่สีเขียวหยก มีน้ำตลอดทั้งปี สวยมาก เล่นน้ำเสร็จแล้ว หิวหิวสั่งส้มตำ น้ำตกหน้าทางเข้าได้เลยมีหลายเจ้า</p>
<p>เช้ามาออกจากอ่าวลึก เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 4 มุ่งหน้าอ.เมืองกระบี่ พ้นแยกมาไม่ถึงกิโลจะมีปั๊มเรียงกัน เลยป้อมตำรวจอ่าวลึกไปจะมีร้านไก่หมุน <strong> </strong></p>
<p class="style6">ข้างทางจะมี  ร้านส้มตำไก่หมุนตลอดทาง ต้องแวะชิม เครื่องเทศเข้มข้นมาก เป็นชุมชนอิสลาม</p>
<p>กินอิ่มแล้ว ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 4 มาถึงกม.127  มีสามแยก ให้เลี้ยวขวาตามป้าย<span class="style7"><strong>ท่าปอมคลองสองน้ำ</strong> ห้ามพลาด! </span>เลี้ยว เข้ามา 5 กม.มีป้ายบอกทางตลอดทาง ค่าจอดรถ 10 บาท ค่าเข้าคนไทย 10 บาท เด็ก 5 บาท ต่างชาติผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท น้ำใสจนเห็นทุกอย่างที่อยู่ใต้น้ำ <span class="style7">TIP ถ้าแดดจัดจะเห็นน้ำเป็นสีมรกตใสเรืองรอง  สามารถเช่าเรือแคนูล่องลำน้ำชมความใสอย่างใกล้ชิดได้ </span>ห้ามเล่นน้ำเนื่องจาก เคยอนุญาตให้ลงเล่นน้ำ แล้วคนทำให้รากไม้ใต้น้ำพัง</p>
<p>ออก สู่ทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง มุ่งหน้าอ.เมืองกระบี่กันต่อ ถ้าอยากซื้อของแวะMakroได้ที่กม.113 ขับไปซักพักจะมีทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายตามถนนเข้ากระบี่ มาตามทางหลวงหมายเลข 411(ตัวเมืองกระบี่) ตรงมาเรื่อยๆจะมีจุดชมทิวทัศน์ แวะถ่ายรูปเขาขนาบน้ำสัญลักษณ์เมืองกระบี่</p>
<p>แล้ว ขับต่อ มุ่งหน้าอ่าวพระนางมีป้ายบอกตลอดทาง ผ่านสภ.เมืองกระบี่(0-7561-1222)เลี้ยวขวาเข้าถนนกระบี่ ตรงมาจนเจอสี่แยกที่มีปั๊มเชลล์ข้างหน้าให้เลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวงหมายเลข 4204 ถึงสามแยกน้ำเมา ถ้าตรงไปจะไปสุสานหอย ให้เลี้ยวขวาเข้าอ่าวพระนาง เจอสามแยกอ่าวพระนางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลวงหมายเลข 4203 เข้าหาด ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน</p>
<p><strong>ไปเกาะพีพี</strong> สามารถติดต่อบริษัททัวร์แถวหาดได้เลย oneday trip ดำน้ำ 8 เกาะ ราคา1,200-1,800 ต่อรองได้  แต่ถ้าจองจากกทม.จะได้ราคา 1,800 บาท <span class="style7">TIP มาซื้อ trip  ที่หาดเลยราคาจะถูกกว่าเยอะ </span></p>
<p>ค่าเรืออย่างเดียวไปพีพี  เที่ยวละ 390 บาท ใช้เวลา 2.30 ชม.มีออกวันละ2เที่ยว 10.00 /14.00</p>
<p>แต่ถ้าไปขึ้นเรือที่ท่าเรือคลองจิหลาดในเมือง  ราคา 250 ใช้เวลา 2 ชม.</p>
<p><strong>ไปเกาะลันตา </strong>ออก จากอ่าวพระนางกลับทางเดิม(ตามป้ายกระบี่)จนถึงสี่แยกคลองจิหลาด เลี้ยวซ้าย พอถึงแยกใหญ่เลี้ยวขวากลับเข้าถนนหมายเลข4 เลี้ยวมาซักพักจะมี Outlet Village และ Lotus ซ้ายมือ ขับมาจนถึงแยกห้วยน้ำขาวเลี้ยวขวาเข้าเส้น 4206 ขับเข้ามาประมาณ 27 กม.จนสุดทางหลวงแผ่นดิน จะเป็นท่าเรือแพขนานยนต์ไปเกาะลันตา มีรถจอดติดรอลงแพเยอะมาก ต้องรอเป็นชั่วโมง</p>
<p>แพ 1 ลำจุรถได้ 40 คัน ตั้งแต่  6.00 - 22.00 น. 20 นาที ออก 1 ลำ</p>
<p>ค่าแพดังนี้ รถ 4  ล้อ               ค่ารถ 50  บาทรวมคนขับ  คนนั่งคนละ 13 บาท</p>
<p>รถ 6 ล้อเล็ก          เหมา 350 บาท</p>
<p>รถ 6 ล้อใหญ่        เหมา   450 บาท</p>
<p>จักรยานยนต์         8 บาทรวมคนขับ  คนซ้อนคนละ 3 บาท</p>
<p><strong>ที่พัก</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>พังงาเบย์รีสอร์ท</strong> ถ.ท่าด่านอ.เมือง  จ.พังงา โทร.0-7641-2070,0-7641-2076-8   ราคา 700  - 1,200 บาท</p>
<p><strong>เขาหลักคันทรี่ไซด์รีสอร์ทแอนด์สปา </strong>อ.ตะกั่วป่า  จ.พังงาโทร.0-7642-3475-6   <strong>ราคา</strong> 1,800 - 2,000 บาท<strong> </strong></p>
<p><strong>อันดามันซันเซ็ท รีสอร์ท</strong><strong> </strong>หาดอ่าวนาง  จ.กระบี่ โทร.0-7563-7484-6  <strong> </strong><strong>ราคา</strong><strong> </strong>1,000 - 2,300 บาท<strong> </strong></p>
<p>เคียงทะเล  ตัวเมืองกระบี่ โทร.0-7562-2885-8   <strong>ราคา</strong> 500 - 1,200 บาท</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>พุทธชาติ</strong> (อาหารไทย) ถ. เพชรเกษม อ.เมือง  จ.พังงา โทร.0-7644-2175</p>
<p>เขาหลักซีวิว (อาหารตามสั่ง)  ถ.เพชรเกษม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โทร.0-1891-0672</p>
<p>ทะเลภูเก็ต  ถ.เจ้าฟ้า อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร.0-7626-3956</p>
<p><strong>อ่าวป่าหล่ายซีฟู้ด</strong> ซ.ป่าหล่าย อ.เมือง  จ.ภูเก็ต โทร.0-7638-1907</p>
<p><strong>ชวนชิมซีฟู้ด</strong><strong> </strong>ต.อ่าวนาง  อ.เมือง จ.กระบี่ โทร.0-7563-7355</p>
<p><strong>ร้านขายของที่ระลึก</strong><strong> </strong></p>
<p>จิ๋วเบเกอรี่  (ขนมเต้าส้อ) ถ.เพชรเกษม จ.พังงา โทร.0-7642-1521</p>
<p><strong>ศรีกระบี่</strong> ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ โทร.0-7562-3549</p>
<p><strong>โรงพยาบาล</strong><strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลพังงา  โทร.0-7641-2-23,0-7641-1616</p>
<p>โรงพยาบาลตะกั่วป่า  จ.พังงา โทร.0-7642-1770</p>
<p>โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต  จ.ภูเก็ต โทร. 0-7621-1114</p>
<p>โรงพยาบาลกระบี่  โทร.0-7561-1227</p>
<p><strong>ตำรวจ</strong><strong> </strong></p>
<p>กองบังคับการตำรวจภูธรจ.พังงา  0-7641-2075</p>
<p>สภ.เมือง  จ.พังงา 0-7641-2073</p>
<p>กองบังคับการตำรวจภูธรจ.ภูเก็ต  0-7622-1157,0-7621-9022</p>
<p>สำนักงาน  ททท.ภาคใต้ เขต 4 พังงา ภูเก็ต กระบี่ โทร.0-7621-1036,0-7621-7138,0-7621-2213</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคใต้ ทริป 1 เที่ยวบางเบิด ชมภูเขาหญ้า พาล่องแพแลพลับพลึงธาร ชุมพร ระนอง</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:13:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=327</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน

ใช้เส้นทางออกจากกรุงเทพมหานคร ด้วยทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ระหว่างทางมีปั๊มน้ำมันตลอดทาง แล้วต่อเนื่องเข้าทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าจ.ชุมพร  TIP เส้นทางนี้หากมาในเวลากลางคืน  ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะรถบรรทุกเยอะและมองไม่เห็นหลักกิโลเมตร เมื่อถึงกม.247 เป็นจุดพักรถPTTเปิด 24 ชม. มีมินิมาร์ท เคาเตอร์เซอร์วิส ร้านอาหารและป้ายบอกระยะทางไปทุกจังหวัดในภาคใต้

แวะศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์ จุดพักรถยนต์ รถบรรทุก รถโดยสาร มีATM ซุปเปอร์มาร์เก็ต food center ร้านของฝาก  เสื้อผ้า ร้านหนังสือ ร้านกาแฟมากมาย มีปั๊มPTT พักเช็ครถ ทานข้าวเย็นได้ที่นี่ หลังจากขับรถมาตลอดทั้งวัน ถ้าน้ำมันใกล้หมด แนะนำให้เติมตั้งแต่ตรงนี้

ออกจากศูนย์บริการ กลับรถตรงร้านอาหารแมกไม้ เลี้ยวกลับมาหาดบางเบิด เลี้ยวซ้ายป้ายทางเข้าวัดห้วยศักดิ์ สู่ทางหลวงชนบท 4015 เข้าไปประมาณ 20 กม.

TIP คนท้องถิ่นแนะนำให้เข้าก่อนค่ำ  เพราะทางเปลี่ยวมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-81"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-79"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p>4 วัน 3 คืน</p>
<p>ใช้เส้นทางออกจากกรุงเทพมหานคร ด้วยทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ระหว่างทางมีปั๊มน้ำมันตลอดทาง แล้วต่อเนื่องเข้าทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าจ.ชุมพร  <span class="style9">TIP เส้นทางนี้หากมาในเวลากลางคืน  ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะรถบรรทุกเยอะและมองไม่เห็นหลักกิโลเมตร</span> เมื่อถึงกม.247 เป็นจุดพักรถPTTเปิด 24 ชม. มีมินิมาร์ท เคาเตอร์เซอร์วิส ร้านอาหารและป้ายบอกระยะทางไปทุกจังหวัดในภาคใต้</p>
<p>แวะ<strong>ศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์</strong> จุดพักรถยนต์ รถบรรทุก รถโดยสาร มีATM ซุปเปอร์มาร์เก็ต food center ร้านของฝาก  เสื้อผ้า ร้านหนังสือ ร้านกาแฟมากมาย มีปั๊มPTT พักเช็ครถ ทานข้าวเย็นได้ที่นี่ หลังจากขับรถมาตลอดทั้งวัน ถ้าน้ำมันใกล้หมด แนะนำให้เติมตั้งแต่ตรงนี้</p>
<p>ออกจากศูนย์บริการ กลับรถตรงร้านอาหารแมกไม้ เลี้ยวกลับมาหาดบางเบิด เลี้ยวซ้ายป้ายทางเข้าวัดห้วยศักดิ์ สู่ทางหลวงชนบท 4015 เข้าไปประมาณ 20 กม.</p>
<p><span class="style9">TIP คนท้องถิ่นแนะนำให้เข้าก่อนค่ำ  เพราะทางเปลี่ยวมาก ถนนเป็นเลนสวนมีป่า 2 ข้างตลอดทาง Recommended หาดบางเบิด</span>เป็นหาดตรงยาวสวยสงบขับรถไปตามถนนเลียบหาดหาที่พัก</p>
<p class="style8"><strong>จันทิมารีสอร์ท หัวหาดบางเบิดราคา 800 บาทพร้อมอาหารเช้า มีห้อง Internet (08-1006-8001,08-7891-1129) </strong></p>
<p>ตื่น เช้า รับประทานอาหารเช้าของทางรีสอร์ท เดินเล่นชายหาด ถ่ายรูปในช่วงเช้า แล้วเดินทางต่อ ออกจากหาดขับตรงมาตามทาง เจอทางแยกให้เลี้ยวซ้ายจะมีป้ายบอกทางไปบ้านกำเนิดพลอย เข้าเขากะเตียบสู่ทางหลวงชนบท 4014 ขับมาประมาณ 2 กิโลเมตร เจอโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ เปิดให้เข้าชมได้ คนท้องถิ่นการันตีว่าสวยมาก เลยจากนั้นขับมาจนเจอทางเลี้ยวขวาจะเห็น<strong>เนินทรายงาม</strong>อยู่ข้างหน้า  หาที่จอดรถตามไหล่ทางได้เลย   เป็นจุดชมวิวที่จะได้เห็นความสวยงามของหาดบางเบิดทั้งหาด ทั้ง 2 ด้าน</p>
<p>เข้าสู่เส้นทางหลักโดยขับรถตามถนนเลียบหาดต่อไปจนสุดทาง ให้เลี้ยวขวาเพื่อเข้าถนนหลวงชนบท 4015 ขับตรงมาเรื่อยๆ เจอสำนักสงฆ์แก้วประเสริฐ(เจ้าแม่กวนอิม) เจอสี่แยกให้ขับตรงผ่านไป เข้าทางหลวงชนบท 3411 ตลอดเส้นทางนี้ไม่มีปั๊มน้ำมันเลย ขับมาถึงสามแยกให้เลี้ยวขวามาทางบ้านอำมฤตเข้าถนน 3253  ถึง 3 แยกในแหล่งชุมชนให้ตรงมาเจอพระหลวงพ่อเชื่อม โดยตลอดทางจะมีป้ายบอกทางไปเพชรเกษม(ทางหลวงหมายเลข 4) เมื่อถึงแยกโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 86 ก็ออกจากถนนรอง เข้าทางหลวงหมายเลข 4</p>
<p>ช่วง กม.451 – 454 มีกล้วยและผลิตภัณฑ์จากกล้วยขายริมทาง</p>
<p><span class="style9">Recommend แวะเข้าห้องน้ำ เติมน้ำมัน เช็คลมยาง-หม้อน้ำ ได้ที่กม.472 ปั๊ม PTT ใหญ่ที่สุด ได้รางวัลสุดยอดส้วม มีมินิมาร์ท ATM ร้านKFC</span> ATM ถัดไปเป็นโรงพยาบาลท่าแซะ(077-599-026)  สำหรับรถแก๊สLPG มีปั๊มCaltexที่กม.488  เลยไปอีก 2 กม.ถึง<strong>ห้องอาหารคุณสาหร่าย</strong> (0  7754 7223-4) เป็นจุดพักรถใหญ่อีกจุด  มีที่จอดรถยนต์และรถทัวร์ มีfood center แวะทานอาหารกลางวันได้ที่นี่</p>
<p>ช่วงบ่ายไปเที่ยวอีกหาด กม.475 เป็นแยกไฟแดง ถ้าเลี้ยวซ้ายไปสนามบินชุมพร แต่เราจะตรงไป และเมื่อเจอสี่แยกถัดไปให้เลี้ยวซ้าย เข้าสู่<strong>หาดทุ่งวัวแล่น</strong></p>
<p><strong> <span class="style8">ซีบีช รีสอร์ท</span></strong><span class="style8"> (0-1979-9447,0-6266-4814) <strong>จำนวนห้องพัก</strong> 25  ห้อง ราคา400 - 1,200 บาท </span></p>
<p>หรือจะเลยไปที่กม.484  ก็เข้าหาดทุ่งวัวแล่นได้เช่นกัน ทางนี้เข้าไป 22 กิโลเมตร และเป็นทางลัดเข้า  จ.ชุมพร ไป<strong>พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติชุมพร</strong> (0 - 7750- 4105) ได้ด้วย  นั่งเล่นริมทะเล หาที่พักสำหรับคืนนี้ได้เลย</p>
<p>ขับ รถจากทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าสี่แยกปฐมพร เมื่อถึงแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 327 (ปากน้ำ-ชุมพร) ขับมา 2 กม. เจอปั๊มEsso ฝั่งขวามือ ถัดไปเป็นโรงพยาบาลธนบุรีชุมพร (0-7750-4800-13) ถึงหอนาฬิกามีโรงพยาบาลหมอเล็ก(0-7750-2809)  ให้เลี้ยวขวาไปทางปากน้ำ-หาดทรายรี ตามถนนหลวง 4001 เมื่อถึงสะพานให้ขับตรงมาเส้น 4119 ประมาณ 14 โดยเส้นทางนี้เป็นทางไปท่าเรือเกาะเต่าด้วย เมื่อถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายเข้าหาดทรายรี  และจากแยกนี้ถ้าตรงไปอีก 9 กิโลเมตรจะเป็นท่าเรือเกาะเต่า</p>
<p>ถึงหาดทรายรี  ไหว้สักการเสด็จเตี่ยที่<strong>ศาลพระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์</strong> จะมีร้านขายประทัดให้จุดสักการะด้วย มีเรือรบหลวงให้ถ่ายรูป หน้าหาดมีร้านขายอาหารตลอดแนว เกาะที่เห็นในทะเลด้านหน้าเรียกว่า เกาะมะพร้าว</p>
<p>ออกจากศาลฯมาตามทางเดิมและก่อนจะแยกเข้าจ.ชุมพรให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท  <span class="style9">Recommend  อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร</span> (0-7755-8144 – 5)  เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ค่าธรรมเนียม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100  บาทรถยนต์ 30 บาท จักรยานยนต์ 20 บาท นั่งเรือเกาะรังกาจิวดูรังนก-หญ้าทะเล / เกาะมาตรา / เกาะง่ามน้อย-ง่ามใหญ่      <strong> </strong></p>
<p class="style10">เรือเอกชนนำเที่ยว คุณนีย์ (086-272-8396)</p>
<p>ออก จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เลี้ยวกลับเข้าสู่เส้นทางหลัก ไปถึงสี่แยกปฐมพร กม.500 มีโรงพยาบาลค่ายเขตอุดมศักดิ์อยู่ติดกับค่ายเขตอุดมศักดิ์(0-7751-1278) หลังจากช่วงนี้ไป ถนนคดเคี้ยวมาก ขับไปจนเลยวัดท่าไม้ลาย จะมีสถานีอนามัยท่าไม้ลายอยู่ฝั่งขวา</p>
<p class="style10">ถึงกม.541 หมู่บ้านทับหลี  ต้องแวะซื้อขนมจีบ ซาลาเปา แนะนำไส้ครีม ไส้หมูสับ ห้ามพลาด!</p>
<p>เลย จากหมู่บ้านทับหลีมานิดเดียว มีทางเข้าคอคอดกระ ทางฝั่งขวา แวะถ่ายรูปจุดที่แคบที่สุดในประเทศไทย ออกจากจุดนี้มาถึงกม.552 PTTปั๊มใหญ่ เข้าอ.กระบุรีมีโรงพยาบาลกระบุรี(0-7789-1036)   เมื่อถึงกม.611 ของทางหลวงหมายเลข 4 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนชลระอุ เข้าไปไม่ถึงกิโล เจอ<strong>บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน</strong> ที่นี่มี 3  บ่อ บ่อพ่อ แม่ ลูก มีบริการสปาอาบน้ำแร่ด้วย</p>
<p>ออก มากลับสู่ทางหมายเลข 4 ขับมาจนเจอสามแยก ถ้าเลี้ยวขวาจะเข้าตัวเมืองระนอง แต่ถ้าตรงไปจะมีปั๊ม Esso เมื่อถึงสี่แยกที่ 2 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงหมายเลข 412 ไปตามทางตลาดสด หาที่พัก</p>
<div class="style8"><strong>โรงแรมเลอสรินชาเลย์  ห้องพักระดับหรู ราคาเป็นมิตร 650-750 บาทพร้อมอาหารเช้า(0-7782-5725) อยู่ทางที่จะไปตลาดสด</strong></div>
<p>ทาน อาหารเช้าแล้ว เลี้ยวขวาออกจากที่พัก เจอสี่แยกให้เลี้ยวขวาอีกรอบ แล้วเลี้ยวซ้ายแยกต่อไป เพื่อเข้าสู่ถนนหมายเลข 4 ขับมาถึงกม.ที่617 มีสถานีตำรวจภูธรจังหวัดระนอง(0-7781-3721) เลยไปอีก2กม.มีสวนเฉลิมพระเกียรตินวมินราชินี</p>
<p>ถึงกม.623 แวะชม <strong>ภูเขาหญ้า </strong><strong>Unseen in Thailand</strong> กลับรถก่อนถึงปั๊มPTT เพื่อเข้าทางเข้าภูเขาหญ้า<span class="style9"> TIP ขับรถเข้าไปข้างใน ดูใกล้ๆ จะเห็นต้นหญ้าสีทองเวลาลมพัดจะพลิ้วลู่ลมสวยมาก  ถ้ามาตอนพระอาทิตย์ตก จะเป็นสีส้มทอง</span> จากภูเขาหญ้าสามารถถ่ายรูปมุมกว้างของน้ำตกหงาวได้ด้วย</p>
<p>เลี้ยวออกมาแล้วหาทางกลับรถอีกรอบ  เลี้ยวเข้า<strong>อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว </strong>(0-7784-8181)ค่าธรรมเนียมคนไทย 20 บาท ต่างชาติ  100 มีที่พัก พัดลม 600 บาท/4 คน    แอร์ 1,000 บาท/4 คน</p>
<p>ออก จากอุทยานเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลวงหมายเลข 4 ผ่านท่าอากาศยานระนองขวามือ เลยไปที่กม.645 มีสถานีอนามัยนกงาง ถัดไปที่กม.656 เป็นสถานีอนามัยม่วงกลวง  จากนี้ขับรถมุ่งหน้าอ.กะเปอร์ ช่วงนี้ถนนสวยและเรียบ ถึงกม.685-686 เลี้ยวเข้า<strong>เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา</strong> (มีป้ายตอนอยู่เกือบจะถึงแล้ว) แนะนำรถโฟร์วิลล์ ติดต่อที่จุดบริการ <strong>“ล่องแพแลพลับพลึงธาร”</strong> จะมีชาวบ้านเอารถมารับไปจุดที่ล่องแพ มี 2 ราคา  คือ 450/คน รวมอาหารเที่ยง ล่องแพระยะทาง 4 กม. ใช้เวลา3-4ชม.  และ 350บาท ไม่มีอาหารเที่ยง ระยะทาง 2 กม. ช่วงที่มีคือเดือนกันยายนจะเห็นใบพลับพลึงธารเป็นสายริบบิ้นสีเขียวเต็มผืน น้ำ <span class="style9">TIP ช่วงที่สุดดอกพลับพลึงจะละลานตาไปทั้งแผ่นน้ำ  คือช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม </span>ติดต่อ คุณเสรี นาคบุญ ประธานชมรมป่าสร้างฝัน (086-740-4533)</p>
<p><strong>ที่พัก </strong></p>
<p><strong>ชุมพรคาบาน่า  รีสอร์ท โทร.</strong>0-7756-0245-7  แฟกซ์ 0-7756-0247 <strong>ราคา</strong><strong> </strong>1,260 - 2,200 บาท</p>
<p><strong>แหลมเทียนรีสอร์ท</strong> จ.ชุมพร โทร.0-7752-2580-1 แฟกซ์ 0-7752-2581 <strong>ราคา</strong> 800 - 1,700 บาท</p>
<p><strong>พยามค็อทเทจ  รีสอร์ท</strong> จ.ระนอง โทร.0-7787-0200 แฟกซ์  0-7787-0200 <strong>ราคา</strong> 700 - 2,000  บาท</p>
<p><strong>ธารศิลา  รีสอร์ท</strong> จ.ระนอง โทร. 0 7782 3405,08 1317 8017,08 1554  8889 <strong>ราคา</strong> 300 - 800 บาท</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>วิว  ซีฟู้ด</strong>หาดทุ่งวัวแล่น<strong> </strong>จ.ชุมพร<strong> </strong>โทร.0-7756-0214<strong> </strong></p>
<p><strong>ครัวริมเล</strong>ชายทะเลปากน้ำหลังสวน  จ.ชุมพร โทร.0-7755-1699<strong> </strong></p>
<p><strong>ปากน้ำซีฟู้ด</strong> ถ.ปากน้ำ อำเภอเมือง จ.ระนอง โทร.0-7781-2497</p>
<p><strong>สมบูรณ์โภชนา</strong> ถ.เรืองราษฎร์ อำเภอเมือง   จ.ระนอง โทร. 0 7783 3300, 0 7782 2722</p>
<p><strong>ร้านขายของที่ระลึก</strong></p>
<p><strong>ชุมพรรังนก</strong> ถ.กรมหลวงชุมพร  อ.เมือง จ.ชุมพร โทร.0-7750-7750 เปิด 09.30-20.30 น.</p>
<p><strong>ศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน</strong><strong>OTOP</strong>ตรงข้ามโรงแรมระนองการ์เด้น<strong> </strong>โทร.0-7783-3228 <strong> </strong></p>
<p><strong>โรงพยาบาล</strong><strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลจังหวัดชุมพร โทร.0-7750-3672 <strong> </strong></p>
<p>โรงพยาบาลระนอง โทร.0-7781-1574-5 <strong> </strong></p>
<p><strong>ตำรวจ</strong><strong> </strong></p>
<p>กองกำกับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร โทร.0-7750-1039 <strong> </strong></p>
<p>กองกำกับการตำรวจภูธร จ.ระนอง โทร.0-7781-3721</p>
<p>สำนักงาน ททท.ภาคใต้ เขต 5 จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร  ระนอง โทร.0-7728-8818-9</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 7 ตามรอยพญานาคในตำนาน ลัดเลาะเส้นทางริมโขง ไหว้พระธาตุเสริมบุญ นครพนม สกลนคร หนองคาย เลย ขอนแก่น</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad7/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:10:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]


5 วัน 4 คืน

ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 อ.ธาตุพนม  จ.นครพนม ตรงไปใจกลาง

อ.ธาตุพนม ถึงวัดพระธาตุพนมวรวิหาร มีงานนมัสการพระธาตุ  ขึ้น10 ค่ำ

เดือน 3 ถึงวันแรม 1  ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี เป็นพระธาตุปีเกิดของคนปีวอก  และเป็นพระธาตุประจำวันคนเกิดวันอาทิตย์ 

ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 212 อีก 15 กิโลเมตร  เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวง

หมายเลข 2031 ประมาณ 7 กิโลเมตร ถึง วัดเรณูนคร

แวะสักการะบูชาองค์พระธาตุเรณูนคร คนที่เกิดวันจันทร์ควร

ไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

ย้อนกลับทางเดิมตามทางหลวงหมายเลข 2031 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง

หมายเลข 212 สู่ตัวจังหวัดนครพนม ระยะทาง 60 กิโลเมตร  เริ่มต้นกิโลเมตร 225

ถนนฝั่งละ 2 เลน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-78"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-76"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong><br />
5 วัน 4 คืน</strong></p>
<p><strong>ไป</strong>ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 อ.ธาตุพนม  จ.นครพนม ตรงไปใจกลาง</p>
<p>อ.ธาตุพนม ถึง<strong>วัดพระธาตุพนมวรวิหาร </strong>มีงานนมัสการพระธาตุ  ขึ้น10 ค่ำ</p>
<p>เดือน 3 ถึงวันแรม 1  ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี <strong>เป็นพระธาตุปีเกิดของคนปีวอก  และเป็นพระธาตุประจำวันคนเกิดวันอาทิตย์ </strong></p>
<p>ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 212 อีก 15 กิโลเมตร  เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 2031 ประมาณ 7 กิโลเมตร ถึง <strong>วัดเรณูนคร</strong></p>
<p>แวะสักการะบูชาองค์พระธาตุเรณูนคร <strong>คนที่เกิดวันจันทร์ควร</strong></p>
<p><strong>ไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล</strong></p>
<p>ย้อนกลับทางเดิมตามทางหลวงหมายเลข 2031 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง</p>
<p>หมายเลข 212 สู่ตัวจังหวัดนครพนม ระยะทาง 60 กิโลเมตร  เริ่มต้นกิโลเมตร 225</p>
<p>ถนนฝั่งละ 2 เลน  เส้นทางนี้เลียบริมฝั่งโขง ชมความงามของแม่น้ำ</p>
<p>ได้ตลอดเส้นทาง  ผ่าน สภ.นครพนม (0-4251-1266,  0-4251-5680)</p>
<p>บริเวณนี้มีห้องพักชื่อว่าบ้านริมโขง  (0-4252-1400)</p>
<p>ช่วงกิโลเมตรที่ 25 ผ่านโรงพยาบาลท่าอุเทน (0-4258-1255) ตรงไปอีก 2 กิโลเมตร</p>
<p>ถึง <strong>วัดพระธาตุท่าอุเทน </strong>พระธาตุท่าอุเทน  หันหน้าไปทางทิศเหนือของ</p>
<p>พระธาตุพนมตรงกับทิศประจำของพระศุกร์ <strong>คนที่ไปนมัสการ  จะได้รับอานิสงส์ความรุ่งโรจน์เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ</strong><strong> </strong></p>
<p>ย้อนกลับหลวงหมายเลข 212 เจอสามแยกป้อมตำรวจ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 2028 ถนนสองเลน เริ่มกิโลเมตรที่ 38 ไปนี้อีก 76 กิโลเมตร ถึง</p>
<p>อ.เมืองสกลนคร ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 0 ถึงสามแยกที่ว่าการ  อ.กุสุมาลย์</p>
<p>เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 22 จากทางแยกเลี้ยวขวา</p>
<p>เป็นถนนฝั่งละสองเลน</p>
<p>กิโลเมตรที่ 166 ถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์<strong>หนองหาน</strong> เป็นจุดชมวิว</p>
<p>ภายในมีศูนย์ผลิตภัณฑ์  OTOP เทศบาลตำบลท่าแร่ มีนวดสปาเพื่อสุขภาพ</p>
<p>ก่อนเข้าสู่ อ.เมือง  พักค้างคืน มีที่พักให้เลือกมากมาย เช่น โรงแรมดุสิต</p>
<p>ถ.ยุวพัฒนา (0-4271-1198-9)  ราคา 650 - 4,000 บาท หรือ โรงแรมสกลแกรนด์</p>
<p>พาเลซ (0-4271-4886– 7) ราคา 700  - 2,800 บาท</p>
<p>ร้านอาหาร มีบริการหลากหลาย เช่น ร้านเต็มคำ อาหารเวียดนาม  (0-4271-1566)</p>
<p>หรือ ร้านพอใจ หน้าโรงภาพยนต์สยามรัฐ (0-4271-1767)</p>
<p>ตื่นเช้าเดินตลาดเช้า ชมวิถีชีวิตชาวสกลนคร ใกล้กันมีสวนสาธารณะ <strong>สระพังทอง</strong></p>
<p>ผู้คนนิยมมาออกกำลังกายกันที่นี่ ติดกันยังมีหนองน้ำขนาดใหญ่ ชื่อ <strong>หนองหาน</strong></p>
<p>แหล่งพักผ่อนอีกที่หนึ่ง ใกล้ๆกับโรงพยาบาลจังหวัดสกลนคร (0-4271-1636, 0-4271-1615)</p>
<p>เดินทางต่อไปไหว้ <strong>วัดพระธาตุเชิงชุม</strong> แวะเคารพสักการะบูชา และไปเยือน</p>
<p><strong>วัดป่าสุทธาวาส</strong> อยู่ตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัด (จุดสังเกตุปากซอย</p>
<p>ทางเข้ามีร้าน 7-11) ที่นี่มี<strong>พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ และ</strong></p>
<p><strong>พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุยส์ จันทสาโร</strong> <em>เปิดตั้งแต่ 05.00น.-21.00น.</em></p>
<p>ออกจากวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 213 ถึงกิโลเมตรที่ 24 มีทางแยกขวา</p>
<p>เข้าพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์<strong> พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์</strong> เป็นศิลปะ<strong>ตะวันตก เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในคราวที่เสด็จแปรพระราชฐานมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong></p>
<p>ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ ทรงอนุญาตให้ประชาชนเข้าชมได้</p>
<p>สอบถามผู้ดูแลพระตำหนัก ฯ (0-4271-1550)</p>
<p>จากพระตำหนักฯเลี้ยวซ้ายออกมา  ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 213</p>
<p>เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปอุดรฯ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 22  ถนนสองเลน</p>
<p>ขรุขระ ตรงเข้ามาประมาณ 10 กิโลเมตร  เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านเชียง</p>
<p>ถึงกิโลเมตรที่ 121 ชิดขวาเตรียมกลับรถเข้า อ.พรรณนานิคม  แวะสักการะ</p>
<p><strong>พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสม</strong><strong>พร</strong> บริเวณนี้ยังมี</p>
<p>สภ.พรรณนานิคม  (0-4277-9232) และโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น  (0-4277-9105)</p>
<p>เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 22 เตรียมชิดขวากลับรถ  มุ่งหน้าไป จ.อุดรธานี</p>
<p>กิโลเมตรที่ 106-105 ผ่านโรงพยาบาลพังโคน (0-4277-1222) จนถึงกิโลเมตรที่ 50 เจอป้ายใหญ่บอกทางไปมรดกโลกบ้านเชียง ถึงสามแยกบ้านปูลู</p>
<p>มีป้ายบอกทางไป<strong> พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง</strong> เลี้ยวขวาเข้า</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 2225 ไปอีก 7 กิโลเมตร</p>
<p>ที่นี่  แบ่งเป็น 2 ส่วนการแสดง <strong>ส่วนแรกตั้งอยู่บริเวณวัดโพธิ์ศรีใน  เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดแสดงหลุมขุดค้นทางโบราณคดี </strong>ส่วนใหญ่เป็น</p>
<p>ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา  ลายเขียนสี กำไลสำริดที่ฝังรวมกับศพ</p>
<p><strong>ส่วนที่ 2  เป็นอาคารจัดแสดงเรื่องราวและวัฒนธรรมของบ้านเชียง</strong></p>
<p><strong>ในอดีต  เครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณ</strong> ภายในบริเวณอาคาร</p>
<p>ยังมีห้องนิทรรศการ ห้องบรรยาย ฉายภาพยนตร์และภาพนิ่ง</p>
<p>เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ 9.00-16.00 น. (0-4220-8340-1) ค่าธรรมเนียมเข้าชม</p>
<p>คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30  บาท จากสกลนครมาบ้านเชียง</p>
<p>รวมระยะทางทั้งสิ้น 148 กิโลเมตร</p>
<p>ออกจากบ้านเชียง ไปตามทางบ้านหนองเม็ก ถึงสามแยกบ้านหนองลาด</p>
<p>เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร ถนนสองเลน ราดยางอย่างดี</p>
<p>มีป้ายบอกทางอีก 34กิโลเมตรถึงบ้านดุง</p>
<p>ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 2096  ผ่านโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง</p>
<p>(0-4227-3706) สุดทางเจอ <strong>ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ</strong> จากจุดนี้ไปอีก 9 กิโลเมตร  ระหว่างเส้นทางมีการทำบ่อเกลือสินเธาว์ตลอดทาง จนถึงกิโลเมตรที่ 46</p>
<p>เลี้ยวขวาไปอีก  11 กิโลเมตร ถึง <strong>วัดศิริสุทโธ</strong> ที่ตั้งของดงชะโนด</p>
<p>ตำนานพญานาคราชบ้านคำชะโนด</p>
<p>มีพื้นที่ประมาณ  20 ไร่ มีน้ำล้อมรอบสภาพคล้ายเกาะ  มีดงต้นปาล์มลักษณะคล้ายต้นตาลผสมต้นมะพร้าวรวมเรียกกันว่าต้นชะโนด</p>
<p>คนสมัยก่อนเรียกที่นี่ว่าวังนาคินทร์คำชะโนด</p>
<p><strong>เชื่อกันว่ามีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่กลางดงชะโนดเป็นประตูสู่เมืองบาดาล</strong></p>
<p>รวมระยะทางจากบ้านเชียงถึงดงชะโนด 63 กิโลเมตร</p>
<p class="style7">หากขับรถวนดงชะโนด  จะมองเห็นวิวทิวทัศน์อีกด้านหนึ่งของป่าคำชะโนด เป็นเกาะกลางมีน้ำล้อมรอบ</p>
<p>ขับไปเส้นทางเดิม ถึงทางแยกเลี้ยวขวา ไปทาง อ.โพนพิสัย  ตรงไปเจอสามแยก</p>
<p>เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2230 มุ่งหน้า <strong>วัดอาฮงศิลาวาส </strong></p>
<p>เริ่มต้นหลักกิโลเมตรที่ 5 ถนนฝั่งละเลน สองข้างทางเป็นทุ่งนา</p>
<p>จนถึงกิโลเมตรที่ 16 เลี้ยวขวาไปทาง อ.โซ่พิสัย โพนพิสัย กิ่งอำเภอเฝ้าไร่</p>
<p>ถนนช่วงนี้ขรุขระ  ดีอีกครั้งช่วงกิโลเมตรที่ 22 สุดทางสามแยก</p>
<p>เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2267 จากจุดนี้ไป อ.พรเจริญอีก  50 กิโลเมตร</p>
<p>กิโลเมตรที่ 37 เข้าสู่เขต อ.โซ่พิสัย ตรงไปอีกตามทางหลวงหมายเลข 2095</p>
<p>กิโลเมตรที่ 49-50 เข้าเขตอำเภอปากคาด  ถึงกิโลเมตรที่ 67  เลี้ยวขวาไป</p>
<p>อ.บึงกาฬ จากจุดนี้ไปอีก 25 กิโลเมตร</p>
<p><strong>เส้นทางหลวงหมายเลข </strong><strong>212 ถนนจะเรียบเลาะริมโขงยาวตลอดเส้นทาง</strong></p>
<p><strong>ฝั่งหนึ่งเป็นแม่น้ำโขง อีกฝั่งเป็นท้องทุ่งนาเขียวขจี</strong></p>
<p><strong>ขับรถชมวิวและสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านได้ด้วย</strong> กิโลเมตรที่ 115</p>
<p>เลี้ยวซ้ายเข้า <strong>วัดอาฮงศิลาวาส</strong> รวมระยะทางจากดงชะโนดถึงที่นี่  128.7 กิโลเมตร</p>
<p>ที่นี่ เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อใหญ่คุวานันท์  พระพุทธชินราชจำลอง</p>
<p>หันพระพักตร์เข้าสู่แม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ฝั่งลาวได้ชัดเจน  ที่ท่าน้ำหน้าวัด</p>
<p>เป็นบริเวณน้ำโขงไหลวนหรือเรียกว่า <strong>สะดือแม่น้ำโขง </strong>เป็นแหล่งกำเนิด</p>
<p>บั้งไฟพญานาคแห่งแรก  เชื่อกันว่าบริเวณนี้คือธานีพญานาคพักค้างคืน</p>
<p>หรือเลือกไปค้างที่ อ.ปากคาด <strong>Recommended</strong> โขงค้ำคูน รีสอร์ท</p>
<p>ติดริมแม่น้ำโขง  (0-4240-4080, 08-9712-8598) ราคา 350 - 500 บาท</p>
<p>ออกเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าอำเภอโพนพิสัยแวะ <strong>วัดไทย</strong> มีตำนานเชื่อกันว่า<strong>มีเมืองบาดาลตั้งอยู่ใต้วัดแห่งนี้ </strong>ช่วง ค่ำคืนของวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 จะประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างหลั่งไหลมากันอย่างเนืองแน่น เพื่อมาเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบั้งไฟพญานาคเพราะเชื่อกันว่าที่นี่ เป็น</p>
<p>จุดศูนย์กลางที่จะลงไปสู่เมืองบาดาล</p>
<p>ามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ช่วงกิโลเมตรที่ 48 ผ่านโรงพยาบาลโพนพิสัย</p>
<p>(0-4247-1204-5) จนถึงกิโลเมตรที่ 5 (ก่อนถึงตัว อ.เมือง  ประมาณ 3 กิโลเมตร)</p>
<p>เลี้ยวซ้ายเข้าไป <strong>ศาลาแก้วกู่</strong> ที่รู้จักกันในชื่อ<strong>วัดแขก </strong>คล้ายพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง</p>
<p>แสดงรูปปั้นทางศาสนาขนาดใหญ่ หรือ ปูชนียวัตถุและพุทธปูชนียสถานเทวาลัย มีรูปปั้นพิสดารพันลึกมากมาย รวมถึงรูปปั้นพญานาค</p>
<p>เข้าอำเภอเมืองชิดขวาเตรียมกลับรถ  เข้า <strong>วัดโพธิ์ชัย</strong> เป็นวัดอารามหลวง</p>
<p>ภายในวัดยังเป็นที่<strong>ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวหนองคายนับถือกันมาก</strong></p>
<p>สภ.หนองคาย  (0-4241-1021, 0-4241-1071) โรงพยาบาลหนองคาย</p>
<p>(0-4241-1504, 0-4241-2316) โรงพยาบาลหนองคาย-วัฒนา (0-4246-5201)</p>
<p class="style8">ร้านอาหาร อิ่มเอมโภชนา ข้างวัดศรีสะเกษ  (0-4241-1608) หรือ เรือนแพหายโศก บริเวณวัดหายโศก (0-4241-2211)</p>
<p>หลวง พ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก ทุกๆปีในวันเพ็ญกลางเดือน 7 ชาวเมืองหนองคายจะมีงานประเพณีบุญบั้งไฟบูชาพระใสที่นี่  <em>โบสถ์เปิดเวลา </em><em>07.00-19.00</em> น.</p>
<p><span class="style7"><em>แวะซื้อของ <strong>ตลาดท่าเสด็จ</strong> ริมแม่น้ำโขง แหล่งรวมสินค้าแถบอินโดจีนและยุโรปตะวันออก </em></span></p>
<p>ออกจากท่าเสด็จ  ไปตามทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านสถานีรถไฟหนองคาย  ทำเรื่องข้ามไปเวียงจันทร์ สปป.ลาว</p>
<p>หาก ไม่ข้ามไปฝั่งลาว สามารถไปทาง อ.ท่าบ่อ เลาะริมโขงชมวิวฝั่งแม่น้ำโขง ตรงไปเจอสามแยกชนตลาดสดเทศบาล อ.ท่าบ่อ เลี้ยวซ้ายไปทางไป อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี อีกประมาณ 23 กิโลเมตร เริ่มกิโลเมตรที่ 1 ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2020 เจอสามแยกเลี้ยวขวาไป อ.บ้านผือ เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2021 ผ่าน สภ.บ้านผือ เจอสามแยกเลี้ยวขวาผ่านไปรษณีย์บ้านผือ แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 12 กิโลเมตร</p>
<p>เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข  2348 เริ่มกิโลเมตรที่ 1 ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 8 เจอป้ายบอกทางไป <strong>อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท</strong> ตรงเข้าไปอีกประมาณ  5 กิโลเมตร</p>
<p><em>ค่าธรรมเนียมคนไทย </em><em>10 บาท  ต่างชาติ 30 บาท</em> <strong>เป็นอุทยานที่แสดงถึงอารยะธรรมของมนุษย์และ</strong></p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศ</strong> เห็นได้จากการพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว 2,000 - 3,000 ปี และการดัดแปลงเพิงหิน แท่งหินธรรมชาติให้เป็นศาสนสถาน รูปเคารพทางศาสนาในสมัยประวัติศาสตร์ <em>เปิดทุกวัน  0</em><em>8.00-17.00น.</em></p>
<p>สภ.อุดรธานี (0-4222-2285, 0-4222-3304) โรงพยาบาลอุดรธานี (0-4224-4252-3) โรงพยาบาลค่ายประจักษ์  (0-4234-1710)</p>
<p>จาก อุทยานฯเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.น้ำโสม ถนนฝั่งละเลนสภาพดี ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2414  ผ่านโรงเรียนน้ำโสมพิทยาคม ถนนเริ่มเข้าสู่ถนนฝั่งละสองเลน สภาพเรียบ เจอสามแยกปากชม-สังคม เลี้ยวซ้ายไปตามเส้น 2414 เริ่มนับกิโลเมตรที่ 1 เส้นทางโค้งเป็นระยะ จากจุดนี้อีก 60 กิโลเมตร จะถึง อ.ปากชม ถนนสายนี้เป็นทางขึ้นลงเขา โค้งคดเคี้ยวเป็นระยะ</p>
<p>กิโลเมตรที่  7 เข้าเขตชุมชนบ้านนาเมืองไทย  เป็นทางขึ้นเขา มองเห็นภูเขาสลับลดหลั่นกันไป จนถึงกิโลเมตรที่ 26 สามแยกเลี้ยวขวาไป <strong>อ.เชียงคาน</strong> เข้าทางหลวงหมายเลข 2108 จากจุดนี้ไป จ.เลย  69 กิโลเมตร</p>
<p>กิโลเมตรที่ 14 เจอสามแยกตรงไป ผ่านสถานีอนามัยบ้านสงเปือย สุดทางเจอสามแยกใหญ่ เลี้ยวขวาไปเชียงคาน เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 201 จากจุดนี้ไปเชียงคานอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ถนนสภาพดี เริ่มนับที่กิโลเมตรที่ 29 พักค้างคืนที่ อ.เชียงคาน</p>
<p><span class="style7"><strong>Recommended </strong>บ้าน โฮมสเตย์คุณยายศรีพรรณ ตอนเช้าให้เจ้าของบ้านนึ่งข้าวเหนียวเตรียมใส่บาตรได้ด้วย ราคา 150 บาท/คน 0-4282-1797 หรือ เรือนแรมลูกไม้ ราคา 400 - 500 บาท หรือ โรงแรมสุขสมบูรณ์ (0-4282-1064) ราคา 500 บาทขึ้นไป </span></p>
<p><span class="style8"><strong>ร้านอาหาร </strong></span><span class="style8">ร้านระเบียง (0-4282-1532)  และ บ้านต้นโขง (0-4282-1775, 08-5854-7679) </span></p>
<p><strong>ตื่นเช้าใส่บาตรข้าวเหนียว</strong> บรรยากาศเงียบสงบ สุขสบาย ซึ่งเหมาะกับมาเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ ออกทาง อ.ปากชม  ประมาณ 5 กิโลเมตร แวะแหล่งท่องเที่ยว <strong>วัดท่าแขก </strong>วัดเก่าแก่โบราณ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง  ปัจจุบันเป็นวัดธรรมยุต ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก</p>
<p><strong>แก่งคุดคู้ </strong>แก่ง หินขนาดใหญ่ ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง จาการที่หินเหล่านี้อยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ทำให้หินมีสีสันต่างกันออกไป ตัวแก่งกว้างใหญ่ เกือบสองฝั่งแม่น้ำโขง</p>
<p class="style7"><strong><em>เวลาที่เหมาะชมมากที่สุดคือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม  ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง ทำให้มองเห็นเกาะแก่งได้อย่างชัดเจน </em></strong></p>
<p><strong>พระพุทธบาทภูควายเงิน </strong>ไป ตามเส้นทางเชียงคาน - ปากชม ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงบ้านผาแบ่น มีทางแยกเข้าบ้านอุมุง 3 กิโลเมตร ถึงทางขึ้นเขา เป็นทางลูกรัง 1 กิโลเมตร เป็นรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่บนหินลับพร้า(หินลับมีด) ผู้คนเคารพนับถือกันมาก และจะ<strong>มีงานประจำปีในวันเพ็ญเดือน 3 หรือเดือน 4 ของทุกปี</strong></p>
<p>ออกจากเชียงคาน ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 201 จนถึงกิโลเมตรที่ 32 เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางบ้านนาสี จนถึงบ้านป่าหนาดอีก 10 กิโลเมตรเข้าไปชม <strong>หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ </strong>ชาว ไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ชาวบ้านยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง สามารถเข้าชมการทอผ้า เลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้</p>
<p><em>หากอยากสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์ติดต่อได้ที่</em></p>
<p><em>สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำก่อนล่วงหน้าประมาณ </em><em>1สัปดาห์ (08-1048-2000) พัก 1คืน อาหาร 2 มื้อ ราคา</em>ย่อมเยา</p>
<p>ตรงขึ้นไป  อ.เมืองเลย อ.วังสะพุง ผ่านโรงพยาบาลเมืองเลยราม</p>
<p>(0-4383-3400) ช่วงกิโลเมตรที่ 185 เจอสี่แยกวังสะพุง  ให้ตรงขึ้นไป จุดหมายคือ <strong>วนอุทยานแห่งชาติสวนหินผางาม</strong> สภาพถนนดี สภ.เมืองเลย (0-4281-1254) โรงพยาบาลเลย (0-4281-1541)</p>
<p>ถึงกิโลเมตรที่ 164 มีป้ายบอกทางเข้า <strong>วนอุทยานสวนหินผางาม</strong> เลี้ยวขวาตรงเข้าไปอีกประมาณ  19 กิโลเมตร ตามถนนสายหนองหิน-ผาหวาย สภาพถนนขรุขระเป็นช่วงๆ  เส้นทางเข้าไปจะผ่าน <strong>ถ้ำโพธิสัตว์ น้ำตกสวนห้อมและน้ำตกเพียงดิน </strong></p>
<p><strong><em>สวนหินผางาม</em></strong><em> หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นเทือกเขาหินปูนขนาดเล็ก ภายในสวนหินจะมีถ้ำใหญ่มากกว่า </em><em>400ถ้ำ เป็นหุบเขาป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีพืชพันธุ์ที่น่าสนใจหายากมากกว่า1,000 ชนิด บริเวณแถวนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามคือน้ำตกเพียงดิน และน้ำตกสวนห้อม</em></p>
<p><em>จุดนี้มีการบริการนักท่องเที่ยวโดยไกด์ท้องถิ่น  เสียค่าเข้าคนละ </em><em>10 บาท หากเกิน 2 คนขึ้นไป คิดเป็นกลุ่มๆละ100 บาท  ค่ารถอีแต๊กนำเที่ยวคนละ15 บาท </em>(ณ วันที่ 1 ม.ค. 2551) มีลานกางเต็นท์และมีเต็นท์ให้เช่า เสียค่าสถานที่กางเต็นท์คนละ 20 บาท ค่าเช่าเต็นท์หลังละ 150 บาทมีอุปกรณ์ครบ หากไปช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ดอกบัวตองกำลังบานสะพรั่งงดงาม</p>
<p>ออก จากสวนหินฯ เลี้ยวขวาเข้าทางหลัก เส้นทางหลวงหมายเลข 201 จนถึงกิโลเมตรที่ 128 เริ่มขึ้นเขา ไปทาง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จนถึงกิโลเมตรที่ 95</p>
<p>ทางสามแยกเลี้ยวซ้าย กิโลเมตรที่ 49 เจอสามแยก (จุดสังเกตุหุ่นไดโนเสาร์ชัดเจน) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2038 จากจุดนี้ไปอีกประมาณ 19 กิโลเมตร ผ่าน สภ.ภูเวียง (0-4329-1233) ก่อนถึง <strong>พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง</strong> เป็นสถานศึกษาวิจัยอนุรักษ์ซากไดโนเสาร์และเผยแพร่เรื่องราวไดโนเสาร์ ตลอดจนธรณีวิทยาสาขาอื่นๆ  ภายในจัดเป็นสวนไดโนเสาร์</p>
<p>จำลองบรรยากาศของป่า มีต้นไม้ น้ำตก ลำธาร เหมือนธรรมชาติ  และจัดแสดงหุ่นจำลองเหมือนจริง</p>
<p>ส่วนห้องนิทรรศการ เป็นโถงขนาดใหญ่ พื้นที่กลางห้องโถงมีประติมากรรมโลหะโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ 3 ตัวอยู่อย่างโดดเด่นผนังโดยรอบเป็นตู้จัดแสดงฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ และอีกส่วนเป็นห้องปฏิบัติการโบราณชีววิทยาจำลอง</p>
<p><em>เปิดทุกวัน </em><em>09.00-17.00น. (0-4343-8204-6)</em></p>
<p>ต่อไปอีก 3 กิโลเมตร ถึง <strong>อุทยานแห่งชาติภูเวียง</strong> มีการขุดพบรอยเท้าและซากกระดูกไดโนเสาร์เกือบ 200 ล้านปี ภายในยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือน้ำตกตากฟ้า น้ำตกทับพระยาเสือ ถ้ำฝ่ามือแดง สุสานหอย 130 ล้านปี เป็นต้น</p>
<p>สอบถามข้อมูลได้ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง (043-249-052) ค่าเข้าชมคนไทย 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติ 400 บาท เด็ก 200 บาท ค่ารถ 30 บาทต่อคัน เปิด 8.00-16.00 น. ออกจากอุทยานฯภูเวียงมุ่งหน้าอำเภอเมืองขอนแก่น ผ่านโรงพยาบาลเวชประสิทธิ์ (0-4324-5544) หาที่พักค้างคืน โรงแรมโฆษะ (0-4322-5014-8)</p>
<p>ราคา 800  - 1,000 บาท หรือ พีพี โฮเต็ล (0-4322-6500-10) ราคา 500 บาท</p>
<p><span class="style8"><strong>ร้านอาหาร</strong></span><span class="style8"><strong> Recommended </strong>โต้งปลาเผา ติดปั๊ม ปตท.  ใกล้บึงแก่นนคร และ แหนมลับแล ตรงข้ามร้านแหนมลับแลของฝาก (0-4323-6296, 0-4323-6537)</span></p>
<p>รุ่งขึ้นแวะเที่ยว <strong>โฮงมูนเมืองขอนแก่น</strong> อยู่บริเวณบึงแก่นนคร <strong>แหล่งศึกษาค้นคว้า รวบรวมเรื่องราวที่มาของเมืองขอนแก่น </strong><em>ค่าเข้าชมคนไทย </em><em>20บาท</em></p>
<p><em>เด็ก 10บาท ต่างชาติ 90 บาท เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์</em></p>
<p><em>ตั้งแต่ 12.00-20.00น</em>. ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม 0-4327-1173</p>
<p>แวะพักผ่อน เที่ยวชม<strong> บึงแก่นนคร </strong>สวน สาธารณะของชาวจังหวัดขอนแก่น จากนั้นเดินทางออกจากจังหวัดขอนแก่น เข้าทางถนนมิตรภาพ ผ่านนครราชสีมา สระบุรี กลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ</p>
<p><strong>ร้านขายของที่ระลึก</strong></p>
<p>พุทธศิลป์ไหมไทย ถ.เปรมปรีดา จ.สกลนคร โทร 0-4271-1548</p>
<p>สดศรีไหมไทย หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม จ.สกลนคร โทร 0-4271-1953</p>
<p>ราชาไส้กรอก ถ.มีชัย  จ.หนองคาย โทร 0-4241-2174</p>
<p>หมูยอแม่ถ้วน ถ.มีชัย  จ.หนองคาย โทร 0-4242-0088</p>
<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5</strong> อ.เมือง จ.อุดรธานี โทร 0-4232-5406-7</p>
<p>(พื้นที่ความรับผิดชอบ อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 6 อันซีน 5 จังหวัดอีสานตอนล่างล่องริมโขง ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad6/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad6/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:08:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=319</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]
	
	



&#9668;124 วัน 3 คืน 

เริ่มที่ตัวเมืองศรีสะเกษ  แวะชม ตึกขุนอำไพพาณิชย์ ตั้งอยู่บนถนนอุบล เป็นตึกเก่าของขุนอำไพพาณิชย์  (อินทร์ นาคสีหราช) คหบดีชาวศรีสะเกษ สร้างตั้งแต่ พ.ศ.2468 ตัวอาคารมีรูปทรงและลวดลายปูนปั้นที่งดงามตามคติความเชื่อของชาวจีน ปัจจุบันกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว

จากจุดนี้  ตรงไปทางโรงพยาบาลศรีสะเกษ (0-4561-1503) เจอโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายไปตามทางวงกลม  ผ่านวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ถึง สวนสมเด็จศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ ภายในมีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่ เหมาะไปพักผ่อนและทัศนศึกษาเชิงพฤกษศาสตร์

ต้นลำดวนจะผลิดอกเหลืองอร่ามหอมอบอวลไปทั่ว  ราวเดือนมกราคม –  มีนาคมของทุกปี เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีต จึงนำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ สวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่น มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่น เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เปิดเวลา 06.00-19.00 น.

ออกจาก สวนสมเด็จฯ เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางเดิม ข้ามทางรถไฟเจอสี่แยกเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานขาว เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 226 กิโลเมตรที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-75"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-73"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div><div id="ngg-image-509" class="ngg-gallery-thumbnail-box ">
	<div class="ngg-gallery-thumbnail"  >
	<a id="thumb509" href="http://genweb.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/wp-content/gallery/northeast6/northeast6_pic9.jpg" title="" class="thickbox" rel="northeast6" ><img title="northeast6_pic9.jpg" alt="northeast6_pic9.jpg" src="http://genweb.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/wp-content/gallery/northeast6/thumbs/thumbs_northeast6_pic9.jpg" style="width:100px; height:75px;" /></a>
</div>
</div>
</div>
<div class='ngg-navigation'><a class="prev" href="/specials/drive/blogger/feed/">&#9668;</a><a class="page-numbers" href="/specials/drive/blogger/feed/">1</a><span>2</span></div><p><strong>4 วัน 3 คืน </strong></p>
<p><strong>เริ่ม</strong>ที่ตัวเมืองศรีสะเกษ  แวะชม <strong>ตึกขุนอำไพพาณิชย์ </strong>ตั้งอยู่บนถนนอุบล เป็นตึก<strong>เก่าของขุนอำไพพาณิชย์  (อินทร์ นาคสีหราช)</strong> คหบดีชาวศรีสะเกษ <strong>สร้างตั้งแต่ พ.ศ.</strong><strong>2468</strong> ตัวอาคารมีรูปทรงและลวดลายปูนปั้นที่งดงามตามคติความเชื่อของชาวจีน <strong>ปัจจุบันกรมศิลปากรขึ้นทะเบียน</strong>เป็นโบราณสถานแล้ว</p>
<p>จากจุดนี้  ตรงไปทางโรงพยาบาลศรีสะเกษ (0-4561-1503) เจอโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายไปตามทางวงกลม  ผ่านวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ถึง <strong>สวนสมเด็จศรีนครินทร์</strong> ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ ภายในมีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่ เหมาะไปพักผ่อนและทัศนศึกษาเชิงพฤกษศาสตร์</p>
<p><span class="style7"><strong><em>ต้นลำดวนจะผลิดอกเหลืองอร่ามหอมอบอวลไปทั่ว  ราวเดือนมกราคม </em></strong><strong><em>–  มีนาคมของทุกปี</em></strong></span> เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีต จึงนำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ สวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่น มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่น เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เปิดเวลา 06.00-19.00 น.</p>
<p>ออกจาก สวนสมเด็จฯ เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางเดิม ข้ามทางรถไฟเจอสี่แยกเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานขาว เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 226 กิโลเมตรที่ 8 ถึง<strong>วัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย</strong></p>
<p>วัดเทพปราสาทแห่งนี้ประกอบไปด้วย<em>ศิลาแลง  เคยมีทับหลังประตูสลักเป็นพระวรุณเทพเจ้าแห่งฝนประทับอยู่บนแท่น มีหงส์แบก 3 ตัว  อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข </em>เป็น ศิลปะแบบบาปวน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 สังเกตุได้จากมีสถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้างดังกล่าวในสมัยนั้นเรียกว่า อโรคยาศาล หมายถึง สถานพยาบาลหรือสุขศาลาประจำชุมชนในสมัยนั้น</p>
<p>จากวัดเทพปราสาท เลี้ยวซ้ายไป<strong>พระธาตุเรืองรอง</strong> ไปตามเส้นทางเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2373 ตรงไปประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาอีก 2.5 กิโลเมตร ถนนช่วงนี้ขรุขระ<strong> พระธาตุเรืองรอง </strong>สร้าง ขึ้นโดยผสมศิลปะอีสานใต้ สี่เผ่าไทยคือ ลาว ส่วย เขมร เยอ สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ชั้น 4 ขององค์พระธาตุ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นจุดชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ ทั้งหมู่บ้านของชาวบ้านที่อยู่รายล้อมและทุ่งนาสีเหลืองทองช่วงฤดูหนาว</p>
<p>เลี้ยวซ้ายออกจากพระธาตุ เจอสามแยกเลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 2373 มุ่งหน้าจังหวัดยโสธร กิโลเมตรที่ 15-16 ข้ามสะพานแม่น้ำมูลจนสุดทางเจอสามแยกที่ว่าการอำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร จุดสังเกตบริเวณนี้มี สภ.ค้อวัง และ ธ.เพื่อการเกษตรและสหกรณ์</p>
<p>จากสามแยก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2351 กิโลเมตรที่ 10 เข้าเขตอำเภอมหาชนะชัย เจอป้ายเขียนว่า บ.หัวดอน เป็นช่วงทางโค้งพอดี  เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบท ยส 4010  มีป้ายบอกทางไปอำเภอมหาชนะชัย 10 กิโลเมตร <strong>(เส้นทางนี้เป็นทางลัด)</strong> วิวสองข้างทางเป็นทุ่งนา สุดทางสามแยก เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2083  ถึงกิโลเมตรที่ 60 เข้าเขตพื้นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว สุดทางสามแยก เลี้ยวขวาชิดซ้าย บริเวณนี้มีโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว (0-4579-1133) แล้วเลี้ยวเข้าซอยแรก มุ่งหน้า<strong>บ้านศรีฐาน</strong>ระยะทาง 10กิโลเมตร</p>
<p><strong>บ้านศรีฐาน</strong> หมู่บ้านทำหมอนขิต หลังฤดูทำนาชาวบ้านแทบทุกหลัง มีอาชีพทอผ้าและทำหมอนขิต สามารถเข้าไปชมการทำและซื้อหมอนขิตไว้เป็นที่ระลึกได้ในราคาย่อมเยา นับเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่นำรายได้เป็นอันดับสอง 2 รองจากการทำนาของชาวป่าติ้ว</p>
<p>ออกจากบ้านศรีฐาน ไปตามเส้นทางหลวงชนบท ยส 2002 เจอสามแยกถนนหลักเส้นทางหลวงหมายเลข 202 เลี้ยวซ้ายไปอำเภอเมืองจังหวัดยโสธร จนถึง บ.สะเดา เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างโรงเรียนบ้านสะเดา ตรงไปอีก 3 กิโลเมตร</p>
<p><strong>พระธาตุก่องข้าวน้อย </strong>เป็นเจดีย์เก่าสมัยขอม ตั้งอยู่เขต<strong>วัดพระธาตุก่องข้าวน้อย</strong> ทำเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปทรงแปลกไปจากเจดีย์ทั่วไป มีลักษณะเป็นก่องข้าว ช่วงกลางองค์พระธาตุมีลวดลายทำเป็นซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ถัดจากช่วงนี้ไปเป็นส่วนยอดของเจดีย์ที่ค่อยๆ สอบเข้าหากัน บริเวณด้าน<strong>หลังพระธาตุมีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่งก่อด้วยอิฐ</strong> ชาวบ้านเคารพนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในเดือนห้าของทุกปีจะมีประชาชนนิยมมาสรงน้ำพระและปิดทองพระ เชื่อกันว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้ฝนจะแล้งในปีนั้นๆ</p>
<p>จากพระธาตุก่องข้าวน้อย ตรงไปเจอสามแยกเส้นทางหลวงหมายเลข 23 เลี้ยวขวาไปอำเภอเมืองยโสธร ประมาณ7 กิโลเมตรผ่าน โรงพยาบาลยโสธร (0-4571-2580) <strong>แวะกราบนมัสการองค์พระธาตุอานนท์ พระพุทธบุษยรัตน์</strong> ตั้งอยู่ในวัดมหาธาตุ สภ.ยโสธร (0-4571-1683-4)<strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<p>ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าไปจังหวัดอุบลราชธานี  ตรงอย่างเดียวจนถึงตัวเมืองอุบลฯ หาพักค้างคืน<strong> </strong></p>
<p><span class="style7"><strong>Recommended</strong></span> โรงแรมศรีอิสาน โฮเทล (0-4526-1011) ราคา 600 ใกล้ตลาด หรือ เนวาด้าแกรนด์ (0-4528-0999) ราคา 1,000 - 1,200 บาท หรือ ทอแสง โขงเจียม รีสอร์ท (0-4535-1174-6) ราคา 2,000 - 4,000 บาท</p>
<p>เช้าวันนี้กราบสักการะ <strong>ศาลหลักเมือง  อนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์(เจ้าคำผง)</strong> ผู้ก่อตั้งเมืองอุบล ตรงข้ามศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานี  ใกล้ๆบริเวณเดียวกันนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ <strong>พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ</strong><strong>อุบลราชธานี</strong> <em>เปิดทุกวันพุธ</em><em>- วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น</em>. ติดกันจะเป็นสวนสาธารณะเรียกว่า <strong>ทุ่งศรีเมือง</strong> ตอนเช้าและตอนเย็นจะมีประชาชนนิยมมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลอุบลรักษ์ (0-4526-6300) โรงพยาบาลเซ็นทรัลเมโมเรียล (0-4525-4721)</p>
<p>ก่อนออกจากตัวเมืองอุบลฯ  แวะไหว้พระที่ <strong>วัดทุ่งศรีเมือง </strong>แล้ว ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 217 ข้ามสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปีจังหวัดอุบลราชธานี เป็นสะพานข้ามแม่น้ำมูลขนาดใหญ่และเป็นจุดเริ่มต้นทางหลวงแผ่นดิน ผ่านอำเภอวารินชำราบ ถนนดี เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 2 ตรงโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ (0-4532-1173) ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24-27 ผ่าน สภ.สว่างวีรวงศ์ กิโลเมตรที่ 41 ถึง <strong>วัดภูเขาแก้ว</strong> ตั้งอยู่อำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 44 กิโลเมตร</p>
<p><strong>ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ  พระอุโบสถประดับด้วยกระเบื้องทั้งหลัง</strong> รูปแบบศิลปะไทย บริเวณกลางหลังคาตกแต่งเป็นยอดปราสาททอง  หน้าบันจำหลักลายปูนปั้นลายก้านขด งดงามอ่อนช้อย และเข้ากันได้ดีกับ<strong>บัวเสาที่ทำตามศิลปะอินเดีย</strong></p>
<div class="style8">บริเวณนี้มีร้านขาย<strong>ขนมจีบ ซาลาเปา</strong> วางขายทั้งสองฝั่ง เลือกซื้อชิมได้ตามอัธยาศัย รสชาติและราคาใกล้เคียงกัน</div>
<p>ตรงไปสุดทางสามแยก  เลี้ยวซ้ายแวะถ่ายรูปและพักรับประทานอาหารที่<strong>แก่งสะพือ</strong> เป็นแก่งที่สวยงามอีกแห่งของจังหวัดเลยทีเดียว <span class="style7"><strong><em>ช่วงที่น้ำลดจนสามารถมองเห็นแก่งได้ชัดเจนคือช่วงเดือนมกราคม </em></strong><strong><em>- เมษายน</em></strong></span></p>
<p>ออกจากแก่งสะพือ ไปตามทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าบ้านช่องเม็ก ช่วงกิโลเมตรที่ 62 ถึงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่<strong> หาดพัทยาน้อย</strong> เป็นทรายหาดริมน้ำคล้ายหาดพัทยา ยาว 1.4 กิโลเมตร มีต้นมะพร้าวเลียบเลาะให้ร่มเงาตามหาด มีอาคารร้านค้า ห้องอาบน้ำ มีที่สำหรับจอดรถ นักท่องเที่ยว บรรยากาศเป็นแบบทรายหาด สามารถเล่นเรือและสกีได้ ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 68-69 ผ่านสถานีตำรวจภูธรสิรินธร และโรงพยาบาลสิรินธร (0-4326-7172-3)</p>
<p>ที่กิโลเมตรที่ 70 ถึง <strong>เขื่อนสิรินธร </strong>ภายในมีร้านอาหาร  มีบ้านพักรับรอง สนามกอล์ฟ ไว้รองรับนักท่องเที่ยว</p>
<p>ตรงไปจนสุดถนนทางหลวงหมายเลข 217 ถึง <strong>ด่านช่องเม็ก</strong> ติดพรมแดนลาว ทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวแล้วข้ามไปประเทศลาว  ถึงช่องเม็กรวมระยะทางทั้งสิ้น 337.8 กิโลเมตร</p>
<p>ไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอโขงเจียม  กิโลเมตรที่ 76 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข  2173 ตรงขึ้นไปจนสุดทางถึง <strong>อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ</strong> ลักษณะเป็นโขดหินทรายขนาดมหึมา เป็นเกาะหินขนาดใหญ่กั้นกลางแม่น้ำมูล  อยู่ทางด้านล่างของดอนตะนะ</p>
<p><span class="style7"><strong><em>ฤดูท่องเที่ยวคือช่วงพฤศจิกายน </em></strong><strong><em>- มิถุนายนของทุกปี</em></strong></span> นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนเป็นสะพานแขวนคนเดินข้ามแม่น้ำ</p>
<p>ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นจุดชมวิวสองฟากฝั่งแม่น้ำมูลเหนือแก่งตะนะ ภายในอช.ยังมีแหล่งท่องเที่ยว เช่นถ้ำพระ น้ำตกตาดโตน ลานผาผึ้ง ฯลฯ</p>
<p>ออกจาก อช.แก่งตะนะ มุ่งหน้า <strong>อุทยานแห่งชาติผาแต้ม</strong> ใช้เส้นทางเดิมย้อนกลับไปจนถึงทางแยกที่จะไปอำเภอโขงเจียม เลี้ยวซ้ายไปอีก 8 กิโลเมตร ข้ามสะพานแม่น้ำมูล</p>
<p><span class="style7">.<strong><em>Recommended บริเวณนี้มีร้านขายปลาสดมากมาย  สามารถแวะซื้อนำไปประกอบอาหารค้างแรมที่ อช.ผาแต้มได้</em></strong></span>และ ถือเป็นจุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 2173 เริ่มเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2112 เส้นทางยุทธศาสตร์สายโขงเจียม-เขมราฐ ตรงไปอีกประมาณ 19 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง 2368 อีกประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ</p>
<p><em>เก็บอัตราค่าธรรมเนียม ชาวไทย เด็ก </em><em>20บาท ผู้ใหญ่ 40บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200บาท ผู้ใหญ่400บาท</em></p>
<p>จากจุดเก็บค่าธรรมเนียม ตรงเข้ามาประมาณ  1 กิโลเมตร พบกับ <strong>เสาเฉลียง</strong> ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและแสงแดด มีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้นเหนือเสา ส่วนบนเป็นหินวางอยู่โดยไม่ติดกัน มองดูคล้ายดอกเห็ดขนาดใหญ่</p>
<p><strong>จุดชมวิวผาแต้ม</strong> มองออกไปยังเบื้องหน้าเห็นแม่น้ำโขงไหลนิ่ง จุดนี้เรียกว่า <strong>ภูผาขาม</strong> เป็นภูเขาหินทราย <strong>ด้านบนเป็นหินเรียบด้านล่างปรากฏภาพเขียนสีโบราณ</strong><strong>อายุ</strong><strong> 3000 ปี</strong> บริเวณนี้ยังเป็น<strong>จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกก่อนใครในสยาม</strong>อีกด้วย  พักค้างคืน</p>
<p>ตื่น แต่เช้ามืดเพื่อเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม ที่บนลานหินทรายภูผาขาม ยามแสงทองของพระอาทิตย์สาดแสงกระทบกับผิวลำน้ำโขง ส่องแสงระยิบระยับแวววับอยู่เบื้องหน้า งดงามเกินคำบรรยาย  เก็บความงามเรียบร้อยเดินทางต่อออกจากผาแต้ม เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2112 ประมาณ 20 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไป <strong>น้ำตกสร้อยสวรรค์</strong> อีกประมาณ 14 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นหลุมบ่อ  ตัวน้ำตกสามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณนี้ยังสามารถชม<strong>ทุ่งดอกไม้ป่า</strong> ส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุก และพืชกินแมลง เช่นสร้อยสุวรรณ(สีเหลือง) ทิพเกสร(สีชมพูอ่อน) ดุสิตา(สีม่วง) มณีเทวา(สีขาว) จอกบ่อวาย(สีแดง) เป็นทุ่งดอกไม้ป่าขนาดใหญ่ และสวยงาม</p>
<p><span class="style7"><strong><em>ดอกไม้ป่า  จะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือนตุลาคม </em></strong></span><span class="style7"><strong><em>- มกราคมของทุกปี</em></strong></span></p>
<p>ถัดออกไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตรตามเส้นทางหลวง 2112 มีทางเลี้ยวขวา เข้าสู่ <strong>น้ำตกแสงจันทร์หรือน้ำตกรู </strong>เป็น น้ำตกขนาดเล็ก เกิดจากลำห้วยท่าโลงไหลลงจากเพิงหน้าผา เป็นช่องโพรงคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ไหลลงรูกระทบกับพื้นล่าง จะพบเห็นเป็นรูปหัวใจ</p>
<p>ติดกับ<strong>น้ำตกแสงจันทร์</strong> ประมาณ 300 เมตร จะมี<strong>เถาวัลย์ยักษ์</strong>เป็นแหล่ง Unseen ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย</p>
<p>ออก จากน้ำตกเลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 2112 ประมาณ 300 เมตร แยกเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวง 2135 มีป้ายบอกทางไปอำเภอศรีเมืองใหม่ เริ่มกิโลเมตรที่ 1 ไปอีก 32 กิโลเมตร</p>
<p>กิโลเมตรที่ 19 มีสามแยกเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปอำเภอตระการพืชผล ตรงขึ้นไปเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2134 ไปอีก 30 กิโลเมตร ให้สังเกตุ สี่แยกด้านหน้าเป็นศูนย์โตโยต้าอุบลฯ เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอำนาจเจริญ-เขมราฐ แล้วเลี้ยวซ้ายทันที หากมีเวลาแวะชม <strong>หอไตรขุหลุ</strong> ได้</p>
<p>ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 2134 ช่วงกิโลเมตรที่ 31 เข้าเขตจังหวัดอำนาจเจริญ ตรงขึ้นไปจนเจอทางสามแยก เลี้ยวซ้ายไปอำเภอลืออำนาจ เจอสามแยกให้ตรงไปอำเภอพนา ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลที่ <strong>วัดพระเหลาเทพนิมิต</strong> จังหวัดอำนาจเจริญ  ห่างจากสามแยกประมาณ 3 กิโลเมตร</p>
<p>ที่นี่ มีองค์พระประทานคือพระเหลาเทพนิมิตร เป็น<strong>พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง  จัดอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปศิลปะลาว สกุลช่างเวียงจันทน์ </strong><strong> </strong></p>
<p>ออกเดินทางกลับเส้นทางเดิมเจอสามแยก เลี้ยวขวาจนถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลืออำนาจ เริ่มกิโลเมตรที่ 19 ไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร</p>
<p>พอถึงกิโลเมตรที่ 1 ผ่านวัดบ้านอำนาจ  แวะไหว้ <strong>พระเจ้าใหญ่ลือชัย</strong> จากนั้นตรงไปจนสุดทางสามแยก บรรจบเส้นทางหลวงหมายเลข 212 เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 212 จนเจอสี่แยกสว่างมงคล ผ่านศาลหลักเมือง จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 78 ถึง <strong>พุทธอุทยาน จังหวัดอำนาจเจริญ</strong></p>
<p>ภายในมีพระมงคลมิ่งเมือง หรือพระใหญ่ สิ่งสำคัญคู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ชาวอำนาจเจริญและจังหวัดใกล้เคียงจะมากราบไหว้บูชาทุกปี <strong>ทุกวันขึ้น</strong><strong>15 ค่ำ เดือน 3 หรือวันมาฆบูชา  ชาวบ้านจะจัดงานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง</strong> ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของที่นี่อีกด้วย สถานีตำรวจภูธรอำนาจเจริญ (0-4551-2007) โรงพยาบาลอำนาจเจริญ  (0-4551-1940-8)</p>
<p>เส้น ทางหลวงหมายเลข 212 เตรียมตัวเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร กิโลเมตรที่ 160 เป็นทางโค้งอันตราย แล้วตรงไปเข้าสู่อำเภอเมืองมุกดาหาร จากตัวอำเภอเมืองเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2034 ผ่านโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล (0-4263-3301-9) แวะ <strong>หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก </strong>ห่างจากตัวเมือง 2 กิโลเมตร เป็นหอคอยสูงใหญ่ ทันสมัย สูง 65.50 เมตร  ชั้นที่ 6 เป็น<strong>จุดชมวิวเมืองมุกดาหารและความงดงามสองฝั่งโขง</strong>คือ เมืองมุกดาหาร และแขวงสะหวันนะเขต ของประเทศลาว สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร  (0-4263-3533) โรงพยาบาลมุกดาหาร (0-4261-2977)</p>
<p>มุ่งหน้าไปจนถึงกิโลเมตรที่  15 เลี้ยวขวาเข้า <strong>อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร  หรือที่รู้จักกันในนาม ภูผาเทิบ</strong> เป็นหินทรายขนาดใหญ่  วางซ้อนทับกันเป็นรูปต่างๆ อย่างวิจิตรพิสดาร ที่นี่ยังมี<strong>ทุ่งดอกไม้งาม </strong>ฤดู ท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่กันยายน - ธันวาคม ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งบ้านพักสถานที่กางเต็นท์ และร้านค้า (0-4260-1753) ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 400 บาท ค่ารถ 30 บาทต่อคัน</p>
<p>จากตัวอำเภอเมือง สามารถขับรถเลียบริมแม่น้ำโขงประมาณ 3  กิโลเมตร ถึง<strong>จุดชมวิวสะพานข้ามไทย</strong><strong>-ลาวแห่งที่2  ช่วงกลางคืน จะเปิดไฟตลอดถนนเชื่อมสองฝั่งสวยงาม</strong> บริเวณเส้นทางเลียบชายโขงนี้ เรียกว่า ถนนสำราญชายโขงเหนือ มีร้านอาหารริมโขงมากมาย และเส้นทางนี้สามารถลอดใต้สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แล้วบรรจบเส้นทางหลัก 212 ได้ พักค้างคืน<strong> </strong><strong> </strong></p>
<p class="style7">แวะรับประทานอาหาร<strong>เช้า <em>ก๋วยจั๊บญวนหรือข้าวเปียกเส้น</em></strong><em> ร้านอิ่มอร่อย ติดกับโรงแรมฮั่วนำ  ใกล้กับด่านท่าข้ามตลาดอินโดจีน</em></p>
<p class="style7"><strong>Recommended</strong> โรงแรมเอส ซี เรสซิเด้นท์ ซ.อนุรักษ์ 2 (0-4261-5252-3) ราคา 800 - 1,000 บาท ห้องใหม่สะอาด มี Internet บริการ หรือ ริเวอร์ซีตี้ (0-4261-5444-7) ราคา 700 บาท หรือ กิมเจ๊กซิม (0-4263-1041) ราคาประมาณ 400 บาท</p>
<p>จากตัวเมือง ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถึงกิโลเมตรที่ 170 เลี้ยวขวาเข้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 <em>ทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวไปเที่ยวฝั่งประเทศลาวได้ </em></p>
<p>จากนั้นไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ช่วงกิโลเมตรที่ 187 มีทางแยกเลี้ยวขวาไปอำเภอหว้านใหญ่ เข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร พบทางแยกไป <strong>แก่งกะเบา</strong> แก่งหินยาวเหนือน้ำโขง เป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของมุกดาหาร  อาหารขึ้นชื่อที่นี่คือหมูหัน</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong><strong> </strong></p>
<p>อินโดจีน ถ.สรรพสิทธิ์ ข้างวัดแจ้ง จ.อุบลราชธานี โทร 0-4525-4126</p>
<p>ร้านคู่แฝด<strong> </strong>หลังสถานีตำรวจเมืองมุกดาหาร  โทร 0-4261-2252</p>
<p>ครัวไซง่อน  ถนนสมุทรศักดารักษ์ จ.มุกดาหาร โทร 0-4261-2621</p>
<p>แซบ ถ.เทศบาล 1 ต.ในเมือง จ.ยโสธร โทร 0-4571-4451,  0-4571-2662</p>
<p>รุ่งเรืองอาหารปลา ถ.ศรีบำรุง จ.ยโสธร โทร 0-4572-0248</p>
<p><strong>ร้านขายของที่ระลึก </strong><strong> </strong></p>
<p>อุบลหมูยอ ถ.เขื่อนธานี อ.เมือง จ.อุบลฯ โทร 0-4525-4951<strong> </strong></p>
<p>วัฒนศิลป์เครื่องเงิน  ถ.ราชบุตร อ.เมืองจ.อุบลฯ โทร 0-4525-5661</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad6/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 5 อลังการมหาเจดีย์ชัยมงคล-ไหว้พระพุทธมณฑลอีสาน-พระธาตุนาดูน ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad5/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:06:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=315</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

2 วัน 1 คืน

จาก ตัวจังหวัดร้อยเอ็ด ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2044 ผ่านอำเภอโพนทอง เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2136 ผ่านวิทยาลัยการอาชีพโพนทอง ตรงขึ้นไปเจอสามแยก มีป้ายบอกทางไป ผาน้ำย้อย จนถึงกิโลเมตรที่ 34 เลี้ยวซ้ายเข้าซุ้มทางเข้า วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม หรือ วัดเจดีย์มหามงคล เข้าไปอีก 5 กิโลเมตร  บริเวณทางเข้ามีร้านค้าขายส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ริมทาง ถนนขรุขระเล็กน้อย  เส้นทางขึ้นเขาโค้งเป็นระยะๆ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นเจดีย์ที่วิจิตรงดงามตามแบบชาวอีสาน มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย กว้าง101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 101 เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระสารีริกธาตุ ตัวองค์พระธาตุแบ่งเป็น 5 ชั้น เป็นศิลปะร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพระพนม ตั้งอยู่บริเวณวัดฯ
- ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง หลังศาลากลางร้อยเอ็ด (0-4351-1260) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-72"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-70"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>2 วัน 1 คืน</strong></p>
<p>จาก ตัวจังหวัดร้อยเอ็ด ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2044 ผ่านอำเภอโพนทอง เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2136 ผ่านวิทยาลัยการอาชีพโพนทอง ตรงขึ้นไปเจอสามแยก มีป้ายบอกทางไป <strong>ผาน้ำย้อย</strong> จนถึงกิโลเมตรที่ 34 เลี้ยวซ้ายเข้าซุ้มทางเข้า <strong>วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม</strong> หรือ <strong>วัดเจดีย์มหามงคล</strong> เข้าไปอีก 5 กิโลเมตร  บริเวณทางเข้ามีร้านค้าขายส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ริมทาง ถนนขรุขระเล็กน้อย  เส้นทางขึ้นเขาโค้งเป็นระยะๆ <strong><em>พระมหาเจดีย์ชัยมงคล</em></strong> <em>เป็นเจดีย์ที่วิจิตรงดงามตามแบบชาวอีสาน มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย</em> กว้าง101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 101 เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระสารีริกธาตุ ตัวองค์พระธาตุแบ่งเป็น 5 ชั้น เป็นศิลปะร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพระพนม ตั้งอยู่บริเวณวัดฯ</p>
<p class="style7">- ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง หลังศาลากลางร้อยเอ็ด (0-4351-1260) รวบรวมฝีมือของชาวบ้าน เช่นผ้าไหม ผ้าทอพื้นเมือง หมอนลายขิต ฯลฯ</p>
<p>- ศูนย์ผ้าไหมและหัตถกรรม  ถ <span dir="rtl"> .</span>ราชดำเนิน 0-4351-4097, 0-4351-1120 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองทุกชนิด</p>
<p>ถึงวัดขึ้นเขาไปอีก 7 กิโลเมตร แวะชมธรรมชาติ  ที่ <strong>สวนพฤกศาสตร์วรรณคดี</strong> เป็นโครงการสวนพฤกษศาสตร์ในวรรณคดีประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาย้ำย้อย จัดสวนแบ่งตามเรื่องราวในวรรณคดี เช่นลิลิตพระลอ พระลักษณ์-พระราม พระเวสสันดรชาดก ลานพุทธประวัติ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรแยกตามสรรพคุณอีกด้วย รวมทั้งยังมีจุดชมวิวผานางคอย และจุดชมวิวกิ่วลม</p>
<p>ต่อไปอีก 2 กิโลเมตร ถึง <strong>เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์</strong> มีเนื้อที่ประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นไร่  <em>พื้นที่เป็นเทือกเขาหินทรายสูงชันและสลับซับซ้อน</em> ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง สลับทุ่งหญ้าและป่าไผ่ รวมทั้งยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 10 ชนิด เช่น เสือ กวาง เก้ง</p>
<p>หมูป่า หมาจิ้งจอก ลิง ค่าง ชะมด ไกป่า ไก้ฟ้า  นกตะขาบทุ่ง นกปรอด นกโพระดก</p>
<p class="style7">ก่อนถึง <strong>วัดเจดีย์มหามงคล</strong> มีรีสอร์ทชื่อว่า ณัฐวรรณรีสอร์ท มีที่จอดรถประมาณ 20 คัน ราคาประมาณ 300 บาท มีแอร์ น้ำอุ่น ทีวี และ โอเค รีสอร์ท ราคาประมาณ 300 บาท แอร์ น้ำอุ่น ทีวี</p>
<p>กลับออกมาตามเส้นทางเดิม เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2136 เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 41 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร ถึง <strong>วัดบรรพตคีรีหรือภูจ้อก้อ</strong> เป็นวัดสังกัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่บนภูจ้อก้อ บ้านแวง อำเภอหนองสูง  จังหวัดมุกดาหาร มีเจดีย์ “<strong>เขมปัตตเจดีย์</strong><strong> </strong><strong>หลวงปู่หล้า  เขมปัตโต</strong><strong>” </strong>สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิเครื่องบริขาร  เป็นเครื่องเตือนใจให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงบารมีธรรมคำสอน<strong>ของหลวงปู่หล้า  เขมปัตโต </strong>ลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน และยังใช้เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งจำลององค์หลวงปู่ไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ</p>
<p>ออก จากวัดเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2136 มุ่งหน้า อ.เมืองร้อยเอ็ด ผ่าน สภ.หนองพอก (0-4357-9139, 0-4357-9149) โรงพยาบาลหนองพอก (0-4357-9073-4) ตรงไปทางอำเภอเสลภูมิ พอเข้าเขตอำเภอเสลภูมิ สองข้างทางจะเป็นทุ่งนาโล่ง โรงพยาบาลรัอยเอ็ด (0-4351-1336)</p>
<p>กิโลเมตรที่ 1 เจอสี่แยกไฟแดง เลี้ยวขวาไปทางร้อยเอ็ด ผ่าน สภ.เสลภูมิ (0-4355-1491) เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 23 ไปทางอำเภอธวัชบุรี สองข้างทางเป็นทุ่งนา เลขกิโลเมตรจะลดลง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ( 0-4351-1766)</p>
<p>จากนั้น เลี้ยวขวาไปทางโพนทอง กิโลเมตรที่ 13 เจอสี่แยกโพนทอง  เลี้ยวขวาไป 4 กิโลเมตร มีทางแยกเข้า <strong>ปรางค์กู่</strong> ด้านขวามือ  เข้าไป 1 กิโลเมตร ถนนขรุขระ <strong>ปรางค์กู่ </strong>เป็นปราสาทหินศิลปะลพบุรีหรือศิลปะขอม <strong>สร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง</strong> ปรางค์ประธาน มีกำแพงล้อมรอบ ที่มี<a title="ซุ้มประตูทางเข้า (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2&amp;action=edit&amp;redlink=1" target="_blank">ซุ้มประตูทางเข้า</a>อยู่ด้านหน้า <a title="พ.ศ. 2534" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2534" target="_blank">พ.ศ.  2534</a> <a title="กรมศิลปากร" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3" target="_blank">กรมศิลปากร</a>ได้บูรณะ ค้นพบทับหลังที่ปรางค์ประธาน  สลักเป็นรูปคนขี่หลังช้าง มีความหมายว่า <a title="พระอินทร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C" target="_blank">พระอินทร์</a>ทรง<a title="ช้างเอราวัณ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%93&amp;action=edit&amp;redlink=1" target="_blank">ช้างเอราวัณ</a> และพบเสา  กรอบประตูทำด้วยศิลาแลง และศิวลึงค์ขนาดใหญ่  ถือเป็น<a title="สถาปัตยกรรมแบบบาปวน (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1" target="_blank">สถาปัตยกรรมแบบบาปวน</a> ในรูปแบบ<strong><a title="อาคารอโรคยาศาล (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;action=edit&amp;redlink=1" target="_blank">อาคารอโรคยาศาล</a> หรือโรงพยาบาลโบราณแห่งหนึ่งที่พบในจังหวัดร้อยเอ็ด</strong> ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน</p>
<p>ขากลับเส้นทางเดิม เลี้ยวซ้ายตรงไปเจอแยกโพนทองอีกครั้ง  ตรงไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงอำเภอเมือง หาที่พักค้างคืน</p>
<p><span class="style8"><strong>Recommended</strong> โรงแรมสาเกตุนคร  ถ.หายโศก (0-4351-1741, 0-4351-1937) ราคา  400-800 บาท ที่จอดรถประมาณ 30 คัน </span></p>
<p>เช้าเริ่มต้นที่ <strong>บึงผลาญชัย </strong>กลางเมืองร้อยเอ็ด  เป็นบึงที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองร้อยเอ็ด <strong>มีเกาะอยู่กลางบึงขนาดใหญ่</strong> ภายในบริเวณจัดเป็นสวนสมเด็จศรีนครินทร์ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ภายในยังมี <strong>ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง </strong>เป็นที่เคารพบูชาของชาวร้อยเอ็ด มีพระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่กลางสวน สวนสัตว์  น้ำตกจำลอง สวนสุขภาพ<strong> </strong>เปิดตั้งแต่ 04.00-21.00 น.<strong> </strong></p>
<p>บริเวณใกล้กัน  ยังมี <strong>สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นอาคารรวบรวมพันธุ์น้ำจืดท้องถิ่น</strong> ที่อาศัยในแหล่งน้ำต่างๆของภาคอีสาน บางชนิดเกือบสูญพันธุ์ แสดงความเป็นอยู่ของสัตว์น้ำจืด เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ ที่นี่มีตู้ปลาขนาดเล็ก 24 ตู้ และตู้ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่บรรจุน้ำถึง 400 ลูกบาศก์เมตร <strong>จุดเด่น</strong> คืออุโมงค์ลอดใต้ตู้ปลาขนาดใหญ่  ชมความเคลื่อนไหวของสัตว์นี้ได้รอบทิศทาง <em>เปิดเข้าชม 08.30 </em><em>- 16.30 น.  วันพุธ -วันอาทิตย์ ไม่เก็บค่าบริการ ตั้งตู้รับบริจาค</em></p>
<p>จากลานจอดรถหน้าบึงฯ  เลี้ยวซ้ายตรงขึ้นไปทางวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ดลอดใต้สะพานลอยแล้วเลี้ยวซ้าย พบ <strong>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด</strong> อยู่ฝั่งขวาตรงหัวมุมถนน</p>
<p>จัดตั้งขึ้นเพื่อเก็บรักษาและแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมอีสาน รวบรวมเรื่องราวที่น่ารู้ทุกด้านของร้อยเอ็ด เปิดตั้งแต่ 09.00 - 16.00 น. วันพุธถึงวันอาทิตย์ ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท</p>
<p>จากพิพิธภัณฑ์ตรงไปเจอ  2 สี่แยกไฟแดง แล้วเลี้ยวขวาถึง <strong>วัดบูรพาภิราม เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี</strong> หรือ<strong>หลวงพ่อใหญ่</strong> เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร<strong> พระพุทธรูปยืนสูงที่สุดในโลก</strong> สูงถึง 67.85 เมตร ตัวองค์พระสูงถึง 59.20 เมตร ด้านหลังองค์พระมีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนบริเวณฐานองค์พระจัดเป็นห้องแสดงพิพิธภัณฑ์</p>
<p>จากร้อยเอ็ดมุ่งหน้าไปทาง จ.มหาสารคาม เจอสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.วาปีทุม ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2045 จนถึงกิโลเมตรที่ 26-27 ชนสามแยกที่ว่าการอำเภอวาปีปทุม เลี้ยวขวาไปตามทางหมายเลข 2045 จนเจอสามแยก เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2381 ประมาณ 2 กิโลเมตร มีป้ายด้านขวาบอกทางเข้า <strong>กู่สันตรัตน์ </strong></p>
<p>ตัวปราสาทสร้าง<strong>ด้วยศิลาแลงเป็นแท่งสี่เหลี่ยม</strong>เหมือนกู่มหาธาตุ  มีทับหลังประตูมุขหน้าจำหลักลายงดงาม</p>
<p>ตรงไปอีก  5 กิโลเมตร ผ่านโรงพยาบาลนาดูน (0-4379-7015-6) เลี้ยวซ้ายไปไหว้ <strong>พระธาตุนาดูน </strong>หรือ พุทธมณฑลแห่งอีสาน บริเวณโดยรอบ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานทางพุทธศาสนาที่สำคัญด้วย</p>
<p><strong>ที่พัก</strong><strong> </strong></p>
<p>โรงแรมร้อยเอ็ดธานี ถ.เพลินจิต  อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โทร 0-4352-0387-400 ราคา 900-4,920 บาท</p>
<p>ไหมไทย ถ.หายโศรก  อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โทร 0-4351-1136, 0-4351-1038 ราคา 410-720 บาท</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong></p>
<p>ไฟเขียว  ก๋วยเตี๋ยวติดแอร์  รอบบึงพลาญชัย  จ.ร้อยเอ็ด 0-4351-4782, 0-4351-5265<strong> </strong></p>
<p>โกเหลียง<span dir="rtl"> </span><span dir="rtl"><span dir="rtl"> </span> </span>ถ<span dir="rtl"> </span><span dir="rtl"><span dir="rtl"> </span>.</span>เทวาภิบาล  รอบบึงพลาญชัย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad5/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 4 ไหว้พระอีสานกลาง แวะชมหมู่บ้านเต่า ตื่นตาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad4/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:04:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=311</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

3 วัน 2 คืน (เหมาะสำหรับเด็ก-ผู้ใหญ่)


เดินสายทำบุญ ไหว้พระอีสานกลาง จากจังหวัดขอนแก่น

ไปตามเส้นทางทางหลวงหมายเลข  23 แยกไป 229  จนถึงกิโลเมตรที่ 12 แยกซ้ายไป วัดอุดมคงคาคีรีเขต จากถนนเข้าไปอีก 12 กิโลเมตร ที่นี่เป็นวัดป่าของหลวงปู่ผาง  พระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว จัดทำเป็นสถานที่บรรจุอัฐและรูปเหมือน ของหลวงปู่ผางอยู่ภายในบริเวณวัด

บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับวิปัสสนากรรมฐาน

กลับ ทางเดิมบรรจบทางหลวงหมายเลข 229 อีกครั้ง เลี้ยวซ้ายตรงไปสุดทาง ไปทางอำเภอมัญจาคีรีเลี้ยวขวาขึ้นไปถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ประมาณ4 กิโลเมตรถึง หมู่บ้านเต่า สังเกตุปากทางเข้าหมู่บ้านจะเห็นศาลที่มีรูปปั้นเต่า ที่นี่มีเต่าเพ็กอาศัยอยู่ร่วมกับคนตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ภายในสวนเต่ามีศาลเจ้าคุณปู่ฟ้าระงึม หรือเจ้าพ่อมเหศักดิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่หมู่บ้านเต่า มีบริการโฮมสเตย์ ทุกวันที่ 14 เมษายนของทุกปี จะมีงานประเพณีรดน้ำเต่า ไหว้เจ้าคุณปู่

สอบถามข้อมูล  ประธานสวนเต่า (08-5768-5323) ประธานบ้านพักโฮมสเตย์ (08-6327-0310, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-69"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-67"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>3 วัน 2 คืน (เหมาะสำหรับเด็ก-ผู้ใหญ่)</strong></p>
<p class="style2">
<p>เดินสายทำบุญ ไหว้พระอีสานกลาง จากจังหวัดขอนแก่น</p>
<p>ไปตามเส้นทางทางหลวงหมายเลข  23 แยกไป 229  จนถึงกิโลเมตรที่ 12 แยกซ้ายไป <strong>วัดอุดมคงคาคีรีเขต</strong> จากถนนเข้าไปอีก 12 กิโลเมตร ที่นี่เป็น<strong>วัดป่าของหลวงปู่ผาง  พระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียง</strong> เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว จัดทำเป็นสถานที่บรรจุอัฐและรูปเหมือน ของหลวงปู่ผางอยู่ภายในบริเวณวัด</p>
<p>บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับวิปัสสนากรรมฐาน</p>
<p>กลับ ทางเดิมบรรจบทางหลวงหมายเลข 229 อีกครั้ง เลี้ยวซ้ายตรงไปสุดทาง ไปทางอำเภอมัญจาคีรีเลี้ยวขวาขึ้นไปถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ประมาณ4 กิโลเมตรถึง <strong>หมู่บ้านเต่า สังเกตุ</strong>ปากทางเข้าหมู่บ้านจะเห็น<strong>ศาลที่มีรูปปั้นเต่า</strong> ที่นี่มี<strong>เต่าเพ็กอาศัยอยู่ร่วมกับคนตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย</strong> ภายในสวนเต่ามีศาลเจ้าคุณปู่ฟ้าระงึม หรือเจ้าพ่อมเหศักดิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่หมู่บ้านเต่า มีบริการโฮมสเตย์ ทุกวันที่ 14 เมษายนของทุกปี <strong>จะมีงานประเพณีรดน้ำเต่า</strong> ไหว้เจ้าคุณปู่</p>
<p>สอบถามข้อมูล  ประธานสวนเต่า (08-5768-5323) ประธานบ้านพักโฮมสเตย์ (08-6327-0310, 0-4338-1275, 08-9574-3480)</p>
<p>จากหมู่บ้านเต่า เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอมัญจาคีรี เจอสามแยกตลาดสดเทศบาลอำเภอมัญจาคีรี  ตรงไปอีก 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้า <strong>วัดป่ามัญจาคีรี</strong> ชมอุทยานกล้วยไม้ป่า</p>
<p><strong>กล้วยไม้ป่าช้างกระ </strong>เป็นกล้วยไม้ที่มีสีสันสวยงาม  ดอกจะมีสีต่างๆ เช่นสีแดง เรียกว่า ช้างแดง สีขาว เรียกว่า ช้างเผือก  ทุกสายพันธุ์จะมีกลิ่นหอม <strong>ออกดอกในช่วงเดือนธันวาคม </strong><strong>-  กุมภาพันธ์ของทุกปี</strong> กล้วยไม้ป่าช้างกระในวัดนี้มีกว่า 4,000  ต้น เจริญพันธุ์ตามธรรมชาติและเกาะติดตามกิ่งของต้นมะขามและต้นไม้อื่นๆกว่า 280  ต้น</p>
<p>เส้นทางหลวงหมายเลข 229 จนถึงกิโลเมตรที่ 14 มีป้ายบอก <strong>ศาลาไหมไทย</strong> ตั้งอยู่ภายในวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อ.ชนบท <strong>เป็น ศูนย์การศึกษา ศูนย์พัฒนา และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม และผ้าพื้นเมือง รวบรวมผ้าไหมไทยทั้งลายโบราณ ลายประยุกต์ และผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเรือนไทยทรงอีสาน แสดงถึงวิถีการดำเนินชีวิตของชาวอีสาน โดยจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้แบบดั้งเดิม มีการสาธิตการเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหมด้วยมือ</strong></p>
<p><em>เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 </em><em>- 17.00 น. (0-4328-6160, </em><em>0</em><em>-4328-6252)</em> สภ.เมืองขอนแก่น(0-4322-1162)โรงพยาบาลขอนแก่น  (0-4323-6005-6)   โรงพยาบาลศรีนครินทร์ (0-4324-2331-44)</p>
<p>ไป ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 229 ผ่าน โรงพยาบาลชนบท (0-4328-6084) ถนนเป็นเลนสวน สภาพดี จนบรรจบสี่แยกบ้านไผ่ ตัดถนนมิตรภาพสาย 2 ข้ามแยกขึ้นไปเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 23 ข้ามทางรถไฟ ผ่านสถานีขนส่งอำเภอบ้านไผ่ ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 44 เจอสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปทางจังหวัดมหาสารคาม เริ่มนับกิโลเมตรที่ 46 ผ่านสี่แยกกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด ผ่านโรงพยาบาลมหาสารคาม (0-4374-0993-9) เข้าเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม หาพักค้างคืน สภ.เมือง มหาสารคาม (0-4371-1205)</p>
<p><span class="style7"><strong>Recommended</strong> โรงแรมพัฒนาโฮเต็ล ถ.ริมคลองสมถวิล  อ.เมือง</span></p>
<p>ลานจอดรถกว่า 30 คัน (0-4371-1979)</p>
<p>เช้านี้เตรียมพร้อมเดินทาง แวะรับประทานโจ๊กอร่อยโดยขับรถเลียบคลองสมถวิล  ผ่านโรงแรมตักศิลา เลยมาประมาณ 100 เมตร เลี้ยวซ้าย <strong>ร้านโจ๊ก - ก๊วยจั๊บใส่ไข่  เลิศรส เปิดขายตั้งแต่ 05.00-08.00 น. ราคาย่อมเยา </strong></p>
<p>จากร้านโจ๊ก ตรงไปถึง <strong>พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมท้องถิ่น  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วัดมหาชัย </strong>เป็นสถานที่<em>เก็บรวบรวมโบราณวัตถุของภาคอีสาน  เช่น ใบเสมาหิน พระพุทธรูปในสมัยโบราณ บานประตู คันทวยแกะสลักอายุประมาณ 100-200  ปี</em> นอกจากนี้ยังเป็นที่เก็บรวบรวมวรรณคดีภาคอีสาน และพระธรรม ใบลาน  เป็นจำนวนมาก</p>
<p><span class="style7"><strong>หน้าพิพิธภัณฑ์ฯ มีร้านขายของฝาก ประเภทปลาร้าบ่องหลากหลายรส </strong></span>จาก วัด ตามเส้นทางเดิม เลี้ยวซ้ายเลียบคลองข้ามสะพานเจอแยกไฟแดง ตรงขึ้นไปตามทางหลวงหมายเลข 208 (มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด) เจอสามแยกใหญ่ ตรงไปอีกประมาณ 200 เมตร <strong>พบป้าย </strong><strong>“บ้านหม้อ” </strong>ด้านซ้าย เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ถึง<strong>หมู่บ้านปั้นหม้อ </strong>เป็นหมู่บ้านที่มี<strong>อาชีพปั้นหม้อดินเผาด้วยมือล้วนๆ  กรรมวิธีทำยังเป็นแบบโบราณดั้งเดิม</strong> โดยขุดเอาดินจากบ่อน้ำจากหลังหมู่บ้านใช้เป็นวัตถุดิบ</p>
<p>จากหมู่บ้าน  เลี้ยวขวากลับเส้นทางเดิม แวะสักการะ <strong>ศาลหลักเมือง</strong> ตรงข้ามวิทยาลัยเทคนิคสารคาม แล้วตรงไปเจอสามแยกไฟแดง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 213  เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ 1</p>
<p>กิโลเมตรที่ 7-8 ผ่านมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถนนเลนสวน  สภาพดี</p>
<p>จนถึงกิโลเมตรที่ 14 ถึง <strong>วัดพุทธมงคล</strong> (ฝั่งขวา) ต.คันธารราษฎร์</p>
<p>อ.กันทรวิชัย ภายในวัดมี <strong>พระพุทธรูปยืนมงคล</strong> พระคู่บ้านคู่เมืองมหาสารคาม  สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง สมัยทวาราวดี มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปมิ่งเมือง  ตามตำนานชาวบ้านที่เป็น<strong>ผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง  ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล</strong>เพื่อขอฝน แล้วเสร็จพร้อมกัน จึงจัดงานฉลองอย่างมโหฬาร  นับแต่นั้นมาฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล</p>
<p>ห่างกันประมาณ 500 เมตร ถึง <strong>วัดสุวรรณวาส </strong>(ฝั่งซ้าย)<strong> </strong>ต.โคกพระ  อ.กันทรวิชัย มี<strong>พระพุทธรูปมิ่งเมือง</strong> <em>เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง  สมัยทวาราวดี</em> ลักษณะคล้ายพระพุทธรูปยืนมงคล ชาวมหาสารคามนับถือกันมากเช่นกัน</p>
<p>ตรงขึ้นไปกิโลเมตรที่ 18 ผ่านโรงพยาบาลกันทรวิชัย (0-4378-9205)</p>
<p>ถนนฝั่งละเลน สภาพดี พอถึงกิโลเมตรที่  28 ผ่าน สภ.ยางตลาด (0-4389-1350)</p>
<p>จนถึงกิโลเมตรที่ 39-40 ทางเบี่ยงเลี้ยวซ้ายเข้าเมือง เจอ<strong>ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์  วัดศรีบุญเรือง(เหนือ) วัดกลาง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร </strong>ทั้ง 4 สถานที่สำคัญตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน  ขับรถวนเวียนแวะได้</p>
<p><strong>อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร</strong> ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขจังหวัด  ชาวกาฬสินธุ์สละทรัพย์ก่อสร้างเพื่อเป็นการแสดงออกถึงพระคุณ</p>
<p>ต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์</p>
<p><strong>วัดศรีบุญเรือง(เหนือ) </strong>วัด เก่าแก่ที่สำคัญวัดหนึ่ง มีเสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยาง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 เก็บรักษาไว้ปักรอบพระอุโบสถ ชิ้นที่สวยที่สุดคือใบเสมาที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาท</p>
<p>เรือนแก้วซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นล่างสุดมีรูปกษัตริย์<strong> </strong>พระมเหสี และพระโอรส  เป็นศิลปะพื้นเมืองอีสาน</p>
<p><strong>วัดกลาง </strong>พระอารามหลวง มีพระพุทธรูปองค์ดำ  ประดิษฐานในพระอุโบสถ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์มีพระพุทธลักษณะงดงามมาก</p>
<p>ที่พระแท่นมีจารึกเป็นอักษรไทยโบราณ พระชัยสุนทร(กิ่ง)ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ปีใดฝนแล้งชาวเมืองกาฬสินธุ์จะอัญเชิญพระพุทธรูปออกมาแห่ขอฝนเสมอ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธบาทจำลองทำด้วยศิลาแดงอีกด้วย  แวะพักค้างคืน</p>
<p>เริ่มต้นจากอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ผ่านโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ (0-4381-1520) เลี้ยวซ้ายเจอสี่แยกตรงไปเจอวงเวียนไดโนเสาร์ ให้วนขวาเจอสี่แยกไฟแดงแล้วเลี้ยวซ้าย(จากจุดนี้ไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร) เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ 1 เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 227</p>
<p>สถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ (0-4381-1111, 0-4381-2191)</p>
<p><strong>ถึงอุทยานไดโนเสาร์</strong>(ฝั่งขวา)ที่หลักกิโลเมตร 29 เลี้ยวเข้าไป 2  กิโลเมตร</p>
<p>วนขวาตามทาง จะถึง <strong>พิพิธภัณฑ์สิรินธร</strong> ก่อนที่แรก เป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธุ์ มี 8 โซน จัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูก มีร้านขายของที่ระลึก</p>
<p><em>เปิดบริการทุกวัน  09.00 </em><em>- 17.00 น. (0-4387-1014, 0-4387-1394)</em></p>
<p>จากพิพิธภัณฑ์ มีทางวนขึ้นเขา 300 เมตร ไป <strong>วัดป่าสักกะวัน</strong> <strong>เป็นสถานที่ขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์แหล่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย </strong>ยัง ได้จัดแสดงความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ และยังมีหลุมขุดโครงกระดูกไดโนเสาร์ มีอาคารใหญ่คลุมหลุมขุดที่พบซากกระดูกไดโนเสาร์ไว้</p>
<p>เมื่อ ออกจากอุทยานไดโนเสาร์ เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 227 เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปจนถึงกิโลเมตรที่ 37-38 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตรถึง <strong>วัดพุทธนิมิตภูค่าว</strong> อยู่ฝั่งซ้าย  ตั้งอยู่บ้านนาสีนวล</p>
<p><strong>มีพระพุทธไสยาสน์นอนตะแคงซ้าย  ไม่มีพระเกตุมาลา</strong> เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป  ภายในวัดยังมีพระอุโบสถแบบเปิดโล่งแกะสลักลวดลายสวยงาม</p>
<p>ตามประตู หน้าต่าง เพดาน <strong>เป็นภาพพุทธประวัติทศชาติชาดก</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>ที่พัก</strong><strong> </strong></p>
<p>โรงแรมตักศิลา จ.มหาสารคาม  โทร 0-4371-9999, 0-4372-2222</p>
<p>สวนวรุณ  (ภายในสถาบันราชภัฏมหาสารคาม) โทร 0-4374-2618</p>
<p>สุภัค ถ.เสน่หา อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์  โทร 0-4381-1315, 0-4381-1051 ราคา 250 - 550 บาท</p>
<p>ริมปาว  ถ.กุดยางสามัคคี อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โทร 0-4381-3631-9 ราคา 850 - 950 บาท</p>
<div>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong></p>
<p>ร้านสมโภชโภชนาเจ้าเก่า  ถนนริมคลองสมถวิล อำเภอเมือง จ.มหาสารคาม</p>
<p>ร้านอุดมโภชนา ถ.โสมพะมิตร จ.กาฬสินธุ์ โทร 0-4381-1912</p>
<p>ร้านไพบูลย์การ์เด้น  ถ.โสมพะมิตร จ.กาฬสินธุ์ โทร 0-4381-1661</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 3 เที่ยวตามรอยอารยธรรมขอมโบราณ เยือนถิ่นอีสานใต้ นครราชสีมา-บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad3/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 06:01:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=307</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]




3  วัน 2 คืน


จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางวงแหวนตะวันออก (บางนา บางปะอิน ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าสระบุรี ขึ้นสะพาน สระบุรีเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 กิโลเมตรที่ 193-194 แวะจุดพักรถกรม ทางหลวงภาคอีสาน-ลำตะคอง มุ่งหน้า อำเภอเมืองแวะกราบสักการะ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

ใช้เส้นทางขอนแก่น ห่างจากแยกประมาณ 300 เมตร มีปั๊มแก๊ส LPG

ใกล้ โรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ (0-4426-1261) ตรงไปกิโลเมตรที่ 49 ถึงทางแยก อำเภอพิมาย เลี้ยวขวา 10 กิโลเมตร จะเข้าทางหลวงหมายเลข 206 ผ่านโรงพยาบาลพิมาย

(0-4447-1288, 0-4447-1511) ข้ามสะพานมา 100 เมตร ถึงอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ชมสะพานนาคราช ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกของปราสาท

ซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน (ระเบียงคด) ปรางค์ประธานที่

สร้างด้วยหินทรายสีขาว ทั้งองค์ปรางค์ พระพรหมทัต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-66"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-64"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>3  วัน 2 คืน</strong></p>
<p class="style2">
<p>จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางวงแหวนตะวันออก (บางนา บางปะอิน ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าสระบุรี ขึ้นสะพาน สระบุรีเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 กิโลเมตรที่ 193-194 แวะจุดพักรถกรม ทางหลวงภาคอีสาน-ลำตะคอง มุ่งหน้า อำเภอเมืองแวะกราบสักการะ <span class="style9">อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)</span></p>
<p>ใช้เส้นทางขอนแก่น ห่างจากแยกประมาณ 300 เมตร มีปั๊มแก๊ส LPG</p>
<p>ใกล้ โรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ (0-4426-1261) ตรงไปกิโลเมตรที่ 49 ถึงทางแยก อำเภอพิมาย เลี้ยวขวา 10 กิโลเมตร จะเข้าทางหลวงหมายเลข 206 ผ่านโรงพยาบาลพิมาย</p>
<p>(0-4447-1288, 0-4447-1511) ข้ามสะพานมา 100 เมตร ถึง<span class="style9">อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา</span> ชมสะพานนาคราช ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกของปราสาท</p>
<p>ซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน (ระเบียงคด) ปรางค์ประธานที่</p>
<p>สร้างด้วยหินทรายสีขาว ทั้งองค์ปรางค์ พระพรหมทัต ปรางค์หินแดง</p>
<p>เปิดทุกวัน 07.30-18.00 น. ค่าบริการ คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท</p>
<p>แหล่งท่องเที่ยวของคู่กันคือ <strong>ไทรงาม</strong> อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ก่อนข้ามสะพานท่าสงกรานต์เข้าตัวอำเภอพิมาย มีทางแยกไปเขื่อนพิมาย 2 กิโลเมตร ที่นี่มีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร อาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมมารับประทาน คือ ผัดหมี่พิมาย หรือ ผัดหมี่โคราช เส้น เหนียวนุ่มน่ากินไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์เลยทีเดียว</p>
<p>ออกจาก<span class="style9">ไทรงามมุ่งหน้า จ.บุรีรัมย์ </span>ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 226 <span class="style9">มีป้ายบอกว่าไปพนมรุ้ง </span>ถึงกิโลเมตรที่ 91 แยกลำปลายมาศ เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2073</p>
<p>เส้นทาง อ.ชำนิ ถนนดี ผ่านโรงพยาบาลชำนิ (0-4460-9054-8) ตรงไปจนพบกับบึงน้ำขนาดใหญ่และ</p>
<p>บึงบัว <span class="style9">แวะจอดรถถ่ายรูปได</span>้ แล้วถึงทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 เลี้ยวซ้าย</p>
<p><span class="style9">จุดสังเกต คือ ธ.กรุงเทพ และ ธ.ทหารไทย</span></p>
<p>ประมาณ 500 เมตร ผ่านสถานีตำรวจภูธรนางรอง (0-4463-2014) เยื้องกับโรงพยาบาลนายแพทย์สุรเชษฐ์ (0-4463-1187)</p>
<p>กิโลเมตรที่ 84 เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2117 ตรงไปอีก 12 กิโลเมตร</p>
<p>มีป้ายบอกชัดเจน เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2221 ตรงไปอีก 6 กิโลเมตร ผ่านโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ (0-4462-8451) จากจุดนี้เป็นเส้นทาง</p>
<p>ขึ้นเขาขับรถใช้เกียร์ต่ำ ถึง ปราสาทเขาพนมรุ้ง</p>
<p>ที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว</p>
<p class="style9">หากไปเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวสองข้างทางทุ่งนาเต็มไปด้วยสีเหลืองทอง</p>
<p>ขับ รถกลับลงมาประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปประมาณ 4 กิโลเมตร ผ่าน บึงน้ำขนาดใหญ่ ขุดโดยชนชาวโบราณ โดยไม่ใช้เครื่องทุ่นแรง บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้ง <span class="style9">ของปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ </span>ลักษณะเด่นคือ ปราสาทก่ออิฐ 5 หลังตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน มีระเบียงคด</p>
<p>ล้อมรอบสองชั้น <span class="style9">เปิดบริการ 06.00 น.-18.00 น.ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท สภ.บุรีรัมย์ (0-4461-1234, 0-4451-3555)</span></p>
<p class="style10">ชม ปราสาทเขาพนมรุ้ง ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ ช่วงเมษายนและกันยายน พระอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู และทุกวันขึ้น 15 ค่ำ ช่วงมีนาคมและตุลาคม พระอาทิตยืจะตกตรง 15 ช่องประตู สวยงดงามติดตาตรึงใจ นักท่องเที่ยวต้องไปลองฝีมือถ่ายภาพกัน เปิด 06.00-18.00 น. ค่าบริการคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท</p>
<p>จากนั้นไปตาม ทางหลวงหมายเลข 24 มุ่งหน้าเส้นทาง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 131-132 เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางหลวงหมายเลข 214 ผ่านโรงพยาบาลปราสาท (0-4455-1295) ตรงขึ้นไปเข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์หาที่พักค้างคืน</p>
<p class="style10">โรงพยาบาลปราสาท (0-4455-1295)</p>
<p>เช้า วันใหม่เดินทางไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 226 ทางแยกอำเภอสังขะจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 214 ทางไปอำเภอจอมพระจุดสังเกตคือแขวงการทางจังหวัดสุรินทร์เริ่มต้นทางหลวงแผ่น ดิน กิโลเมตรที่ 1ขาเข้า ถนนลาดยางถึงจุดหมายหมู่บ้าน</p>
<p>ช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ศูนย์คชศึกษา หลักกิโลเมตรที่ 36 สังเกตด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางไปศูนย์คชศึกษา เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบทสร 3027 เข้าไปอีกประมาณ 22 กิโลเมตรถนนลาดยาง แต่ขรุขระบางช่วง</p>
<p>ตรงขึ้นไปสุดทางหน้าวัดโพธิ์ทองเลี้ยวขวาอีก 4 กิโลเมตร</p>
<p>ถึง<span class="style9">หมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก</span></p>
<p>ที่นี่เป็น<span class="style9">แหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างคนกับช้าง</span></p>
<p>ที่มีความผูกพันกันตั้งแต่เกิดจนตาย อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชุมชนที่มีเพียง</p>
<p>แห่งเดียวในโลก</p>
<p>กิจกรรมใน<span class="style9">ศูนย์คชศึกษา</span> มีทั้งนั่งช้างชมทัศนียภาพ ชมช้างเล่นน้ำตามธรรมชาติที่วังทะลุ บริเวณซึ่งแม่น้ำมูลและลำน้ำชีไหลมาบรรจบกัน <span class="style9">มีการ</span></p>
<p>แสดงช้างทุกๆ วัน วันละสองรอบ10 โมงเช้า และบ่าย 2</p>
<p>รวมทั้งสามารถเลือกซื้อสินค้า OTOP ที่ทำโดยฝีมือช้างจัดจำหน่ายด้วย</p>
<p>กลับ เส้นทางเดิม บรรจบกับเส้นทางหลวงหมายเลข 214 เลี้ยวขวา จนถึงกิโลเมตรที่ 15 เลี้ยวซ้ายเข้าไปหมู่บ้านเขวาสินรินทร์ ประมาณ 4 กิโลเมตรถึง<span class="style9">ศูนย์หัตถกรรมเครื่องเงินฝีมือ OTOP ของชาวบ้าน </span>ที่ นี่เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมไทย ผ้าพื้นเมือง และ การผลิตลูกประคำเงิน ลูกประคำทองที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน นำมาเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรี</p>
<p>มุ่งหน้าไปตามเส้นทางหลวงชนบทสร 3036 ผ่าน สภ.เขวาสินรินทร์</p>
<p>ข้ามแยกเข้าทางหลวงชนบท สร 3020 สองฝั่งถนนยังเป็นทุ่งนาสุดทางเจอสามแยกมีป้ายบอกชัดเจน</p>
<p>ไปปราสาทศรีขรภูมิผ่านทางรถไฟ เลี้ยวขวาไปตามทางเจอทางสามแยกตรง</p>
<p>อบต.เมืองที เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 226 มุ่งหน้าอำเภอศรีขรภูมิ</p>
<p>ถึงกิโลเมตรที่ 34 ข้ามแยกเตรียมเลี้ยวซ้าย 200 เมตร ถึง <span class="style9">ปราสาทศรีขรภูมิชมความงามของปราสาท </span>มีสิ่งก่อสร้างหลัก คือปราสาท 5 องค์บนฐานเดียวกันที่ยกพื้นสูง มีสระน้ำล้อม 3 ด้าน</p>
<p>มีปราสาทองค์กลางเป็นปราสาทประธาน และปราสาทบริวารที่มุมทั้งสี่ <span class="style9">เก็บค่าเข้าชม</span></p>
<p>10 บาท เปิด 07.30-18.00 น.</p>
<p>แวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวญวนบุญมีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย</p>
<p>ราคาย่อมเยาอยู่ติด ธ.กรุงเทพ ใกล้ๆ กันมี ธ.ออมสิน ธ.กรุงไทย</p>
<p>ออกจากตลาดอำเภอศรีขรภูมิเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 226ตรงไป 300 เมตร เจอทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2371 เริ่มนับ</p>
<p>กิโลเมตรที่ 1 มุ่งหน้าอำเภอสังขะประมาณ40 กิโลเมตร สองฟากฝั่งถนนยังคงเป็นทุ่งนาตลอดสองข้างทาง</p>
<p>ก่อนเข้าสู่อำเภอสังขะ มีป้ายบอกจุดสิ้นสุดทางหลวงแผ่นดิน ถึงสามแยก เลี้ยวซ้าย ผ่านสถานีตำรวจภูธรอำเภอ สังขะ เจอป้ายแยกสังขะ</p>
<p>เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 24 กิโลเมตรที่ 211 ถึงจุดสิ้นสุดเขตจังหวัดสุรินทร์ เข้าสู่เขตจังหวัดศรีสะเกษ ตรงไปตาม</p>
<p>เส้นทางหลวงหมายเลข 24 จนถึงกิโลเมตรที่ 267 (แยกการช่าง) เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 221 มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษณ์</p>
<p>เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ 55 ผ่าน ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์บริเวณเดียวกัน มีบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นจุดแวะถ่ายรูประหว่างทางได้ดีอีกด้วย</p>
<p>จากนั้นตรงขึ้นไปจนเข้าสู่ตัวอำเภอกันทรลักษณ์ <span class="style9">สังเกตุ ศาลหลักเมืองอำเภอกันทรลักษณ์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า หาที่พักค้างคืน</span></p>
<p>ชม ตลาดเช้าเมืองกันทรลักษณ์ หาอาหารเช้ารับประทาน มีอาหารพื้นบ้านหลายชนิด หากใครที่พิสมัยการเดิน ตลาดและสัมผัสชีวิตความเป็นท้องถิ่นไม่ควรพลาด เรียบร้อยก็มุ่งหน้าไปเขาพระวิหาร ตามทางหลวงหมายเลข 221 ประมาณ 44 กิโลเมตร พอถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม <span class="style9">อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร</span></p>
<p>คนไทย 20 บาท นักเรียน-นักศึกษา 10 บาท อายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี</p>
<p>ชาวต่างชาติคนละ 400 บาท ค่ารถผ่านคันละ 30 บาท จากด่านฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร</p>
<p>แวะจุดชมวิว <span class="style9">“ผามออีแดง” ลานหินธรรมชาติ ริมหน้าผาสูงติดกัมพูชา</span>ด้านทิศใต้ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไป มีภาพสลักหินนูนต่ำ</p>
<p>ศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย <span class="style9">จากนั้นเดินเท้าขึ้นไปยังปราสาทเขาพระวิหาร</span>เทวสถาน</p>
<p>ขนาดใหญ่ประกอบด้วยปราสาท 4 ชั้นลดหลั่นกันไปมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นลานนาคราช มหาปราสาทหรือปรางค์ประธาน และยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์มองเห็นประเทศกัมพูชาที่อยู่เบื้องล่างได้ชัดเจน</p>
<p class="style9">เสียค่าธรรมเนียมทำบัตรผ่านแดนฝั่งไทยคนละ 5 บาท</p>
<p>และฝั่งกัมพูชาคนไทย 50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท</p>
<p>ลงจากเขาพระวิหาร ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2235</p>
<p>บรรจบเส้นทางหลวงหมายเลข 2127 ผ่าน <span class="style9">น้ำตกสำโรงเกียรต</span>ิ พักผ่อนกับสายน้ำเย็น</p>
<p>ชุ่มฉ่ำ ที่ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตรไหลไปตามลานหินสวยงามมากในฤดูฝน</p>
<p><strong>โรงพยาบาล</strong></p>
<p>รพ.สุรินทร์ โทร. 0-4451-1757, 0-4451-4646</p>
<p>รพ.สุรินทร์รวมแพทย์ โทร. 0-4451-1523</p>
<p><strong>ตำรวจ</strong></p>
<p>สภ.เมืองศรีสะเกษ โทร. 0-4561-2732</p>
<p>ศูนย์ประสานการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 0-4561-1574</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 2 เที่ยวพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ชมธรรมชาติน้ำตกตาดโตน อันซีนมอหินขาว สโตนเฮนท์เมืองไทย นครราชสีมา-ชัยภูมิ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad2/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 05:59:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=303</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

3  วัน 2 คืน (เหมาะสำหรับเด็ก-ครอบครัว)

เริ่มต้น ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย) ระยะทาง 19 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 108-109 ผ่านโรงพยาบาลปักธงชัย (0-44-44-1011)  เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 121 เข้าไปทาง ม.เทคโนโลยีสุรนารี (ประตู 2) อีก 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองสายมิตรภาพ-หนองปลิงอีก 7 กิโลเมตร ทางซ้ายมือป้ายบอกทางไปอุทยานไม้กลายหินฯ

พิพิธภัณฑ์ ไม้กลายเป็นหินฯ ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ-หนองปลิง หมู่ 7 บ้านโกรกเดือนห้า ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มี 3 อาคาร ที่น่าสนใจ

1. พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน เป็นพิพิธภัณฑ์ซากไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่แห่งแรกของเอเชีย และเป็น 1 ใน 7 แห่งของโลก มีไม้กลายเป็นหินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.3 เมตร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-63"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-61"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>3  วัน 2 คืน (เหมาะสำหรับเด็ก-ครอบครัว)</strong></p>
<p><strong>เริ่ม</strong>ต้น ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย) ระยะทาง 19 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 108-109 ผ่านโรงพยาบาลปักธงชัย (0-44-44-1011)  เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 121 เข้าไปทาง ม.เทคโนโลยีสุรนารี (ประตู 2) อีก 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองสายมิตรภาพ-หนองปลิงอีก 7 กิโลเมตร ทางซ้ายมือป้ายบอกทางไปอุทยานไม้กลายหินฯ</p>
<p>พิพิธภัณฑ์ ไม้กลายเป็นหินฯ ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ-หนองปลิง หมู่ 7 บ้านโกรกเดือนห้า ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มี 3 อาคาร ที่น่าสนใจ</p>
<p><strong>1. พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน</strong> เป็นพิพิธภัณฑ์ซากไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่แห่งแรกของเอเชีย และเป็น 1 ใน 7 แห่งของโลก มีไม้กลายเป็นหินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.3 เมตร และมีนิทรรศการกำเนิดไม้กลายเป็นหินของโคราช ไม้กลายเป็นหินอัญมณี ไม้กลายเป็นหินตระกูลปาล์ม เป็นหินที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อายุกว่า 320 ล้านปี</p>
<p><strong>2. พิพิธภัณฑ์ช้างดึกบรรพ์</strong> ดินแดนโคราช พบช้างดึกดำบรรพ์ถึง 8 สกุลจาก 42 สกุลที่พบทั่วโลก ส่วนใหญ่มีอายุเก่ากว่าช้างแมมมอธของไซบีเรียและอเมริกาเหนือ และยังมี<strong>หุ่นจำลองช้างขนาดใหญ่</strong> มี<strong>งวงช้างและซากกระดูกของจริง</strong> พร้อมชมงาที่กลายเป็นหิน  ยาวถึง 1.53 เมตร</p>
<p><strong>3. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์</strong> แสดงนิทรรศการแสง สี เสียง ความเคลื่อนไหวขนาดเหมือนจริงของไดโนเสาร์โคราช 6 สายพันธุ์ อายุประมาณ 100 ล้านปีก่อน เช่น อิกัวโนดอน สยามโมไทรันนัส สยามโมซอรัส ฯลฯ ชมนิทรรศการฟันจริงของไดโนเสาร์กินเนื้อกว่า 100 ซี่ <strong>ข้อมูลเพิ่มเติม </strong><strong><span style="text-decoration: underline;">www.khoratfossilmuesum.com   (</span></strong><strong>0</strong><strong>-4421-6617-18, 0-4421-6620-21) เปิดบริการทุกวัน 09.00 น. - 16.00 น. </strong></p>
<p>ออก จากพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ  เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทาง อ.ขามทะเลสอ ด่านขุนทด เจอทางแยกเบี่ยงขวา เลี้ยวแยกขวา บรรจบถนนมิตรภาพ เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางเส้นทางหลวงหมายเลย 2068 ขึ้นสะพานเกือกม้ากลับรถ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวง 2068  ผ่านทางรถไฟ ถนนเปลี่ยนเป็น 2 เลน เริ่มต้นกิโลเมตร 0 ประมาณ 3 กิโลเมตร ผ่าน สถานีตำรวจภูธรอำเภอขามทะเลสอ (0-4439-7321, 0-4433-3258)</p>
<p>ถึงกิโลเมตรที่ 20 เลี้ยวซ้ายไปอำเภอด่านขุนทด สองฝั่งเป็นทุ่งนาทอดยาวตามแนวของถนนกิโลเมตรที่ 4 ผ่านวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ สุดทางสามแยกข้างหน้าเป็นที่ว่าการอำเภอด่านขุนทด เลี้ยวขวาผ่านโรงพยาบาลด่านขุนทด (0-4447-9396) เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 201</p>
<p>ข้ามสะพานผ่านโรงพยาบาลชัยภูมิ-ราม (0-4481-3666, 0-4483-6799) ประมาณกิโลเมตรที่ 116 ตรงไปจนถึงห้าแยกโนนไฮ ผ่านธ.กรุงไทย ธ.ไทยพานิชย์ ตรงขึ้นไปพบกับ <strong>อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล(แล)</strong> ตั้งอยู่ตรงวงเวียนศูนย์ราชการทางเข้าตัวเมืองชัยภูมิ และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ (0-4481-1318) ชาวจังหวัดชัยภูมิร่วมใจกันสร้าง เพื่อระลึกถึงพระยาภักดีชุมพล ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ แวะกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล หาที่พัก ค้างคืนในเมืองชัยภูมิ</p>
<p><strong>เช้าวันนี้ สัมผัสตลาดสดยามเช้า รู้ถึงวิถีชีวิตชาวอำเภอเมือง</strong> อยู่ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์พระยาแล  จากนั้นมุ่งหน้า<strong> ปรางค์กู่</strong> ขับรถไปทางซ้ายมือจากอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ประมาณ 2 กิโลเมตร  ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัว ต.ในเมือง เขต อ.เมือง <strong>เป็นปราสาท</strong>อีกแห่งที่มีหลักฐานว่าเป็นอโรคยาศาลที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่  18 นอกจากนี้ยังพบทับหลังและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอื่นๆ</p>
<p>มุ่ง หน้าไปตามทาง บรรจบเส้นทางหลวงหมายเลข 202 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหลัก ผ่านสถานีขนส่งเมืองชัยภูมิ เจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 201 ชนสามแยกไฟแดงเลี้ยวขวาผ่านโรงพยาบาลชัยภูมิ (0-4481-1061, 0-4483-7100-4) ตรงขึ้นไป จนถึงสี่แยกช่อระกา ข้ามไปเส้นทางหลวงหมายเลข 2051 ถนนเริ่มแบ่งเป็นฝั่งละเลน เริ่มนับกิโลเมตรที่ 6</p>
<p>กิโลเมตรที่ 13 ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ มีจุดพักรถ ขับตรงขึ้นไป  จนเข้า<strong>เขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน </strong>ถนนเป็นทางโค้งขึ้น-ลงเขา  ให้ระมัดระวังรถสวนทาง มีป้ายเตือน ใช้เกียร์ต่ำ</p>
<p><em>ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯตาดโตน คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ค่านำรถเข้าคันละ 30 บาท </em>มี ร้านค้า ร้านขายอาหาร ร้านขายของที่ระลึกไว้คอยบริการ ที่นี่เป็นเขตรักษาความสะอาดเคร่งครัด ห้ามนำอาหารเข้าไปรับประทานบริเวณน้ำตกเด็ดขาด</p>
<p><strong>น้ำตกตาดโตน </strong>เป็น น้ำตกที่มีความงามอันดับต้นๆของเมืองไทย ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆตามลานหินกว้าง โดยเฉพาะฤดูฝน ช่วงเมษายน - กันยายน จะมีน้ำหลากสวยงามยิ่งนัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น บริเวณเดียวกัน ยังมี <strong>ศาลเจ้าพ่อตาดโตน(ด้วง)</strong> เป็นที่นับถือบูชาของชาวชัยภูมิและจังหวัดใกล้เคียง</p>
<p><em>ออกจากน้ำตกตาดโตน มีทางแยกขวาไป <strong>มอหินขาว</strong> </em><em>อีก</em><em>22 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงชนบทเริ่มกิโลเมตรที่ 0 ถนนลาดยาง เป็นเลนสวน เส้นทางขึ้นเขาเป็นช่วงๆ จนถึงกิโลเมตรที่ 9 แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ช่วง 6 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นถนนดินแดงลูกรัง </em></p>
<p><strong>มอหินขาว เสาหินมหัศจรรย์ล้านปี</strong> อยู่ในเขตป่าสงวนภูแลนคา บ้านวังคำแคน ต.ท่าหินโงม  เป็นหินเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แบ่งเป็นหิน 5 แท่งใหญ่ สูงประมาณ 12 เมตร <em>เสาต้นที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดถึง</em><em> 22 คนโอบ ตั้งอยู่เรียงราย</em> ส่วนกลุ่มหิน จะโดดเด่นไปด้วยก้อนหินขนาดยักษ์รูปทรงต่างๆแล้วแต่จะจินตนาการ</p>
<p>หินอีกกลุ่ม มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่ บางคนเรียกว่า<strong>ผากล้วยไม้</strong>เพราะ ลานหินแห่งนี้ เต็มไปด้วยกล้วยไม้และดอกไม้ป่า เช่นเอื้องหมายนา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงินในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณกันยายน-ตุลาคม จะออกดอกบานสะพรั่ง</p>
<p>นอกจากนี้ยังมี<strong> ผาหัวนาค</strong> เป็นแนวผายื่นไปทางด้านตะวันตกคล้ายหัวพญานาค  เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง หลายคนยกให้<strong>มอหินขาว</strong> เป็น<strong> “สโตนเฮนท์เมืองไทย” </strong>และยังมีข้อสันนิษฐานกันว่า ก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เกิดจากการสะสมตัวของชั้นตะกอนทรายแป้งและดินเหนียว</p>
<p><span class="style7"><strong><em>ช่วง 6  กิโลเมตรสุดท้าย</em></strong><em> เป็นทางถนนลูกรัง ปัจจุบันยังไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ เพราะยังมีอีกหลายสิ่งต้องปรับปรุง แต่สามารถขึ้นไปเที่ยวและพักค้างแรมได้</em></span></p>
<p><em>รถยนต์ควรเป็นโฟล์วิลขับเคลื่อนสี่ล้อ  ไม่แนะนำรถเก๋งและไม่ควรมาในช่วงฤดูฝน รถอาจติดหล่มได้ </em></p>
<p><strong>ที่พัก</strong><strong> </strong></p>
<p>สยามริเวอร์รีสอร์ท ถ.บรรณาการ จ.ชัยภูมิ โทร 0-4481-1999 ราคา 900 - 2,000 บาท</p>
<p>โรงแรมชัยภูมิแกรนด์ ถ.บูรพา จ.ชัยภูมิ โทร 0-4483-0276-7</p>
<p><strong>ร้านอาหาร</strong></p>
<p>ช่อระกาลาบก้อย ถ.บรรณาการ จ.ชัยภูมิ ทุกเมนู 50 บาท  โทร 08-7246-7951, 08-4067-7834</p>
<p>ร้านอินโดจีน ถ.บูรพา จ.ชัยภูมิ โทร 0-4482-2319</p>
<p>ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว  จ.ชัยภูมิ โทร 0-4481-2516, 0-4481-1376</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 1 ศึกษาธรรมชาติแหล่งชีวมณทลหนึ่งในเจ็ดของเอเชีย กทม. - นครราชสีมา</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 05:57:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=300</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

2 วัน 1 คืน (  เหมาะสำหรับเด็ก - ครอบครัว )

จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย และ ต.วังน้ำเขียว ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ 300 กิโลเมตร และห่างตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 60 กิโลเมตร หรือ กิโลเมตรที่ 79 ตามทางหลวงหมายเลข 304

จากกรุงเทพฯ  ไปได้ 3 เส้นทาง คือ

1.   กทม. - นนทบุรี - ปทุมธานี - สระบุรี - มวกเหล็ก - ปากช่อง - สีคิ้ว - ปักธงชัย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:--><!--:th--><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-60"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-58"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>2 วัน 1</strong><strong> </strong><strong>คืน (  เหมาะสำหรับเด็ก - ครอบครัว )</strong></p>
<p><strong>จาก</strong>กรุงเทพฯ มุ่งหน้าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย และ ต.วังน้ำเขียว ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ 300 กิโลเมตร และห่างตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 60 กิโลเมตร หรือ กิโลเมตรที่ 79 ตามทางหลวงหมายเลข 304</p>
<p>จากกรุงเทพฯ  ไปได้ 3 เส้นทาง คือ</p>
<p>1.   กทม. - นนทบุรี - ปทุมธานี - สระบุรี - มวกเหล็ก - ปากช่อง - สีคิ้ว - ปักธงชัย ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร (เส้นทางหลัก ถนนดีตลอดเส้นทาง แต่ใช้ระยะมากที่สุด )</p>
<p>2.   กทม. - นนทบุรี - ปทุมธานี - นครนายก - ปราจีนบุรี - กบินทร์บุรี - นาดี- วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร</p>
<p><strong>3.  กทม. </strong><strong>- มีนบุรี - ฉะเชิงเทรา - กบินทร์บุรี - นาดี - วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร (ทางขึ้นเขาช่วงกบินทร์บุรี ไม่ชันมาก โปรดระมัดระวังในการขับรถ) </strong></p>
<p><strong>เลือกใช้เส้นทางที่ 3 ( แนะนำเส้นทางนี้)</strong> ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 มีนบุรี - ฉะเชิงเทรา ถนนสภาพดี ผ่านสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา ข้ามสะพานฉะเชิงเทรา เจอสี่แยกใหญ่เลี้ยวซ้าย เริ่มนับกิโลเมตรที่ 5</p>
<p>กิโลเมตรที่ 22-23 แวะพักรถปั๊ม ปตท. จำหน่ายน้ำมันทุกชนิด มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รับบัตรเครดิต ถัดมาอีก 12 กิโลเมตรมีปั๊มแก๊ส LPG ติดกับปั๊ม ปตท. อยู่ใกล้กับ สภ.พนมสารคาม ( 0-3855-1666, 0-3855-1561 และ โรงพยาบาลพนมสารคาม (0-3855-1444, 0-3855-1888)</p>
<p>กิโลเมตร ที่ 56 เข้าเขตปราจีนบุรี  กิโลเมตรที่ 86-87 ผ่านสถานีตำรวจภูธรอำเภอกบินทร์บุรี (0-3728-1586) บางช่วงถนนเป็นฝั่งละ 3 เลน สภาพดี ตรงไปบรรจบสี่แยกกบินทร์บุรี จากแยกเริ่มนับกิโลเมตร 0 ขึ้นสะพาน(มีป้ายบอกไป อ.ปักธงชัย) กิโลเมตรที่ 56 ผ่านธนาคารกสิกรไทย ถัดไปอีก 1 กิโลเมตร มีจุดบริการประชาชนวังน้ำเขียว จนถึงกิโลเมตรที่ 59 ผ่านโรงพยาบาลวังน้ำเขียว (0-4422-8243,  0-4422-8242)</p>
<p>กิโลเมตรที่ 79 ถึง <strong>สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช </strong>(เลี้ยวซ้ายตรงเข้าไปอีก  3 กิโลเมตร)ถึงสถานีวิจัยฯ <strong><em>เป็นแหล่งสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทย และเป็น</em></strong><strong><em>1 </em></strong><strong><em>ใน</em></strong><strong><em>7 </em></strong><strong><em>แห่งของเอเชีย</em></strong> ปกคลุมด้วยป่าไม้สำคัญ 2 ชนิด คือ <strong>ป่าดิบแล้ง</strong> มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ คือ ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง กระเบากลัก เป็นต้น <strong>ส่วนป่าเต็งรัง</strong> ประกอบด้วย เต็ง รัง พะยอม เป็นต้น นอกนั้นเป็นป่าชนิดอื่น เช่น ป่าไผ่ ป่าปลูกทุ่งหญ้า เป็นต้น</p>
<p>เหมาะ สำหรับวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา สำหรับฝึกงานภาคสนามของนักศึกษา รวมทั้งยังเป็นห้องปฏิบัติการทางธรรมชาติ ที่สำหรับจัดกิจกรรมเข้าค่ายวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนต่างๆ เพื่อวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาป่าเขตร้อนพื้นที่ป่าไม้ในเขตสถานีฯ เป็นสถานที่ศึกษา วิจัยด้านธรรมชาติของป่าไม้อีกด้วย</p>
<p>นอก จากนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานีฯ เป็นศูนย์การประชุมและสัมมนา เนื่องจากมีความพร้อมทั้งที่พัก สถานที่ประชุมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ</p>
<p><span class="style6">ควรรู้-ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นฤดูท่องเที่ยวที่ได้บรรยากาศดีมากที่สุด </span></p>
<p>เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แบบ 1 วัน และแบบ 2 วัน ที่ต้องจองล่วงหน้า  โดยรับเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป หากไม่ถึง 10 คน ต้องไปร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มอื่น กิจกรรมในวันแรกเดินชมป่าดิบแล้ง ดูนกดูไก่ฟ้าพญาลอ กับผู้นำดูนก รับประทานอาหารเย็น ฟังบรรยายประกอบภาพเรื่องป่าสะแกราช</p>
<p>พร้อม ร่วมกิจกรรมยามค่ำคืนดูแมลงกลางคืนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่องกล้องดูดาวและดวงจันทร์ที่ชัดเจนกว่าตาเปล่า ก่อนเข้าพักผ่อน เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้</p>
<p><span class="style7"><strong>ติดต่อ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช </strong><strong>(0-4425-8642, 0-4424-2533, 0-4424-4474,08-9813-4101 มือถือหัวหน้าสถานีฯ)</strong> <strong> </strong></span></p>
<p>วัน ที่ 2 ทำกิจกรรมกับสถานีฯ เรียนรู้การใช้กล้องส่องนก เดินชมป่าเต็งรัง กิจกรรมท่องไพรป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง โดยมีปราชญ์ชาวบ้านนำทาง พร้อมรับประทานอาหารกลางวันในป่า</p>
<p>บนถนนสายมิตรภาพ  ตรงกิโลเมตรที่ 196 ขาเข้ากรุงเทพฯ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร แวะเที่ยว<strong>สวนเมืองพรแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอนุรักษ์</strong> มีทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้เมืองหนาว เมืองร้อน ไว้คอยจำหน่ายมากกว่า 500 สายพันธุ์ ที่สวนเมืองพร ยังเป็นร้านอาหาร บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด และสามารถชมทัศนียภาพเขื่อนลำตะคองได้ชัดเจน</p>
<p><strong>ไฮไลท์ </strong>ส่วน ระเบียงด้านหน้าที่อยู่ติดกับเขื่อนลำตะคอง ลูกค้าจะได้สัมผัสกับวิวสวยๆของเขื่อน พร้อมสั่งเมนูอาหารเลิศรส ชมวิวเคล้าเสียงดนตรี <em>เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 21.00 น.</em> (0-4332-3263 ,0-4432-3459-60)</p>
<p><strong>สถานีตำรวจและตู้ยาม</strong> นครราชสีมา<strong> </strong>โทร<strong> </strong>0-4424-2010</p>
<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการ</strong> สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา  โทร 0-4422-8252-3</p>
<p><strong>ตำรวจท่องเที่ยว</strong> โทร 0-4434-1777-9</p>
<p><strong>โรงพยาบาลมหาราช</strong> โทร 0-4425-4990-1</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคกลาง ทริป 7 เมืองสามหมอก ทุ่งดอกบัวตอง ท่องเมืองปาย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 10:31:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=297</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน
เช็ครถให้พร้อมเดินทาง เพื่อขึ้น-

ลงเขา ออกเดินทาง จาก อ.เมือง

เชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107

ขึ้นเหนือไปทาง อ.แม่ริม เข้าสู่ อ.แม่แตง

ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ควรเลย

ไปเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำมันก่อน เพื่อความ

ไม่ประมาท เพราะตลอดทางถึงปาย

มีปั๊มน้ำมันเล็กๆ อยู่ปั๊มเดียว อีกทั้ง

เป็นทางชันขึ้นเขา

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 ไประยะหนึ่ง แยกขวาไปตลาด

แม่มาลัย เพื่อตุนเสบียง จากนั้น

กลับออกมาทางเดิม เลี้ยวขวาสามแยก

ไฟแดง มุ่งหน้าไป อ.ปาย ทางหลวง

หมายเลข 1095 เป็นถนนตัดใหม่ ลาด

ยางอย่างดี แต่เส้นทางคดเคี้ยวไปตาม

ช่องเขา ลาดชัน มีโค้งหักศอกบวกกับ

ชันขึ้นเป็นระยะ ใช้ความระมัดระวังใน

การขับรถให้มาก ใช้เวลาเดินทาง 2-3

ชั่วโมง ระยะทาง 110 กิโลเมตร ถึง

อ.ปาย

แวะจิบกาแฟ “ร้านแป้นเกล็ด

คอฟฟี่คอนเนอร์” บรรยากาศสบายๆ

บริเวณ กม.ที่ 20 ปากทางเข้า “น้ำตก

หมอกฟ้า” ก่อนแวะเข้าไปเที่ยวน้ำตก

ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็น

น้ำตกชั้นเดียวมีน้ำไหลทั้งปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-36"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-22"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style2">เช็ครถให้พร้อมเดินทาง เพื่อขึ้น-</p>
<p>ลงเขา ออกเดินทาง จาก อ.เมือง</p>
<p>เชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107</p>
<p>ขึ้นเหนือไปทาง อ.แม่ริม เข้าสู่ อ.แม่แตง</p>
<p>ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1095 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ควรเลย</p>
<p>ไปเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำมันก่อน เพื่อความ</p>
<p>ไม่ประมาท เพราะตลอดทางถึงปาย</p>
<p>มีปั๊มน้ำมันเล็กๆ อยู่ปั๊มเดียว อีกทั้ง</p>
<p>เป็นทางชันขึ้นเขา</p>
<p>เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1095 ไประยะหนึ่ง แยกขวาไปตลาด</p>
<p>แม่มาลัย เพื่อตุนเสบียง จากนั้น</p>
<p>กลับออกมาทางเดิม เลี้ยวขวาสามแยก</p>
<p>ไฟแดง มุ่งหน้าไป อ.ปาย ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1095 เป็นถนนตัดใหม่ ลาด</p>
<p>ยางอย่างดี แต่เส้นทางคดเคี้ยวไปตาม</p>
<p>ช่องเขา ลาดชัน มีโค้งหักศอกบวกกับ</p>
<p>ชันขึ้นเป็นระยะ ใช้ความระมัดระวังใน</p>
<p>การขับรถให้มาก ใช้เวลาเดินทาง 2-3</p>
<p>ชั่วโมง ระยะทาง 110 กิโลเมตร ถึง</p>
<p>อ.ปาย</p>
<p>แวะจิบกาแฟ “ร้านแป้นเกล็ด</p>
<p>คอฟฟี่คอนเนอร์” บรรยากาศสบายๆ</p>
<p>บริเวณ กม.ที่ 20 ปากทางเข้า “น้ำตก</p>
<p>หมอกฟ้า” ก่อนแวะเข้าไปเที่ยวน้ำตก</p>
<p>ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็น</p>
<p>น้ำตกชั้นเดียวมีน้ำไหลทั้งปี สวยงามมาก</p>
<p>เสียค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ ตามประกาศ</p>
<p>ของกรมอุทยานฯ Tip เก็บบัตรไว้</p>
<p>เขา้ พื้นที่โป่ง เดือดป่า่ แปดอุทยานแห่งชาติ</p>
<p>ห้วยน้ำดังรวมถึงน้ำพุร้อนท่าปายได้</p>
<p>ภายในวันเดียวกัน</p>
<p>เดินทางต่อ จนถึง กม.ที่ 42 เป็น</p>
<p>ทางโค้งพอดี สังเกตป้ายบอกทางแยก</p>
<p>ขวา ไป “โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด” หรือ</p>
<p>“โป่งเดือดป่าแป๋” ขับต่อไปอีก 6 กิโลเมตร</p>
<p>จนถึงลานจอดรถ มีห้องน้ำและร้าน</p>
<p>อาหารไว้บริการ จากลานจอดรถเดิน</p>
<p>ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไป 300 เมตร</p>
<p>ถือเป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่และพุ่งสูง</p>
<p>ที่สุดในประเทศไทยสวยงามมาก บริเวณ</p>
<p>ใกล้เคียงลานจอดรถ มีบ่อน้ำพุลงแช่</p>
<p>น้ำอุ่นได้</p>
<p>ยังอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1095</p>
<p>จนถึง กม.ที่ 65 แยกขวาเข้าที่ทำการ</p>
<p>“อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง” ระยะทาง</p>
<p>6 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ลาดชัน</p>
<p>ขึ้น-ลงเขาเป็นระยะ บางช่วงถนนแคบ</p>
<p>ควรขับช้าๆ และใช้เกียร์ต่ำ เข้าที่พัก รอ</p>
<p>ชมบรรยากาศความงามแห่งสายหมอก</p>
<p>ดอกไม้และความหนาวเย็น โดยเฉพาะ</p>
<p>ช่วงฤดูหนาว ความสวยงามจะเป็นทวีคูณ</p>
<p>จุดชมวิว มี 2 จุด ที่ ดอยกิ่วลมและ</p>
<p>ดอยช้าง ซึ่งเป็นดอยที่สูงที่สุดควร</p>
<p>นำเต็นท์ และอาหารมาเอง ที่พักอุทยานฯ</p>
<p>ติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้</p>
<p>(0-2579-5734, 0-2579-7223)</p>
<p>ตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น และ</p>
<p>ทะเลหมอก หลังมื้อเช้า ออกเดินทาง</p>
<p>บนทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้า</p>
<p>อ.ปายระหว่างทางผ่าน “ขุนแม่ยะ”</p>
<p>ดอยขุนเขาสีชมพู ในช่วงที่ดอกนางพญา</p>
<p>เสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย บานสะพรั่ง</p>
<p>ที่ตั้งอยู่ กม. ที่ 67 บริเวณปากทางเข้า</p>
<p>เป็นที่ตั้งของจุดตรวจขุนแม่ยะเลี้ยวซ้าย</p>
<p>เข้าหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ระยะทาง</p>
<p>8 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง</p>
<p>บางช่วงสูงชัน ทางขรุขระ มีร่องลึก</p>
<p>รถเก๋งและรถตู้เข้าไม่ได้ แม้เป็นหน้าฝน</p>
<p>รถ 4WD พันโซ่ ก็เข้าไม่ไหว</p>
<p>ที่นี่เหมาะแก่การท่องเที่ยวในยาม</p>
<p>ที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบาน ซึ่งแต่ละปี</p>
<p>จะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</p>
<p>หนาวจัด โดยมากอยู่ในช่วงกลางเดือน</p>
<p>ธันวาคม-มกราคม</p>
<p class="style2">จุดนี้ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าเพราะ</p>
<p>ไม่ใช่อุทยาน กางเต็นท์ฟรี มีห้องน้ำสะอาด</p>
<p>บริการ</p>
<p>บนทางหลวงหมายเลข 1095</p>
<p>กม.ที่ 80 ทางแยกซ้ายไป “ป่าสนบ้าน</p>
<p>วัดจันทร์” ใช้เข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1265 ระยะทาง 41 กิโลเมตร ถนน</p>
<p>ลาดยางอย่างดี 10 กิโลเมตรแรกและ</p>
<p>15 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นทางขึ้นเขา</p>
<p>สูงชัน และโค้งอันตรายเป็นระยะใช้</p>
<p>ความเร็วได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง</p>
<p>หากมาช่วงฤดูหนาวจะมีวิวใบไม้หลากสี</p>
<p>ตลอดทาง จนถึงหมู่บ้านวัดจันทร์</p>
<p>จากหมู่บ้า้นย้อนกลับมา 5 กิโลเมตร</p>
<p>ถึงที่ทำการองคก์ ารอุตสาหกรรมกรมป่า่ไม้</p>
<p>(ออป.) จะเห็นลานสนอยู่รอบบริเวณ มี</p>
<p>จักรยานเสือภูเขาให้เช่า วันละ 100 บาท</p>
<p>ปั่นชมธรรมชาติและป่าสน ถ่ายรูป</p>
<p>มุมตา่ งๆ อากาศเย็นตลอดทั้งปี ฤดูหนาว</p>
<p>อาจพบดอกนางพญาเสือโคร่ง ติดต่อ</p>
<p>บา้ นพัก สถานที่กางเต็นท์ (0-5324-9349)</p>
<p>สนามกางเต็นท์กว้าง ห้องน้ำสะอาด</p>
<p>กลับเข้าทางหลวง 1095 จนถึง กม.</p>
<p>ที่ 88 เป็นที่ตั้ง “โป่งน้ำร้อนท่าปาย”</p>
<p>แยกขวาเข้าไป อีก 2 กิโลเมตร เป็นทาง</p>
<p>ลาดยางตลอดสายถนนค่อนข้างแคบ</p>
<p>โป่งน้ำร้อนเป็นบ่อ บางแห่งเป็นน้ำผุด</p>
<p>ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส</p>
<p>มีห้องอาบน้ำร้อน บริเวณรอบโป่งฯเป็น</p>
<p>ป่าไม้สัก กางเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มี</p>
<p>สิ่งอำนวยความสะดวก</p>
<p>ย้อนกลับทางเดิม จนเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1095 เลี้ยวขวาเพื่อเข้าเมือง</p>
<p>ปาย ถึงสะพานประวัติศาสตร์ เป็นเหมือน</p>
<p>ประตูสู่อำเภอปาย เป็นอนุสรณ์จาก</p>
<p>สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2485 เก็บภาพ</p>
<p>เป็นที่ระลึกสะพานสีเขียว แม่น้ำ ท้องฟ้า</p>
<p>สีคราม แนวภูเขาเป็นภาพเบื้องหลัง</p>
<p>ข้ามสะพานไปนิดเดียว ฝั่งซ้ายมือ</p>
<p>จะเห็นทางเข้า กองแลน หรือ ปาย</p>
<p>แคนยอน จอดรถแล้วเดินเข้าไป อีก 200</p>
<p>เมตร รูปร่างหน้าตาเป็นผืนดินที่ถูกกัด</p>
<p>เซาะจนเป็นหน้าผา กินบริเวณกว้างถึง</p>
<p>5 ไร่ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี</p>
<p class="style2">แวะ กม.ที่ 95 ร้านกาแฟ “คอฟฟี่</p>
<p>อิน เลิฟ” สั่งกาแฟมาดมความหอม</p>
<p>และดื่มรสอร่อยถ่ายรูปความน่ารัก</p>
<p>ของการจัดตกแต่งร้านบนเนินเขา มีเบื้อง</p>
<p>หลังเป็นแนวเขาสลับไปมา</p>
<p>ถึง อ.ปาย เมืองเล็กเงียบสงบ</p>
<p>ริมแม่น้ำปาย กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย</p>
<p>เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ</p>
<p>แวะหาที่พัก ที่พักในปาย หรือบริเวณ</p>
<p>ใกล้เคียงช่วงฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยว</p>
<p>จำนวนมากควรจองที่พักก่อน, ที่พัก</p>
<p>ราคาถูก ส่วนใหญ่เป็นแบบ walk in</p>
<p>เดินหาที่พักได้ตามริมแม่น้ำ หรือ</p>
<p>ในตัวเมือง ขอดูห้องพักก่อนตัดสินใจ</p>
<p class="style2">หรือถ้าไปถึงเที่ยงหรือบ่ายก็ขับเลยไป</p>
<p>หน้าอำเภอ</p>
<p>จอดรถไว้ที่พัก แล้วเดินแบบเพลินๆ</p>
<p>หรือจะเช่าจักรยานขี่เที่ยวตลาดริมน้ำ</p>
<p>เมืองปาย มีอาหารวางขายริมถนน ของว่าง</p>
<p>น้ำสมุนไพร-ชา ฝากทอ้ งมื้อเย็นได้</p>
<p>เช้าชมบรรยากาศเมืองปาย เดินไป</p>
<p>ริมน้ำ ถ่ายรูปที่ระลึกกับลำน้ำปาย และ</p>
<p>แสงแดดสีส้มลงมากระทบผิวน้ำหรือ</p>
<p>เดินเลยไปจิบกาแฟ หาอาหารเช้ารองท้อง</p>
<p>ที่ร้านกาแฟที่ได้รับการกล่าวขานถึง</p>
<p>“All about coffee” อยู่ตรงข้ามร้าน</p>
<p>มิตรไทย ซึ่งมีทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ถา้ มี</p>
<p>เวลาและสนใจส่งโปสการ์ดถึงคนไกล</p>
<p>เดินข้ามถนน ไปร้านมิตรไทยนักท่องเที่ยว</p>
<p>แห่กันมาที่นี่ ด้วยบรรยากาศความน่ารัก</p>
<p>และเป็นกันเอง มีโปสการ์ดภาพเมืองปาย</p>
<p>มุมต่างๆ ของปาย ให้ซื้อมาเขียนและ</p>
<p>ส่งกันที่หน้าร้าน</p>
<p>ออกเดินทางไปวัดน้ำฮู อยู่ห่าง</p>
<p>จากอำเภอปายไปทางตะวันตก 3 กิโลเมตร</p>
<p>ผ่านโรงพยาบาลปาย (0-5369-9211)</p>
<p>อยู่ในตำบลเวียงใต้ เป็นที่ประดิษฐาน</p>
<p>หลวงพอ่ อุน่ เมือง อายุกวา่ 500 ปี พระเศียร</p>
<p>กลวงเปิดส่วนบนได้มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>ด้านหลังมีองค์พระเจดีย์ตามประวัติเล่าว่า</p>
<p>พระสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้าง</p>
<p>เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยา</p>
<p>ขับไปอีกถึง บ้านสันติชล หรือ</p>
<p>หมู่บ้า้นศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน เมื่อก่อน</p>
<p>เป็นเขตค้ายาเสพติดของว้าแดง อาจ</p>
<p>เรียกว่าเป็นพื้นที่สีแดงตอนนี้เป็นแหล่ง</p>
<p>ท่องเที่ยวยอดนิยม ชาวเขาเชื้อสายจีน</p>
<p>นับ 1,000 คน แต่งกายชาวเขา บ้านแต่ละหลัง</p>
<p>เป็นบ้านดิน คุณบุญหล่อ (08-1024-3982)</p>
<p class="style2">ผู้นำชุมชน ได้เปลี่ยนแปลงอาชีพของ</p>
<p>คนในชุมชน หันมาทำการท่องเที่ยว</p>
<p>เชิงเกษตร มีร้านอาหารจีนยูนาน</p>
<p>ไม่ควรพลาดเมนูเด็ด หมั่นโถวทอด</p>
<p>ขาหมูรสเลิศ อย่าลืมอุดหนุนของที่ระลึก</p>
<p>ฝีมือชาวเขา มีบริการพาเที่ยวรอบๆ</p>
<p>บริเวณแบบขี่ม้า มีที่พักบ้านดิน พัก 2 คน</p>
<p>ราคา 1,000 บาท, 4 คน 2 เตียง 1500 บาท</p>
<p>12 คน 6 เตียง 4,000 บาท</p>
<p>เดินทางต่อทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1095 ไปทางปางมะผ้า มุ่งหน้าโครงการ</p>
<p>พระราชดำริปางตอง 2 หรือที่รู้จักกันว่า</p>
<p>“ปางอุง๋ ” ผ่าน อุทยานแหง่ ชาติถ้ำปลา-</p>
<p>น้ำตกผาเสื่อ (0-5369-2055, 0-5361-9036)</p>
<p class="style2">ถ้ำใต้เชิงเขา มีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำ</p>
<p>ตลอดทั้งปี บริเวณปากถ้ำเป็นวังน้ำกว้าง</p>
<p>2 เมตร ลึก 1.5 เมตร ฝูงปลาขนาดใหญ่</p>
<p>สีดำเทาอมฟ้า เรียกว่า ปลามุงหรือพลวง</p>
<p>อาศัยบริเวณนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปลา</p>
<p>ศักดิ์สิทธิ์ ไม่นำมารับประทาน</p>
<p>ส่วนน้ำตกผาเสื่อ น้ำตกขนาดกลาง</p>
<p>มาจากลำแม่น้ำสะงา สูง 10 เมตร กว้าง</p>
<p>15 เมตร น้ำไหลเต็มหน้าผากว้างในช่วง</p>
<p>ฤดูฝน รูปร่างคล้ายเสื่อ ฤดูแล้งน้ำน้อย</p>
<p>แต่ก็มองเห็นหินสวยงาม</p>
<p>เส้นทางนี้ เป็นถนนคอนกรีตและ</p>
<p>ต่อด้วยถนนลูกรัง คดเคี้ยวขึ้นเขา หาก</p>
<p>เป็นฤดูหนาวจะมีหมอกหนา พักที่ปางอุ๋ง</p>
<p>หาที่พักได้ในโครงการฯ (0-5369-2056,</p>
<p>0-5368-1740) ราคา 1,500-2,000 บาท</p>
<p>เต็นท์ 250-400 บาท มีลานกางเต็นท์</p>
<p>กว้างขวางมาก หรือเลือกที่พักของชาว</p>
<p>บ้านละแวกนั้น ส่วนพื้นที่จอดรถต้อง</p>
<p>จอดในที่ที่จัดไว้ไม่อนุญาตให้จอดบริเวณ</p>
<p>อ่างเก็บน้ำ</p>
<p>รวมไทยเกสท์เฮ้าส์ (0-5361-1244)</p>
<p>อยู่ติดริมทะเลสาบวิวดี 250บาท/คืน,</p>
<p>โฮมสเตย์บ้านลุงปาละ (0-5369-2144)</p>
<p>เดินไปอีกนิดไม่ติดทะเลสาบ แต่ได้</p>
<p>บรรยากาศแบบวิถีชีวิตคนท้องถิ่น กาแฟ-</p>
<p>อาหารเช้า 100-350 บาท/คืน ควรจอง</p>
<p>ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน</p>
<p>อยากได้บรรยากาศภาพสวยต้อง</p>
<p>ตื่นเช้าเสมอ ในฤดูหนาวริมทะเลสาบจะ</p>
<p>เต็มไปด้วยหมอก และแสงแดดสีส้ม</p>
<p>พร้อมกับทิวสนสีเขียวและผืนน้ำสะท้อน</p>
<p>ภาพภูเขาสวยงามมาก อากาศเย็นตลอดปี</p>
<p>หากเป็นฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ 10</p>
<p>องศาเซลเซียส หลายคนบอกว่า เป็น</p>
<p>สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย</p>
<p>ย้อนกลับทางเดิม มุ่งหน้า อ.เมือง</p>
<p>แม่ฮ่องสอน แต่ระหว่างทางยังมีเวลา</p>
<p>แวะพอกหน้า พอกตัว ที่ ภูโคลน หรือ</p>
<p>“ภูโคลนคันทรี่คลับ” 1 ใน Unseen</p>
<p>Thailand และ 1 ใน 3 แห่งของโลก</p>
<p>แหล่งโคลนและน้ำแร่ธรรมชาติ ค้นพบ</p>
<p>อยูใ่ ตพ้ ื้นดินอุณหภูมิ 90-140 องศาเซลเซียส</p>
<p>เป็นโคลนเดือดสีดำนำมาพอกตัว หน้า</p>
<p>ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง ช่วยการหมุนเวียน</p>
<p>ของโลหิต เพราะมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์</p>
<p>เที่ยวได้ตลอดทั้งปี บริการในรูปแบบ</p>
<p>สปาและสระน้ำแร่ธรรมชาติ (0-5361-</p>
<p>2265, 08-6198-0722)</p>
<p class="style2">ภูโคลน อยู่บริเวณ กม.ที่ 191</p>
<p>เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก-บ้าน</p>
<p>ห้วยนาขาน ประมาณ 4 กิโลเมตร</p>
<p>จากภูโคลน ขับต่ออีกประมาณ</p>
<p>6 กม. ถึง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หากน้ำมัน</p>
<p>เหลือน้อยแวะเติมปั๊มในเมือง และกิน</p>
<p>มื้อกลางวัน ร้านเฟิร์น ใจกลางเมือง</p>
<p class="style2">จากนั้นขับรถเที่ยววัดพระธาตุ</p>
<p>จองคำ-จองกลาง บริเวณสวนสาธารณะ</p>
<p>หนองจองคำ ใจกลางเมือง เป็นวัดเก่าแก่</p>
<p>ศิลปะไทยใหญ่ที่งดงาม ใกล้กันเป็น</p>
<p>วัดจองกลาง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์</p>
<p>จำลอง ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์</p>
<p class="style2">ไปวัดพระธาตุดอยกองมู ดูสถาปัตยกรรม</p>
<p>ไทยใหญ่เดิมชื่อวัดปลายดอย ปูชนียสถาน</p>
<p>คู่บ้านคู่เมือง สามารถมองเห็นตัวเมือง</p>
<p>แม่ฮ่องสอน</p>
<p>ออกเดินทางต่อไป ดอยแม่อูคอ</p>
<p>(96 กม.) ระหว่า่งทางแวะหมู่บ้า้นกะเหรี่ยง</p>
<p>คอยาวห้วยเสือเฒ่า จาก อ.เมือง</p>
<p>มาทางศาลากลาง ใช้ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>108 ที่จะไปขุนยวม ผ่านศาลากลาง</p>
<p>ไปจะพบประตูเมืองแม่ฮ่องสอน เจอ</p>
<p>สามแยกให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปตามทาง</p>
<p>สายหลักจะข้ามสะพานแม่น้ำปาย ผ่าน</p>
<p>ลานเฮลิคอปเตอร์ เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทาง</p>
<p>ขนานไปกับลานฯระยะทางจากในเมือง</p>
<p>ถึงห้วยเสือเฒ่าประมาณ 12 กิโลเมตร</p>
<p>เส้นทางแคบและมีทางน้ำล้น</p>
<p>เดินทางต่อ ทางหลวงหมายเลข 108</p>
<p>มุ่งหนา้ อ.ขุนยวม ระยะทาง 67 กิโลเมตร</p>
<p>เยื้อง สภ.ขุนยวม (0-5369-1115) มีธนาคาร</p>
<p>กรุงไทย ก่อนถึง อ.ขุนยวม 1 กิโลเมตร</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 1263 อีก 27</p>
<p>กิโลเมตร ถึง“ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ”</p>
<p>เป็นถนนลาดยางอย่างดี ทางราบ แต่</p>
<p>13 กิโลเมตรสุดท้าย ถนนแคบ คดเคี้ยว</p>
<p>บนเนินเขา บางช่วงสูงชัน</p>
<p class="style2">ทุ่งบัวตองจะบานสวยงามทั้งดอย</p>
<p>แม่อูคอ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง</p>
<p>1 พันไร่</p>
<p>รุ่งขึ้นขับกลับทางเดิมเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 108 ไป อ.แม่ลาน้อยถึงสามแยก</p>
<p>โรงพยาบาลแม่ลาน้อย (0-5368-9060)</p>
<p>แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1266</p>
<p>ที่ กม.132-133 ไปอีก 5 กิโลเมตร ถึง</p>
<p>วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล (0-5361-2078)</p>
<p>เป็นถนนคอนกรีต ผ่านหมู่บ้านอย่าใช้</p>
<p>ความเร็ว</p>
<p>วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล Unseen</p>
<p>Thailand ภายในถ้ำ เป็นผลึกแคลไซต์</p>
<p>สีขาวฉาบตามผนัง พื้น และเพดาน</p>
<p>หรือเรียกว่า ถ้ำน้ำแข็ง สะท้อนกับแสง</p>
<p>ดูสวยงาม ถ้ำลักษณะนี้พบได้เ้พียง 3 แห่ง</p>
<p>ในโลกที่ออสเตรเลีย จีน และไทย</p>
<p class="style2">Tip ภายในถ้ำมีอากาศน้อย</p>
<p>เจ้าหน้าที่จัดให้เข้าชมเป็นรอบๆ ละ</p>
<p>20 นาที ครั้งละ 20 คน ในช่วงฤดูหนาว</p>
<p>มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ค่าเข้าชม</p>
<p>ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท เปิดทุกวัน</p>
<p>08.30-16.30 น. ต้องจอดรถที่ลานจอด</p>
<p>ที่ทำการศูนย์บริการท่องเที่ยว อบต.</p>
<p>แม่ลาน้อย นั่งรถสองแถวขึ้นไปถ้ำ บริเวณ</p>
<p>หนา้ ถ้ำที่จอดรถมีจำกัด</p>
<p>บ่ายออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดย</p>
<p>ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 ลง อ.แม่สะเรียง</p>
<p>เลี้ยวซา้ ย ตามทางหลวงหมายเลข 108 ไป</p>
<p>อ.ฮอด เข้า อ.จอมทอง อ.สันป่าตอง</p>
<p>และ อ.เมืองเชียงใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคกลาง ทริป 6 เที่ยวตลาดอัมพวา พาชมวัง นั่งหาดหัวหิน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-6-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-6-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 10:29:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=294</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน
ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ธนบุรี-

ปากท่อ ออกจากกรุงเทพฯ ระหว่าง

ทางมีปั๊มน้ำมันตลอดเส้นทาง เลี้ยวซ้าย

วนขึ้นสะพานเข้า จ.สมุทรสาคร ลงสะพาน

มาจะเจอปั๊มแก๊ส LPG ถัดจากจุดนี้เป็น

จุดพักรถของ ปตท.NGV ขับรถเลย

มหาชัยเมืองใหม่ไปถึงทางแยกเข้า

จ.สมุทรสาครจะมีโรงพยาบาลมหาชัย

(0-3442-4990) อยู่มุมแยก ตรงต่อไป

จนสุดทาง ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ที่

ท่าเรือมหาชัย จอดรถที่ท่าเรือได้เลย

ออกมาแล้วมุ่งสู่ จ.สมุทรสงคราม

ก่อนถึงด่านพระราม 2 มีปั๊มบางจาก

ระหว่างทางช่วงนี้จะมีนาเกลือ และร้าน

ขายเกลือตลอดทาง มีร้านอาหารคุ้นลิ้น

ร้านต้นตำรับ ที่ กม. 62 จะมีทางให้เลี้ยว

ซ้ายเข้าวัดบางจะเกร็ง เข้าซอยไปมีป้าย

บอกไปวัดศรัทธาธรรมตลอดทาง

Recommended วัดศรัทธาธรรม

โบสถ์มุกแห่งเดียวในประเทศสวยมาก

กราบพระบรมสารีริกธาตุ

จากนั้นเลี้ยวซ้ายวนขึ้นสะพานเข้า

ตัวเมือง ให้เลี้ยวขวาที่สามแยก ข้ามทาง

รถไฟเลี้ยวขวาอีกรอบ ตรงไปแล้วเลี้ยว

ซ้ายตรงไฟแดงแรก ข้ามแม่น้ำแม่กลองไป

เจอปั๊มปตท. และเคาเตอร์เซอวิส ผ่านวัด

ช่องลม วัดแก้วฟ้าแล้วเลี้ยวซ้ายตรงศูนย์

ข้อมูลนักท่องเที่ยว ข้ามสะพานสมเด็จ

พระอัมรินทร์ ถึงแยกเลี้ยวขวาผ่านวัด

ท้องคุ้ง เลี้ยวขวาสามแยกผ่านวัดบางแค

น้อย ข้ามสะพานแควอ้อม เจอวัดบางกุ้ง

อยู่ด้านซ้ายมือ (มีป้ายบอกตลอดทาง)

Recommended วัดบางกุ้ง unseen

in Thailand โบสถ์ในต้นไม้

ออกจากวัดบางกุ้งมุ่งหน้าตลาดน้ำ

ให้เลี้ยวขวากลับไปตรงทางแยก แล้ว

ขับตรงไปเลย ผ่านโรงพยาบาลอัมพวา

(0-3475-1846-7, 0-3475-2560) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-34"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-21"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style2">ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ธนบุรี-</p>
<p>ปากท่อ ออกจากกรุงเทพฯ ระหว่าง</p>
<p>ทางมีปั๊มน้ำมันตลอดเส้นทาง เลี้ยวซ้าย</p>
<p>วนขึ้นสะพานเข้า จ.สมุทรสาคร ลงสะพาน</p>
<p>มาจะเจอปั๊มแก๊ส LPG ถัดจากจุดนี้เป็น</p>
<p>จุดพักรถของ ปตท.NGV ขับรถเลย</p>
<p>มหาชัยเมืองใหม่ไปถึงทางแยกเข้า</p>
<p>จ.สมุทรสาครจะมีโรงพยาบาลมหาชัย</p>
<p>(0-3442-4990) อยู่มุมแยก ตรงต่อไป</p>
<p>จนสุดทาง ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ที่</p>
<p>ท่าเรือมหาชัย จอดรถที่ท่าเรือได้เลย</p>
<p>ออกมาแล้วมุ่งสู่ จ.สมุทรสงคราม</p>
<p>ก่อนถึงด่านพระราม 2 มีปั๊มบางจาก</p>
<p>ระหว่างทางช่วงนี้จะมีนาเกลือ และร้าน</p>
<p>ขายเกลือตลอดทาง มีร้านอาหารคุ้นลิ้น</p>
<p>ร้านต้นตำรับ ที่ กม. 62 จะมีทางให้เลี้ยว</p>
<p>ซ้ายเข้าวัดบางจะเกร็ง เข้าซอยไปมีป้าย</p>
<p>บอกไปวัดศรัทธาธรรมตลอดทาง</p>
<p>Recommended วัดศรัทธาธรรม</p>
<p>โบสถ์มุกแห่งเดียวในประเทศสวยมาก</p>
<p>กราบพระบรมสารีริกธาตุ</p>
<p>จากนั้นเลี้ยวซ้ายวนขึ้นสะพานเข้า</p>
<p>ตัวเมือง ให้เลี้ยวขวาที่สามแยก ข้ามทาง</p>
<p>รถไฟเลี้ยวขวาอีกรอบ ตรงไปแล้วเลี้ยว</p>
<p>ซ้ายตรงไฟแดงแรก ข้ามแม่น้ำแม่กลองไป</p>
<p>เจอปั๊มปตท. และเคาเตอร์เซอวิส ผ่านวัด</p>
<p>ช่องลม วัดแก้วฟ้าแล้วเลี้ยวซ้ายตรงศูนย์</p>
<p>ข้อมูลนักท่องเที่ยว ข้ามสะพานสมเด็จ</p>
<p>พระอัมรินทร์ ถึงแยกเลี้ยวขวาผ่านวัด</p>
<p>ท้องคุ้ง เลี้ยวขวาสามแยกผ่านวัดบางแค</p>
<p>น้อย ข้ามสะพานแควอ้อม เจอวัดบางกุ้ง</p>
<p>อยู่ด้านซ้ายมือ (มีป้ายบอกตลอดทาง)</p>
<p>Recommended วัดบางกุ้ง unseen</p>
<p>in Thailand โบสถ์ในต้นไม้</p>
<p>ออกจากวัดบางกุ้งมุ่งหน้าตลาดน้ำ</p>
<p>ให้เลี้ยวขวากลับไปตรงทางแยก แล้ว</p>
<p>ขับตรงไปเลย ผ่านโรงพยาบาลอัมพวา</p>
<p>(0-3475-1846-7, 0-3475-2560) ถึงสาม</p>
<p>แยกเลี้ยวซ้ายไปอ.อัมพวา ขับไปตามทาง</p>
<p>3 กิโลเมตร เข้าทางหลวงหมายเลข 35</p>
<p>ออกมาก็เลี้ยวเข้า อ.อัมพวา ขับเข้ามา</p>
<p>ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ข้ามสะพานสีเหลือง</p>
<p>ลงสะพานมาเลี้ยวซ้ายเข้าวัดอัมพวัน-</p>
<p>เจติยาราม ในวัดมีภาพจิตกรรมฝาผนัง</p>
<p>มดผูกคอตายไต้ต้นมะขาม</p>
<p>Tip จอดรถได้ในวัดและโรงเรียน</p>
<p>เพื่อเดินเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาได้เลย</p>
<p>ตื่นเช้ามา 6 โมงกว่าๆ ตักบาตร</p>
<p>ริมน้ำ บรรยากาศดีมาก ที่พักจะมีแพ็คเกจ</p>
<p>พาเที่ยวอัมพวาทางเรือในแต่ละวันด้วย</p>
<p>จากนั้นช่วงบ่ายก็ขับรถกลับมาตามถนน</p>
<p>หมายเลข 35 เดินทางกลับ</p>
<p>ก่อนกลับแวะเที่ยวดอนหอยหลอด</p>
<p>ขับรถมาจนถึงทางเข้าวัดบางจะเกร็ง ที่</p>
<p>เดิมที่เข้าไปวัดศรัทธาธรรม หาที่กลับรถ</p>
<p>เพราะทางเข้าดอนหอยหลอดอยู่เลย</p>
<p>วัดไป 4 กม. ไหว้ศาลกรมหลวงชุมพร</p>
<p>เขตอุดมศักดิ์ก่อน Tip เลยลานจอดรถ</p>
<p>ไปจะมีร้านอาหารริมดอนหอยหลอด</p>
<p>เรียงกันเป็นสิบ ให้นั่งกินข้าวก่อน</p>
<p>เพราะหอยจะขึ้นตอน 6 โมงเย็น</p>
<p>หรือจะล่องเรือชมอ่าวชายเลน ที่นี่มีนั่ง</p>
<p>เรือชมอ่าวชายเลน 1 ลำนั่งได้ 5 คน</p>
<p>มี 2 ราคา ครึ่งชั่วโมง 200 บาท 1 ชั่วโมง</p>
<p>400 บาท</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ขับมา</p>
<p>จนถึง จ.เพชรบุรี เมื่อถึงสี่แยกตัวเมือง</p>
<p>เพชรบุรีให้เลี้ยวขวาเข้าไปจนสุดทาง เจอ</p>
<p>ทางขึ้นเขาหลวง ที่นี่ มีมัคคุเทศก์ท้องถิ่น</p>
<p>ค่าบริการแล้วแต่จะให้ ถ้ำมี 3 คูหา คูหา 2</p>
<p>สวยที่สุด มีพระระเบียงราย ใต้ฐานสลักชื่อ</p>
<p>พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในสมัย</p>
<p>รัชกาลที่ 4 ต่อมารัชกาลที่ 5 ทรงตั้งชื่อ</p>
<p>ห้องว่าวิมารจักรี คือวิมานของราชวศ์จักรี</p>
<p>ออกจากเขาหลวงตรงไปตามทาง</p>
<p>เดิมเพื่อเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ขับ</p>
<p>ตรงไปจนกระทั่ง ถึง กม.195 ก่อนถึงแยก</p>
<p>มีปั๊มปตท. ปั๊มใหญ่ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า</p>
<p>แยก อ.ชะอำ พอถึงตัวเมืองให้ขับเลย</p>
<p>ทางเข้าหาดไป 8 กม. เมื่อถึงกม.ที่ 216</p>
<p>Recommended พระราชวังมฤคทายวัน</p>
<p>พระราชวังความรักแห่งความหวัง เปิด</p>
<p>8.00-16.00 ปิดทุกวันพุธ มีการแสดง</p>
<p>วงดนตรีไทยให้ชม</p>
<p>ที่นี่มีอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ</p>
<p>สิรินธร จัดแสดงระบบประหยัดพลังงาน</p>
<p>มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายครบวงจร</p>
<p>ย้อนไปสี่แยกชะอำเลี้ยวเข้าหาด</p>
<p>ถึงหาดจะแยกซ้ายขวาแล้วแต่เลือก</p>
<p>ถ้าไม่อยากเล่นน้ำก็มาเดินเล่น</p>
<p>ชายหาดหัวหิน นอนนวดน้ำมันริมหาด</p>
<p>โดยขับตรงมาตามเส้นทางหลัก มุ่งหน้า</p>
<p>มาที่หัวหิน เมื่อถึงทางแยกเข้าหาดก็</p>
<p>เลี้ยวขวา มาจอดรถที่หน้าทางเข้าหาด</p>
<p>ได้เลย Recommended ตลาดหัวหิน</p>
<p>เดินซื้อของฝาก ชิมอาหารนานาชนิด</p>
<p class="style2">ขับรถไกลหน่อยมุ่งหน้ามาท้าย</p>
<p>จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างทางจะมีปั๊ม</p>
<p>ตลอดทาง แต่ไม่ควรขับกลางคืน เพราะ</p>
<p>รถทัวร์จะเยอะมาก</p>
<p>ตรงมาตามทางหลวงหมายเลข</p>
<p>4 ถึงกม.345 เลี้ยวซ้ายมา 6 กิโลเมตร</p>
<p>ออกมาแล้วเมื่อถึง กม.364-365</p>
<p>เป็นโค้งอันตรายเลี้ยวซ้าย ช่วงกม. 372</p>
<p>เป็นทางโค้งซ้ายอันตรายมาก และผิว</p>
<p>ถนนชำรุด กม.376 มีอู่ซ่อมรถ กม.382</p>
<p>มีทางเลี้ยวซ้ายเข้าหาดบ้านกรูดเข้าไป</p>
<p>10 กิโลเมตร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-6-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคกลาง ทริป 5 พระราชวังร้อยปี หุ่นขี้ผึ้งสยาม วัดใต้น้ำ ด่านเจดีย์สามองค์ นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 10:27:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=291</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน
จากกรุงเทพมหานคร ใช้ทางยกระดับ

บรมราชชนนี ปนิ่ เกลา้ -นครชัยศรี ลงจาก

ทางยกระดับ มีปั๊มน้ำมันเป็นระยะถึง

กม. 26 สังเกตปา้ ยวัดดอนหวาย เลี้ยวซา้ ย

สองฝั่งถนนเห็นชีวิตชุมชน สวนผลไม้

สวนกล้วยไม้ จากทางแยก 5 กิโลเมตร

วัดดอนหวายอยู่ขวามือ แวะตลาดริมน้ำ

เดินเลียบแม่น้ำไปตลาดไม้เก่าและร้านอาหาร

เปิดทุกวัน 07.00-18.00 น. มีเรือนำเที่ยว

ชมชีวิตริมน้ำและเที่ยววัดบริเวณใกลเ้คียง

จากวัดดอนหวาย Recommended

วัดท่าพูด มีพระประธาน 3 องค์ สร้างสมัย

อยุธยา มีพระธาตุจุฬามณีประดิษฐาน

พระเขี้ยวแก้วแห่งเดียวในนครปฐม เป็น

พระธาตุประจำปจี อ ชมพิพิธภัณฑพ์ ื้นบา้ น

เก็บสิ่งของโบราณที่งมได้จากแม่น้ำ ถ้วย

ชามสังคโลก อายุ 700 ปี ที่สำคัญคือ

พระยานมาศสามลำคานและเรือพระ

ที่นั่ง ที่พระเจา้ ตากสินพระราชทานให้

ไปอีก 2 กิโลเมตร คือวัดไร่ขิง กราบ

หลวงพ่อวัดไร่ขิง

จากวัดไปอีก 2 กิโลเมตร บรรจบ

ถนนเพชรเกษม กลับรถหน้าสวนสามพราน

ผา่ น สภ.สามพราน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-32"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-20"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style2">จากกรุงเทพมหานคร ใช้ทางยกระดับ</p>
<p>บรมราชชนนี ปนิ่ เกลา้ -นครชัยศรี ลงจาก</p>
<p>ทางยกระดับ มีปั๊มน้ำมันเป็นระยะถึง</p>
<p>กม. 26 สังเกตปา้ ยวัดดอนหวาย เลี้ยวซา้ ย</p>
<p>สองฝั่งถนนเห็นชีวิตชุมชน สวนผลไม้</p>
<p>สวนกล้วยไม้ จากทางแยก 5 กิโลเมตร</p>
<p>วัดดอนหวายอยู่ขวามือ แวะตลาดริมน้ำ</p>
<p>เดินเลียบแม่น้ำไปตลาดไม้เก่าและร้านอาหาร</p>
<p>เปิดทุกวัน 07.00-18.00 น. มีเรือนำเที่ยว</p>
<p>ชมชีวิตริมน้ำและเที่ยววัดบริเวณใกลเ้คียง</p>
<p>จากวัดดอนหวาย Recommended</p>
<p>วัดท่าพูด มีพระประธาน 3 องค์ สร้างสมัย</p>
<p>อยุธยา มีพระธาตุจุฬามณีประดิษฐาน</p>
<p>พระเขี้ยวแก้วแห่งเดียวในนครปฐม เป็น</p>
<p>พระธาตุประจำปจี อ ชมพิพิธภัณฑพ์ ื้นบา้ น</p>
<p>เก็บสิ่งของโบราณที่งมได้จากแม่น้ำ ถ้วย</p>
<p>ชามสังคโลก อายุ 700 ปี ที่สำคัญคือ</p>
<p>พระยานมาศสามลำคานและเรือพระ</p>
<p>ที่นั่ง ที่พระเจา้ ตากสินพระราชทานให้</p>
<p>ไปอีก 2 กิโลเมตร คือวัดไร่ขิง กราบ</p>
<p>หลวงพ่อวัดไร่ขิง</p>
<p>จากวัดไปอีก 2 กิโลเมตร บรรจบ</p>
<p>ถนนเพชรเกษม กลับรถหน้าสวนสามพราน</p>
<p>ผา่ น สภ.สามพราน (0-3432-5191-4) มุ่ง</p>
<p>สู่ อ.นครชัยศรี ถึงแยกท่านา เลี้ยวขวา</p>
<p>ตรงไปเจอสี่แยกดา้ นหนา้ ตลาดนครชัยศรี</p>
<p class="style2">กลับมาที่ถนนเพชรเกษม เลี้ยวขวา</p>
<p>สู่ อ.เมืองนครปฐม ผ่านวัดศีรษะทอง ถึง</p>
<p>แยกบ้านแพ้ว ตรงไปชิดซ้ายขึ้นสะพาน</p>
<p>ถนน 4 เลน สองฝั่งถนนเป็นสถานที่</p>
<p class="style2">ราชการ โรงพยาบาลนครปฐม (0-3425-</p>
<p>4150-4) ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านวุ้นคุณอุ๊</p>
<p>ถึงพระปฐมเจดีย์ ด้านขวาของเจดีย์</p>
<p>คือทางหลวงหมายเลข 3095 เป็นที่ตั้ง</p>
<p>ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ใกล้กันคือ</p>
<p>สภ.เมืองนครปฐม (0-3424-2774)</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 3095</p>
<p>Recommended พระราชวังสนามจันทร์</p>
<p>ชมพระตำหนักอายุ 100 ปี อนุสาวรีย์</p>
<p>ย่าเหล สุนัขทรงเลี้ยงในรัชกาลที่ 6 เปิด</p>
<p>ทุกวัน 09.00-16.00 น. มีรถกอล์ฟไฟฟ้า</p>
<p>ให้เช่าขับ (0-3425-4235-7)</p>
<p>Tip ควรเที่ยวช่วงบ่าย ถ่ายภาพ</p>
<p>สวย แวะกลับไปกินมื้อเย็นที่องค์พระฯ</p>
<p>กับสารพัดร้านค้า แนะนำไอศกรีม</p>
<p>ลอยฟ้า 18.00-24.00 น.</p>
<p class="style2">มุ่งหน้าหาที่พัก อ.เมือง จ.ราชบุรี</p>
<p>ไปตามถนนเพชรเกษม</p>
<p>จากถนนเพชรเกษม เข้าตัวเมือง</p>
<p>ราชบุรี เป็นทางตรงยาว มีปั๊มน้ำมัน</p>
<p>เป็นระยะ กม.ที่ 98 มีปั๊ม LPG ถึงทาง</p>
<p>ต่างระดับขึ้นสะพานเลี้ยวซ้าย เห็นค่าย</p>
<p>ภาณุรังษี เลี้ยวซา้ ยลอดใตร้ างรถไฟตรงไป</p>
<p>ทางบางคณที ถึงสามแยกเลี้ยวขวา เจอ</p>
<p>อีกแยกตรงไปถึง กม.ที่ 9 เลี้ยวซ้ายเข้า</p>
<p>วัดเพลง โบสถ์คริสต์อายุ 100 ปี ชม</p>
<p>ภายในติดต่อเจ้าหน้าที่ (0-3236-3022)</p>
<p>แต่งกายให้สุภาพ</p>
<p>จากวัดเพลงย้อนกลับทาง อ.เมือง</p>
<p>ผ่านโรงพยาบาลวัดเพลง (0-3239-9290)</p>
<p>ถึง กม.ที่ 5 มีป้ายเข้าวัดคูบัว แยกซ้าย</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3339 ไปโบราณ-</p>
<p>สถานและจิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว</p>
<p>พิพิธภัณฑ์ไท-ยวน Recommended</p>
<p>พิพิธภัณฑ์ฝีมือชาวบ้าน มีส่วนแสดง</p>
<p>โบราณวัตถุสมัยทวารดี หุ่นไฟเบอร์แสดง</p>
<p>วิถีชีวิตชุมชน ห้องอนุรักษ์ผ้าทอโบราณ</p>
<p>เครื่องมือเครื่องใช้หาชมยาก เปิดทุกวัน</p>
<p>09.00-16.00 น. (0-3233-7918) จากพิพิธ-</p>
<p>ภัณฑ์เลี้ยวซ้ายไม่ถึงร้อยเมตรให้เลี้ยวขวา</p>
<p>เจอสหกรณ์ผ้าจกบ้านคูบัว ผ้าทอมือ</p>
<p>OTOP เปิดทุกวัน 08.30-17.00 น.</p>
<p>(0-3271-7165)</p>
<p class="style2">กลับเข้าตัวเมือง ผ่านค่ายภาณุฯ</p>
<p>ถึงถนนเพชรเกษมเลี้ยวซ้ายข้ามแม่น้ำ</p>
<p>สามแยกที่สองเลี้ยวซ้าย เจอโรงพยาบาล</p>
<p>เมืองราช (0-3232-2274-80) เลี้ยวซ้าย</p>
<p>เข้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร มี</p>
<p>พระปรางค์ศิลปะบายน สร้างสมัยขอม</p>
<p>ราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 แต่ยังสมบูรณ์</p>
<p>มาก มีบันไดขึ้นสู่องค์ปรางค์ได้</p>
<p>ออกจากวัดเลี้ยวซ้าย ถึงสามแยก</p>
<p>มีตลาดผลไม้ เลี้ยวขวา ตรงไปถึงเขาวัง</p>
<p>แนะนำมื้อเที่ยง “ก๋วยเตี๋ยวไข่” อาหาร</p>
<p>ท้องถิ่นซึ่งมีหลายร้านหน้าเขาวัง</p>
<p>ใช้ถนนเพชรเกษมย้อนไปทาง</p>
<p>อ.บางแพ ก่อนถึงสี่แยกบางแพ เลี้ยวซ้าย</p>
<p>เข้าวัดพระศรีอาริย์ อุโบสถลงสีทอง</p>
<p>งดงามทั้งหลัง มีพระพุทธรูปทองคำแท้</p>
<p>ออกจากวัดถึงสี่แยกบางแพ เลี้ยวขวาเข้า</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 325 ถนนสี่เลน ตรงไป</p>
<p class="style2">Recommended อุทยานหุน่ ขี้ผึ้งสยาม</p>
<p>ชมหุน่ ขี้ผึ้ง ประติมากรรม บา้ นไทยสี่ภาค</p>
<p>มีหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิดังทุกภาค เปิดทุกวัน</p>
<p>(0-3238-1401-3)</p>
<p>กลับมาที่แยกบางแพ มุ่งหน้าไป</p>
<p>อ.โพธาราม ทางหลวงหมายเลข 3090</p>
<p>ถึงสามแยกปั๊ม ปตท.เบี่ยงขวา ถนน</p>
<p>สองเลนสวน ข้ามสะพานเลี้ยวขวา</p>
<p>ทางหลวงชนบท 4005 Recommended</p>
<p>วัดขนอน จัดแสดงหนังใหญ่นับร้อยตัว</p>
<p>ภายในเรือนไทย ใต้ถุนแสดงเครื่องใช้</p>
<p>แบบชาวบ้านสมัยก่อน</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3090 ผ่าน</p>
<p>เขาช่องพราน มีวัดอยู่บนเชิงเขา ช่วง</p>
<p>17.00-18.00 น. จะเห็นฝูงค้างคาว</p>
<p>นับล้านบินออกหากินพร้อมกัน</p>
<p>เป็นสายยาวสีดำบนท้องฟ้า</p>
<p>ตรงไปแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมาย</p>
<p>เลข 3089 ถนนเขางู-เบิกไพร ถึงแยกเลี้ยว</p>
<p>ขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3087 ผ่าน</p>
<p>ถ้ำเขาบิน ภายในมีหินงอกหินย้อยรูปร่าง</p>
<p>แปลกตามากมาย ททท. สนับสนุนงบประมาณ</p>
<p>ทำระบบไฟฟ้าในถ้ำ แต่ละห้องใช้แสงสี</p>
<p>ไม่เหมือนกัน ดูสวยงามต่างกันไป ไปทาง</p>
<p>อ.จอมบึง ผ่านโรงพยาบาลพระยุพราช</p>
<p>จอมบึง (0-3236-2662-4) ถึงสี่แยกจุด</p>
<p>ตรวจบ้านปากบึงเลี้ยวขวา เจอแยกตัว</p>
<p>วายเบี่ยงซ้ายผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฎ</p>
<p>จอมบึง ผ่านถ้ำจอมพล โป่งยุบ (ยังไม่เป็น</p>
<p>แหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ) มุ่งหน้า</p>
<p>อ.สวนผึ้ง ผ่าน สภ.สวนผึ้ง (0-3239-5111)</p>
<p>ถึง กม.ที่ 34 เลี้ยวซา้ ยมีรีสอรท์ รา้ นอาหาร</p>
<p>ตรงไปถึง บ่อคลึง Recommended</p>
<p>แช่น้ำแร่ร้อน มีทั้งสระแบบทันสมัยและ</p>
<p>บ่อธรรมชาติ จันทร์-ศุกร์เปิด 08.00-</p>
<p>17.00 น. เสาร์-อาทิตย์เปิดถึง 18.00 น.</p>
<p>มีร้านอาหาร ที่พักทั้งบ้านและเต็นท์</p>
<p>(08-1313-6575, 08-5219-9224) ตรงไป</p>
<p>เป็นน้ำตกเก้าโจน</p>
<p class="style2">ออกเดินทางไป จ.กาญจนบุรี ก่อน</p>
<p>ถึง อ.จอมบึง แยกซ้ายไป ต.ด่านทับตะโก</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3274 มุ่งหน้า</p>
<p>อ.ดา่ นมะขามเตี้ย เขา้ อ.เมืองกาญจนบุรี</p>
<p>พ้นตัวเมืองเจอสุสานสัมพันธมิตร ตรง</p>
<p>ไปเลี้ยวซ้าย สะพานแม่น้ำแคว</p>
<p>ริมแม่น้ำยังมีร้านอาหารหลายร้าน</p>
<p>ร้านขายของที่ระลึก จุดแลกเปลี่ยนเงิน</p>
<p>ที่พิพิธภัณฑ์สงครามโลกฯ</p>
<p>กลับมาใช้ถนนแสงชูโต เลี้ยวซ้าย</p>
<p>เจอปั๊มปตท. พร้อม NGV ถึงสี่แยกเลี้ยว</p>
<p>ซ้ายไป อ.ไทรโยค ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>323 ศูนย์แนะนำกินเที่ยวอยู่ที่ปั๊มบางจาก</p>
<p>กม.ที่ 15 มีปั๊มน้ำมันตลอดทาง</p>
<p>ตรงไปผ่านถ้ำกระแซ ปราสาท</p>
<p>เมืองสิงห์ พิพิธภัณฑ์บ้านเก่า น้ำพุร้อน</p>
<p>วังกระแจะ ถึง กม. 46 น้ำตกไทรโยคน้อย</p>
<p>แวะพักรถและรับประทานอาหาร</p>
<p>มุ่ง หน้า้ ช่องเขาขาดพิพิธภัณสถาน</p>
<p>แห่งความทรงจำ กม. 65 ชม ช่องไฟนรก</p>
<p>เป็นช่องภูเขาที่ถูกเจาะด้วยมือ เส้นทาง</p>
<p>ศึกษาธรรมชาติ เปิดทุกวัน 09.00-16.00 น.</p>
<p>กม. 82 ซ้ายไปน้ำตกไทรโยคใหญ่เลยไป</p>
<p>2 กิโลเมตร ถึงแยกซ้ายถ้ำดาวดึงส์</p>
<p>ด้านเข้าเมือง กม.103 คือ น้ำตกผาตาด</p>
<p>เลยไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงน้ำพุร้อนหินดาด</p>
<p>อ.ทองผาภูมิ แยกเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3272 เตรียมเข้าสู่สุดชายแดน</p>
<p>ตะวันตกของประเทศ เป็นเส้นทางที่มี</p>
<p>ความสวยงาม ขับผ่านป่าเขา ขนานไป</p>
<p>กับทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์</p>
<p>จากแยกเขา้ ตัวเมืองทองผาภูมิเลี้ยว</p>
<p>ขวาสู่ อ.สังขละบุรี ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>323 กม.ที่ 26 แวะ อุทยานแห่งชาติ</p>
<p>ลำคลองงู ดูเสาหินสูงที่สุดในโลก กม. 32 มี</p>
<p>จุดพักรถหน้าทางเข้าน้ำตกเกริงกระเวีย</p>
<p>น้ำตกไดช่องถ่อง มีป้อมตำรวจ ร้านค้า</p>
<p>ห้องน้ำ</p>
<p>อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</p>
<p>ประมาณ กม. 39 ใกล้กันคือ หน่วยพิทักษ์</p>
<p>อุทยานแห่งชาติป้อมปี่ ชมพระอาทิตย์</p>
<p>ตกทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม มีบ้านพัก</p>
<p>ลานกางเต็นท์ เช่าเรือ ชูชีพ</p>
<p>กม.ที่ 43-44 มีเพิงร้านค้าข้างทาง</p>
<p>ขายปลาสดจากทะเลสาบ จอดแวะซื้อได้</p>
<p>ถึง กม.ที่ 58 มีจุดชมวิว ที่จอดรถกว้าง</p>
<p>มีห้องน้ำ ร้านค้า โทรศัพท์สาธารณะ</p>
<p>ถึงแยกไปเจดีย์สามองค์ เบี่ยงซ้าย</p>
<p>เข้าตัวเมืองสังขละบุรีเป็นอำเภอเล็กๆ</p>
<p>สถานที่ราชการตั้งอยูใ่ กลกั้น สภ.สังขละบุรี</p>
<p>(0-3459-5300-1) โรงพยาบาลสังขละบุรี</p>
<p>(0-3459-5058) ที่พักมีอยู่ทั่วไป ในตัว</p>
<p>เมืองและริมน้ำ เลือกพักตามสะดวก</p>
<p>เช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สะพาน</p>
<p>อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ สะพาน</p>
<p>ไม้ยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 850 เมตร</p>
<p>ชมทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม มองเห็น</p>
<p>ลำห้วยซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหล</p>
<p>มารวมกัน เรียกว่าสามประสบ ปัจจุบัน</p>
<p>มีสะพานปูนใหม่เชื่อมสะพานไม้ ให้ชาว</p>
<p>บา้ นขา้ มไปมาสะดวกขึ้น ชมชีวิตชาวมอญ</p>
<p>ชิมขนมจีนน้ำยาทำจากหยวกกล้วย ฯลฯ</p>
<p>แวะกราบหลวงพ่อขาวพระพุทธรูป</p>
<p>หินอ่อนที่ วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งสร้าง</p>
<p>ขึ้นใหม่ ส่วนวัดเดิมถูกน้ำท่วมจากการ</p>
<p>สร้างเขื่อน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว</p>
<p>เมืองบาดาล ติดต่อเรือนำเที่ยวได้จาก</p>
<p>ที่พักทุกแห่ง</p>
<p>ใกล้กับวัดคือ เจดีย์พุทธคยา บรรจุ</p>
<p>พระบรมสารีริกธาตุ เป็นเจดีย์องค์สีทอง</p>
<p>หน้าทางขึ้นมีรอยพระพุทธบาทจำลอง</p>
<p>Tip ของฝากที่ตลาดข้างเจดีย์</p>
<p>ราคาถูกกว่าที่ด่านเจดีย์สามองค์</p>
<p>จากอำเภอสังขละ กลับทางเดิม</p>
<p>ประมาณ 4 กิโลเมตร เจอทางแยกด่าน</p>
<p>เจดีย์สามองค์ ตรงทางแยกมีปั๊ม ปตท.</p>
<p>จากเจดีย์สามองค์ ข้ามไปเที่ยวตลาด</p>
<p>พญาตองซูในเขตพม่าได้ระหว่าง 08.00-</p>
<p>18.00 น. ติดต่อ ตม.สังขละบุรี (0-3459-</p>
<p>5335) ฝั่งไทยมีร้านขายสินค้าชนิดเดียว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคกลาง ทริป 4 เขื่อนคลองท่าด่าน เมืองโบราณ ปราสาทขอม นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 10:02:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=287</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

3 วัน 2 คืน
เริ่มที่ถนนรังสิต-นครนายก ทาง

หลวงหมายเลข 305 ตลอดเส้นทางมีร้าน

ก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านอาหาร จนถึงคลอง 15

เป็นศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ แหล่งใหญ่

ที่สุดในประเทศ

จากนั้นมุง่ หนา้ อ.เมือง จ.นครนายก

สังเกตป้ายโรงเรียนนายร้อยพระจุล-

จอมเกล้าประมาณ กม.ที่ 67 แยกซ้าย

เข้าทางหลวงหมายเลข 3428 ถึงสี่แยก

ตรงไปทางหลวงหมายเลข 3052
ภายในโรงเรียนนายร้อยฯ และ

โรงเรียนเตรียมทหาร จัดแสดงเครื่องบิน

เรือ รถถัง มีอาคารพิพิธภัณฑ์โรงเรียน

จปร.100 ปี พร้อมที่พัก (0-3739-3185,

0-3739-3010 ต่อ 62960-3) แวะสักการะ

พระพุทธฉาย ภาพเขียนสีบนเขาชะโงก

ใช้ทางหลวงหมายเลข 3052 ย้อน

มาสี่แยก เลี้ยวซา้ ยทางหลวงหมายเลข 33

ผ่านโรงพยาบาลนครนายก (0-3731-

1219, 0-3731-1511) ตลอดเส้นทางมี

ร้านอาหาร จากนั้นตรงไปใช้ทางหลวง

หมายเลข 3049

ตรงไปประมาณ กม.ที่ 11 ทางแยก

ทางหลวงหมายเลข 3050 เข้าน้ำตก

สาริกา ถ้ำสาริกา ช่วงฤดูแล้งน้ำจะแห้ง

มีร้านอาหารหลายร้าน ส่วนอุทยานวัง

ตะไคร้อยู่ กม.ที่ 16 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-30"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-19"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p class="style7"><strong>3 วัน 2 คืน</strong></p>
<p class="style2">เริ่มที่ถนนรังสิต-นครนายก ทาง</p>
<p>หลวงหมายเลข 305 ตลอดเส้นทางมีร้าน</p>
<p>ก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านอาหาร จนถึงคลอง 15</p>
<p>เป็นศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ แหล่งใหญ่</p>
<p>ที่สุดในประเทศ</p>
<p>จากนั้นมุง่ หนา้ อ.เมือง จ.นครนายก</p>
<p>สังเกตป้ายโรงเรียนนายร้อยพระจุล-</p>
<p>จอมเกล้าประมาณ กม.ที่ 67 แยกซ้าย</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 3428 ถึงสี่แยก</p>
<p>ตรงไปทางหลวงหมายเลข 3052</p>
<p class="style2">ภายในโรงเรียนนายร้อยฯ และ</p>
<p>โรงเรียนเตรียมทหาร จัดแสดงเครื่องบิน</p>
<p>เรือ รถถัง มีอาคารพิพิธภัณฑ์โรงเรียน</p>
<p>จปร.100 ปี พร้อมที่พัก (0-3739-3185,</p>
<p>0-3739-3010 ต่อ 62960-3) แวะสักการะ</p>
<p>พระพุทธฉาย ภาพเขียนสีบนเขาชะโงก</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 3052 ย้อน</p>
<p>มาสี่แยก เลี้ยวซา้ ยทางหลวงหมายเลข 33</p>
<p>ผ่านโรงพยาบาลนครนายก (0-3731-</p>
<p>1219, 0-3731-1511) ตลอดเส้นทางมี</p>
<p>ร้านอาหาร จากนั้นตรงไปใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3049</p>
<p>ตรงไปประมาณ กม.ที่ 11 ทางแยก</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3050 เข้าน้ำตก</p>
<p>สาริกา ถ้ำสาริกา ช่วงฤดูแล้งน้ำจะแห้ง</p>
<p>มีร้านอาหารหลายร้าน ส่วนอุทยานวัง</p>
<p>ตะไคร้อยู่ กม.ที่ 16 มีพื้นที่ 1,500 ไร่</p>
<p>มีที่พัก (0-3738-5164-5) หน้าทางเข้า</p>
<p>มีป้อมตำรวจ สองข้างทางมีร้านผลไม้</p>
<p>เรียงรายกัน ใกล้กันคือน้ำตกนางรอง</p>
<p>ตลอดทางมีรา้ นอาหารและที่พักหลายแห่ง</p>
<p class="style2">ก่อนสุดทางหลวงหมายเลข 3049</p>
<p>เปน็ สามแยก เลี้ยวขวาเจอเขื่อนขุนด่าน</p>
<p>ปราการชล หรือเขื่อนคลองท่าด่าน</p>
<p>เขื่อนคอนกรีตบดอัดสันเขื่อน ยาว</p>
<p>ที่สุดในโลก 2,594 เมตร สูง 93 เมตร</p>
<p>มีจุดชมวิวที่สวยงามมาก ล่องแก่งได้</p>
<p>ตลอดทั้งปี มีร้านอาหารหย่อนขาแช่น้ำ</p>
<p>ได้ หาที่พัก</p>
<p class="style2">เช้ามุ่งหน้า อ.เมืองปราจีนบุรี แวะ</p>
<p>ซื้อผลไม้ที่ตลาดหนองชะอมริมทาง</p>
<p>หลวงหมายเลข 33 ตรงไปทางสระแก้ว</p>
<p>ผ่านวงเวียนนเรศวรไปถนนสายต้นไม้</p>
<p>สวย สองข้างทางเป็นร้านไม้ดอกไม้</p>
<p>ประดับ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งสวน</p>
<p>ไม้กวาด OTOP ระดับจังหวัด แหล่งซื้อ</p>
<p>ตน้ ไมใ้ หญ ่ คือบา้ นดงบัง แหลง่ ทอ่ งเที่ยว</p>
<p>เชิงเกษตร อยู่ กม.166 (0-3733-4889)</p>
<p class="style2">ย้อนมาวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้าย</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 320 ผ่านโรงพยาบาล</p>
<p>ค่ายจักรพงษ์ (0-3721-1591) ธนาคาร</p>
<p>ไทยพาณิชย์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนแก้วพิจิตร</p>
<p>Recommended วัดแก้วพิจิตร ชม</p>
<p>ศิลปะผสมไทย จีน ยุโรป และเขมร</p>
<p class="style2">ออกจากวัดขับรถข้ามสะพาน เลี้ยว</p>
<p>ซ้ายสู่ถนนปราจีนอนุสรณ์ ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3069 กม.ที่ 3 โรงพยาบาล</p>
<p>อภัยภูเบศร์ ชมตึกเก่าสมัยรัชกาลที่ 5</p>
<p>เป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย แวะพัก</p>
<p>นวดแผนไทยคลายเหนื่อย มีทัวร์สุขภาพ</p>
<p>(0-3721-1088)</p>
<p class="style2">ขับรถเลียบแม่น้ำย้อนไปทางตัวเมือง</p>
<p>ผ่านศาลากลางหลังเกา่ ที่วา่ การอำเภอเมือง</p>
<p>ปราจีนบุรี เลี้ยวซา้ ยทางหลวงหมายเลข 319</p>
<p>มุ่งหน้าสู่ อ.ศรีมโหสถ ประมาณ กม.133</p>
<p>แยกซ้ายเข้าถนนตรงข้ามที่ว่าการอำเภอ</p>
<p>ศรีมโหสถ เมืองโบราณศรีมโหสถ</p>
<p>สันนิษฐานว่าอยู่สมัยทวารวดี ใกล้กัน</p>
<p>คือโบราณสถานสระมรกต มีรอย</p>
<p>พระพุทธบาทคู่ที่ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุด</p>
<p>ในประเทศ แวะสักการะเพื่อความเป็น</p>
<p>สิริมงคล จากนั้นไปกราบต้นโพธิ์</p>
<p>ศรีมหาโพธิ์ สัญลักษณ์ของปราจีนบุรี</p>
<p>ที่วัดต้นโพธิ์ เชื่อว่านำหน่อมาจากต้น</p>
<p>ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ที่พุทธคยา</p>
<p>อายุกว่า 2,000 ปี</p>
<p>มุ่งสู่ จ.สระแก้ว ใช้ทางหลวงหมาย</p>
<p>เลข 319 บรรจบทางหลวงหมายเลข 304</p>
<p>แยกซ้ายผ่านศูนย์ศึกษาเขาหินซ้อน</p>
<p>อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เลี้ยวขวาเข้า</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 359 ถนน 2 เลนสวน</p>
<p>เป็นทางเรียบตรงยาวกว่า 60 กิโลเมตร</p>
<p>ผ่านสวนยาง ไร่มัน มีร้านอาหาร ปั๊ม</p>
<p>เป็นระยะ เข้าที่พักในอ.เมืองสระแก้ว</p>
<p class="style2">จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>33 ไป อ.อรัญประเทศ ถึงอรัญฯ แยกเข้า</p>
<p>บ้านโคกสะแบงชมปราสาทเขาน้อยสี</p>
<p>ชมพู อยู่ในวัดเขาน้อยสีชมพู ขับรถขึ้น</p>
<p>ถึงองค์ปราสาทได้</p>
<p class="style2">กลับไปที่ตัวอำเภออรัญประเทศ</p>
<p>กลางเมืองมีวงเวียนซึ่งเป็นที่รวมของ</p>
<p>สถานที่ราชการ รวมถึง สภ.อรัญประเทศ</p>
<p>(0-3723-1203) และโรงพยาบาลอรัญ-</p>
<p>ประเทศ (0-3723-1180) ตามป้ายไปยัง</p>
<p>ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก หรือตลาด</p>
<p>โรงเกลือ เลือกซื้อสินค้านานาชนิด</p>
<p class="style2">เดินทางต่อไป กิ่งอำเภอโคกสูง</p>
<p>ชมปราสาทสด๊กก๊อกธม ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 348 ถนนอรัญฯ - ตาพระยา</p>
<p>ถึง กม.ที่ 24 แยกขวาเขา้ ทางหลวงหมาย</p>
<p>เลข 3381 แยกซ้ายหน้าวัดหนองเสม็ด</p>
<p>ขับตามป้าย ชมความงามของทับหลังที่</p>
<p>สลักเรื่องพระกฤษณะ</p>
<p class="style2">จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 348</p>
<p>มุ่งหน้า อ.ตาพระยา ถึง กม.35 เลี้ยวเข่้า้</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3486 ถึงสี่แยก</p>
<p>โรงเรียนบ้านโคคลาน ขับตามป้ายละลุ</p>
<p>ชมความมหัศจรรย์ดินยุบตัว ส่วนดิน</p>
<p>ที่แข็งมองคล้ายเสาหินหรือกำแพงเมือง</p>
<p>เช่ารถแต๊กชมวิว คันละ 200 บาท ติดต่อ</p>
<p>ศูนย์ท่องเที่ยวละลุ (08-9098-0772) มี</p>
<p>บริการโฮมสเตย์แห่งแรกและแห่งเดียวใน</p>
<p>จ.สระแก้ว พร้อมศึกษาเกษตรทฤษฎีใหม่</p>
<p>ปรัชญาเศรษกิจพอเพียง และเลือกซื้อ</p>
<p>ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคกลาง ทริป 3 หลวงพ่อโสธร ปราสาทไม้ พระนอนตะแคงซ้าย โบสถ์อันซีน จุดแคบสุดของไทย - ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 09:59:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

5 วัน 4 คืน
เริ่มที่ตัวเมือง ฉะเชิงเทราใช้ทาง

หลวงหมายเลข 314 เข้าถนนเทพคุณากร

สักการะวัดหลวงพ่อโสธร วันธรรมดาเปิด

07.00น.-16.00 น. วันหยุด 07.00-17.00 น.
ผู้หญิงสวมเสื้อมีแขน

กระโปรง-กางเกงคลุมเข่า

หากแต่งกายไม่สุภาพ จะมีเสื้อตัวยาว

ไว้ให้สวมทับก่อนเข้าอุโบสถ

จากวัดหลวงพ่อฯ ตรงไป เที่ยว

สวนมรุพงษ์ ป้อมเมือง 3 ศาลหลักเมือง

และวัดเมืองหรือวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์

สร้างสมัยรัชกาลที่ 3 ใกล้กันเป็นโรงพยาบาล

เมืองฉะเชิงเทรา (0-3851-1033)

ถึงสี่แยก ตรงลอดใต้สะพานข้าม

แยกไปทางโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์

ถนนศุภกิจ เข้าทางหลวงหมายเลข 3200

ผ่าน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา (0-3851-1111)

ตรงไปถึง วัดอุภัยภาติการาม ประดิษฐาน

หลวงพ่อโต หรือพระไตรรัตนนายก มี

เพียง 3 องค์ในประเทศไทย
ออกจากวัดแวะกินข้าวเที่ยงที่

ตลาดบ้านใหม่ ตลาดเก่าสมัยรัชกาลที่ 5

Recommended วัดจีนประชาสโมสร

หรือวัดเล่งฮกยี่ ชมวิหารศักดิ์สิทธิ์ พระ-

พุทธรูปกระดาษ 3 องค์ ตีระฆังสลักมหา-

ปรัชญาปารมิตราสูตร 1 ใน 3 ใบของโลก

กลับทางเดิมถึงแยกโรงเรียนเบญจมฯ

เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพาน เลี้ยวซ้ายที่สี่แยก

คอมเพล็กซ์เข้าทางหลวงหมายเลข 304

ถึงสี่แยกบางคล้าเลี้ยวซ้ายอีกที เข้าทาง

หลวงหมายเลข 3121 ถึงแยกตัววาย

เลี้ยวซ้ายไปวัดโพธิ์บางคล้า ชมค้างคาว

แม่ไก่นับแสนตัว ห้อยหัวตามต้นไม้ใหญ่

ในวัด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-28"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-18"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p class="style7"><strong>5 วัน 4 คืน</strong></p>
<p class="style2">เริ่มที่ตัวเมือง ฉะเชิงเทราใช้ทาง</p>
<p>หลวงหมายเลข 314 เข้าถนนเทพคุณากร</p>
<p>สักการะวัดหลวงพ่อโสธร วันธรรมดาเปิด</p>
<p>07.00น.-16.00 น. วันหยุด 07.00-17.00 น.</p>
<p class="style2"><span class="style9">ผู้หญิงสวมเสื้อมีแขน</span></p>
<p>กระโปรง-กางเกงคลุมเข่า</p>
<p>หากแต่งกายไม่สุภาพ จะมีเสื้อตัวยาว</p>
<p>ไว้ให้สวมทับก่อนเข้าอุโบสถ</p>
<p>จากวัดหลวงพ่อฯ ตรงไป เที่ยว</p>
<p>สวนมรุพงษ์ ป้อมเมือง 3 ศาลหลักเมือง</p>
<p>และวัดเมืองหรือวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์</p>
<p>สร้างสมัยรัชกาลที่ 3 ใกล้กันเป็นโรงพยาบาล</p>
<p>เมืองฉะเชิงเทรา (0-3851-1033)</p>
<p>ถึงสี่แยก ตรงลอดใต้สะพานข้าม</p>
<p>แยกไปทางโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์</p>
<p>ถนนศุภกิจ เข้าทางหลวงหมายเลข 3200</p>
<p>ผ่าน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา (0-3851-1111)</p>
<p>ตรงไปถึง วัดอุภัยภาติการาม ประดิษฐาน</p>
<p>หลวงพ่อโต หรือพระไตรรัตนนายก มี</p>
<p>เพียง 3 องค์ในประเทศไทย</p>
<p class="style2">ออกจากวัดแวะกินข้าวเที่ยงที่</p>
<p>ตลาดบ้านใหม่ ตลาดเก่าสมัยรัชกาลที่ 5</p>
<p>Recommended วัดจีนประชาสโมสร</p>
<p>หรือวัดเล่งฮกยี่ ชมวิหารศักดิ์สิทธิ์ พระ-</p>
<p>พุทธรูปกระดาษ 3 องค์ ตีระฆังสลักมหา-</p>
<p>ปรัชญาปารมิตราสูตร 1 ใน 3 ใบของโลก</p>
<p>กลับทางเดิมถึงแยกโรงเรียนเบญจมฯ</p>
<p>เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพาน เลี้ยวซ้ายที่สี่แยก</p>
<p>คอมเพล็กซ์เข้าทางหลวงหมายเลข 304</p>
<p>ถึงสี่แยกบางคล้าเลี้ยวซ้ายอีกที เข้าทาง</p>
<p>หลวงหมายเลข 3121 ถึงแยกตัววาย</p>
<p>เลี้ยวซ้ายไปวัดโพธิ์บางคล้า ชมค้างคาว</p>
<p>แม่ไก่นับแสนตัว ห้อยหัวตามต้นไม้ใหญ่</p>
<p>ในวัด มีตลาดน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอ</p>
<p>บางคล้า เปิดเสาร์-อาทิตย์ขายสินค้า</p>
<p>OTOP สุดทางปากแม่น้ำมีพระสถูปเจดีย์</p>
<p>พระเจ้าตากสิน</p>
<p>เส้นทางเดิมกลับ อ.เมืองฉะเชิงเทรา</p>
<p>แวะเติมน้ำมัน/NGVที่ปั๊มปตท. แล้วเข้า</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) มุ่งหน้า</p>
<p>ชลบุรีหาที่พักในพัทยา Tip ช็อปปิ้ง</p>
<p>Walking Street ที่สุดหาดพัทยาใต้</p>
<p>ส่วนถนนพัทยาสายสอง เป็นแหล่ง</p>
<p>แสดงโชว์การแสดงสาวประเภทสอง</p>
<p>ตื่นเช้า ขับรถเข้าถนนพระตำหนัก</p>
<p>ขึ้นเขาพระบาทกราบพระ ชมวิวเมือง</p>
<p>พัทยาในจุดที่สวยที่สุด เชิงเขามี สำนักงาน</p>
<p>ททท. ภาคกลางเขต 3 (0-3842-7667,</p>
<p>0-3842-8750) ขับรถย้อนขึ้นพัทยาเหนือ</p>
<p>ตรงผ่านวงเวียนโลมาเข้าถนนพัทยา-</p>
<p>นาเกลือ เลี้ยวซ้ายซอยนาเกลือ 12</p>
<p>Recommended ปราสาทสัจธรรม ชม</p>
<p>สถาปัตยกรรมแกะสลักจากไม้ทั้งหลัง</p>
<p>หนึ่งเดียวในโลก พร้อมโชว์โลมาแสนรู้</p>
<p>เวลา 11.30 น. และ 15.30 น. เปิดทุกวัน</p>
<p>08.00-17.00 น. (0-3836-7229, 0-3836-</p>
<p>7230)</p>
<p class="style2">ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนน</p>
<p>สุขุมวิทมุ่งหน้า จ.ระยอง ถึง กม.143 แวะ</p>
<p>เมืองจำลอง (0-3872-7333, 0-3872-</p>
<p>7666) ชมสถาปัตยกรรมทั่วโลกในขนาด</p>
<p>ย่อส่วน ออกมาแล้วเลยโลตัสไป 1 กิโล-</p>
<p>เมตร เจอทางเข้าหมู่บ้านช้างพัทยา</p>
<p>(0-3842-8648, 0-3824-9145) ชมการ</p>
<p>แสดงช้างและสาธิตจับช้างป่า</p>
<p>Recommended อันเดอร์ วอเตอร์</p>
<p>เวิลด์ (0-3875-6879 ต่อ 114-115,</p>
<p>08-6609-0075) ชมปลาทะเลใต้อุโมงค์น้ำ</p>
<p>ลงเรือดำน้ำภิรมย์ (0-3841-5234) ชม</p>
<p>โลกใต้ทะเลอย่างใกล้ชิด เรือออกทุกชั่วโมง</p>
<p>ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.</p>
<p>กม. 161 ชมวัดญาณสังวราราม</p>
<p>วรมหาวิหาร สักการะพระบรมสารีริกธาตุ</p>
<p>ใกล้วัดมีทางแยกถ้าเลี้ยวขวาจะไปวิหาร</p>
<p>เซียน ชมพิพิธภัณฑ์จำลองพระราชวัง</p>
<p>และสุสานจีนโบราณ ออกมาที่ถนนหลัก</p>
<p>กม.163 Recommended สวนนงนุช</p>
<p>สวนรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ 1,300 ไร่ มี</p>
<p>รถรางนำเที่ยว พร้อมห้องพัก (0-3870-</p>
<p>9358-61, 0-3823-8158) หรือจะใช้</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3 ขับเลยเข้าไปหาที่</p>
<p>พักในตัวเมืองระยองก็ได้</p>
<p class="style2">ตื่นเช้า ตั้งต้นจากศาลหลักเมืองระยอง</p>
<p>เลี้ยวเข้าซอยนครระยอง 49 เข้าวัดป่า</p>
<p>ประดู่ กราบพระพุทธไสยาสน์ตะแคงซ้าย</p>
<p>จากนั้นออกมาหน้าซอยเลี้ยวขวาผ่าน</p>
<p>โรงพยาบาลระยอง (0-3861-7453-60)</p>
<p>เลี้ยวขวาอีกรอบเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>3138 (ถนนจันทอุดม) ขับตรงไปจนถึง</p>
<p>แยก อ.บ้านค่าย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง</p>
<p>3143 แวะสวนสุภัทราแลนด์ นั่งรถราง</p>
<p>ชมสวน เลือกชิมเลือกซื้อผลไม้สดๆ</p>
<p>เปิดทุกวัน พร้อมที่พัก (0-3889-2049)</p>
<p class="style2">ทิฟฟานี่</p>
<p>(0-3842-1700-5),</p>
<p>อัลคาซ่า (0-3841-0224-7),</p>
<p>มายากลปราสาททักซิโด้</p>
<p>(0-3848-8880)</p>
<p>ถ้าไม่เข้าสุภัทราแลนด์ ที่ถนนสุขุมวิท</p>
<p>กม. 229 แยกตลาดตะพง เป็นตลาดผลไม้</p>
<p>ขนาดใหญ่ขายราคาส่ง Tip เดือนพฤษภาคม</p>
<p>ทุกปีจะมีเทศกาลผลไม้</p>
<p>ขับรถไปตามถนนสุขุมวิทแยกขวา</p>
<p>กม. 231 เข้าบ้านเพ มีแยกเข้า ระยอง</p>
<p>อควาเรี่ยม จากนั้นขับเลียบหาดมายัง</p>
<p>ตลาดบ้านเพแหล่งขายอาหารทะเล</p>
<p>และเป็นท่าเรือข้ามไปเกาะเสม็ด มีที่รับ</p>
<p>ฝากรถยนต์ทุกท่า</p>
<p class="style8">ท่าเรือศรีบ้านเพ (0-3865-1556)</p>
<p>ท่าเรือเพ (0-3889-6155-6)</p>
<p>ท่าเสรีบ้านเพ (0-3865-1134-5)</p>
<p>ท่าเรือโชคกฤษฎา (0-3865-2040)</p>
<p>ท่าเรือนวลทิพย์ (0-3865-1511,0-3865-3639)</p>
<p>ท่าเรือเทศบาลตำบลเพ (0-3865-3430-1)</p>
<p class="style8">ออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 08.00-18.00 น.</p>
<p>วันหยุดออกทุกครึ่งชั่วโมง</p>
<p class="style8">หน้าด่าน-หาดทรายแก้ว 30 นาที</p>
<p>อ่าววงเดือน 40 นาที</p>
<p>อ่าวหวาย 60 นาที</p>
<p>อ่าวกิ่ว - ปะการัง 70 นาที</p>
<p>อ่าวพร้าว 40 นาที</p>
<p>อ่าวน้อยหน่า-เสม็ดคลิฟ 30 นาที</p>
<p class="style2">Tip หาดวงเดือน เกาะไผ่จะคึกคัก</p>
<p>มีแสงสี คนพลุกพล่าน ถ้าต้องการความ</p>
<p>สงบ แนะนำเที่ยวอ่าวหลังเกาะ</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 3145 เลียบ</p>
<p>ชายทะเล ขับผ่านสวนรุขชาติเพ หาด</p>
<p>สวนสน สุดทางเป็นแหลมแม่พิมพ์</p>
<p>ริมหาดมีร้านอาหาร อีกฝงั่ ถนนเป็นรีสอร์ท</p>
<p>และโรงแรม</p>
<p class="style2">ออกจากแหลมแม่พิมพ์เข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3161 ตรงไปถึงกม.12 เจอสวน</p>
<p>2 ครู เหมาะกับท่องเที่ยวเชิงเกษตร</p>
<p>(0-3865-7144,0-3865-7772) ชิมทุเรียน</p>
<p>เงาะ มังคุด ลองกอง ช่วงเมษายนมิถุนายน</p>
<p>ถึง กม.11 แวะถ่ายรูปสุนทรภู่ ขับ</p>
<p>มาถึงสุขุมวิท กม.268 ขวามือก่อนถึง</p>
<p>แกลงพาเลซเข้าวัดสารนารถธรรมาราม</p>
<p>สี่มุมของโบสถ์มีพระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนม</p>
<p>พระบรมธาตุไชยาเจดีย์พุทธคยาจำลอง</p>
<p>ขับรถมุ่งหน้าจันทบุรี ถึง อ.ท่าใหม่</p>
<p>กม. 306 แยกเข้าวัดเขาสุกิม วัดขนาดใหญ่</p>
<p>พื้นที่กว่า 3,200 ไร่ คืนนี้หาที่พัก อ.เมือง</p>
<p>จันทบุรี</p>
<p class="style8">สำนักงาน ททท. จันทบุรี</p>
<p>ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่</p>
<p>(0-3935-0224)</p>
<p class="style2">เช้าเที่ยวในตัวเมือง สวนสมเด็จ</p>
<p>พระเจ้าตากสินฯ กลางบึงมีเกาะ ข้าม</p>
<p>ไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จ</p>
<p>พระเจ้าตากสินฯ ทางด้านเหนือของสวน</p>
<p>มีสำนักงาน ททท.จันทบุรี (0-3935-0224)</p>
<p class="style2">หันหน้าเข้าสวนสมเด็จฯ ไปทางซ้าย</p>
<p>ผ่านตลาดน้ำพุเป็นตลาดโต้รุ่ง เลี้ยวซ้าย</p>
<p>ที่ถนนศรีจันทร์หรือถนนอัญมณี เป็น</p>
<p>ย่านร้านขายพลอยและอัญมณีใหญ่ที่สุด</p>
<p>ในประเทศ ตรงไปเจอ สภ.เมืองจันทบุรี</p>
<p>(0-3931-1111, 0-3931-1145)</p>
<p>เลี้ยวขวาเข้าถนนท่าหลวงมีโรง</p>
<p>พยาบาลกรุงเทพจันทบุรี (0-3931-9888)</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3153 ผ่านโค้งจะมีปั้ม</p>
<p>และเลี้ยวขวาซอยตรงข้ามโรงแรม</p>
<p>จันทนิมิตร Recommended อาสนวิหาร</p>
<p>พระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล Unseen</p>
<p>Thailand อายุกว่า 275 ปี ภายในประดับ</p>
<p>กระจกสี</p>
<p>Tip ช่วงค่ำ เมื่อเปิดไฟแล้วภายนอก</p>
<p>จะดูสวยงามอีกแบบ พึงสำรวมถ้าขณะ</p>
<p>เข้าชมมีพิธีทางศาสนา</p>
<p><span class="style9">กลุ่มทอเสื่อเสม็ดงาม</span></p>
<p>ต้นตำรับเสื่อจันทบูร หากต้องการชมการ</p>
<p>สาธิตการทอเสื่อ ติดต่อพัฒนาชุมชน</p>
<p>(0-3945-4321, 0-3945-4333)”</p>
<p>กลับไปที่สวนสมเด็จพระเจ้าตากฯ</p>
<p>ขับไปตามถนนท่าแฉลบทางหลวงหมาย</p>
<p>เลข 3146 ผ่านอีสเทิร์น โฮเทล แล้วแยก</p>
<p>ไปบ้านเสม็ดงาม มีป้ายแหล่งท่องเที่ยว</p>
<p>อู่ต่อเรือพระเจ้าตากฯ มีร้านเจ๊ต้อยซีฟู้ด</p>
<p>(08-9932-0475) กินข้าวแล้วเดินชมวิว</p>
<p>สวย ถ่ายรูปสะพานที่ยื่นไปในทะเล</p>
<p>ไปที่ถนนท่าแฉลบ มุ่งหน้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3147 ตามป้ายค่ายเนินวง</p>
<p>และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี</p>
<p>(0-3939-1431) เป็นป้อมปืนใหญ่สมัย</p>
<p>รัชกาลที่ 3 มีเรือสำเภาขนาดเท่าของจริง</p>
<p>เปิดพุธ-อาทิตย์ 09.00-16.00 น.</p>
<p class="style2"><span class="style9">ร้านของฝาก กุลนารถ</span></p>
<p>สุขุมวิท กม.355 ผลิตขนมระดับ</p>
<p>OTOP ส่งขายทั่วประเทศ</p>
<p>(0-3944-2666)</p>
<p>เข้าสู่ถนนสุขุมวิท มุ่งหน้า จ.ตราด</p>
<p>กม. 347 Recommended น้ำตกพริ้ว</p>
<p>น้ำตกขนาดกลางมีน้ำตลอดปี ก่อนเดิน</p>
<p>ขึ้นน้ำตก แวะให้อาหารปลาพลวงจำนวน</p>
<p>มากในแอ่งน้ำตก ภายในมีอลงกรณ์เจดีย์</p>
<p>รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างขณะเสด็จ</p>
<p>ประพาส และปิรามิดพระนางเรือล่ม</p>
<p>ที่ระลึกถึงความรักที่ทรงมีต่อพระนางเจ้า</p>
<p>สุนันทาฯ มีบ้านพักบริการ (0-3943-4528)</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 สุขุมวิท</p>
<p>เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3156</p>
<p>เข้าชายหาดแหลมงอบ เป็นท่าเรือ ข้ามไป</p>
<p>เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหวาย เกาะหมาก</p>
<p>Tip หาดที่นิยมคือ หาดไก่แบ้</p>
<p>เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก มีที่พัก</p>
<p>หลายราคาตั้งแต่ระดับธรรมดา ถึง</p>
<p>หรูหราราคาแพง</p>
<p class="style2">Tip ซื้อแพ็คเกจทัวร์ไปจะคุ้มกว่า</p>
<p>ไปเอง นำรถจอดฝากไว้ที่ท่าเรือได้เลย</p>
<p>ที่พักบนเกาะมีทั้งแบบมีไฟ 24 ชั่วโมง</p>
<p>และมีไฟเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น</p>
<p>ถ่ายรูปป้ายสุดเขตตะวันออก ที่ท่า</p>
<p>เรือแหลมงอบ มีสำนักงาน ททท. ภาค</p>
<p>กลาง เขต 5 จ.ตราด (0-3959-7255,</p>
<p>0-3959-7259-60) ขับขึ้นไปตามทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3148 ผ่าน สภ.แหลมงอบ</p>
<p>(0-3959-7033) เข้าเขตเทศบาลตำบล</p>
<p>น้ำเชี่ยว หน้าวัดน้ำเชี่ยวมีศูนย์ OTOP</p>
<p>เลยวัดไปมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติน้ำเชี่ยว</p>
<p>เชิงสะพานซอยเทศบาล 8 ล่องเรือชม</p>
<p>ป่าชายเลน ลิงแสม นกอินทรี กระชังปลา</p>
<p>ฟาร์มหอย ติดต่อเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว</p>
<p>(0-3953-2659, 0-3959-3915) เรือรับจ้าง</p>
<p>ลำละ 200 บาท/5 คนมีโฮมสเตย์</p>
<p class="style2">ออกไปถนนสุขุมวิท ผ่าน ร.พ.ตราด</p>
<p>(0-3953-1784-6) แยกเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 318 สู่ อ.คลองใหญ่ ระยะ</p>
<p>ทางประมาณ 90 กิโลเมตร ถนน 2 เลน</p>
<p>สวนทางโค้งขึ้นลงตามไหล่เขา ขนาน</p>
<p>ไปกับทะเล Tip เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อน</p>
<p>มีปั๊มอีกครั้งเมื่อใกล้ตัวอำเภอ</p>
<p>หาดทรายแก้ว หาดราชการุณย์</p>
<p>หาดไม้รูด หาดบานชื่น เหมาะลงเลน่ น้ำ</p>
<p>มีร้านอาหารทำเป็นซุ้ม กม.70 จะมี</p>
<p>จุดพักรถและร้านค้า OTOP ส่วนใหญ่</p>
<p>เป็นอาหารทะเล</p>
<p>ถึง กม. 82 ทางหลวงหมายเลข 318</p>
<p>แวะถ่ายรูปส่วนที่แคบที่สุดของไทย</p>
<p>กว้างเพียง 450 เมตร จากนั้นขับรถ</p>
<p>ผ่านตัวอำเภอคลองใหญ่สุดถนนแวะ</p>
<p>ซื้อของ ตลาดชายแดนบ้านหาดเล็ก</p>
<p>ขายกระเป๋า แว่นตา ปากกาเครื่องใช้ไฟฟ้า</p>
<p>เครื่องเงิน เครื่องประดับ</p>
<p>Tip ต้องต่อรอง ตรวจดูสินค้าให้ดี</p>
<p>สามารถเดินทางไปยังเกาะกง กัมพูชา</p>
<p>นำพาสปอร์ตมาแสดงที่ด่านหรือทำบัตร</p>
<p>ผ่านแดน (0-3958-8084)</p>
<p class="style8">ท่าเรือเซนเตอร์พ้อยท์ (0-3953-8196) ใช้เวลา 45 นาที ขึ้นเกาะช้าง</p>
<p>ที่ท่าเรือด่านเก่า อยู่ก่อนถึงอ่าวธรรมชาติ ตามเส้นทางแหลมงอบ-บ้านแสนตุ้ง ไปกลับ</p>
<p>06.00-19.00 น. ทุกชั่วโมง ค่าโดยสารรถยนต์ 4 ล้อ ไป-กลับฟรี คนขับรถและ</p>
<p>ผู้โดยสารไป-กลับ คนละ 160 บาท</p>
<p>ท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติ (0-3951-8588-9) ใช้เวลา</p>
<p>30 นาที ขึ้นเกาะช้างที่อ่าวสัปปะรด ไป-กลับ 06.30-19.00 น. ทุกชั่วโมง ค่าโดยสาร</p>
<p>รถยนต์ 4 ล้อ ไป-กลับ 200 บาท คนขับรถและผู้โดยสารไป-กลับคนละ 120 บาท</p>
<p class="style2">ตารางการเดินเรือจากตราด - เกาะหมาก - เกาะกูด</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#cccccc">
<div>Depart from</div>
</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#cccccc">Time</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#cccccc">Fare for express</p>
<p>boat to Koh Kut</p>
<p>(Nil Mungkorn)</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#cccccc">Fare for</p>
<p>speed boat</td>
</tr>
<tr>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">ท่าเรือแหลมศอก</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">13.00 น.</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">400 บาท/เที่ยว</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">550 บาท/เที่ยว</td>
</tr>
<tr>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">ท่าเรือสะพานน้ำลึก เกาะกูด</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">10.00 น.</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">400 บาท/เที่ยว</td>
<td class="style2" valign="top" bgcolor="#ffffff">550 บาท/เที่ยว</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p class="style3">ตารางการเดินเรือแหลมงอบ-เกาะหมาก</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td class="style3" width="51%" valign="top" bgcolor="#cccccc">
<div>The Boat Name</div>
</td>
<td class="style3" width="17%" valign="top" bgcolor="#cccccc">Depart from</p>
<p>Laem Ngop</td>
<td class="style3" width="14%" valign="top" bgcolor="#cccccc">Depart from</p>
<p>Koh Mak</td>
<td class="style3" width="18%" valign="top" bgcolor="#cccccc">Fares</td>
</tr>
<tr>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">เกาะหมากรีสอร์ท สปีดโบ๊ท (ปาหนัน)</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">11.00 น.</p>
<p>16.00 น.</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">08.00 น.</p>
<p>13.00 น</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">450 บาท/เที่ยว</td>
</tr>
<tr>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">เกาะหมากคาทามารัน เอ็กซ์เพลส (SEA CAT)</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">10.30 น.</p>
<p>14.00 น.</p>
<p>17.00 น.</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">07.30 น.</p>
<p>12.00 น.</p>
<p>15.30 น.</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">480 บาท/เที่ยว</td>
</tr>
<tr>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">เกาะหมากเฟอร์รี่</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">15.00 น.</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">08.00 น.</td>
<td class="style3" valign="top" bgcolor="#ffffff">300 บาท/เที่ยว</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคกลาง ทริป 2 ไหว้พระ 9 วัด บึงฉวาก เขื่อนป่าสักฯ กราบพระพุทธบาท - สุพรรณบุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 09:45:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=280</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน
ใช้ทางหลวงหมายเลข 321 กม.

163 เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ขุนช้าง ไปวัดพระรูป

กราบพระพุทธบาทแกะสลักจากไม้ พระ

ไสยาสน์พระพักตร์งามที่สุดของไทย กลับ

ถนนใหญเ่ ลี้ยวซา้ ยไป วัดปา่ เลไลยก ์ กราบ

หลวงพ่อโต พระคู่เมืองสุพรรณฯ ยกหิน

เสี่ยงทาย ชมคุ้มขุนช้าง

ออกจากวัดป่าฯ เลี้ยวขวามาฝั่งเข้า

เมือง เห็นเสามังกรทางเข้าศาลหลักเมือง

ตรงถึงวัดผึ้ง เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.สมภารคง

ทางหลวงหมายเลข 3507 เข้ามา

ประมาณร้อยเมตรจากปากทางถึง วัด

พระศรีรัตนมหาธาตุ มีปรางค์และ

วิหารเก่าแก่ ถัดมาเป็นวัดแค สักการะ

พระพุทธบาทสี่รอย ต้นมะขามยักษ์วัด

รอบโคนต้น 10 เมตร และชมคุ้มขุนแผน

วัดสารภี มีรูปปั้นพระอินทร์ทรง

ช้างเอราวัณ เลยมาเป็นวัดหน่อพุทธางกูร

มีภาพเขียนสีสมัยรัชกาลที่ 3 เดินทาง

ต่อเป็นวัดพระลอยชมสวนสัตว์เล็กๆ

และให้อาหารปลา Recommended

วัดพระนอน UnseenThailand

พระนอนหงายในวัดมีร้านค้าและวังมัจฉา
ทางแยกเลี้ยวขวา ข้ามสะพาน

ตรงผ่านสี่แยกไปเข้าทางหลวงหมายเลข

340 มุ่งหน้า อ.ศรีประจันต์ มีปั๊มและ

ร้านอาหารเป็นระยะ ประมาณ กม.110 คือ

ยา่ นรา้ นของฝากทั้งสองฝงั่ ถนน กม.115-116

คือหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-26"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-17"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style2">ใช้ทางหลวงหมายเลข 321 กม.</p>
<p>163 เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ขุนช้าง ไปวัดพระรูป</p>
<p>กราบพระพุทธบาทแกะสลักจากไม้ พระ</p>
<p>ไสยาสน์พระพักตร์งามที่สุดของไทย กลับ</p>
<p>ถนนใหญเ่ ลี้ยวซา้ ยไป วัดปา่ เลไลยก ์ กราบ</p>
<p>หลวงพ่อโต พระคู่เมืองสุพรรณฯ ยกหิน</p>
<p>เสี่ยงทาย ชมคุ้มขุนช้าง</p>
<p>ออกจากวัดป่าฯ เลี้ยวขวามาฝั่งเข้า</p>
<p>เมือง เห็นเสามังกรทางเข้าศาลหลักเมือง</p>
<p>ตรงถึงวัดผึ้ง เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.สมภารคง</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 3507 เข้ามา</p>
<p>ประมาณร้อยเมตรจากปากทางถึง วัด</p>
<p>พระศรีรัตนมหาธาตุ มีปรางค์และ</p>
<p>วิหารเก่าแก่ ถัดมาเป็นวัดแค สักการะ</p>
<p>พระพุทธบาทสี่รอย ต้นมะขามยักษ์วัด</p>
<p>รอบโคนต้น 10 เมตร และชมคุ้มขุนแผน</p>
<p>วัดสารภี มีรูปปั้นพระอินทร์ทรง</p>
<p>ช้างเอราวัณ เลยมาเป็นวัดหน่อพุทธางกูร</p>
<p>มีภาพเขียนสีสมัยรัชกาลที่ 3 เดินทาง</p>
<p>ต่อเป็นวัดพระลอยชมสวนสัตว์เล็กๆ</p>
<p>และให้อาหารปลา Recommended</p>
<p>วัดพระนอน UnseenThailand</p>
<p>พระนอนหงายในวัดมีร้านค้าและวังมัจฉา</p>
<p class="style3">ทางแยกเลี้ยวขวา ข้ามสะพาน</p>
<p>ตรงผ่านสี่แยกไปเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>340 มุ่งหน้า อ.ศรีประจันต์ มีปั๊มและ</p>
<p>ร้านอาหารเป็นระยะ ประมาณ กม.110 คือ</p>
<p>ยา่ นรา้ นของฝากทั้งสองฝงั่ ถนน กม.115-116</p>
<p>คือหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ชมการแสดง</p>
<p>ควายยิ้ม ควายเผือก มีที่พักเปน็ บา้ นเรือนไทย</p>
<p>(0-3558-2591-3) ถัดไป 5-6 กิโลเมตร</p>
<p>เป็นสวนพืชไร้ดิน (สวนผักไฮโดรโพนิกส์)</p>
<p>ถึงแยก อ.สามชุก เลี้ยวซา้ ย ขา้ มสะพาน เลี้ยวขวา</p>
<p>Recommended ตลาดร้อยปีสามชุก</p>
<p>ภายในมีของกินแบบโบราณ เช่น ข้าวห่อ</p>
<p>ใบบัว กาแฟโบราณ ชมพิพิธภัณฑ์</p>
<p>บ้านขุนจำนงจีนารักษ์</p>
<p>จากนั้นเดินทางสู่บึงฉวาก ผ่านสภ.</p>
<p>เดิมบางนางบวชที่ กม.142 (0-3557-8022)</p>
<p class="style3">รุง่ ขึ้น Recommended บึงฉวาก</p>
<p>เฉลิมพระเกียรติ อุโมงค์ปลาน้ำจืดใหญ่</p>
<p>สุดในประเทศไทย ชมสวนสัตว์ อุทยาน</p>
<p>ผักพื้นบ้าน รอบบึงมีร้านอาหารหลายร้าน</p>
<p>แวะทานอาหารเที่ยงได้เลย</p>
<p class="style3">มุ่ง สู่ จ.ชัยนาท ถึงแยกสะพานใหม่</p>
<p>เลี้ยวซ้ายไปวัดปากคลองมะขามเฒ่า</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 3183 ถนนสองเลน</p>
<p>ขับเลียบคลองเจอแยกเลี้ยวขวาผ่าน</p>
<p>โรงพยาบาลวัดสิงห์ เจอวงเวียนขับตรงไป</p>
<p>ตามปา้ ย วัดอยูริ่มแมน่ ้ำ กราบหลวงปูศุ่ข</p>
<p>พระอาจารย์ของพลเรือเอก พระเจ้าบรม-</p>
<p>วงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์</p>
<p>กลับมาที่ทางหลวงหมายเลข 340</p>
<p>ถึงสี่แยกตัดถนนพหลโยธิน ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1 เลี้ยวขวา ถึง กม. 280 เลี้ยว</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 311 ถึงเขื่อน</p>
<p>เจ้าพระยา รอบเขื่อนมีร้านอาหาร ส่วน</p>
<p>ใหญ่เป็นเมนูปลาจากเขื่อน</p>
<p class="style3">ออกจากเขื่อนกลับรถ ตรงไป</p>
<p>2 กิโลเมตร เที่ยวสวนนกชัยนาท</p>
<p>ชมหุน่ นก ที่ทำจากฟางขา้ ว มีกรงนกใหญ่</p>
<p>ที่สุดในเอเชีย พื้นที่กว่า 26 ไร่</p>
<p class="style3">จากสวนนกตรงไปถึงสี่แยกตัดถนน</p>
<p>สายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยว</p>
<p>ขวา ประมาณ กม.135 แยกเข้า จ.ลพบุรี</p>
<p>ผ่านโรงพยาบาลท่าวุ้ง (0-3648-1208)</p>
<p>เข้าหาที่พักในตัวเมืองลพบุรี</p>
<p class="style3">Tip มหาวิทยาลัยราชภัฎจะมี</p>
<p>โรงแรมเพื่อฝึกนักศึกษาราคาประหยัด</p>
<p>มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรีมี</p>
<p>โรงแรมเทพธานี (0-3641-1023)</p>
<p class="style3">รุ่ง ขึ้นเริ่มด้วย City tour ในตัวเมือง</p>
<p>ลพบุรี เริ่มที่วงเวียน ศาลพระกาฬ ด้า้นซ้า้ย</p>
<p>ของศาลมีลานจอดรถ ค่าจอด 10 บาท</p>
<p>ตรงข้ามศาลพระกาฬคือ พระปรางค์</p>
<p>สามยอด เป็นวงเวียน ข้ามถนนให้ระวัง</p>
<p>จากลานจอดรถเดินเลียบทางรถไฟไปคือ</p>
<p>วัดนครโกษา โบราณสถานเก่าแก่</p>
<p>ข้ามทางรถไฟเลี้ยวซ้าย ตรงไป</p>
<p>เรื่อยๆ Recommended วัดพระศรี</p>
<p>รัตนมหาธาตุ พระปรางค์องค์ใหญ่ที่สูง</p>
<p>ที่สุดในลพบุรี ค่าเข้าชม 10 บาท จาก</p>
<p>นั้นขับย้อนมาทางตลาดเลี้ยวซ้ายแรกเจอ</p>
<p>สำนักงาน ททท. เป็นอาคารโบราณสร้าง</p>
<p>จากไม้สักแวะชมสถาปัตยกรรมและขอ</p>
<p>ข้อมูลท่องเที่ยว</p>
<p class="style3">ตรงไปเจอ พระนารายณ์ราชนิเวศน์</p>
<p>ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ มีสิ่งก่อสร้างสองยุค</p>
<p>คือสร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช</p>
<p>และสมัยรัชกาลที่ 4 ค่าเข้าชม 10 บาท</p>
<p>ขับตรงผ่านแยก เลี้ยวขวาแยก</p>
<p>ปรางคแ์ ขก กลับไปที่ศาลพระกาฬตรงไป</p>
<p>ถ.นารายณ์มหาราช ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>311 ผ่านศูนย์บัญชาการสงครามพิเศษถึง</p>
<p>วงเวียนสระแก้ว วงเวียนจะซ้อนกัน 2 วง</p>
<p>(วงในคือ ถ.ศรีสุริโยทัย) รอบวงเวียนเป็น</p>
<p>ร้านค้า ธนาคาร ร้านอาหาร สถานีขนส่ง</p>
<p>สวนสัตว์ลพบุรี เปิดทุกวัน 08.00-17.30 น.</p>
<p class="style3">จาก ถ.นารายณ์มหาราชเลี้ยวซ้าย</p>
<p>ไป ถ.นเรศวรมหาราช ถึงสะพานข้ามคลอง</p>
<p>ชลประทาน เลี้ยวขวาขา้ มสะพานเลี้ยวซา้ ย</p>
<p>ถนนเลียบคลองมี กลุ่มผลิตดินสอพอง</p>
<p>ชมวิธีทำและวิถีชีวิตท้องถิ่น แวะซื้อได้ที่</p>
<p>ศูนย์ OTOP เชิงสะพาน</p>
<p>กลับมาที่วงเวียนสระแก้ว เลี้ยวซ้าย</p>
<p>ตรงไปถึงวงเวียนพระนารายณ์ วงเวียนนี้</p>
<p>เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการแหลายแห่ง</p>
<p>รวมทั้งศาลากลางจังหวัด และตำรวจภูธร</p>
<p>จังหวัดลพบุรี (0-3641-4416)</p>
<p>กินมื้อกลางวันแล้วเดินทางต่อ ไป</p>
<p>ตามถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพฯ-</p>
<p>สระบุรี ประมาณ กม.4 แยกซ้ายทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3017 ผ่านอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก</p>
<p>สรา้ งสมัยสมเด็จพระนารายณ ์ จากนั้นมุง่ สู่</p>
<p>อ.พัฒนานิคม ชมทุ่งทานตะวัน</p>
<p>ขับตรงผ่านทุกแยกตามทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 3017 ผ่านโรงพยาบาลพัฒนา-</p>
<p>นิคม (0-3649-1341) สภ.พัฒนานิคม</p>
<p>(0-3649-1339) สุดถนน Recommended</p>
<p>เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแกนดินเหนียว</p>
<p>ยาวที่สุดในประเทศไทย 0-3649-4243</p>
<p>ชมทางรถไฟเหนือเขื่อน ต้องจอดรถไว้</p>
<p>แลว้ ใชร้ ถมา้ ผูใ้ หญ  50 บาท เด็ก 30 บาท</p>
<p>หรือรถราง ผู้ใหญ่ 25 บาท เด็ก 10 บาท</p>
<p>นอกจากนี้รถรางจะพาออกจากตัวเขื่อนไป</p>
<p>กราบ หลวงปูใ่ หญป่ า่ สัก พระพุทธรูปสีขาว</p>
<p>สูง 15 เมตร เพิ่งกอ่ สรา้ งเสร็จเมื่อปี 2550</p>
<p>หน้าเขื่อนมีร้านอาหารประเภทกุ้ง</p>
<p>ปลาแม่น้ำหลายร้าน ภายในเขื่อนมีร้าน</p>
<p>ของสโมสร โดยรอบเขื่อนยังมีรีสอร์ท</p>
<p>จำนวนมาก ห่างจากเขื่อนราคาจะถูกลง</p>
<p>เช้าใช้ทางหลวงหมายเลข 3017</p>
<p>ไปแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว ถนน</p>
<p>2 เลน</p>
<p class="style3">ถึงสี่แยกมีป้ายแยกซ้ายไปบ้าน</p>
<p>โป่งมะนาว แต่ไม่แนะนำให้ใช้ ตรงต่อไป</p>
<p>เข้าเขต อ.วังม่วง จ.สระบุรี ประมาณ กม.34</p>
<p>ผ่านไร่ยานา มีทั้งฟาร์มนกกระจอกเทศ</p>
<p>แกะ แพะ วัว นก ไก่ ไร่องุ่น ร้านอาหาร</p>
<p>แวะซื้อผลผลิตสดๆ จากไร่</p>
<p>กม.30 แยกซ้ายทางหลวงหมายเลข</p>
<p>2273 ถึงสามแยกเลี้ยวขวาเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 2282 ขับตามป้ายแหล่งโบราณ</p>
<p>คดีบ้านโป่งมะนาว มีมัคคุเทศก์นักเรียน</p>
<p>ไว้คอยอธิบาย (081-2947790) เป็นแหล่ง</p>
<p>โบราณคดีเก่าแก่ที่สุด อายุ 3,000 ปี และ</p>
<p>อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด</p>
<p>จากนั้นขับย้อนทางหลวงหมายเลข</p>
<p>2282 มาทางบ้านมะนาวหวาน แยกขวา</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 2338 ตรงไปจนเห็น</p>
<p>แท็งค์น้ำซับจำปา ถึงสี่แยกเลี้ยวขวาทาง</p>
<p>หลวงชนบท 4022 เจอแยกอีกครั้งเลี้ยว</p>
<p>ซ้าย ถึงสวนจำปีสิรินธร เส้นทางเดินศึกษา</p>
<p>ธรรมชาติ ยาวประมาณ 1,000 เมตร</p>
<p class="style3">กลับไปที่ทางหลวงหมายเลข 2273</p>
<p>มุง่ หนา้ อ.มวกเหล็ก ถึง กม.10 แยกขวา</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 2224 ต้องระวังทาง</p>
<p>โค้งลงเนินเขา จากนี้สองข้างทางเต็มไป</p>
<p>ด้วยร้านอาหาร รีสอร์ท ฟาร์ม แวะชม</p>
<p>น้ำตกเจ็ดสาวน้อย และน้ำตกมวกเหล็ก</p>
<p>หาที่พัก</p>
<p>ช่วงเช้า ออกจาก อ.มวกเหล็ก</p>
<p>บรรจบ ถ.มิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2</p>
<p>แวะซื้อนมดี กระหรี่ดัง แล้วมุ่งหน้า</p>
<p>อ.เมืองสระบุรี</p>
<p>ถนนมิตรภาพเป็นถนนหลักสู่ภาค</p>
<p>อีสาน มีปั๊ม ศูนย์บริการรถยนต์เป็นระยะ</p>
<p>ก่อนถึงสะพานต่างระดับมีปั๊ม LPG</p>
<p>บริการ 24 ชั่วโมง อยู่ใกล้โรงพยาบาล</p>
<p>เกษมราษฎร์ (0-3631-5555-94)</p>
<p>เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองสระบุรี สู่ถนน</p>
<p>พหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 ขับรถ</p>
<p>ข้ามทางรถไฟตรงไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย</p>
<p>ถนนเทศบาล 5 ทางหลวงหมายเลข 3225</p>
<p>สังเกตทางเข้ากลุ่มทอผ้าวัดต้นตาล</p>
<p>แนะนำให้ซื้อผ้าทอมือ ที่นี่มีโฮมสเตย์</p>
<p>พร้อมอาหารขันโตก การแสดง รถนำเที่ยว</p>
<p>ติดต่อ อบต.ต้นตาล (0-3672-5268)</p>
<p>ใกล้กันยังมี วัดเขาแก้ววรวิหาร วัดเก่าแก่</p>
<p>บนเชิงเขา รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯ ประพาส</p>
<p>หน้าวัดมีพิพิธภัณฑ์ไทย-ยวน ชมวิถีชีวิต</p>
<p>ท้องถิ่น</p>
<p>กลับไปที่ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้า</p>
<p>อ.พระพุทธบาท แยกหน้าพระลานจะมี</p>
<p>ร้าน OTOP ผ่านโรงพยาบาลพระพุทธบาท</p>
<p>(0-3626-6111) ถึง กม.136 เลี้ยวเข้า</p>
<p>วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร</p>
<p>สักการะรอยพระพุทธบาทในพระมณฑป</p>
<p>บนเชิงเขา ทางขึ้นเปน็ บันไดนาคสามสาย</p>
<p>ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธ-</p>
<p>บาท (วิหารหลวง)</p>
<p class="style3">ใช้พหลโยธินย้อนกลับเข้าเมือง</p>
<p>แล้วตรงไปทางกรุงเทพฯ ถึง กม.102</p>
<p>ออกทางคู่ขนานไปวัดพระพุทธฉาย มี</p>
<p>รอยพระพุทธรูปอยู่บนแผ่นหิน และมี</p>
<p>ภาพเขียนลายเส้น ยุคก่อนประวัติศาสตร์</p>
<p>ที่เชิงผา อายุประมาณ 3,000 ปี คล้าย</p>
<p>ที่ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคกลาง - ทริป 1 - ชมเกาะเกร็ด ชมกรุงเก่า สักการะพระพุทธรูปที่สุดในประเทศ - นนทบุรี - ปทุมธานี - อยุธยา - อ่างทอง - สิงห์บุรี</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 09:43:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=276</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]



3 วัน 2 คืน
 
ใช้ถนนนครอินทร์เลี้ยวขวา ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เลี้ยวขวาถนนท่าน้ำนนทบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายผ่าน สภ.บางศรีเมือง (0-2881-5512, 0-2447-4064) ถึงวัดเฉลิมพระเกียรติ สรา้ งสมัยรัชกาลที่ 3ผสมศิลปะจีน โบสถ์เปิดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดสำคัญ ใกล้กันคือ อุทยานกาญจนาพิเศษ ศูนย์พันธุ์ไม้น้ำและสัตว์น้ำกว่า 100 ไร่
กลับมาที่ถนนนครอินทร์ กลับรถใต้สะพานพระราม 5 เลี้ยวซ้ายตรงร้านตำแซ่บสยาม เจอทางแยกเลี้ยวขวาไปวัดสังฆทาน ภายในมีวิหารแก้ว ทำด้วยกระจก ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

จากถนนนครอินทร์ กลับรถข้ามสะพานพระราม 5 มุ่งหน้า ถนนติวานนท์ถึงห้าแยกปากเกร็ด เลี้ยวซ้ายถนนภูมิเวทซอยแรกก่อนถึงเมเจอร์ สุดทางแยกเจอวัดกลางเกร็ด กราบพระพุทธไสยาสน์ตรงไปวัดสนามเหนือ ริมแม่น้ำมีท่าเรือข้ามฝากไป เกาะเกร็ด Recommended วัดปรมัยยิกาวาส ชมเจดีย์เอียงวัดมอญหลังวัดมีวิหารพระพุทธไสยาสน์ ทางเข้าด้านทิศเหนือมีพระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรีประดิษฐาน

Tip ต้องชิม! ทอดมันหน่อกะลา ซื้อเครื่องปนั้ ดินเผารูปแบบต่างๆ ขนมหวาน กลับมาที่ถนนติวานนท์ เลี้ยวซ้ายตรงไป จ.ปทุมธานี ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายทางหลวงหมายเลข [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-24"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-16"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><span style="font-size: x-small;"><strong></strong></span></p>
<p><span style="font-size: x-small;"><strong><span style="font-size: small;">3 วัน 2 คืน</span></strong></span></p>
<div><span style="font-size: small;"> </span></div>
<div><span style="font-size: medium;"><span style="font-size: small;">ใช้ถนนนครอินทร์เลี้ยวขวา ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เลี้ยวขวาถนนท่าน้ำนนทบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายผ่าน สภ.บางศรีเมือง (0-2881-5512, 0-2447-4064) ถึงวัดเฉลิมพระเกียรติ สรา้ งสมัยรัชกาลที่ 3ผสมศิลปะจีน โบสถ์เปิดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดสำคัญ ใกล้กันคือ อุทยานกาญจนาพิเศษ ศูนย์พันธุ์ไม้น้ำและสัตว์น้ำกว่า 100 ไร่</span></span></div>
<div><span style="font-size: small;">กลับมาที่ถนนนครอินทร์ กลับรถใต้สะพานพระราม 5 เลี้ยวซ้ายตรงร้านตำแซ่บสยาม เจอทางแยกเลี้ยวขวาไปวัดสังฆทาน ภายในมีวิหารแก้ว ทำด้วยกระจก ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ</span></p>
<p><span style="font-size: small;">จากถนนนครอินทร์ กลับรถข้ามสะพานพระราม 5 มุ่งหน้า ถนนติวานนท์ถึงห้าแยกปากเกร็ด เลี้ยวซ้ายถนนภูมิเวทซอยแรกก่อนถึงเมเจอร์ สุดทางแยกเจอวัดกลางเกร็ด กราบพระพุทธไสยาสน์ตรงไปวัดสนามเหนือ ริมแม่น้ำมีท่าเรือข้ามฝากไป เกาะเกร็ด Recommended วัดปรมัยยิกาวาส ชมเจดีย์เอียงวัดมอญหลังวัดมีวิหารพระพุทธไสยาสน์ ทางเข้าด้านทิศเหนือมีพระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรีประดิษฐาน</span></p>
<p><span style="font-size: small;">Tip ต้องชิม! ทอดมันหน่อกะลา ซื้อเครื่องปนั้ ดินเผารูปแบบต่างๆ ขนมหวาน</span><span style="font-size: medium;"> </span><span style="font-size: small;">กลับมาที่ถนนติวานนท์ เลี้ยวซ้ายตรงไป จ.ปทุมธานี ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายทางหลวงหมายเลข 307 ข้ามสะพานนนทบุรี ถึงสี่แยกบางคูวัด กลับรถใต้สะพานเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3111</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ตรงผ่านแยกสันติสุข จนถึงแยกตัววาย สังเกตป้าย วัดเจดีย์ทอง มีเจดีย์ทรงรามัญ สร้างเลียนแบบเจดีย์จิตตะกองของพม่า และพระพุทธรูปหยกขาว</span></p>
<div>
<p><span style="font-size: small;">ย้อนไปแยกสันติสุข เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 346 ข้ามสะพานถึงแยกโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาลอส (0-2975-6700) เลี้ยวซ้ายตรงไปทางถนนพหลโยธินผ่านตลาดรังสิต ขึ้นสะพานถนนรังสิต-นครนายก มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือตลอดเส้น ขับไปถึงสะพานคลอง 5 เข้า พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เปิดอังคาร-ศุกร์ 09.30-16.00 น. เสาร์-อาทิตย์เปิดถึง 17.00 น. (0-2577-41728)</span><span style="font-size: medium;"> </span><span style="font-size: small;">ไปอีก 4 กิโลเมตรถึง หออัครศิลปินจัดแสดงประวัติ ผลงานของศิลปินแห่งชาติเปิดอังคาร-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.30-16.00 น. (0-2986-5020-4) ใช้สายเอเชียมุ่งหน้าอยุธยา หาที่พัก</span></p>
<p><span style="font-size: small;">เช้าเที่ยวรอบเกาะเมืองโบราณ เริ่มจากเจดีย์วัดสามปลื้ม เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3059 Recommended วัดใหญ่ชัยมงคล ภายในมีพระเจดีย์ใหญ่และพระพุทธไสยาสน์ สร้างสมัยพระนเรศวรมหาราช อยา่ ลืมแวะชิมกว๋ ยเตี๋ยววัดใหญฯ่</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ตรงไป วัดพนัญเชิง กราบพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำปอกงมีเก๋งจีนศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก</span></p>
<p><span style="font-size: small;">จากนั้นย้อนมาทางรถไฟ เลี้ยวซ้ายทางหลวงหมายเลข 3053 ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายข้ามสะพาน เข้าเกาะเมือง ผ่านที่ว่าการอำเภอ แวะศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ</span></p>
<p><span style="font-size: small;">เจ้าสามพระยาสุดถนนเป็นศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ติดกับสำนักงาน ททท.พระนครศรีอยุธยา (0-3524-6076-7)</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ใช้ถนนศรีสรรเพชญ์มาทางแม่น้ำเจ้า้พระยา สุดถนนเลี้ยวขวาผา่ นโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา (0-3524-1718) ขับเลียบแม่น้ำผ่าน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ถึงทางแยกซ้ายข้ามแม่น้ำ เชิงสะพานมีทางเข้า วัดกษัตราธิราชวรวิหาร โบสถ์งดงามมาก</span><span style="font-size: small;">ข้ามกลับมาในเกาะเมืองเลี้ยวซ้ายผ่าน สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา,วังหลัง, สวนศรีสุริโยทัย, เจดีย์ศรีสุริโยทัยพ้นรั้ววัดตึกเลี้ยวขวาสู่วัดโลกยสุธารามกราบพระไสยาสน ์ยาว 29 เมตรมีดอกบัวรองรับเศียรแทนหมอน</span><span style="font-size: medium;"> </span><span style="font-size: small;">กลับสู่ถนนเดิมผ่านอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์เลี้ยวซ้าย วัดหน้าพระเมรุมีพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ที่งดงามจากทางเข้าวัด เลี้ยวขวาเข้าเกาะเมืองชั้นใน ตรงมาวัดพระศรีสรรเพชญ์เปรียบเสมือนเป็นวัดพระแก้วของกรุงเทพฯอยูใ่นเขตพระราชวังหลวง คา่ เขา้ ชม 10 บาท ใกล้กันคือ วิหารพระมงคลบพิตร ภายในมีพระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ถัดไปคือคุม้ ขุนแผน และวังชา้ งแลเพนียดมีบริการนั่งช้างชมเมือง 09.00 -17.00 น. (0-3521-1001)</span></p>
<div><span style="font-size: small;">จากวัดพระศรีสรรเพชญ์ไปตามถนนนเรศวรเจอวัดธรรมิกราช ชมพระเจดีย์ที่มีสิงห์ล้อมรอบ ถัดไปเป็นวัดราชบูรณะ และวัดมหาธาตุ มีองค์ปรางค์งดงาม ทั้ง 2 แหง่ คา่ เขา้ ชม 10 บาท</span><span style="font-size: small;">จากอยุธยาใช้ทางหลวงหมายเลข 309 มุง่ สู่ จ.อา่ งทอง ถึง กม.ที่ 53 มีทางเข้า วัดจันทรังษี ขวามือ สักการะหลวงพ่อสดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ย้อนกลับมาสี่แยก กม.ที่ 40 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 329 ข้ามสะพานวนซ้ายผ่านโรงพยาบาลป่าโมก (0-3566-1322) ตรงไปวัดป่าโมกวรวิหารมีพระพุทธไสยาสน์งดงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย กม.ที่ 55 แยกซ้ายเข้าหมู่บ้านทำกลอง ต.เอกราช ของฝากขึ้นชื่อประจำจังหวัดอ่างทอง</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ตรงไปข้ามสะพานแม่น้ำน้อยเลี้ยวขวาเข้า้ ทางหลวงหมายเลข 3454 ถึง กม.ที่ 31 วัดสี่ร้อย มีพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ สูง 12 เมตร ตรงไปผ่านโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ (0-3563-1322) ถึงสี่แยกเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3195</span></p>
<p><span style="font-size: small;">Tip ตลาดวิเศษชัยชาญ มีอาหารและขนมไทยโบราณให้ชิม “ขนมดอกดิน” ขนมประจำอำเภอ</span></p>
<p><span style="font-size: small;">กม.ที่ 29 วัดม่วงเจริญธรรมกราบพระพุทธนวมินทร์ศากยะมุณีศรีวิเศษชัยชาญ มีอุโบสถกลางดอกบัว มีพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้องค์เดียวในประเทศไทยเก๋งจีน เจ้าแม่กวนอิมปางพันมือองค์ใหญ่จากทางหลวงหมายเลข 3195 มุ่งหน้าไปอ.เมืองตามป้าย วัดต้นสน ประดิษฐานพระศรีเมืองทอง พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะใหญ่ที่สุดองค์แรก</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ย้อนมาปากซอยเลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข 309 ขับเลียบคลองถึง กม.ที่ 64 แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าไป 4 กม. วัดขุนอินทประมูล มีพระพุทธไสยาสน์กลางแจ้งที่ยาวองค์หนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ตรงไปถึงกิโลเมตรที่ 72 เลี้ยวขวา Recommended วัดไชโยวรวิหาร หรือวัดเกษไชโย กราบหลวงพ่อโต ที่รูปหล่อสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สูง 7 เมตร เยื้องวัดเกษไชโย คือทางเข้าหมู่บ้านบางเจ้าฉ่า งานจักสานไม้ไผ่มีโฮมสเตย์ที่ผ่านมาตรฐานโฮมสเตย์สากล มีไกด์นำเที่ยว (0-3564-4319,0-3564-4091)</span></p>
<div><span style="font-size: small;">รุ่งขึ้น ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 ตรงไป จ.สิงห์บุรี เข้าเขต อ.ท่าช้าง แยกซ้าย กิโลเมตรที่ 78 ทางหลวงชนบท 3008</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ย้อนไปทางหลวงหมายเลข 309 เลี้ยวขวามุ่งหน้า อ.เมือง ขับตามป้าย วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3032 ภายในมีพระไสยาสน์ยาว 46 เมตร เป็นพระคู่เมืองสิงห์บุรีหน้าวัดมีร้านค้า OTOP</span></p>
<p><span style="font-size: small;">จากนั้นขับไปในหมู่บ้าน ประมาณ 1 กิโลเมตร เจอวัดหน้าพระธาตุ มีพระปรางค์ที่สร้างสมัยอยุธยาตอนต้นสันนิษฐานว่าบริเวณนี้เป็นเมืองสิงห์เก่า</span></p>
<p><span style="font-size: small;">กลับไปที่ทางหลวงหมายเลข 309 ตรงไปทาง อ.เมือง แวะวัดสว่างอารมณ์แหล่งปั้นพระพุทธรูป มีพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่</span></div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคเหนือ ทริป 7 เมืองสามหมอก ทุ่งดอกบัวตอง ท่องเมืองปาย - เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 09:27:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน
เช็ครถให้พร้อมเดินทาง เพื่อขึ้น-

ลงเขา ออกเดินทาง จาก อ.เมือง

เชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107

ขึ้นเหนือไปทาง อ.แม่ริม เข้าสู่ อ.แม่แตง

ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ควรเลย

ไปเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำมันก่อน เพื่อความ

ไม่ประมาท เพราะตลอดทางถึงปาย

มีปั๊มน้ำมันเล็กๆ อยู่ปั๊มเดียว อีกทั้ง

เป็นทางชันขึ้นเขา

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 ไประยะหนึ่ง แยกขวาไปตลาด

แม่มาลัย เพื่อตุนเสบียง จากนั้น

กลับออกมาทางเดิม เลี้ยวขวาสามแยก

ไฟแดง มุ่งหน้าไป อ.ปาย ทางหลวง

หมายเลข 1095 เป็นถนนตัดใหม่ ลาด

ยางอย่างดี แต่เส้นทางคดเคี้ยวไปตาม

ช่องเขา ลาดชัน มีโค้งหักศอกบวกกับ

ชันขึ้นเป็นระยะ ใช้ความระมัดระวังใน

การขับรถให้มาก ใช้เวลาเดินทาง 2-3

ชั่วโมง ระยะทาง 110 กิโลเมตร ถึง

อ.ปาย

แวะจิบกาแฟ “ร้านแป้นเกล็ด

คอฟฟี่คอนเนอร์” บรรยากาศสบายๆ

บริเวณ กม.ที่ 20 ปากทางเข้า “น้ำตก

หมอกฟ้า” ก่อนแวะเข้าไปเที่ยวน้ำตก

ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็น

น้ำตกชั้นเดียวมีน้ำไหลทั้งปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-57"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-55"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style2">เช็ครถให้พร้อมเดินทาง เพื่อขึ้น-</p>
<p>ลงเขา ออกเดินทาง จาก อ.เมือง</p>
<p>เชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107</p>
<p>ขึ้นเหนือไปทาง อ.แม่ริม เข้าสู่ อ.แม่แตง</p>
<p>ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1095 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ควรเลย</p>
<p>ไปเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำมันก่อน เพื่อความ</p>
<p>ไม่ประมาท เพราะตลอดทางถึงปาย</p>
<p>มีปั๊มน้ำมันเล็กๆ อยู่ปั๊มเดียว อีกทั้ง</p>
<p>เป็นทางชันขึ้นเขา</p>
<p>เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1095 ไประยะหนึ่ง แยกขวาไปตลาด</p>
<p>แม่มาลัย เพื่อตุนเสบียง จากนั้น</p>
<p>กลับออกมาทางเดิม เลี้ยวขวาสามแยก</p>
<p>ไฟแดง มุ่งหน้าไป อ.ปาย ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1095 เป็นถนนตัดใหม่ ลาด</p>
<p>ยางอย่างดี แต่เส้นทางคดเคี้ยวไปตาม</p>
<p>ช่องเขา ลาดชัน มีโค้งหักศอกบวกกับ</p>
<p>ชันขึ้นเป็นระยะ ใช้ความระมัดระวังใน</p>
<p>การขับรถให้มาก ใช้เวลาเดินทาง 2-3</p>
<p>ชั่วโมง ระยะทาง 110 กิโลเมตร ถึง</p>
<p>อ.ปาย</p>
<p>แวะจิบกาแฟ “ร้านแป้นเกล็ด</p>
<p>คอฟฟี่คอนเนอร์” บรรยากาศสบายๆ</p>
<p>บริเวณ กม.ที่ 20 ปากทางเข้า “น้ำตก</p>
<p>หมอกฟ้า” ก่อนแวะเข้าไปเที่ยวน้ำตก</p>
<p>ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็น</p>
<p>น้ำตกชั้นเดียวมีน้ำไหลทั้งปี สวยงามมาก</p>
<p>เสียค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ ตามประกาศ</p>
<p>ของกรมอุทยานฯ Tip เก็บบัตรไว้</p>
<p>เขา้ พื้นที่โป่ง เดือดป่า่ แปดอุทยานแห่งชาติ</p>
<p>ห้วยน้ำดังรวมถึงน้ำพุร้อนท่าปายได้</p>
<p>ภายในวันเดียวกัน</p>
<p>เดินทางต่อ จนถึง กม.ที่ 42 เป็น</p>
<p>ทางโค้งพอดี สังเกตป้ายบอกทางแยก</p>
<p>ขวา ไป “โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด” หรือ</p>
<p>“โป่งเดือดป่าแป๋” ขับต่อไปอีก 6 กิโลเมตร</p>
<p>จนถึงลานจอดรถ มีห้องน้ำและร้าน</p>
<p>อาหารไว้บริการ จากลานจอดรถเดิน</p>
<p>ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไป 300 เมตร</p>
<p>ถือเป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่และพุ่งสูง</p>
<p>ที่สุดในประเทศไทยสวยงามมาก บริเวณ</p>
<p>ใกล้เคียงลานจอดรถ มีบ่อน้ำพุลงแช่</p>
<p>น้ำอุ่นได้</p>
<p>ยังอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1095</p>
<p>จนถึง กม.ที่ 65 แยกขวาเข้าที่ทำการ</p>
<p>“อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง” ระยะทาง</p>
<p>6 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ลาดชัน</p>
<p>ขึ้น-ลงเขาเป็นระยะ บางช่วงถนนแคบ</p>
<p>ควรขับช้าๆ และใช้เกียร์ต่ำ เข้าที่พัก รอ</p>
<p>ชมบรรยากาศความงามแห่งสายหมอก</p>
<p>ดอกไม้และความหนาวเย็น โดยเฉพาะ</p>
<p>ช่วงฤดูหนาว ความสวยงามจะเป็นทวีคูณ</p>
<p>จุดชมวิว มี 2 จุด ที่ ดอยกิ่วลมและ</p>
<p>ดอยช้าง ซึ่งเป็นดอยที่สูงที่สุดควร</p>
<p>นำเต็นท์ และอาหารมาเอง ที่พักอุทยานฯ</p>
<p>ติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้</p>
<p>(0-2579-5734, 0-2579-7223)</p>
<p>ตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น และ</p>
<p>ทะเลหมอก หลังมื้อเช้า ออกเดินทาง</p>
<p>บนทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้า</p>
<p>อ.ปายระหว่างทางผ่าน “ขุนแม่ยะ”</p>
<p>ดอยขุนเขาสีชมพู ในช่วงที่ดอกนางพญา</p>
<p>เสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย บานสะพรั่ง</p>
<p>ที่ตั้งอยู่ กม. ที่ 67 บริเวณปากทางเข้า</p>
<p>เป็นที่ตั้งของจุดตรวจขุนแม่ยะเลี้ยวซ้าย</p>
<p>เข้าหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ระยะทาง</p>
<p>8 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง</p>
<p>บางช่วงสูงชัน ทางขรุขระ มีร่องลึก</p>
<p>รถเก๋งและรถตู้เข้าไม่ได้ แม้เป็นหน้าฝน</p>
<p>รถ 4WD พันโซ่ ก็เข้าไม่ไหว</p>
<p>ที่นี่เหมาะแก่การท่องเที่ยวในยาม</p>
<p>ที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบาน ซึ่งแต่ละปี</p>
<p>จะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</p>
<p>หนาวจัด โดยมากอยู่ในช่วงกลางเดือน</p>
<p>ธันวาคม-มกราคม</p>
<p class="style2">จุดนี้ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าเพราะ</p>
<p>ไม่ใช่อุทยาน กางเต็นท์ฟรี มีห้องน้ำสะอาด</p>
<p>บริการ</p>
<p>บนทางหลวงหมายเลข 1095</p>
<p>กม.ที่ 80 ทางแยกซ้ายไป “ป่าสนบ้าน</p>
<p>วัดจันทร์” ใช้เข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1265 ระยะทาง 41 กิโลเมตร ถนน</p>
<p>ลาดยางอย่างดี 10 กิโลเมตรแรกและ</p>
<p>15 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นทางขึ้นเขา</p>
<p>สูงชัน และโค้งอันตรายเป็นระยะใช้</p>
<p>ความเร็วได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง</p>
<p>หากมาช่วงฤดูหนาวจะมีวิวใบไม้หลากสี</p>
<p>ตลอดทาง จนถึงหมู่บ้านวัดจันทร์</p>
<p>จากหมู่บ้า้นย้อนกลับมา 5 กิโลเมตร</p>
<p>ถึงที่ทำการองคก์ ารอุตสาหกรรมกรมป่า่ไม้</p>
<p>(ออป.) จะเห็นลานสนอยู่รอบบริเวณ มี</p>
<p>จักรยานเสือภูเขาให้เช่า วันละ 100 บาท</p>
<p>ปั่นชมธรรมชาติและป่าสน ถ่ายรูป</p>
<p>มุมตา่ งๆ อากาศเย็นตลอดทั้งปี ฤดูหนาว</p>
<p>อาจพบดอกนางพญาเสือโคร่ง ติดต่อ</p>
<p>บา้ นพัก สถานที่กางเต็นท์ (0-5324-9349)</p>
<p>สนามกางเต็นท์กว้าง ห้องน้ำสะอาด</p>
<p>กลับเข้าทางหลวง 1095 จนถึง กม.</p>
<p>ที่ 88 เป็นที่ตั้ง “โป่งน้ำร้อนท่าปาย”</p>
<p>แยกขวาเข้าไป อีก 2 กิโลเมตร เป็นทาง</p>
<p>ลาดยางตลอดสายถนนค่อนข้างแคบ</p>
<p>โป่งน้ำร้อนเป็นบ่อ บางแห่งเป็นน้ำผุด</p>
<p>ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส</p>
<p>มีห้องอาบน้ำร้อน บริเวณรอบโป่งฯเป็น</p>
<p>ป่าไม้สัก กางเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มี</p>
<p>สิ่งอำนวยความสะดวก</p>
<p>ย้อนกลับทางเดิม จนเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1095 เลี้ยวขวาเพื่อเข้าเมือง</p>
<p>ปาย ถึงสะพานประวัติศาสตร์ เป็นเหมือน</p>
<p>ประตูสู่อำเภอปาย เป็นอนุสรณ์จาก</p>
<p>สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2485 เก็บภาพ</p>
<p>เป็นที่ระลึกสะพานสีเขียว แม่น้ำ ท้องฟ้า</p>
<p>สีคราม แนวภูเขาเป็นภาพเบื้องหลัง</p>
<p>ข้ามสะพานไปนิดเดียว ฝั่งซ้ายมือ</p>
<p>จะเห็นทางเข้า กองแลน หรือ ปาย</p>
<p>แคนยอน จอดรถแล้วเดินเข้าไป อีก 200</p>
<p>เมตร รูปร่างหน้าตาเป็นผืนดินที่ถูกกัด</p>
<p>เซาะจนเป็นหน้าผา กินบริเวณกว้างถึง</p>
<p>5 ไร่ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี</p>
<p class="style2">แวะ กม.ที่ 95 ร้านกาแฟ “คอฟฟี่</p>
<p>อิน เลิฟ” สั่งกาแฟมาดมความหอม</p>
<p>และดื่มรสอร่อยถ่ายรูปความน่ารัก</p>
<p>ของการจัดตกแต่งร้านบนเนินเขา มีเบื้อง</p>
<p>หลังเป็นแนวเขาสลับไปมา</p>
<p>ถึง อ.ปาย เมืองเล็กเงียบสงบ</p>
<p>ริมแม่น้ำปาย กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย</p>
<p>เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ</p>
<p>แวะหาที่พัก ที่พักในปาย หรือบริเวณ</p>
<p>ใกล้เคียงช่วงฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยว</p>
<p>จำนวนมากควรจองที่พักก่อน, ที่พัก</p>
<p>ราคาถูก ส่วนใหญ่เป็นแบบ walk in</p>
<p>เดินหาที่พักได้ตามริมแม่น้ำ หรือ</p>
<p>ในตัวเมือง ขอดูห้องพักก่อนตัดสินใจ</p>
<p class="style2">หรือถ้าไปถึงเที่ยงหรือบ่ายก็ขับเลยไป</p>
<p>หน้าอำเภอ</p>
<p>จอดรถไว้ที่พัก แล้วเดินแบบเพลินๆ</p>
<p>หรือจะเช่าจักรยานขี่เที่ยวตลาดริมน้ำ</p>
<p>เมืองปาย มีอาหารวางขายริมถนน ของว่าง</p>
<p>น้ำสมุนไพร-ชา ฝากทอ้ งมื้อเย็นได้</p>
<p>เช้าชมบรรยากาศเมืองปาย เดินไป</p>
<p>ริมน้ำ ถ่ายรูปที่ระลึกกับลำน้ำปาย และ</p>
<p>แสงแดดสีส้มลงมากระทบผิวน้ำหรือ</p>
<p>เดินเลยไปจิบกาแฟ หาอาหารเช้ารองท้อง</p>
<p>ที่ร้านกาแฟที่ได้รับการกล่าวขานถึง</p>
<p>“All about coffee” อยู่ตรงข้ามร้าน</p>
<p>มิตรไทย ซึ่งมีทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ถา้ มี</p>
<p>เวลาและสนใจส่งโปสการ์ดถึงคนไกล</p>
<p>เดินข้ามถนน ไปร้านมิตรไทยนักท่องเที่ยว</p>
<p>แห่กันมาที่นี่ ด้วยบรรยากาศความน่ารัก</p>
<p>และเป็นกันเอง มีโปสการ์ดภาพเมืองปาย</p>
<p>มุมต่างๆ ของปาย ให้ซื้อมาเขียนและ</p>
<p>ส่งกันที่หน้าร้าน</p>
<p>ออกเดินทางไปวัดน้ำฮู อยู่ห่าง</p>
<p>จากอำเภอปายไปทางตะวันตก 3 กิโลเมตร</p>
<p>ผ่านโรงพยาบาลปาย (0-5369-9211)</p>
<p>อยู่ในตำบลเวียงใต้ เป็นที่ประดิษฐาน</p>
<p>หลวงพอ่ อุน่ เมือง อายุกวา่ 500 ปี พระเศียร</p>
<p>กลวงเปิดส่วนบนได้มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>ด้านหลังมีองค์พระเจดีย์ตามประวัติเล่าว่า</p>
<p>พระสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้าง</p>
<p>เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยา</p>
<p>ขับไปอีกถึง บ้านสันติชล หรือ</p>
<p>หมู่บ้า้นศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน เมื่อก่อน</p>
<p>เป็นเขตค้ายาเสพติดของว้าแดง อาจ</p>
<p>เรียกว่าเป็นพื้นที่สีแดงตอนนี้เป็นแหล่ง</p>
<p>ท่องเที่ยวยอดนิยม ชาวเขาเชื้อสายจีน</p>
<p>นับ 1,000 คน แต่งกายชาวเขา บ้านแต่ละหลัง</p>
<p>เป็นบ้านดิน คุณบุญหล่อ (08-1024-3982)</p>
<p class="style2">ผู้นำชุมชน ได้เปลี่ยนแปลงอาชีพของ</p>
<p>คนในชุมชน หันมาทำการท่องเที่ยว</p>
<p>เชิงเกษตร มีร้านอาหารจีนยูนาน</p>
<p>ไม่ควรพลาดเมนูเด็ด หมั่นโถวทอด</p>
<p>ขาหมูรสเลิศ อย่าลืมอุดหนุนของที่ระลึก</p>
<p>ฝีมือชาวเขา มีบริการพาเที่ยวรอบๆ</p>
<p>บริเวณแบบขี่ม้า มีที่พักบ้านดิน พัก 2 คน</p>
<p>ราคา 1,000 บาท, 4 คน 2 เตียง 1500 บาท</p>
<p>12 คน 6 เตียง 4,000 บาท</p>
<p>เดินทางต่อทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1095 ไปทางปางมะผ้า มุ่งหน้าโครงการ</p>
<p>พระราชดำริปางตอง 2 หรือที่รู้จักกันว่า</p>
<p>“ปางอุง๋ ” ผ่าน อุทยานแหง่ ชาติถ้ำปลา-</p>
<p>น้ำตกผาเสื่อ (0-5369-2055, 0-5361-9036)</p>
<p class="style2">ถ้ำใต้เชิงเขา มีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำ</p>
<p>ตลอดทั้งปี บริเวณปากถ้ำเป็นวังน้ำกว้าง</p>
<p>2 เมตร ลึก 1.5 เมตร ฝูงปลาขนาดใหญ่</p>
<p>สีดำเทาอมฟ้า เรียกว่า ปลามุงหรือพลวง</p>
<p>อาศัยบริเวณนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปลา</p>
<p>ศักดิ์สิทธิ์ ไม่นำมารับประทาน</p>
<p>ส่วนน้ำตกผาเสื่อ น้ำตกขนาดกลาง</p>
<p>มาจากลำแม่น้ำสะงา สูง 10 เมตร กว้าง</p>
<p>15 เมตร น้ำไหลเต็มหน้าผากว้างในช่วง</p>
<p>ฤดูฝน รูปร่างคล้ายเสื่อ ฤดูแล้งน้ำน้อย</p>
<p>แต่ก็มองเห็นหินสวยงาม</p>
<p>เส้นทางนี้ เป็นถนนคอนกรีตและ</p>
<p>ต่อด้วยถนนลูกรัง คดเคี้ยวขึ้นเขา หาก</p>
<p>เป็นฤดูหนาวจะมีหมอกหนา พักที่ปางอุ๋ง</p>
<p>หาที่พักได้ในโครงการฯ (0-5369-2056,</p>
<p>0-5368-1740) ราคา 1,500-2,000 บาท</p>
<p>เต็นท์ 250-400 บาท มีลานกางเต็นท์</p>
<p>กว้างขวางมาก หรือเลือกที่พักของชาว</p>
<p>บ้านละแวกนั้น ส่วนพื้นที่จอดรถต้อง</p>
<p>จอดในที่ที่จัดไว้ไม่อนุญาตให้จอดบริเวณ</p>
<p>อ่างเก็บน้ำ</p>
<p>รวมไทยเกสท์เฮ้าส์ (0-5361-1244)</p>
<p>อยู่ติดริมทะเลสาบวิวดี 250บาท/คืน,</p>
<p>โฮมสเตย์บ้านลุงปาละ (0-5369-2144)</p>
<p>เดินไปอีกนิดไม่ติดทะเลสาบ แต่ได้</p>
<p>บรรยากาศแบบวิถีชีวิตคนท้องถิ่น กาแฟ-</p>
<p>อาหารเช้า 100-350 บาท/คืน ควรจอง</p>
<p>ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน</p>
<p>อยากได้บรรยากาศภาพสวยต้อง</p>
<p>ตื่นเช้าเสมอ ในฤดูหนาวริมทะเลสาบจะ</p>
<p>เต็มไปด้วยหมอก และแสงแดดสีส้ม</p>
<p>พร้อมกับทิวสนสีเขียวและผืนน้ำสะท้อน</p>
<p>ภาพภูเขาสวยงามมาก อากาศเย็นตลอดปี</p>
<p>หากเป็นฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ 10</p>
<p>องศาเซลเซียส หลายคนบอกว่า เป็น</p>
<p>สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย</p>
<p>ย้อนกลับทางเดิม มุ่งหน้า อ.เมือง</p>
<p>แม่ฮ่องสอน แต่ระหว่างทางยังมีเวลา</p>
<p>แวะพอกหน้า พอกตัว ที่ ภูโคลน หรือ</p>
<p>“ภูโคลนคันทรี่คลับ” 1 ใน Unseen</p>
<p>Thailand และ 1 ใน 3 แห่งของโลก</p>
<p>แหล่งโคลนและน้ำแร่ธรรมชาติ ค้นพบ</p>
<p>อยูใ่ ตพ้ ื้นดินอุณหภูมิ 90-140 องศาเซลเซียส</p>
<p>เป็นโคลนเดือดสีดำนำมาพอกตัว หน้า</p>
<p>ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง ช่วยการหมุนเวียน</p>
<p>ของโลหิต เพราะมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์</p>
<p>เที่ยวได้ตลอดทั้งปี บริการในรูปแบบ</p>
<p>สปาและสระน้ำแร่ธรรมชาติ (0-5361-</p>
<p>2265, 08-6198-0722)</p>
<p class="style2">ภูโคลน อยู่บริเวณ กม.ที่ 191</p>
<p>เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก-บ้าน</p>
<p>ห้วยนาขาน ประมาณ 4 กิโลเมตร</p>
<p>จากภูโคลน ขับต่ออีกประมาณ</p>
<p>6 กม. ถึง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หากน้ำมัน</p>
<p>เหลือน้อยแวะเติมปั๊มในเมือง และกิน</p>
<p>มื้อกลางวัน ร้านเฟิร์น ใจกลางเมือง</p>
<p class="style2">จากนั้นขับรถเที่ยววัดพระธาตุ</p>
<p>จองคำ-จองกลาง บริเวณสวนสาธารณะ</p>
<p>หนองจองคำ ใจกลางเมือง เป็นวัดเก่าแก่</p>
<p>ศิลปะไทยใหญ่ที่งดงาม ใกล้กันเป็น</p>
<p>วัดจองกลาง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์</p>
<p>จำลอง ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์</p>
<p class="style2">ไปวัดพระธาตุดอยกองมู ดูสถาปัตยกรรม</p>
<p>ไทยใหญ่เดิมชื่อวัดปลายดอย ปูชนียสถาน</p>
<p>คู่บ้านคู่เมือง สามารถมองเห็นตัวเมือง</p>
<p>แม่ฮ่องสอน</p>
<p>ออกเดินทางต่อไป ดอยแม่อูคอ</p>
<p>(96 กม.) ระหว่า่งทางแวะหมู่บ้า้นกะเหรี่ยง</p>
<p>คอยาวห้วยเสือเฒ่า จาก อ.เมือง</p>
<p>มาทางศาลากลาง ใช้ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>108 ที่จะไปขุนยวม ผ่านศาลากลาง</p>
<p>ไปจะพบประตูเมืองแม่ฮ่องสอน เจอ</p>
<p>สามแยกให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปตามทาง</p>
<p>สายหลักจะข้ามสะพานแม่น้ำปาย ผ่าน</p>
<p>ลานเฮลิคอปเตอร์ เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทาง</p>
<p>ขนานไปกับลานฯระยะทางจากในเมือง</p>
<p>ถึงห้วยเสือเฒ่าประมาณ 12 กิโลเมตร</p>
<p>เส้นทางแคบและมีทางน้ำล้น</p>
<p>เดินทางต่อ ทางหลวงหมายเลข 108</p>
<p>มุ่งหนา้ อ.ขุนยวม ระยะทาง 67 กิโลเมตร</p>
<p>เยื้อง สภ.ขุนยวม (0-5369-1115) มีธนาคาร</p>
<p>กรุงไทย ก่อนถึง อ.ขุนยวม 1 กิโลเมตร</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 1263 อีก 27</p>
<p>กิโลเมตร ถึง“ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ”</p>
<p>เป็นถนนลาดยางอย่างดี ทางราบ แต่</p>
<p>13 กิโลเมตรสุดท้าย ถนนแคบ คดเคี้ยว</p>
<p>บนเนินเขา บางช่วงสูงชัน</p>
<p class="style2">ทุ่งบัวตองจะบานสวยงามทั้งดอย</p>
<p>แม่อูคอ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง</p>
<p>1 พันไร่</p>
<p>รุ่งขึ้นขับกลับทางเดิมเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 108 ไป อ.แม่ลาน้อยถึงสามแยก</p>
<p>โรงพยาบาลแม่ลาน้อย (0-5368-9060)</p>
<p>แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1266</p>
<p>ที่ กม.132-133 ไปอีก 5 กิโลเมตร ถึง</p>
<p>วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล (0-5361-2078)</p>
<p>เป็นถนนคอนกรีต ผ่านหมู่บ้านอย่าใช้</p>
<p>ความเร็ว</p>
<p>วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล Unseen</p>
<p>Thailand ภายในถ้ำ เป็นผลึกแคลไซต์</p>
<p>สีขาวฉาบตามผนัง พื้น และเพดาน</p>
<p>หรือเรียกว่า ถ้ำน้ำแข็ง สะท้อนกับแสง</p>
<p>ดูสวยงาม ถ้ำลักษณะนี้พบได้เ้พียง 3 แห่ง</p>
<p>ในโลกที่ออสเตรเลีย จีน และไทย</p>
<p class="style2">Tip ภายในถ้ำมีอากาศน้อย</p>
<p>เจ้าหน้าที่จัดให้เข้าชมเป็นรอบๆ ละ</p>
<p>20 นาที ครั้งละ 20 คน ในช่วงฤดูหนาว</p>
<p>มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ค่าเข้าชม</p>
<p>ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท เปิดทุกวัน</p>
<p>08.30-16.30 น. ต้องจอดรถที่ลานจอด</p>
<p>ที่ทำการศูนย์บริการท่องเที่ยว อบต.</p>
<p>แม่ลาน้อย นั่งรถสองแถวขึ้นไปถ้ำ บริเวณ</p>
<p>หนา้ ถ้ำที่จอดรถมีจำกัด</p>
<p>บ่ายออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดย</p>
<p>ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 ลง อ.แม่สะเรียง</p>
<p>เลี้ยวซา้ ย ตามทางหลวงหมายเลข 108 ไป</p>
<p>อ.ฮอด เข้า อ.จอมทอง อ.สันป่าตอง</p>
<p>และ อ.เมืองเชียงใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคเหนือ ทริป 6 พระอาทิตย์ขึ้นภูชี้ฟ้า ซากุระดอยแม่สลอง พิชิตยอดดอยอินทนนท์ - เชียงใหม่ เชียงราย</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-6-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-6-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 09:23:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=269</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

พระอาทิตย์ขึ้นภูชี้ฟ้า ซากุระดอยแม่สลอง พิชิตยอดดอยอินทนนท์ - เชียงใหม่ เชียงราย
3 วัน 2 คืน
เริ่มที่อ.เมือง เชียงราย ใช้ทางหลวง

หมายเลข 1 จนถึง อ.แม่จัน แยกซ้าย

เข้าทางหลวงหมายเลข 1089 อีก 23

กิโลเมตร จนถึงหมู่บ้า้นผาเดื่อ แวะพักรถ

เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมชาวเขา

ขับรถต่อ จนถึง 3 แยกบ้านอีก้อแยกซ้าย

ไปดอยแม่สลองอีก 18 กิโลเมตร เป็น

ลาดยางตลอดสาย ถึง “ดอยแม่สลอง”

อ.แม่ฟ้า้ หลวง ชมไร่ชา และหมู่บ้า้นชาวเขา

อย่าพลาดชิมขาหมูและชาดอยแม่สลอง
ย้อนกลับทางเดิม จนถึงทางหลวง

หมายเลข 1 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1149 อีก 15 กิโลเมตรถึง “พระตำหนัก

ดอยตุง” เป็นที่ประทับแปรพระราชฐาน

เพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทรา

บรมราชชนนี ศิลปะล้านนาผสมชาเลย์

ของสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดชมวิวที่ระเบียง

ด้านหน้าพระตำหนักมีนิทรรศการในหอ

พระราชประวัติพรรณไม้เมืองหนาว

นานาชนิดในสวนแม่ฟ้าหลวง ก่อนกลับ

แวะชมรา้ นจำหนา่ ยสินคา้ ที่ระลึก

เปิดทุกวัน 07.00-18.00 น.

เข้าชมพระตำหนักดอยตุง 70 บาท

เข้าชมสวนแม่ฟ้าหลวง 50 บาท

ถ้าซื้อตั๋วรวม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-54"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-52"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p class="style7">พระอาทิตย์ขึ้นภูชี้ฟ้า ซากุระดอยแม่สลอง พิชิตยอดดอยอินทนนท์ - เชียงใหม่ เชียงราย</p>
<p class="style6"><strong>3 วัน 2 คืน</strong></p>
<p class="style2">เริ่มที่อ.เมือง เชียงราย ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1 จนถึง อ.แม่จัน แยกซ้าย</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 1089 อีก 23</p>
<p>กิโลเมตร จนถึงหมู่บ้า้นผาเดื่อ แวะพักรถ</p>
<p>เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมชาวเขา</p>
<p>ขับรถต่อ จนถึง 3 แยกบ้านอีก้อแยกซ้าย</p>
<p>ไปดอยแม่สลองอีก 18 กิโลเมตร เป็น</p>
<p>ลาดยางตลอดสาย ถึง “ดอยแม่สลอง”</p>
<p>อ.แม่ฟ้า้ หลวง ชมไร่ชา และหมู่บ้า้นชาวเขา</p>
<p>อย่าพลาดชิมขาหมูและชาดอยแม่สลอง</p>
<p class="style2">ย้อนกลับทางเดิม จนถึงทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1149 อีก 15 กิโลเมตรถึง “พระตำหนัก</p>
<p>ดอยตุง” เป็นที่ประทับแปรพระราชฐาน</p>
<p>เพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทรา</p>
<p>บรมราชชนนี ศิลปะล้านนาผสมชาเลย์</p>
<p>ของสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดชมวิวที่ระเบียง</p>
<p>ด้านหน้าพระตำหนักมีนิทรรศการในหอ</p>
<p>พระราชประวัติพรรณไม้เมืองหนาว</p>
<p>นานาชนิดในสวนแม่ฟ้าหลวง ก่อนกลับ</p>
<p>แวะชมรา้ นจำหนา่ ยสินคา้ ที่ระลึก</p>
<p>เปิดทุกวัน 07.00-18.00 น.</p>
<p>เข้าชมพระตำหนักดอยตุง 70 บาท</p>
<p>เข้าชมสวนแม่ฟ้าหลวง 50 บาท</p>
<p>ถ้าซื้อตั๋วรวม 2 แห่ง 100 บาท</p>
<p>ปิดกรกฎาคม-กันยายน (0-5376-7015-7)</p>
<p class="style2">ใชท้ างหลวงหมายเลข 1149 ขึ้นเหนือ</p>
<p>ตรงไป ผ่านสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง</p>
<p>กม.ที่ 17.5 ถึง “พระธาตุดอยตุง” ซึ่ง</p>
<p>บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูก</p>
<p>ไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า เป็นครั้งแรก</p>
<p>ที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ได้มา</p>
<p>ประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้าง</p>
<p>ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า</p>
<p>ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวาปักไว้บนยอดดอย</p>
<p>เรียกว่า ดอยตุง</p>
<p>ตรงไปอีก 23 กิโลเมตร ถึง อ.แม่สาย</p>
<p>สิ้นสุดทางหลวงหมายเลข 1149</p>
<p>ตรงข้ามกับ อ.ท่าขี้เหล็กของพม่า ตลาด</p>
<p>ชายแดนอันเลื่องชื่อ จอดรถที่บริเวณ</p>
<p>ตลาด เดินชมสินค้า 2 ชาติ มีพ่อค้าแม่ค้า</p>
<p>ชาวพม่าข้ามมาขายขนมอาหารฝั่งไทย</p>
<p>หรือจะข้ามแดนไปซื้อสินค้าตลาดฝั่งพม่า</p>
<p>ด้านซ้ายของตลาดมีทางเดินขึ้นดอย</p>
<p>ไปอีก 200 เมตร ผ่านบันไดนาคขึ้นสู่</p>
<p>“พระธาตุดอยเวา” พระบรมธาตุเก่าแก่</p>
<p>องค์หนึ่งรองจากพระบรมธาตุดอยตุง</p>
<p>บรรจุพระเกศาธาตุ บริเวณริมดอย มีจุด</p>
<p>ชมวิว มองเห็นทั้งแม่สาย และท่าขี้เหล็ก</p>
<p>ของฝั่งพม่า</p>
<p>หลังจากเที่ยวตลาดชายแดน</p>
<p>เดินทางกลับตัวเมืองเชียงราย และมุง่ หนา้</p>
<p>“วนอุทยานภูชี้ฟ้า” ยอดเขาหน้าผาตัด</p>
<p>ยื่นไปฝั่งลาว บนความสูงจากระดับ</p>
<p>น้ำทะเล 1,628 เมตร โดยใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1020 จนถึง อ.เทิง ระยะทาง</p>
<p>64 กิโลเมตร เดินทางต่อตามทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1021 เทิง-เชียงคำ ระยะทาง</p>
<p>27 กิโลเมตร แต่ก่อนถึงเชียงคำ 6</p>
<p>กิโลเมตร มีทางแยกไปวนอุทยานน้ำตก</p>
<p>ภูซาง-บ้านฮวก ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1093 อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางไป</p>
<p>ภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร เดินต่ออีก</p>
<p>1 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิว</p>
<p>หรือไปเส้นทางรอง ระยะทางใกล้กว่า</p>
<p>จาก อ.เทิง 6 กิโลเมตรเจอแยกซ้าย</p>
<p>ที่บ้านปี้เข้าทางหลวงหมายเลข 1155</p>
<p>อีก 41 กิโลเมตร จนถึงภูชี้ฟ้า ผ่าน</p>
<p>หมู่บ้า้นม้งถนนกว้า้งและดีกวา่ เส้นทางอื่น</p>
<p>แต่คดเคี้ยวขึ้นเขา ใช้ความเร็วต่ำ เกียรต์</p>
<p>ระวังรถสวน ใช้เวลาในการเดินทาง</p>
<p>2 ชั่วโมง 30 นาที</p>
<p>จุดชมวิวชมทะเลหมอกภูชี้ฟ้ายามเช้า</p>
<p>ขึ้นได้ 2 ทาง คือ ด้านหน่วยบริการ</p>
<p>นักท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านร่มฟ้าไทย และ</p>
<p>ที่ทำการหน่วยจัดการต้นน้ำฯ ศูนย์ศิลปาชีพ</p>
<p>ตำหนักทรงงานที่หมู่บ้า้นร่มฟ้า้ทอง</p>
<p>เช้ามืด ชมทะเลหมอกและ</p>
<p>พระอาทิตย์ขึ้นยามเชา้ เก็บภาพประทับใจ</p>
<p>กลับลงมากินข้าวเช้า พร้อมเก็บข้าวของ</p>
<p>เดินทางต่อ ใช้ทางเดิมออกจากภูชี้ฟ้า</p>
<p>กลับเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ที่เมือง</p>
<p>เชียงราย แวะเติมน้ำมันที่ กม.816-825</p>
<p>มีปั๊มเป็นระยะ บางจาก เอสโซ่ ปิโตรนาส</p>
<p>รถคันไหนที่ต้องการเติม LPG ต้องแวะ</p>
<p>ปั๊ม PURE ที่ กม. 824 จากนั้นขับลงใต้</p>
<p>มุ่งหน้า จ.เชียงใหม่ ระหว่างทางแวะ</p>
<p>“วัดรอ่ งขุน่ ” กม.ที่ 817-818 แยกขวาเข้า</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 1211 ไป 100 เมตร</p>
<p>ถึงวัดร่องขุ่น ฝีมือออกแบบก่อสร้าง</p>
<p>โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์</p>
<p>จิตรกรชั้นแนวหน้าของประเทศไทย</p>
<p>พระอุโบสถเป็นสีขาวประดับด้วยกระจก</p>
<p>บนปูนปั้นลายไทยพลาดไม่ได้ ต้องชม</p>
<p>ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ</p>
<p>ฝีมือของอาจารย์เฉลิมชัย</p>
<p>เดินทางต่อไปทาง อ.แม่ลาว ผ่าน</p>
<p>โรงพยาบาลแม่ลาว (0-5360-3100)</p>
<p>ไป 3-4 กิโลเมตร จนถึงแยก ตัดทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 118 เลี้ยวแยกขวา เจอปมั๊ เอสโซ่</p>
<p>ผ่าน อ.แม่สรวย โรงพยาบาลแม่สรวย</p>
<p>(0-5378-6017) ผ่าน อ.เวียงป่าเป้าจนถึง</p>
<p>กม. ที่ 65 แวะพักรถที่ “บ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน”</p>
<p>บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ บริเวณเดียวกัน</p>
<p>มีร้านขายอาหาร ของฝาก ของที่ระลึก</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 จนเข้าเขต</p>
<p>อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และเข้าตัวเมือง</p>
<p>เชียงใหม่ จนตัดกับทางหลวงหมายเลข</p>
<p>11 ใหเ้ลี้ยวขวา เขา้ ถนนซุปเปอรไ์ฮเวย์ขับ</p>
<p>จนถึงสี่แยกรินคำตัดกับถนนห้วยแก้ว</p>
<p>ให้แยกขวาไป “วัดพระธาตุดอยสุเทพ</p>
<p>ราชวรวิหาร” กราบสักการะวัดคู่เมือง</p>
<p>เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ ชมวิว</p>
<p>จากมุมสูง มองลงไปเห็นเมืองเชียงใหม่</p>
<p>อยู่เบื้องล่าง เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา</p>
<p>ลาดชัน ถนน 2 เลน ระวังรถสวนช่วง</p>
<p>ทางโค้ง ระยะทาง 12 กิโลเมตร จากเชิงดอย</p>
<p>จอดรถที่ลานจอดตลาดด้า้นหนา้ วัด</p>
<p>เดินขึ้นบันได กว่า 300 ขั้นเช็คความอึด</p>
<p>ของร่างกาย ถ้าไม่อยากเหนื่อยใช้บริการ</p>
<p>รถกระเช้า จนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ</p>
<p>หลังมื้อกลางวันขึ้น อุทยานแห่งชาติ</p>
<p>ดอยอินทนนท์ ยอดเขาสูงสุดในประเทศ</p>
<p>ไทย เติมน้ำมัน ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์</p>
<p>ให้เต็มถัง จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง</p>
<p>ผา่ นอ.หางดง อ.สันปา่ ตอง กิ่ง อ.ดอยหลอ่</p>
<p>จนถึง กม.ที่ 57 มีแยกขวาเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1009</p>
<p>เริ่มต้นสาย จอมทอง-อินทนนท์</p>
<p>ระยะทาง 48 กิโลเมตร เป็นถนน</p>
<p>ลาดยางทางดี ถนนกว้างขับสบาย</p>
<p>เส้นทางคดเคี้ยว ขึ้นเขาและลงเขาใน</p>
<p>บางช่วง ให้ใช้ความระมัดระวัง ควรใช้</p>
<p>เกียร์ต่ำในช่วงลงเขา ไม่ต้องแตะเบรก</p>
<p>บ่อย จนเบรกไหม้ ยิ่งในช่วงฤดูหนาว</p>
<p>เส้นนี้การจราจรคับคั่งถึงขั้นรถติด</p>
<p>ด่านตรวจ กม.ที่ 8 นักท่องเที่ยว</p>
<p>ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ กม.ที่ 9</p>
<p>ผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการ</p>
<p>ร้านอาหาร เครื่องอำนวยความสะดวก</p>
<p>ที่พัก ลานกางเต็นท์ ต้องติดต่อล่วงหน้า</p>
<p>อย่างน้อย 7 วัน ที่พักของอุทยานฯ อยู่</p>
<p>กม.ที่ 31 กองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้</p>
<p>(0-2579-7223, 0-2579-5734)</p>
<p>ติดต่อที่พักแล้ว เดินทางต่อถึง</p>
<p>กม.ที่ 30 มีทางแยกขวา เข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1284 เป็นถนนลูกรังขับต่อ</p>
<p>ประมาณ 1 กิโลเมตร ถึง โครงการ</p>
<p>หลวงอินทนนท์ อยู่ที่บ้านขุนกลาง ชม</p>
<p>แปลงไม้ดอกของโครงการ เบญจมาศ</p>
<p>คารเ์ นชั่น ยิปโซ มีแปลงไมด้ อกของชาวเขา</p>
<p>ที่ทางโครงการฯ ส่งเสริมอาชีพให้ปลูก</p>
<p>ตกเย็นเข้าที่พักต้องนอนหัวค่ำ เพราะ</p>
<p>ต้องตื่นเช้า</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 1009 ขับ</p>
<p>ต่อไปจนถึง กม.ที่ 37 เจอสามแยก ตัด</p>
<p>กับทางหลวงหมายเลข 1192 ให้แยกขวา</p>
<p>ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ผ่าน</p>
<p>จุดตรวจที่ 2 มีห้องน้ำบริการ เลยไปอีก</p>
<p>3 กิโลเมตร ผ่านพระมหาธาตุนภพล</p>
<p>ภูมิสิริ และพระมหาธาตุนภเมทนีดล</p>
<p>จนสิ้นสุดทางหลวงหมายเลข 1009</p>
<p>ที่จุดสูงสุดของดอยอินทนนท์ มีลาน</p>
<p>จอดรถกว้างขวาง หากจอดที่ลาดเอียง</p>
<p>นำหินก้อนใหญ่หรือไม้ท่อนใหญ่หนุนล้อ</p>
<p>ป้องกันรถไหลไปตามทางลาดชัน</p>
<p>ชมสายหมอก สัมผัสความหนาว</p>
<p>เย็นบนยอดดอยสูง จากระดับน้ำทะเล</p>
<p>2,565 เมตร อย่าลืมถ่ายรูปคู่กับป้าย</p>
<p>“สูงสุดแดนสยาม” ย้อนกลับเส้นทาง</p>
<p>เดิมจนถึง กม.ที่ 42 ชะลอรถ ชิดซ้าย</p>
<p>เข้าลานจอด ฝั่งตรงข้าม พระมหาธาตุ</p>
<p>นภพลภูมิสิริ และพระมหาธาตุ</p>
<p>นภเมทนีดล จากนั้นเดินข้ามถนน</p>
<p>เพื่อชมความงามทั้งภายในและบริเวณ</p>
<p>พระมหาธาตุ สามารถชมวิวของดอย</p>
<p>อินทนนท์ได้โดยรอบเมื่อมองจาก</p>
<p>พระมหาธาตุ</p>
<p>ออกเดินทางต่อ ย้อนกลับทางเดิม</p>
<p>ลงเขา จนใกลถึ้ง ที่พักอุทยานฯ กม.ที่ 31</p>
<p>ซ้ายมือจะเจอตลาดชาวเขาริมทาง</p>
<p>แวะซื้อสินค้า ผัก ผลไม้ ของพื้นเมือง</p>
<p>หรือเดินข้ามไปอีกฝั่งกินมื้อกลางวัน</p>
<p>ที่ศูนย์บริการข้อมูลอินทนนท์ หรือ</p>
<p>ร้านลุงแดง ที่นี่ยังให้บริการข้อมูล</p>
<p>เรื่องนกเส้นทางการดูนกและภาพถ่าย</p>
<p>ยังอยู่บนถนนเส้นเดิม ย้อนกลับ</p>
<p>จนถึง กม.ที่ 21 ซ้ายมือจะมีป้ายบอก</p>
<p>ทางเข้า “น้ำตกวชิราธาร” เลี้ยวซ้ายอีก</p>
<p>500 เมตรจนถึงน้ำตก มีลานจอดรถ</p>
<p>กว้างขวาง มีร้านอาหาร-เครื่องดื่ม เป็น</p>
<p>อีกทางเลือกกินมื้อกลางวันที่นี่</p>
<p>ใช้ทางเดิม ย้อนกลับอ.จอมทอง</p>
<p>เลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข 108</p>
<p>แวะชม “น้ำตกแม่ยะ” อยู่ที่ กม.ที่ 1</p>
<p>จากสามแยก จอมทอง-อินทนนท์</p>
<p>มีทางแยกเข้าไปอีก 14 กิโลเมตร</p>
<p>จอดรถที่บริเวณลานจอด และเดิน</p>
<p>เข้าไปอีก 200 เมตร จนถึงตัวน้ำตก</p>
<p>ขนาดใหญ่สวยงาม น้ำไหลจากความสูง</p>
<p>280 เมตร กระทบหินเบื้องล่างรวม</p>
<p>เป็นแอ่งน้ำลงเล่นน้ำได้ถ้าอากาศไม่หนาว</p>
<p>จนเกินไป</p>
<p>ขากลับ ใช้ทางหลวง 108 จนถึง</p>
<p>อ.เมือง เชียงใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-6-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคเหนือ ทริป 4 สักการะพระธาตุปีเกิด วัดเก่าล้านนา พิชิตภูลังกา ภูคา - แพร่้ - น่าน - พระเยา</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 09:14:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน
จากตัวเมืองแพร่ ไปถนนช่อแฮ

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1022 ระยะทาง

9 กิโลเมตร ถึง วัดพระธาตุช่อแฮ เจดีย์

ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรม

สารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า

ปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่

เป็นพระธาตุประจำปีขาล วันขึ้น 9 ค่ำ-

ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ช่วงเดือนมีนาคม

ของทุกปี จะมีงานนมัสการพระธาตุช่อแฮ
เดินทางต่อไป “วนอุทยานแพะ

เมืองผี” โดยย้อนกลับทางเดิม เลี้ยวขวา

เข้าทางหลวงหมายเลข 101 ไปทาง

อ.หนองม่วงไข่ ประมาณ 12 กิโลเมตร

จนถึง กม.ที่ 143 เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวง

หมายเลข 1134 อีก 6 กิโลเมตร ถึง

วนอุทยานแพะเมืองผี มีลักษณะเป็นดิน

และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ

เป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ เช่น ดอกเห็ด

หน้าผา ดูแล้วแปลกตา ชื่อ แพะเมืองผี

น่าจะมาจากภาษาพื้นเมือง แพะ แปลว่า

ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า

เงียบเหงา วังเวง

เดินทางต่อด้วยทางหลวง 101

จนเข้าเขต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-48"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-46"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong></strong><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style3">จากตัวเมืองแพร่ ไปถนนช่อแฮ</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 1022 ระยะทาง</p>
<p>9 กิโลเมตร ถึง วัดพระธาตุช่อแฮ เจดีย์</p>
<p>ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรม</p>
<p>สารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า</p>
<p>ปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่</p>
<p>เป็นพระธาตุประจำปีขาล วันขึ้น 9 ค่ำ-</p>
<p>ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ช่วงเดือนมีนาคม</p>
<p>ของทุกปี จะมีงานนมัสการพระธาตุช่อแฮ</p>
<p class="style3">เดินทางต่อไป “วนอุทยานแพะ</p>
<p>เมืองผี” โดยย้อนกลับทางเดิม เลี้ยวขวา</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 101 ไปทาง</p>
<p>อ.หนองม่วงไข่ ประมาณ 12 กิโลเมตร</p>
<p>จนถึง กม.ที่ 143 เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1134 อีก 6 กิโลเมตร ถึง</p>
<p>วนอุทยานแพะเมืองผี มีลักษณะเป็นดิน</p>
<p>และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ</p>
<p>เป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ เช่น ดอกเห็ด</p>
<p>หน้าผา ดูแล้วแปลกตา ชื่อ แพะเมืองผี</p>
<p>น่าจะมาจากภาษาพื้นเมือง แพะ แปลว่า</p>
<p>ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า</p>
<p>เงียบเหงา วังเวง</p>
<p>เดินทางต่อด้วยทางหลวง 101</p>
<p>จนเข้าเขต อ.ร้องกวาง บรรจบสี่แยก</p>
<p>ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 103</p>
<p>อีก 18 กิโลเมตร ผ่านโรงพยาบาล</p>
<p>ร้องกวาง (0-5459-7115,0-5459-7398)</p>
<p>ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1154 เข้า อ.สอง</p>
<p>ออกจาก อ.สองไปอีก 3 กิโลเมตร ถึง</p>
<p>พระธาตุพระลอ พระธาตุเก่าแก่อายุกว่า</p>
<p>400 ปี สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์เพื่อระลึก</p>
<p>ถึงความรักอมตะของพระลอแห่งนคร</p>
<p>แมนสรวง และพระเพื่อน-พระแพงแห่ง</p>
<p>เมืองสรอง เป็นต้นกำเนิดของวรรณคดี</p>
<p>เรื่องลิลิตพระลอ</p>
<p>ย้อนกลับทางเดิม จนถึง สี่แยก</p>
<p>เลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ไป</p>
<p>อ.ร้องกวาง ผ่าน อ.ร้องกวาง จนถึง</p>
<p>สามแยกบรรจบกับทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1216 เลี้ยวขวา จนถึง อ.นาน้อย จ.น่าน</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 1083 ต่อจนถึง</p>
<p>กม.ที่ 18 เลี้ยวซ้ายไปอีก 2 กิโลเมตร</p>
<p>ตามถนนคอนกรีตแคบ ถึง ผาชู้ ซึ่งเป็น</p>
<p>ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน</p>
<p class="style3">หน้าผาสูงดอยผาชู้ ตามตำนาน</p>
<p>เล่าว่า เป็นสถานที่ปิดฉากของความรัก</p>
<p>สามเส้า มีธงชาติอยู่บนยอดผาและสายธง</p>
<p>ยาวที่สุดในประเทศไทยอยู่ด้านล่าง</p>
<p>ดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์</p>
<p>เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความ</p>
<p>นิยม เดินทางโดยขับรถย้อนกลับมาที่</p>
<p>กม.ที่ 16 อยู่ด้านเดียวกับทางเข้าผาชู้</p>
<p>ไปตามถนนลูกรังประมาณ 650 เมตร</p>
<p>เป็นจุดชมวิว เห็นทั้งแม่น้ำน่าน ทิวเขา</p>
<p>ดอยเสมอดาวเป็นจุดชมพระอาทิตยข์ ึ้น</p>
<p>และพระอาทิตยต์ กที่สวยที่สุด พื้นที่ลาน</p>
<p>กว้างเหมาะแก่การดูดาว ทางอุทยานให้</p>
<p>กางเต็นท์นอนชมดาวได้ แต่ควรเตรียม</p>
<p>เสบียง และอุปกรณค์ า้ งแรมไปเอง นอกจากนี้</p>
<p>ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ติดต่อ</p>
<p>ที่ทำการอุทยานฯ (0-5470-1106)</p>
<p class="style3">รุ่งเช้าไปไหว้พระในตัวเมืองน่าน</p>
<p>โดยย้อนกลับทางเดิม จนถึง อ.นาน้อย</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 1206 เข้า อ.เวียงสา</p>
<p>และใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ไป อ.เมือง</p>
<p>เมื่อถึง อ.เมืองขับไปตามถนนมหายศ</p>
<p>ผ่านวัดสวนตาล แยกขวาเข้าถนน</p>
<p>ผากองผ่านเทศบาลเมืองน่าน จะเห็น</p>
<p>วัดภูมินทร์ อยู่ทางขวามือ ใกล้กับ</p>
<p>พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ</p>
<p class="style3">วัดภูมินทร์ เป็นวัดหลวง สร้าง</p>
<p>ทรงจตุรมุข แห่งเดียวในประเทศไทย</p>
<p>ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว</p>
<p>เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหารและพระเจดีย์</p>
<p>ประธาน ในวิหารหลวงมีภาพจิตรกรรม</p>
<p>ฝาผนัง หรือ ฮูบแต้มศิลปกรรมไทลื้อ</p>
<p>เล่าเรื่องชาดก ตำนานพื้นบ้าน และ</p>
<p>วิถีชีวิตของคนเมืองในปลายสมัยรัชกาลที่ 4</p>
<p>ภาพปู่ม่าน ย่าม่านได้รับการยกย่อง</p>
<p>ว่าภาพงามเป็นเยี่ยม ใจกลางพระอุโบสถ</p>
<p>ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย</p>
<p>ขนาดใหญ่สี่องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชี</p>
<p>หันพระพักตร์ (หนา้ ) ออกดา้ นประตูทั้ง 4 ทิศ</p>
<p>เบื้องพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน</p>
<p class="style3">จากตัวเมืองน่าน ข้ามสะพาน</p>
<p>แม่น้ำน่าน ไปตามทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1168 สายน่าน-แม่จริม ประมาณ 3</p>
<p>กิโลเมตร ถึง วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง</p>
<p>ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์ทรงระฆังเป็น</p>
<p>พระธาตุประจำปีกระต่าย ชาวล้านนา</p>
<p>เชื่อว่า หากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือ</p>
<p>นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับ</p>
<p>อานิสงส์อย่างยิ่ง</p>
<p class="style3">แวะพักกินข้า้วเที่ยงในตัวเมืองน่า่น</p>
<p>ก่อนเดินทางต่อไปอุทยานแห่งชาติดอยภูคา</p>
<p>ออกจากตัวเมืองน่านโดยใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1080 ผ่าน อ.ท่าวังผา จนถึง</p>
<p>อ.ปัว เป็นถนนลาดยาง ระยะทาง</p>
<p>60 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1256 ไปทาง อ.บ่อเกลือ อีก 25 กิโลเมตร</p>
<p>ถึงที่ทำการอุทยานแหงชาติดอยภูคา</p>
<p class="style3">ยอดดอยภูคาเป็นยอดเขาที่สูง</p>
<p>ที่สุด ในจังหวัดน่าน ถึง 1,980 เมตร จาก</p>
<p>ระดับน้ำทะเล เป็นป่าต้นน้ำ ทิวทัศน์</p>
<p>สวยงาม ฤดูหนาว ธันวาคม-มกราคม</p>
<p>อากาศหนาวจัด ประมาณ 5 องศาเซลเซียส</p>
<p>เส้นทางจาก อ.ปัวจนถึงที่ทำการฯ</p>
<p>ค่อนข้างคดเคี้ยว และลาดชัน ไปตาม</p>
<p>ภูเขาสูง ต้องใช้ความระมัดระวัง ใช้</p>
<p>เกียร์ต่ำ อย่าแตะเบรกบ่อย เพราะอาจ</p>
<p>จะทำให้เบรกไหม้</p>
<p>ชมพูภูคา ดอกสีชมพูอมขาว</p>
<p>เป็นพันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์ พบเฉพาะ</p>
<p>ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาแห่งเดียว</p>
<p>เท่านั้น ผลิดอกสวยงาม ช่วงกุมภาพันธ์-</p>
<p>มีนาคม</p>
<p>รุ่งขึ้น หลังดื่มด่ำบรรยากาศสดชื่น</p>
<p>ณ ที่ทำการอุทยานฯ กินมื้อเช้าเดินทาง</p>
<p>ต่อไป วนอุทยานภูลังกา จ.พะเยา</p>
<p>โดยย้อนกลับเส้นทางเดิม จนถึง อ.ปัว</p>
<p>ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1080 กลับ</p>
<p>เข้า อ.ท่าวังผา จากนั้นใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1097 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1148 ผ่าน กิ่ง อ.สองแคว แวะเตรียม</p>
<p>เสบียงจนเข้าเขต อ.ปง จ.พะเยา เส้น</p>
<p>ทางนี้ค่อนข้างคดเคี้ยว ลาดชัน (บางช่วง</p>
<p>ไม่มีไฟรายทาง)</p>
<p>บริเวณหลัก กม.ที่ 90 ให้เลี้ยวขวา</p>
<p>มีป้ายบอกทางเข้า วนอุทยานภูลังกา</p>
<p>ขนาดใหญ่ ไปตามถนนลาดยางอย่างดี</p>
<p>ระยะทาง 12 กิโลเมตร ช่วงแรกเป็น</p>
<p>ทางราบ ต่อด้วยทางดินแดงขึ้นเขาชัน</p>
<p>คดเคี้ยว ขึ้นเขาต้องระวังรถสวนทาง</p>
<p>ทางแคบมาก เหมาะสำหรับรถขับเคลื่อน</p>
<p>4 ล้อ สภาพดี</p>
<p>รถเก๋ง เข้า้ไปได้แ้ค่ที่ทำการฯ ด้า้นล่า่ง</p>
<p>ถ้าจะเข้าไปถึงบ้านพักของวนอุทยาน</p>
<p>ต้องจ้างรถกระบะเข้าไปหรือเดินเข้า</p>
<p>ไปเอง สองข้างทางร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่</p>
<p>ถ้าจะขึ้นไปบนยอดภูลังกา จ้างรถกระบะ</p>
<p>ของชาวบ้านหรือของเจ้าหน้าที่ แทน</p>
<p>การเดินขึ้นไป</p>
<p>ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก</p>
<p>วนอุทยานภูลังกามีบ้านพัก, ลานกางเต็นท์,</p>
<p>เส้นทางปั่นจักรยาน, เส้นทางเดินป่า</p>
<p>ศึกษาธรรมชาติ ชมนก ชมธรรมชาติ</p>
<p>ที่พักและลานกางเต็นท์ มีจำนวนจำกัด</p>
<p>ควรติดต่อล่วงหน้า ก่อนตั้งโปรแกรม</p>
<p>การเดินทาง (08-1883-0307)</p>
<p>ตื่นตี 4 เดินขึ้นยอดภูลังกา (หรือ</p>
<p>จ้างรถกระบะ 4 WD) ไปชมทะเลหมอก</p>
<p>ยอดภูนมและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า</p>
<p>เปดิ ใหเ้ ขา้ ชมตั้งแต 05.00 -18.00 น.</p>
<p>เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1148 มุ่งหน้า อ.ปง บรรจบทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1188 เลี้ยวขวาไปตามทาง</p>
<p>หลวงหมายเลข 1148 จนถึงสามแยก</p>
<p>บรรจบทางหลวงหมายเลข 1092 ให้เลี้ยว</p>
<p>ซ้าย จนถึง อ.ปง</p>
<p>จาก อ.ปง ใช้ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1091 ไปทาง อ.จุน ผ่านโรงพยาบาลจุน</p>
<p>(0-5445-9035) แวะพักรถ พักคนที่</p>
<p>อ.จุน แล้วออกเดินทางต่อ ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1021 ไปทาง อ.ดอกคำใต้</p>
<p>จนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 ที่</p>
<p>อ.เมืองพะเยา</p>
<p>กราบนมัสการ “พระเจ้าตนหลวง”</p>
<p>วัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมือง ริมทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1 พระอารามหลวงชั้นตรี</p>
<p>และวัดพัฒนาตัวอย่าง คนทั่วไปเรียก</p>
<p>วัดพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศิลปะ</p>
<p>เชียงแสนที่ใหญ่ที่สุดของล้านนา ขนาด</p>
<p>หน้าตักกว้าง16 เมตร สูง 18 เมตร ถือเป็น</p>
<p>พระพุทธรูปคู่เมืองอาณาจักรล้านนาไทย</p>
<p class="style3">เดินเล่นริม กว๊านพะเยา ทะเลสาบน้ำจืด</p>
<p>ใหญ่เป็นที่ 1 ในภาคเหนือ</p>
<p>มีเทือกเขาดอยหลวงเป็นฉากหลัง</p>
<p>กว๊านเป็นภาษาพื้นเมืองหมายถึง “บึง”</p>
<p>เป็นแหล่งประมงน้ำจืดและเพาะพันธุ์ปลา</p>
<p>เช่าเรือไปนมัสการ พระกลางน้ำ ที่วัด</p>
<p>ติโลกอาราม วัดเก่าแก่หลายร้อยปี</p>
<p>จมอยู่กลางกว๊านพะเยา ค่าบริการเรือแจวคนละ</p>
<p>20 บาท ก่อนจะมานั่งพักผ่อนชม</p>
<p>พระอาทิตย์ตกริมกว๊าน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคเหนือ ทริป 3 ล่องแก่งน้ำเข็ก ภูหินร่องกล้า ป่าสนภูสอยดาว พิษณุโลก อุตรดิตร</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 08:49:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=262</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]





4 วัน 3 คืน
เริ่มตน้ การเดินทาง เมืองพิษณุโลก

หรือเมืองสองแคว จากทางหลวงหมาย

เลข 12 ไปทาง จ.สุโขทัย เมื่อถึงสะพาน

ข้ามแม่น้ำน่าน ให้เลี้ยวขวาที่เชิงสะพาน

พบประตูทางเข้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วรมหาวิหาร ชาวบ้านเรียกว่า “วัดใหญ่”

พระอารามหลวง สร้างขึ้นในสมัย

พระมหาธรรมราชาลิไทกรุงสุโขทัย

กราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูป

ปางมารวิชัยขนาดใหญ่งดงามที่สุด

ในประเทศ
ขับรถเลียบวัดใหญ่ ขึ้นเหนือไป

อีกนิด มีร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาสองแคว

ขึ้นชื่อในย่านนี้ ร้านไม่ใหญ่ไม่เล็ก เป็น

ร้านยกพื้น ถอดรองเท้าขึ้นไปบนร้าน

สั่งกว๋ ยเตี๋ยวตามใจชอบ นั่งหอ้ ยขาหันหน้า

ชมแม่น้ำน่านและหมู่บ้านแพริมน้ำ
ขับเข้าเมืองไป ถนนวิสุทธิกษัตริย์

ตรงข้ามโรงหล่อพระบูรณะไทย แวะชม

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าสิบเอก ดร.ทวี-

พิมพ์บูรณเขตต์ (0-5521-2749) รวบรวม

ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือทำมาหากิน

ของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กจนถึง

ชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้น

ดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้

ประกอบอาชีพ รวมแล้วนับหมื่นชิ้น

เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์เวลา 8.00-16.30 น.

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท

ต่างชาติ 100 บาท

จากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 12

(พิษณุโลก-หล่มสัก) ผ่านสี่แยกอินโดจีน

แยก อ.วังทอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-45"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><br class="spacer_" /></p><div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-43"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><span style="font-size: medium;"><strong></strong></span></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">เริ่มตน้ การเดินทาง เมืองพิษณุโลก</span></p>
<p>หรือเมืองสองแคว จากทางหลวงหมาย</p>
<p>เลข 12 ไปทาง จ.สุโขทัย เมื่อถึงสะพาน</p>
<p>ข้ามแม่น้ำน่าน ให้เลี้ยวขวาที่เชิงสะพาน</p>
<p>พบประตูทางเข้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ</p>
<p>วรมหาวิหาร ชาวบ้านเรียกว่า “วัดใหญ่”</p>
<p>พระอารามหลวง สร้างขึ้นในสมัย</p>
<p>พระมหาธรรมราชาลิไทกรุงสุโขทัย</p>
<p>กราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูป</p>
<p>ปางมารวิชัยขนาดใหญ่งดงามที่สุด</p>
<p>ในประเทศ</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">ขับรถเลียบวัดใหญ่ ขึ้นเหนือไป</span></p>
<p>อีกนิด มีร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาสองแคว</p>
<p>ขึ้นชื่อในย่านนี้ ร้านไม่ใหญ่ไม่เล็ก เป็น</p>
<p>ร้านยกพื้น ถอดรองเท้าขึ้นไปบนร้าน</p>
<p>สั่งกว๋ ยเตี๋ยวตามใจชอบ นั่งหอ้ ยขาหันหน้า</p>
<p>ชมแม่น้ำน่านและหมู่บ้านแพริมน้ำ</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">ขับเข้าเมืองไป ถนนวิสุทธิกษัตริย์</span></p>
<p>ตรงข้ามโรงหล่อพระบูรณะไทย แวะชม</p>
<p>พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าสิบเอก ดร.ทวี-</p>
<p>พิมพ์บูรณเขตต์ (0-5521-2749) รวบรวม</p>
<p>ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือทำมาหากิน</p>
<p>ของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กจนถึง</p>
<p>ชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้น</p>
<p>ดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้</p>
<p>ประกอบอาชีพ รวมแล้วนับหมื่นชิ้น</p>
<p>เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์เวลา 8.00-16.30 น.</p>
<p>ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท</p>
<p>ต่างชาติ 100 บาท</p>
<p><span style="font-size: small;">จากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 12</span></p>
<p>(พิษณุโลก-หล่มสัก) ผ่านสี่แยกอินโดจีน</p>
<p>แยก อ.วังทอง ถึง กม.ที่ 33 ดา้ นขวามือเป็น</p>
<p>สวนรุกขชาติสกุโณทยาน ไปตามถนน</p>
<p>ลูกรังอีก 1 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อน</p>
<p>หย่อนใจท่ามกลางแมกไม้ ในบริเวณ</p>
<p>เดียวกันมี น้ำตกวังนกแอ่น หินน้อยใหญ่</p>
<p>คั่นกลางลำน้ำ เป็นชั้นๆ เรียกว่า แก่งไพร</p>
<p>ขับต่อไปอีกน้ำตกแก่งซอง อยู่ กม.ที่ 45</p>
<p>มีร้านขายอาหารริมน้ำตก</p>
<p><span style="font-size: small;">ริมทางหลวงหมายเลข 12 อ.วังทอง</span></p>
<p>มีร้านอาหารเป็นระยะ ตั้งอยู่ริมธารสาขา</p>
<p>ที่มาจากน้ำตกและลำน้ำเข็ก เหมาะที่</p>
<p>จะหย่อนเท้าลงแช่น้ำเย็นเพื่อผักผ่อน</p>
<p><span style="font-size: small;">เดือนมิถุนายน-ตุลาคม เป็นช่วง</span></p>
<p>เหมาะสำหรับผจญภัยกลางสายน้ำ</p>
<p>“ล่องแก่งลำน้ำเข็ก” ผู้ที่ชื่นชอบการ</p>
<p>ผจญภัยจะตื่นเต้นกับการพายเรือยางไป</p>
<p>ตามลำน้ำคดเคี้ยว และชั้นหิน โขดหิน</p>
<p>และเพลิดเพลินกับธรรมชาติของผืนป่า</p>
<p>ที่อุดมสมบูรณ์</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">จุดล่องแกงเริ่มที่ ต.ทรัพย์ไพรวัลย์</span></p>
<p>ถึงน้ำตกแก่งซอง ระยะทาง 8 กิโลเมตร</p>
<p>ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง มีความยากในการล่อง</p>
<p>ตั้งแต่ระดับ 1-5ก่อนล่องแก่งทุกครั้ง</p>
<p>จะมีการสาธิตซักซ้อมวิธีปฏิบัติระหว่าง</p>
<p>ล่องแก่งจากผู้ชำนาญเพื่อความปลอดภัย</p>
<p>เรือยาง 1 ลำ ลงได้ 4-8 คน และผู้ให้</p>
<p>บริการล่องแพจะมีนายท้ายให้ 2 คน</p>
<p>และผู้ที่ดื่มสุราห้ามล่องแก่งเด็ดขาด</p>
<p><span style="font-size: small;">รุ่งเช้า เดินทางมุ่งหน้า อุทยาน</span></p>
<p>แห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านสภ.บ้านแยง</p>
<p>(0-5526-8119) เลี้ยวเข้าสามแยกบ้านแยง</p>
<p>กม.ที่ 68 ใช้ทางหลวงหมายเลข 2013</p>
<p>ไปอีก 28 กิโลเมตร เข้าสู่อำเภอนครไทย</p>
<p>ใช้ทางหลวง 2331 ต่อไปอีก 31 กิโลเมตร</p>
<p>จนถึงที่ทำการอุทยานฯ</p>
<p><span style="font-size: small;">เส้นทางจาก อ.นครไทย จนถึง</span></p>
<p>ที่ทำการอุทยานฯ เป็นถนนคดเคี้ยวขึ้น</p>
<p>เขาสูงชัน ต้องขับด้วยความระมัดระวัง</p>
<p>10 กิโลเมตรสุดท้าย ลาดชันมาก</p>
<p><span style="font-size: small;">อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า</span></p>
<p>ตั้งอยู่บนรอยต่อของพื้นที่ 3 จังหวัด</p>
<p>คือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ท่ามกลาง</p>
<p>ป่าอุดมสมบูรณ์ เคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้ง</p>
<p>ฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์</p>
<p>ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ</p>
<p>สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพิพิธภัณฑ์</p>
<p>การสู้รบของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์</p>
<p>แห่งประเทศไทย (พคท.) หรือจะเดินตาม</p>
<p>เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ไปลานหินปุ่ม</p>
<p>ลานหินแตกที่เกิดจากการสึกกร่อน</p>
<p>ของหินตามธรรมชาติ ผ่านผาชูธง จุดที่</p>
<p>คอมมิวนิสต์ชักธงแดงทุกครั้งที่รบชนะ</p>
<p>ผ่านออกมาทางสำนักอำนาจรัฐ สถานที่</p>
<p>ดำเนินการทางการปกครอง, โรงเรียน</p>
<p>การเมือง การทหาร</p>
<p><span style="font-size: small;">ผู้ชื่นชอบน้ำตก ที่อุทยานแห่งชาติ</span></p>
<p>ภูหินร่องกล้ามีน้ำตกขึ้นชื่อ ได้แก่ น้ำตก</p>
<p>ร่มเกล้า-ภราดร, น้ำตกศรีพัชรินทร์ และ</p>
<p>น้ำตกหมันแดง ที่มีดอกลิ้นมังกรสีชมพู</p>
<p>ขึ้นหน้าน้ำตก ชั้นที่ 5 ออกดอกช่วง</p>
<p>กลางเดือนสิงหาคม แต่หากจะไปน้ำตก</p>
<p>หมันแดงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่นำทางและ</p>
<p>เตรียมมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะระยะทาง</p>
<p>ค่อนข้างไกล และชัน ใช้เวลาเดินเข้า</p>
<p>และออก 1 วัน ควรพักที่อุทยานฯ</p>
<p>ระหว่างทางมีทาก ควรสวมถุงกันทาก</p>
<p>ป้องกันทาก</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">บ่ายออกจาก อุทยานแห่งชาติ</span></p>
<p>ภูหินร่องกล้า เดินทางไป จ.อุตรดิตถ์</p>
<p>โดยกลับทางเดิมเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>12 จนถึงสี่แยกอินโดจีน เลี้ยวขวาใช้</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าอุตรดิตถ์</p>
<p>บริเวณนี้มีปั๊มน้ำมันหลายแห่ง เติมน้ำมัน</p>
<p>ให้เต็มถังแวะหาของว่างกินก่อนเดินทาง</p>
<p>ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที</p>
<p><span style="font-size: small;">สักการะ อนุสาวรีย์พระยา</span></p>
<p>พิชัยดาบหัก ประดิษฐานอยู่หน้าศาลา</p>
<p>กลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ถนนประชานิมิต</p>
<p>สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่าน</p>
<p>ในความกล้าหาญ รักชาติ และเสียสละ</p>
<p>ต่อบ้านเมือง</p>
<p><span style="font-size: small;">ใช้ทางหลวงหมายเลข 102</span></p>
<p>สายอุตรดิตถ์-สุโขทัยไป อ.ลับแล</p>
<p>กราบพระขอพรวัดพระแท่นศิลาอาสน์</p>
<p>ที่บ้านแท่น ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล ห่างจาก</p>
<p>ตัวจังหวัด 14 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่</p>
<p>บนเขาไม่สูงมากนัก สามารถขับรถไป</p>
<p>จอดที่บริเวณลานจอด</p>
<p><span style="font-size: small;">วัดพระแท่นศิลาอาสน์ สร้างขึ้นใน</span></p>
<p>สมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระแท่นศิลาอาสน์</p>
<p>เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายใน</p>
<p>บริเวณวัดมีพิพิธภัณฑ์โบราณเกี่ยวกับ</p>
<p>วิถีชีวิตชาววังและชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรม</p>
<p>ของชาวเหนือ ชมฟรีทุกวัน เวลา 08.00-</p>
<p>17.00 น.</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">บรรดาพระภิกษุสงฆ์จะธุดงค์</span></p>
<p>ปักกลดพักแรมบริเวณวัดออกบิณฑบาตร</p>
<p>ตามหมู่บ้าน และแบ่งปันอาหารกับ</p>
<p>ประชาชน นับเป็นการทำบุญกลางแจ้ง</p>
<p>ที่ยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี</p>
<p><span style="font-size: small;">ช่วงค่ำ เขา้ ที่พัก กินมื้อค่ำในตัวเมือง</span></p>
<p>ตลาดริมน่าน หรือ แหล่งร้านค้าหน้า</p>
<p>มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์</p>
<p><span style="font-size: small;">รุ่งเช้า กราบขอพร หลวงพ่อเพชร</span></p>
<p>วัดท่าถนน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง</p>
<p>อุตรดิตถ์ พระพุทธรูปสำริดสมัยเชียงแสน</p>
<p>ขับรถไปที่สถานีรถไฟอุตรดิตถ์ ถนน</p>
<p>เกษมราษฎร์ วัดท่าถนนอยู่ตรงข้ามสถานี</p>
<p>รถไฟ</p>
<p><span style="font-size: small;">จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวง</span></p>
<p>หมายเลข 11 ลงใต้มุ่งหน้า บ่อเหล็ก</p>
<p>น้ำพี้ ข้ามสะพานแม่น้ำน่าน ขับตรงไป</p>
<p>จนถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1047 ระยะทาง 20 กิโลเมตร</p>
<p>จนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1244</p>
<p>มีทางแยกเลี้ยว ขวา เขา้ ไปบอ่ เหล็กน้ำพี้อีก</p>
<p>3 กิโลเมตร บนถนนคอนกรีต ผ่า่นหมูบ้า้น</p>
<p>ต.บ้านน้ำพี้ อ.ทองแสนขัน ด้านหน้า</p>
<p>มีลานจอดรถกว้างขวาง ร้านขายของ</p>
<p>ที่ระลึก เชน่ พระขรรคล์ ูกประคำ เครื่องราง</p>
<p>ของขลัง</p>
<p><span style="font-size: small;">ภายในบริเวณจัดนิทรรศการ และ</span></p>
<p>พิพิธภัณฑ์การกำเนิดของเหล็กน้ำพี้</p>
<p>บริเวณใกล้กัน มีบ่อเหล็กกล้า 2 บ่อ</p>
<p>ที่เห็นได้ชัด ในสมัยโบราณนายช่าง</p>
<p>ผู้สร้างพระแสงดาบถวายพระมหากษัตริย์</p>
<p>นำเหล็กน้ำพี้บ่อพระแสงไปถลุง เพราะ</p>
<p>เนื้อเหล็กดีกว่าบ่ออื่น บ่อพระขรรค์</p>
<p>อยู่ใกล้กัน เข้าใจว่านำเหล็กไปถลุง</p>
<p>ทำพระขรรค์</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">บริเวณบ่อมีซุ้มบูชา นำไม้เบ็ด</span></p>
<p>ตกปลาแต่ปลายเบ็ดเป็นหินแม่เหล็ก</p>
<p>โยนลงไปใบบ่อ เพื่อให้หินเหล็กด้านล่าง</p>
<p>ติดปลายเบ็ดขึ้นมา เชื่อว่าหากพกติดตัว</p>
<p>จะสามารถป้องกันตัวได้ หรือนำไปบูชา</p>
<p><span style="font-size: small;">ออกจากบ่อเหล็กน้ำพี้ เลี้ยวขวา</span></p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 1045 ไปวนอุทยาน</p>
<p>ถ้ำจัน ขับรถประมาณ 20 นาที เข้าเขต</p>
<p>อ.น้ำปาด มีทางแยกซ้าย เข้าไป อีก 2</p>
<p>กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีต ทางแคบ</p>
<p>คดเคี้ยว ด้านหน้าที่ทำการมีที่จอดรถ</p>
<p><span style="font-size: small;">ตามประวัติเล่าว่า ชาวบ้านค้นพบ</span></p>
<p>ถ้ำนี้ มีลักษณะเป็นหินงอกหินย้อย</p>
<p>สวยงามมาก เนื่องจากมีต้นจันผาอยู่</p>
<p>บริเวณหน้าถ้ำ จึงเรียกว่า ถ้ำจัน ภาย</p>
<p>ในบริเวณเดียวกันมีถ้ำ 8 แห่ง ถ้ำจันเป็น</p>
<p>ถ้ำที่ใหญ่ที่สุด</p>
<p><span style="font-size: small;">เดินทางต่อจนบรรจบทางหลวง</span></p>
<p>หมายเลข 1047 เลี้ยวซ้าย ขับต่ออีก</p>
<p>ประมาณ 15 นาที จะเห็นป้าย วนอุทยาน</p>
<p>สักใหญ่ ด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปตาม</p>
<p>ถนนคอนกรีตแคบ อีก 9 กิโลเมตร</p>
<p>มีบริเวณกว้างถึง 1,000 ไร่ มีต้น“สักใหญ่</p>
<p>ที่สุดในโลก” สูงถึง 47 เมตร รอบต้น</p>
<p>วัดได้ 9.58 เมตร อายุกว่า 1,000 ปี</p>
<p>ปัจจุบันพายุพัดส่วนยอดหักไปแล้ว</p>
<p>ลำต้นยังคงสภาพเดิม</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">มุ่งหน้าภูสอยดาว ใช้เส้นทาง 1047</span></p>
<p>จนถึง อ.น้ำปาด ผ่าน โรงพยาบาลน้ำปาด</p>
<p>(0-5548-1574-7) ถึงสี่แยกตัวอำเภอเลี้ยวขวา</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 1239 ขับต่อ</p>
<p>ระยะทาง 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกตัด</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 1212 ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1239 ต่ออีก 47 กิโลเมตร</p>
<p>จนถึงสามแยกบ้านห้วยมุ่น เลี้ยวขวา</p>
<p>เข้าทางหลวงหมายเลข 1268 อีก</p>
<p>18 กิโลเมตร จนถึง ที่ทำการอุทยาน</p>
<p>แห่งชาติภูสอยดาว (0-5543-6001-2)</p>
<p>รวมระยะทาง 133 กิโลเมตร</p>
<p class="style2"><span style="font-size: small;">หากมาช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน</span></p>
<p>ควรหาเวลาเพิ่มอีก 2 วัน เพื่อแวะชมทุ่ง</p>
<p>หงอนนาค บนลานสนภูสอยดาว สูงจาก</p>
<p>ระดับน้ำทะเล 1633 เมตร อุทยานแห่งชาติ</p>
<p>ภูสอยดาวอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้น</p>
<p>ตั้งแต่เวลา 8.00-13.00 น. เพราะถ้าเลย</p>
<p>13.00 น. ไปแล้ว เส้นทางเดินค่อนข้างชัน</p>
<p>ทำให้ถึงลานสนมืดค่ำ เป็นอันตรายได้</p>
<p>จะใช้เวลาเดินประมาณ 4-6 ชั่วโมงแล้ว</p>
<p>แต่ความแข็งแรงของร่างกาย</p>
<p><span style="font-size: small;">ระหว่างทางขึ้นผ่านน้ำตกภูสอย</span></p>
<p>ดาว น้ำตก 5 ชั้น, เดินไต่ระดับทางชัน</p>
<p>บางช่วงชันมาก ถึงกับมีการตั้งชื่อ “เนิน</p>
<p>ส่งญาติ” ไปจนถึงชื่อ “เนินมรณะ” บาง</p>
<p>คนบอกว่าเดินเหนื่อยกว่าขึ้นภูกระดึง</p>
<p>เตรียมมื้อเที่ยงและน้ำดื่มติดตัวไปด้วย</p>
<p>เพราะกว่าจะถึงลานสนด้านบนเลยเวลา</p>
<p>14.00-15.00 น. ไปแล้ว ไม่มีร้านอาหาร</p>
<p>และที่พักต้องเตรียมเต็นท์ อุปกรณ์</p>
<p>พักแรมและเสบียงมาเอง อีกทั้งช่วงนี้</p>
<p>มักมีฝนตกต้องเตรียมเสื้อกันฝนมาด้วย</p>
<p>นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการลูกหาบ</p>
<p>ติดต่อที่ทำการฯ ด้านล่าง เพื่อชั่งน้ำหนัก</p>
<p>สัมภาระ คิดค่าแบกเป็นกิโลกรัม</p>
<p><span style="font-size: small;">เดินถ่ายรูปดงดอกหงอนนาคบน</span></p>
<p>ลานสน เสาหลักแบ่งเขตประเทศไทย</p>
<p>กับลาว มีตราสัญลักษณ์ของแต่ละ</p>
<p>ประเทศ มุมยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวนิยม</p>
<p>มาถ่ายรูปเนื่องจากสามารถข้ามประเทศ</p>
<p>ได้เพียงก้าวเดียว นอกจากนี้ป่าสน</p>
<p>ในดงหมอก รวมถึงตอนพระอาทิตย์ตก</p>
<p>ที่หน้าผา สวยงามมาก ขาลงจาก</p>
<p>ภูสอยดาว อุทยานฯให้เดินทาง เวลา</p>
<p>08.00-14.00 น. เท่านั้น เพื่อความสะดวก</p>
<p>และปลอดภัย (อุทยานเปิด 1 ก.ค.- 5 ม.ค.</p>
<p>ของทุกปี)</p>
<p class="style9"><span style="font-size: small;"><strong>ร้านขายของที่ระลึก</strong></span></p>
<p>เรือนไทยจำลอง-บ้านอรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลกโทร. 0-5521-4347</p>
<p>ก้านกล้วย อ.เมือง จ.พิษณุโลก โทร. 0-5524-1983</p>
<p>กนกมณี อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โทร. 0-5541-1295</p>
<p>เล่าซุนเส็ง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โทร. 0-5541-1294</p>
<p><strong>ตำรวจ</strong></p>
<p>สภ.เมืองพิษณุโลก โทร 0-5525-8777</p>
<p>สภ.เมืองอุตรดิตถ์ โทร 0-5541-1038</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-3-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคเหนือ - ทริป 2 เที่ยวเมืองมรดกโลก สุดยอดน้ำตกที่ลอซู- กำแพงเพชร - ตาก - สุโขทัย</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 07:24:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=258</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

5 วัน 4 คืน
ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 อ.เมืองกำแพงเพชร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1280 จนถึง อ.ทรายทองวัฒนา ประมาณ 20 กิโลเมตร ชมศูนย์หัตถกรรมเป่าแก้วบ้านโนนจั่น เป่าแก้วรูปสัตว์ ดอกไม้ผลไม้ ฝีมือคนท้องถิ่น ส่งขายในและต่างประเทศ จากบ้านโน่นจั่น ย้อนเส้นทางเดิมแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 115 ขับตรงเข้าเมืองกำแพงเพชร ไปแยกซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านตลาดกล้วยไข่และสินค้าหัตถกรรมจนถึง กม.ที่ 346 เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านคลองแม่ลายเข้าไปตามทางหลวงหมายเลข 1117 สายคลองแมล่ าย-อุม้ ผาง 46 กิโลเมตร ถึงแยกตลาดคลองลาน เลี้ยวขวาอีก 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองลานครอบคลุมพื้นที่ป่าคลองลานอันสมบูรณ์แหล่งสุดท้ายของกำแพงเพชรใกล้น้ำตกคลองลานและน้ำตกคลองน้ำไหล จาก อ.เมืองกำแพงเพชร ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ประมาณ 5 กม.ตามถนนสายกำแพงเพชร - พรานกระต่ายเลี้ยวซา้ ย กม.ที่ 360 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-42"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-40"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>5 วัน 4 คืน</strong></p>
<p class="style2">ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 อ.เมืองกำแพงเพชร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1280 จนถึง อ.ทรายทองวัฒนา ประมาณ 20 กิโลเมตร ชมศูนย์หัตถกรรมเป่าแก้วบ้านโนนจั่น เป่าแก้วรูปสัตว์ ดอกไม้ผลไม้ ฝีมือคนท้องถิ่น ส่งขายในและต่างประเทศ จากบ้านโน่นจั่น ย้อนเส้นทางเดิมแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 115 ขับตรงเข้าเมืองกำแพงเพชร ไปแยกซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านตลาดกล้วยไข่และสินค้าหัตถกรรมจนถึง กม.ที่ 346 เลี้ยวซ้ายที่ตลาดบ้านคลองแม่ลายเข้าไปตามทางหลวงหมายเลข 1117 สายคลองแมล่ าย-อุม้ ผาง 46 กิโลเมตร ถึงแยกตลาดคลองลาน เลี้ยวขวาอีก 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองลานครอบคลุมพื้นที่ป่าคลองลานอันสมบูรณ์แหล่งสุดท้ายของกำแพงเพชรใกล้น้ำตกคลองลานและน้ำตกคลองน้ำไหล จาก อ.เมืองกำแพงเพชร ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ประมาณ 5 กม.ตามถนนสายกำแพงเพชร - พรานกระต่ายเลี้ยวซา้ ย กม.ที่ 360 ถึง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรโบราณสถานสร้างด้วยศิลาแลงและมีขนาดใหญ่ รูปแบบศิลปะร่วมสมัยระหว่างสุโขทัยและอยุธยาได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลก” ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เมื่อปี 2534 เปิดทุกวัน 08.00-16.30น.</p>
<p>ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท นำรถเข้าชมเสียค่าผ่านประตูคันละ 50 บาท (0-5571-1921)</p>
<p class="style2">โรงพยาบาลกำแพงเพชร (0-5571-1234) จากสี่แยกสนามกีฬา เทศบาลเมือง แยกซ้ายไปตามทางหลวง 1084 ระยะทาง 3 กิโลเมตร</p>
<p>เช้าจัดเตรียมเสบียงสำหรับการ</p>
<p>เข้าไปพักที่น้ำตกทีลอซู ติดต่อหรือยืนยัน</p>
<p>ที่พักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง</p>
<p>ก่อนออกเดินทาง หากมีเต็นท์ไปเอง</p>
<p>เสียค่าบริการ 20 บาท/คน/คืนถ้าไม่มี</p>
<p>ไปขอเช่าได้</p>
<p>แวะเติมน้ำมันให้เต็มถัง บนทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1 ย่านตลาดกล้วยไข่ กม.ที่</p>
<p>346-350 มีปั๊ม ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์</p>
<p>และเชลล์ จากนั้นมุ่งหน้า อ.เมืองตาก</p>
<p>ด้วยทางหลวงหมายเลข 1 ก่อนถึง</p>
<p>ตัวอำเภอเล็กน้อยมีแยกซ้ายเข้า</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 105 ขับต่อไป</p>
<p>อีกระยะทาง 70 กิโลเมตร ถนนลาดยาง</p>
<p>ทางคดเคี้ยวไปตามเขา ให้ขับด้วย</p>
<p>ความระมัดระวัง มีรถมากเพราะเป็น</p>
<p>เส้นทางหลัก ก่อนถึงแยกแม่สอด มีปั๊ม</p>
<p>ปตท. เลยไปแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมาย</p>
<p>เลข 1090 มุ่งหน้า อ.อุ้มผาง</p>
<p>ระยะทาง 165 กม.ถึงอุ้มผาง ใช้</p>
<p>เวลาเดินทาง 3-4 ชั่วโมงขึ้นอยูกั่บกำลังรถ</p>
<p>และความชำนาญของคนขับ เป็นทาง</p>
<p>แคบรถสวน โค้งไปตามไหล่เขา ถึง</p>
<p>1,219 โค้ง มีจุดแวะพักรถกลางทาง</p>
<p>ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ครึ่งทางก่อน</p>
<p>ถึงอุ้มผาง ถัดไป กม.ที่ 88 เป็นที่ตั้งของ</p>
<p>ชุมชนผู้อพยพ บ้านอุ้มเปี้ยมแวะถ่ายรูป</p>
<p>บ้านไหล่เขาได้ ก่อนถึงตัวเมืองอุ้มผาง</p>
<p>มีแยกขวาไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง</p>
<p>เปน็ เสน้ ทางสายอุม้ ผาง-แมก่ ลองใหม-่ แมจั่น</p>
<p>หรือทางหลวงหมายเลข 1167 ถึง กม.ที่ 20</p>
<p>เลี้ยวซา้ ยเขา้ สูเ่ ขตรักษาพันธุส์ ัตวป์ า่ อุม้ ผาง</p>
<p>ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านป่าเขา ถนนลูกรังอีก</p>
<p>26 กิโลเมตร</p>
<p class="style2">Tip เส้นทางรถปิดช่วง 1 มิ.ย.-</p>
<p>31 ต.ค. เพื่อปอ้ งกันอันตราย เนื่องจาก</p>
<p>เปน็ ชว่ งที่มีฝนหนัก ใหใ้ ชบ้ ริการล่องแพ</p>
<p>และเดินเท้าต่อ</p>
<p class="style2">น้ำตกทีลอซู อยู่ในเขตรักษาพันธุ์</p>
<p>สัตวป่า่อุ้มผางห่า่งที่ทำการฯ 1.8 กิโลเมตร</p>
<p>เป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่</p>
<p>กว้าง 500 เมตร สูง 300 เมตร สวยงาม</p>
<p>ติดอับดับ 1 ใน 6 ของโลก เปิดให้</p>
<p>นักท่องเที่ยวเข้าได้ถึงแค่ 17.00 น.</p>
<p>ไม่อนุญาตให้นำอาหารถุงพลาสติก</p>
<p>ขวดพลาสติก กล่องโฟม ติดตัวเข้าไป</p>
<p>หลังมื้อเช้า เดินเข้าไปชมน้ำตก</p>
<p>มีเวลาเลน่ น้ำตกไดถึ้งครึ่งวัน หลังมื้อเที่ยง</p>
<p>เดินทางกลับ อ.อุ้มผาง ระหว่างทาง</p>
<p>แวะเที่ยวถ้ำ ตะโคะบิ มีนักสื่อความหมาย</p>
<p>ธรรมชาติตัวนอ้ ย เด็กๆ ในพื้นที่นำเขา้ ชม</p>
<p>เมื่อพ้นปากทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า</p>
<p>เลี้ยวขวา กลับทางอุ้มผาง ผ่านสวนส้ม</p>
<p>แวะชมถ่ายรูปหรือซื้อส้มติดไม้ติดมือ</p>
<p>ถึงอ.อุ้มผาง แวะจิบกาแฟ ซื้อของฝาก</p>
<p>ได้ที่ร้านครูซัน ก่อนเข้าที่พัก</p>
<p>ตื่นเช้ามืด ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่</p>
<p>ดอยหัวหมด ใช้เส้นทางอุ้มผางมุ่งหน้า</p>
<p>บ้านปะละทะอีก 10 กิโลเมตร ชมวิว</p>
<p>ที่ กม.9 แต่ต้องเดินขึ้นเขาไปอีก 20 นาที</p>
<p>หรือ ไปที่ กม.10</p>
<p>กลับที่พักเก็บข้าวของ กินอาหาร</p>
<p>มื้อเช้าเสร็จ ออกเดินทางทันที มุ่งหน้า</p>
<p>อ.แม่สอด ใช้ทางหลวงหมายเลข 1090</p>
<p>เมื่อถึงกม.ที่ 37 เห็นป้าย อุทยานแห่งชาติ</p>
<p>น้ำตกพาเจริญ ด้านขวามือ เลี้ยวเข้าไป</p>
<p>ตามถนนคอนกรีตแคบ อีก 700 เมตร</p>
<p>ถึงที่ทำการอุทยานฯ มีลานจอดรถกวา้ งขวาง</p>
<p>น้ำตกพาเจริญ มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตก</p>
<p>หินปูน 97 ชั้น มีมุมบังคับที่ต้องเก็บภาพ</p>
<p>ความสวยงามของน้ำตก</p>
<p>เดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>1090 จนถึง อ.แม่สอด ผ่าน สภ.แม่สอด</p>
<p>(0-5553-1112) กินมื้อกลางวันที่ตลาดริมเมย</p>
<p>ตลาดชายแดนไทย-พม่า ตรงข้ามกับ</p>
<p>เมืองเมียวดีของพม่า ประชาชนของทั้ง</p>
<p>2 ประเทศสามารถข้ามแดน โดยใช้สะพาน</p>
<p>มิตรภาพไทย-พม่า ในตลาดมีทั้งของกิน</p>
<p>ของใช้ และเพชรพลอยเป็นของฝาก</p>
<p>ขึ้นชื่อ มีของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์</p>
<p>ราคาถูก</p>
<p class="style2">จาก อ.แม่สอด ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 105 อ.เมืองตาก ต่อด้วย</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 12 ไป อ.เมืองสุโขทัย</p>
<p>อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยู่ตรง</p>
<p>ข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง</p>
<p>ชมความอลังการ โครงสร้างเมืองเก่า</p>
<p>ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองมาก</p>
<p>เปิดเข้าชมทุกวัน 06-00-21.00 น.</p>
<p>(ปิดขายบัตร18.00 น.) เวลา19.00-</p>
<p>21.00 น.มีการเปิดไฟให้ชมโบราณสถาน</p>
<p>ค่าเข้าชมนักท่องเที่ยวชาวไทย 10 บาท</p>
<p>ต่างชาติ 40 บาท หรือซื้อบัตรรวม</p>
<p>ชาวไทย 30 บาท ต่างชาติ 150 บาท</p>
<p>เพื่อเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ต่างๆ</p>
<p>ในจังหวัดสุโขทัยได้ภายใน 30 วัน</p>
<p>(ติดตอ่ วิทยากรนำชมไดท้ ี่ทำการอุทยานฯ)</p>
<p>หรือใช้บริการรถรางนำชมรอบอุทยานฯ</p>
<p>อัตราค่าบริการ นักท่องเที่ยว ชาวไทย</p>
<p>10 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท และ</p>
<p>มีบริการรถจักรยานให้เช่า คันละ 20 บาท</p>
<p class="style2">เช้าออกจาก อ.เมืองสุโขทัย</p>
<p>มุ่งหน้า อ.ศรีสัชนาลัย ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 12 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข</p>
<p>101 มีปั๊มเชลล์ที่ กม.34, ปตท.ที่ กม.26</p>
<p>ผ่าน อ.ศรีสำโรง อ.สวรรคโลก จนถึง</p>
<p>ต.ท่าชัย อ.ศรีสัชนาลัย ระยะทาง 40</p>
<p>กิโลเมตร แวะชม ย่านทำ ”ทองโบราณ”</p>
<p>หรือ ทองสุโขทัย หรือ “ทองทำมือ” ฝีมือ</p>
<p>ช่างทองท้องถิ่นโดยไม่ใช้เครื่องจักร</p>
<p>ลวดลายประณีตเลียนแบบเครื่องประดับ</p>
<p>โบราณสมัยสุโขทัย มีทั้งต่างหู แหวน</p>
<p>สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล เข็มขัด</p>
<p>กระเป๋า ผอบ โดยใช้เนื้อทอง 99.99%</p>
<p>เอกลักษณ์ คือ การแต้มสีตามลวดลาย</p>
<p>ที่เรียกว่า ลงยา</p>
<p class="style2">จากทางหลวงหมายเลข 101</p>
<p>จนถึง กม.ที่ 18 แยกซ้ายใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 1201 เป็นทางคอนกรีต 2 เลน</p>
<p>ผ่านหมู่บ้าน ข้ามสะพานแม่น้ำยม และ</p>
<p>แยกขวา อีก 1.5 กิโลเมตร เข้า อุทยาน</p>
<p>ประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย หรือ</p>
<p>เมืองเก่าศูนย์กลางการปกครองสมัย</p>
<p>ราชวงศ์พระร่วง ในอุทยานมีโบราณสถาน</p>
<p>ที่สำคัญ คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ</p>
<p>หรือวัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง</p>
<p>วัดช้างล้อม ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืน</p>
<p>หันหลังชนผนังโดยรอบเจดีย์จำนวน</p>
<p>39 เชือก, วัดเจดีย์เจ็ดแถว ด้วยศิลปะ</p>
<p>สุโขทัยแท้ และผสมศิลปะแบบศรีวิชัย</p>
<p>กินมื้อกลางวันที่ร้านอาหาร</p>
<p>ริมแม่น้ำยม ตรงข้ามอุทยานฯ พร้อม</p>
<p>กับชมบรรยากาศ ธารแม่น้ำยมไหลผ่าน</p>
<p>โขดหินนับพัน เรียกว่า แก่งหลวง</p>
<p>จากเมืองเก่าขับขึ้นไปทางเหนือ</p>
<p>เลียบแม่น้ำยมอีก 5 กิโลเมตร เห็น</p>
<p>ซากเตาเผาสังคโลกริมข้างทาง ก่อนถึง</p>
<p>ศูนย์ศึกษาอนุรักษ์เตาสังคโลก</p>
<p>(เตาทุเรียง)ที่บ้านเกาะน้อยศูนย์แสดง</p>
<p>โบราณวัตถุ วิวัฒนาการเครื่องถ้วยสมัย</p>
<p>โบราณหลังจากที่มีการขุดพบถว้ ยสังคโลก</p>
<p>ทั้งสมบูรณ์และแตกหักจำนวนมากถือเป็น</p>
<p>นิคมอุตสาหกรรมของเมืองศรีสัชนาลัย</p>
<p>ในสมัยนั้น เปิดทุกวัน 09.00-16.00 น.</p>
<p>ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ</p>
<p>30 บาท</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 1201</p>
<p>ขึ้นเหนือ ไปอีก 7 กิโลเมตรผ่านปั๊มปตท.</p>
<p>จนถึง 3 แยกโรงพยาบาลศรีสัชนาลัย</p>
<p>(0-5563-0039) แยกขวาข้ามสะพาน</p>
<p>แม่น้ำยม ผ่าน สภ.ศรีสัชนาลัย (0-5567-</p>
<p>1234) จนถึง 3 แยกธนาคารออมสิน</p>
<p>ให้เลี้ยวซ้ายกลับเข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>101 (ถ้าเลี้ยวขวาไป 1 กม. เจอปั๊มเชลล์)</p>
<p>ถึง ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย ขับผ่าน</p>
<p>ตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร จนถึง</p>
<p>ตลาดกลาง ร้านสาธร-พิพิธภัณฑ์</p>
<p>ผ้าทองคำและผ้าซิ่นตีนจก อยู่ตรงข้าม</p>
<p>ตลาดกลาง แหล่งรวบรวมผ้าซิ่นตีนจก</p>
<p>บ้านหาดเสี้ยว มี 9 ลาย เป็นมรดก</p>
<p>ตกทอดมาจากชาวไทยพวนที่อพยพมา</p>
<p>จากเมืองพวน ทางตอนเหนือของเมือง</p>
<p>เวียงจันทร์ ประเทศลาว มีปั๊มคาลเท็กซ์</p>
<p>ติดกับ 3 แยกวัดโบสถ์ คือ ปั๊มสุดท้าย</p>
<p>ก่อนออกจาก อ.ศรีสัชนาลัย ไป จ.แพร่</p>
<p>หรือ จ.อุตรดิตถ์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-2-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคเหนือ ทริป 5 เขาค้อสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ทะเลหมอกทับเบิก ป่าสนน้ำหนาว - เพชรบูรณ์</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 07:05:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=254</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

3 วัน 2 คืน
ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เป็นเส้น

ทางหลัก จาก จ.สระบุรี-หล่มสัก เข้าสู่

อ.ศรีเทพ ขับไปจนถึงตัวอำเภอ กม.ที่

102 เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข

2211 อีก 9 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบอก

ทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่

ด้านขวามือ

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

เป็นเมืองเก่าสมัยยุคขอมเรืองอำนาจ

อายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ก่อนกลายเป็น

เมืองร้างด้วยโรคระบาด เป็นโบราณสถาน

สมัยทวารวดีและสมัยลพบุรี เปิดทุกวัน

08.00-16.30 น. ชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ

30 บาทรถยนต์ คันละ 50 บาท เข้าชม

เป็นหมู่คณะมีวิทยากรบรรยาย ติดต่อ

ที่อุทยานฯ (0-5682-0122)

เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข

21 ขึ้นเหนือ ผา่ น อ.วิเชียรบุรี อ.บึงสามพัน

อ.หนองไผ่ จนถึง อ.เมืองเพชรบูรณ์

รวมระยะทาง 130 กม. แวะกินกลางวัน
เตรียมเสบียง เติมน้ำมันมีปั๊มสองข้า้งทาง

มุ่ง หน้า้ เขาค้อ ตามทางหลวงหมายเลข 21

เพชรบูรณ์-หล่มสัก

ขับถึงสามแยกนางั่ว กม.ที่ 236

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-51"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-49"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>3 วัน 2 คืน</strong></p>
<p class="style2">ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เป็นเส้น</p>
<p>ทางหลัก จาก จ.สระบุรี-หล่มสัก เข้าสู่</p>
<p>อ.ศรีเทพ ขับไปจนถึงตัวอำเภอ กม.ที่</p>
<p>102 เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข</p>
<p>2211 อีก 9 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบอก</p>
<p>ทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่</p>
<p>ด้านขวามือ</p>
<p>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ</p>
<p>เป็นเมืองเก่าสมัยยุคขอมเรืองอำนาจ</p>
<p>อายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ก่อนกลายเป็น</p>
<p>เมืองร้างด้วยโรคระบาด เป็นโบราณสถาน</p>
<p>สมัยทวารวดีและสมัยลพบุรี เปิดทุกวัน</p>
<p>08.00-16.30 น. ชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ</p>
<p>30 บาทรถยนต์ คันละ 50 บาท เข้าชม</p>
<p>เป็นหมู่คณะมีวิทยากรบรรยาย ติดต่อ</p>
<p>ที่อุทยานฯ (0-5682-0122)</p>
<p>เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข</p>
<p>21 ขึ้นเหนือ ผา่ น อ.วิเชียรบุรี อ.บึงสามพัน</p>
<p>อ.หนองไผ่ จนถึง อ.เมืองเพชรบูรณ์</p>
<p>รวมระยะทาง 130 กม. แวะกินกลางวัน</p>
<p class="style2">เตรียมเสบียง เติมน้ำมันมีปั๊มสองข้า้งทาง</p>
<p>มุ่ง หน้า้ เขาค้อ ตามทางหลวงหมายเลข 21</p>
<p>เพชรบูรณ์-หล่มสัก</p>
<p>ขับถึงสามแยกนางั่ว กม.ที่ 236</p>
<p>เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2258</p>
<p>(นางั่ว-สะเดาะพง) เริ่ม กม. 0 ทางขึ้น</p>
<p>เขาค้อ ถนนลาดยางอย่างดี</p>
<p>หลัก กม.ที่ 17.5 เป็นจุดทดสอบรถ</p>
<p>ตามคำเชิญชวน “เนินมหัศจรรย์” เป็น</p>
<p>ความมหัศจรรย์ของถนนเมื่อขับรถยนต์</p>
<p>ถึงจุดนี้ให้จอดและดับเครื่อง ใช้เกียร์ว่าง</p>
<p>รถยนต์จะถอยหลังขึ้นเนินไดเ้ องประมาณ</p>
<p>10 เมตร จากจุดนี้ขับตอ่ ถึงสี่แยกสะเดาพง</p>
<p>ขับตรงไป อีก 1 กม. ชะลอรถช่วงทางโค้ง</p>
<p>เตรียมชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายขึ้นพระตำหนัก</p>
<p>เขาค้อ เส้นทางลาดชัน ใช้เกียร์ต่ำขับช้าๆ</p>
<p>พระตำหนักเขาค้อ สร้างถวาย</p>
<p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จ</p>
<p>พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงเสด็จ</p>
<p>เขาค้อ เป็นที่ประทับแรม ขออนุญาต</p>
<p>เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้</p>
<p>ซึ่งมีมัคคุเทศก์น้อยนักเรียนในบริเวณนั้น</p>
<p>ให้บริการข้อมูล</p>
<p class="style2">ตลอดทางขึ้นพระตำหนัก มีต้น</p>
<p>นางพญาเสือโคร่งริมถนน บานสะพรั่ง</p>
<p>ช่วงฤดูหนาว ถนนขึ้นลง เขาค้อเป็นถนน</p>
<p>เดินรถทางเดียว เป็นวงกลม และเชื่อม</p>
<p>ออกทางออกเดียวกับทางเข้า</p>
<p>ออกจากพระตำหนักเขาค้อ ย้อน</p>
<p>กลับทางเดิมจนถึงสี่แยก เลี้ยวซ้าย เข้า</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 2196 ขับไปอีก</p>
<p>ประมาณ 5 นาที ถึงสามแยก (รื่นฤดี)</p>
<p>ให้ขับไปแยกซ้ายไปตามทางขึ้นเขา</p>
<p>เส้นทางลาดชัน อีก 3 กม. เพื่อแวะชม</p>
<p>พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) ตั้งอยู่ขวามือ</p>
<p>เป็นฐานบัญชาการการต่อสู้ยึดพื้นที่</p>
<p>เขาค้อ คืนจากผู้ก่อความไม่สงบ ปี พ.ศ. 2524</p>
<p>เปิดทุกวัน 07.00-17.00 น. ค่าเข้าชม</p>
<p>10 บาท มีห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการทหาร</p>
<p>ที่จอดรถกว้างขวาง</p>
<p>กลับทางเดิมจนบรรจบทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 2196 แยกซ้าย ถึงตัวอำเภอ</p>
<p>เขาค้อ</p>
<p class="style2">ทางหลวงหมายเลข 2196 คดเคี้ยว</p>
<p>ขึ้นเนินเขาภายในอำเภอเขาคอ้ ควรขับช้า้</p>
<p>ชมทัศนียภาพที่สวยงาม เปรียบเสมือน</p>
<p>สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย พักค้างแรมบน</p>
<p>เขาค้อ 1 คืน สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ตาม</p>
<p>คำเชิญชวน พักเขาค้อ 1 คืน อายุยืน</p>
<p>ไป 10 ปี มีรีสอร์ทที่พักให้เลือกมากมาย</p>
<p class="style2">รุ่งเช้า หลังมื้ออาหาร ออกจาก</p>
<p>อ.เขาค้อ มุ่งหน้าภูทับเบิก ใช้เส้นทาง</p>
<p>หลวงหมายเลข 2196 มุ่งหน้าแคมป์สน</p>
<p>ผ่านพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก</p>
<p>ตั้งเด่นเป็นสง่าริมถนน ห่างจากตัวอำเภอ</p>
<p>2 กม. แวะสักการะพระพุทธรูปเพื่อเป็น</p>
<p>สิริมงคล ตีระฆังที่เปน็ ราวแนวยาวบริเวณ</p>
<p>ด้านข้างพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก</p>
<p>ว่ากันว่าต้องตีให้ครบทุกใบ อายุจะยืนยาว</p>
<p>อีกหลายปี</p>
<p>เดินทางต่อใช้ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>2196 จนถึง สามแยกแคมป์สน บรรจบ</p>
<p>ทางหลวงหมายเลข 12 เลี้ยวขวา มุ่งหน้า</p>
<p>อ.หล่มสัก ถึง กม.ที่ 126 เลี้ยวซ้าย ที่</p>
<p>สามแยก ใช้ทางหลวงหมายเลข 2372</p>
<p>อีก 12 กิโลเมตร ถึงแยกซ้ายขึ้น ภูทับเบิก</p>
<p>บ้านวังบาล ทางหลวงหมายเลข 2331 ไป</p>
<p>อีก 16 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางสายใหม่</p>
<p>และช่วงท้ายเป็นทางลาดยางสายเก่า</p>
<p>ขึ้นเขาและคดเคี้ยว ถนนเป็นหลุม</p>
<p class="style2">ควรมองถนนระยะไกลขับช้า และระวัง</p>
<p>รถเลนสวน ถึงทางแยกบริเวณด่านทับเบิก</p>
<p>ขับแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิก ประมาณ</p>
<p>2 กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีต ถึงยอดดอย</p>
<p>ภูทับเบิก ชมทะเลหมอก ทุ่งกะหล่ำปลี</p>
<p>ดอกไม้และสินค้าชาวม้ง จุดชมวิวทะเล</p>
<p>หมอกที่ทับเบิก (0-5670-9465) สมาคม</p>
<p>ท่องเที่ยว (0-5670-1736)</p>
<p>กลับทางเดิมใช้ทางหลวงหมายเลข</p>
<p>2331 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2011</p>
<p>เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 203</p>
<p>มุง่ หนา้ อ.หลม่ เกา่ ขับลงมาทาง อ.หลม่ สัก</p>
<p>แวะกินมื้อเที่ยง</p>
<p>จาก อ.หล่มสัก ใช้ทางหลวง</p>
<p>หมายเลข 12 น้ำหนาว-ชุมแพ มุ่งหน้า</p>
<p>อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระยะทาง 94</p>
<p>กิโลเมตร จากสี่แยกพ่อขุนผาเมือง ถนน</p>
<p>คดเคี้ยวไปตามเขา ระวังรถสวนในช่วง</p>
<p>ทางโค้ง ผ่านประตูสู่แดนอีสาน กม.ที่ 18</p>
<p>ถึง กม.ที่ 21 ที่พักริมทางด้านซ้ายมือ</p>
<p>เป็นลานดินกว้าง จุดนี้มองเห็นวิวทิวเขา</p>
<p>เป็นเขตกั้นระหว่างเพชรบูรณ์และชัยภูมิ</p>
<p>มีร้านค้าขายของที่ระลึกฝีมือชาวเขา</p>
<p>กม.ที่ 28 เริ่มเขา้ เขตอุทยานฯ ถึง กม.ที่ 49</p>
<p>เห็นทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว</p>
<p>ด้านซ้ายมือ เข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร</p>
<p>จนถึงที่ทำการฯ ภายในอุทยานมีร้านค้า</p>
<p>สวัสดิการ และจุดบริการนักท่องเที่ยว</p>
<p>เปิดทุกวัน 08.00-16.30 น. พื้นที่ของ</p>
<p>อุทยานฯ กินบริเวณกว้างถึง 603,750 ไร่</p>
<p>แหล่งท่องที่ยวและจุดชมวิว กระจายอยู่</p>
<p>ตามจุดต่างๆ</p>
<p>เขา้ ที่พักแลว้ ขับรถยอ้ นกลับไปบน</p>
<p>ทางหลวงหมายเลย 12 หล่มสัก-ชุมแพ</p>
<p>กม. ที่ 39 จุดชมวิวถ้ำผาหงษ์ จอดรถ</p>
<p>แล้วเดินประมาณ 200 เมตร ชม</p>
<p>ทิวทัศน์และพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น</p>
<p class="style2">ส่วนจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ต้อง</p>
<p>ไป กม.ที่ 46 จุดชมวิวภูคอ้ มองเห็นผืนปา่</p>
<p>สวนสนภูกุ่มข้าวสลับป่าดงดิบ ฉากหลัง</p>
<p>เป็นภูกระดึงและภูผาจิต มีเส้นทางเดินป่า</p>
<p>ศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 4 กิโลเมตร</p>
<p>หลังมื้อเช้า ขับรถเที่ยว สวนสน</p>
<p>ภูกุม่ ขา้ ว ทางเข้าอยู่ กม.ที่ 53 ขับไปตาม</p>
<p>ถนนลูกรังอีก 15 กิโลเมตร บริเวณนี้</p>
<p>เป็นป่าสนสามใบ ต้นสูงใหญ่ ไม่มีไม้อื่น</p>
<p>ปะปนพื้นล่างเป็นทุ่งหญ้าคา หญ้าเพ็ก</p>
<p>ฤดูแล้งทุ่งหญ้าใต้ต้นสนจะเปลี่ยนจาก</p>
<p>สีเขียวเป็นสีน้ำตาลแก่ และกลับมาเขียว</p>
<p>อีกครั้งในดูฝน กลางดงสนจะเห็นเนินเขา</p>
<p>ไม่สูงนักชื่อภูกุ่มข้าว</p>
<p>ขับรถไปเที่ยวต่อที่ ถ้ำใหญ่</p>
<p>น้ำหนาวหรือ ภูน้ำริน บริเวณหลัก</p>
<p>กม.ที่ 60 ขับรถอีก 3 กิโลเมตร จนถึง</p>
<p>หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.6</p>
<p>ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ลักษณะเป็นเขาหินปูน</p>
<p>สูงประมาณ 955 เมตร จากระดับน้ำทะเล</p>
<p>ภายในถ้ำมีหินงอกหินยอ้ ยและที่แปลกตา</p>
<p>คือมีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ</p>
<p>ขับรถต่อไป กม.ที่ 67 น้ำตกเหวทราย</p>
<p>ต้องเดินเท้า อีก 1 กิโลเมตร น้ำตก</p>
<p>ขนาดใหญ่สูงประมาณ 20 เมตร แอ่งน้ำ</p>
<p>ลึกลงเล่นน้ำได้ ถัดไป 500 เมตร เป็นน้ำตก</p>
<p>ทรายทอง มีความกว้างถึง 30 เมตร</p>
<p>สูง 4 เมตร สวยงามมาก</p>
<p>ถ้ามาอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว</p>
<p>ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะเห็น</p>
<p>ป่าเปลี่ยนสี บนทางหลวงหมายเลข 12</p>
<p>หลม่ สัก-ชุมแพ ระหวา่ ง หลัก กม.ที่ 63-70</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-5-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาคเหนือ - ทริป 1 - ปลาแรดแม่น้ำสะแกกรัง ป่าใหญ่ห้วยขาแข้ง ส่องเรือบึงบอระเพ็ด - อุทัยธานี - นครสวรรค์ - พิจิตร</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 06:36:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=249</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

[Show as slideshow]

4 วัน 3 คืน
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงต่างระดับบางปะอิน แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) มุ่งสู่อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท จนถึงสี่แยกหางน้ำสาครให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอมโนรมย์ สุดถนนสาย 3212 เป็นแม่น้ำสะแกกรัง แล้วนำรถลงแพขนานยนต์ข้ามฟากอำเภอมโนรมยี หลังจากขับไปตามถนนสาย 3265 ประมาณ 5 ก.ม. ก็จะถึงวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง แวะชมความงดงามของวิหารแก้วนมัสการรูปเหมือนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และให้อาหารปลา

ในเร็วๆ นี้ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ จังหวัดชัยนาทเชื่อมระหว่างวัดธรรมามูลวรวิหารกับ วัดปากคลองมะขามเฒ่าก็จะสร้างเสร็จและเปิดใช้งาน ซึ่งจะทำให้การเดินทางไปยังวัดท่าซุง สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยาภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างพื้นบ้าน เป็นเรื่องพุทธประวัติ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว และมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑปและพระวิหารแก้ว ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย และยังมีปราสาททองคำ ศาลาฝึกสมาธิ อาคารแต่ละหลังจะมีเวลาเปิด-ปิดไม่ตรงกันวิหารแก้วจะเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00-11.45 น.และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-39"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-37"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p><strong>4 วัน 3 คืน</strong></p>
<p class="style2">ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงต่างระดับบางปะอิน แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) มุ่งสู่อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท จนถึงสี่แยกหางน้ำสาครให้เลี้ยวซ้ายไปอำเภอมโนรมย์ สุดถนนสาย 3212 เป็นแม่น้ำสะแกกรัง แล้วนำรถลงแพขนานยนต์ข้ามฟากอำเภอมโนรมยี หลังจากขับไปตามถนนสาย 3265 ประมาณ 5 ก.ม. ก็จะถึงวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง แวะชมความงดงามของวิหารแก้ว<span style="color: #0000ff;">นมัสการรูปเหมือนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ</span> และให้อาหารปลา</p>
<p>ในเร็วๆ นี้ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ จังหวัดชัยนาทเชื่อมระหว่างวัดธรรมามูลวรวิหารกับ วัดปากคลองมะขามเฒ่าก็จะสร้างเสร็จและเปิดใช้งาน ซึ่งจะทำให้การเดินทางไปยัง<span style="color: #0000ff;">วัดท่าซุง</span> สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยาภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างพื้นบ้าน เป็นเรื่องพุทธประวัติ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว และมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑปและพระวิหารแก้ว ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย และยังมีปราสาททองคำ ศาลาฝึกสมาธิ อาคารแต่ละหลังจะมีเวลาเปิด-ปิดไม่ตรงกันวิหารแก้วจะเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00-11.45 น.และ 14.00-16.00 น. เทา่ นั้น โดยช่วง 11.30-14.00 น.จะอนุญาตเฉพาะคนที่เข้ามาเจริญ พระกรรมฐานเท่านั้น ส่วนปราสาททองคำ เวลาเปิด 08.00-16.00 น.</p>
<p>นอกจากนี้ คุณสามารถแวะชมและให้อาหารปลานับหมื่นตัวที่วังมัจฉาซึ่งอยู่บริเวณทางเดินลงแพปลา ริมแม่น้ำสะแกกรังใกล้กับลานจอดรถ เปิดบริการ 07.00-17.30 น. ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์เปิดถึง 18.00 น. ที่นี่มีบริการเรือนำเที่ยวชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำสะแกกรังด้วย ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 40 นาที ค่าบริการผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท เช่าเหมาลำ 400 บาท (ติดต่อ 08-9958-1479)</p>
<p>จุดหมายต่อไปคือ เขาสะแกกรังโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3220 ผ่านปั๊มน้ำมันปตท. สนามกีฬาจังหวัด แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางขึ้นยอดเขาระยะทางประมาณ 4 ก.ม. อย่าลืมแวะนมัสการพระพุทธรูปภายในวิหาร วัดสังกัสรัตนคีรีบริเวณเชิงเขาซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตามคตินิยมโบราณจากซากโบราณสถานบนยอด เขาแก้ว หรือเขาสะแกกรัง</p>
<p>บนยอดเขามีมณฑปตั้งเดน่ เป็นสง่ามีระฆังสัมฤทธิ์ใบใหญ่หล่อโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ถัดไปทางทิศเหนือเป็นที่ตั้งของพลับพลา พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง จากยอดเขาจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง</p>
<blockquote><p><strong>ช่วงวันออกพรรษา แรม 1 ค่ำเดือน 11</strong> ที่วัดมีประเพณีตักบาตรเทโว ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน พระสงฆ์นับร้อยรูป เดินลงมาจากยอดเขาสะแกรัง มีบันไดทอดจากยอดเขาสะแกรัง สู่เบื้องล่าง ร่วม 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้งและข้าวต้มลูกโยน</p></blockquote>
<p>ลงจากเขาสะแกกรัง ใช้ทางหลวงหมายเลข 333 จากอำเภอเมือง ผ่านอำเภอหนองขาหย่างและอำเภอหนองฉางจากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3438 สายหนองฉาง-ลานสัก ระยะทาง 21.5 ก.ม. ถึงโรงพยาบาลลานสัก จะมองเห็นเทือกเขาปลาร้าอยู่ทางซ้ายมือ หากใครอยากแวะไปผจญภัยไต่เขาที่นี่ก็เลี้ยวซ้่ายเข้าไปอีก 7.5 ก.ม. เป็นทางลาดยางเลี้ยวซา้ ยอีก 15 กิโลเมตรถึงที่ทำการเขตฯด่านตรวจเขาหินแดง จากที่ทำการเขตฯขับต่อ จนถึงสถานีวิจัยเขานางรำระยะทาง 17 กิโลเมตร และหน่วยพิทักษ์ป่ากะปุกกะเปียง ระยะทาง 14 กิโลเมตร</p>
<blockquote><p>แวะชิมปลาแรด จากแม่น้ำสะแกรัง เป็นที่ขึ้นชื่อของอุทัยธานี หากินได้ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ เมนูเด็ด ปลาแรดราดพริก ปลาแรดยำตะไคร้, ปลาแรดทอดกระเทียม, ปลาแรดนึ่งมะนาว</p></blockquote>
<p><span style="color: #0000ff;">เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง </span>ผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี 2534</p>
<p>บริเวณที่ทำการเขตฯ มีรูปปั้นและอนุสรณส์ ถานสืบ นาคะเสถียรผู้เ้ป็นกำลังสำคัญในการปกป้องผืนป่าและผลักดันให้ป่าห้วยขาแข้งได้กลายเป็นมรดกโลก</p>
<p>เขตรักษาพันธุสัตว์ป์า่ฯ เปิดจุดผ่อนปรนให้ประชาชนเข้าไปศึกษาธรรมชาติแบบไม่ค้า้งคืนได้ 3 จุด ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง,หน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์, หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดีที่พักต้องติดต่อล่วงหน้า ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง (0-5651-9654)</p>
<p>เช้ารุ่งขึ้นชมธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ กินอาหารเช้าเสร็จเก็บข้าวของเดินทางต่อไปนครสวรรค์ โดยใช้เส้นทางเดิมกลับออกมา ทางอ.หนองฉาง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 333 ไป อ.เมืองอุทัยธานี <span style="color: #0000ff;">แวะซื้อของฝากเลื่องชื่อ “ขนมกงหนองแก”</span></p>
<p>เดินทางต่อโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้านครสวรรค์ แวะวัดคีรีวงศ์ชม<span style="color: #0000ff;">จุฬามณีเจดีย์ </span>ที่สร้างขึ้นจากบานเจดีย์เก่าปลายกรุงสุโขทัย 600 ปีโดยขับรถตามทางหลวงหมายเลข 117เลี้ยวขวาเขา้ ถนนมาตุลี-ดาวดึงส์ ตรงข้า้มวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ ถึงทางแยกซ้ายขึ้นไปเที่ยวชมวัดคีรีวงศ์</p>
<p>ใช้เ้ส้นทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้า้<span style="color: #0000ff;">บึงบอระเพ็ด</span> โดยย้อนกลับมาทางกรุงเทพฯ จนถึงสี่แยก จิรประวัติให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3004 ไปอีก 20 กม.เส้นทางนี้เป็นทิศใต้ของ บึงบอระเพ็ด ผา่ นปมั๊ ปตท. จนถึง กม.ที่ 8 จะมีป้ายอุทยานนกน้ำ ให้เลี้ยวซ้าย เข้าไปอีก 4กม. ถึง “อุทยานนกน้ำ” หรือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด” อุทยานมีจักรยานให้เช่า ราคา 10-15 บาท</p>
<blockquote><p><strong>ติดต่อบริการเรือ</strong> พาชมนกนานาชนิดที่หาดูยาก-พืชพรรณไม้น้ำ-ดอกบัวสีม่วง ชมพู บนาเต็มพื้นน้ำ</p>
<p>ลุงจร (08-9460-2720), ลุงพนม (08-1786-4330)</p></blockquote>
<p>หากเข้าทางด้านเหนือของบึงให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชุมแสง ประมาณ 9 กม.มีทางแยกขวาอีก 2 กม. เข้าไปยัง “สถานีประมงบึงบอระเพ็ด” ในบริเวณมีบ่อเพาะพันธุ์ปลาและจระเข้ มีเรือหางยาวนำชมบึงด้วย มีบ้านพัก 3 หลัง ติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บึงบอระเพ็ด,ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ดนครสวรรค์ (0-5627-4525) เช้าเดินทางต่อไป จ.พิจิตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 3004 จากอุทยานนกน้ำไป อ.ท่าตะโก ระยะทาง 35 กิโลเมตรผ่านโรงพยาบาลท่าตะโก (0-5624-9036) 1 กิโลเมตร สังเกตแยกขวา เยื้องโรงพยาบาลเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2037 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ช่วง 3 กิโลเมตรแรกของถนนเส้นนี้ขับผ่านหมู่บ้าน ต่อด้วยถนนลาดยาง จนถึงวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์จากถนนมองเห็นวัดอยู่บนยอดเขา</p>
<p><span style="color: #0000ff;">วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ </span>อยู่บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโกเป็นพุทธสถาน ที่คณะศิษย์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นำโดย พระเทพโมลี สร้างขึ้นในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงบริจาคทุนทรัพย์ และทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์</p>
<p>วัดนี้เป็น ที่ตั้งของ <span style="color: #0000ff;">เจดียศ์ รีพุทธคยา</span> สร้างขึ้นเพื่อเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีและเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เจดีย์จำลองแบบมาจาก เจดีย์พุทธคยา ณ เมืองคยา ประเทศอินเดีย ย่อขนาดลงมาใหเ้หมาะสมกับสถานที่ ความสูง 28 เมตร</p>
<p>เสมอเหมือนพระพุทธเจ้า 28 พระองค์เชิงเขา มีลานจอดรถของวัด แล้วเดินขึ้นเขา ชมบรรยากาศโดยรอบ หรือจะขับไปตามถนนคอนกรีต ขึ้นเขาคดเคี้ยวใช้เวลา 5 นาที ถึงลานจอด เดินชมบริเวณเรือหลวง หรือจะขับขึ้นไปจนถึงลานจอดบนยอดเขา</p>
<p class="style2">
<p class="style2">จากนั้นเดินทางต่อ จากทางหลวง 3004 มุ่งหน้าขึ้นเหนือเข้าทางหลวงหมายเลข 11 (ส่วนใหญ่รถบรรทุกจะใช้เส้นทางนี้ ถนน 2 เลนสวน ทางซ่อมปะถนนทรุดเป็นระยะ) ผ่านกิ่งอ.ดงเจริญจนถึงสี่แยก อ.ทับคล้อ เลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 113 ไป อ.ตะพานหินระยะทาง 18 กิโลเมตร</p>
<p class="style2">แวะกราบ<span style="color: #0000ff;">พระพุทธเกตุมงคล</span>หรือ <span style="color: #0000ff;">หลวงพ่อโตตะพานหิน</span> เพื่อเป็นศิริมงคล <span style="color: #0000ff;">ที่วัดเทวปราสาท</span>หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร องค์พระสูง 30 เมตรสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทางเข้าวัดอยู่บริเวณเชิงสะพานแม่น้ำน่าน</p>
<p>จากวัดเทวปราสาท ใช้ทางหลวงหมายเลข 113 ขับตรงไป จนถึงสี่แยกตะพานหิน เลี้ยวขวาไปอีก 11 กิโลเมตรถึง<span style="color: #0000ff;">วัดเขารูปช้าง</span> ด้านขวามือ เลี้ยวขวาตามถนนคอนกรีต ประมาณ 1 กิโลเมตรในตำบลดงป่าคำ อ.เมือง เป็นวัดในชุมชนเล็กๆ ที่อยู่โดยรอบวัดมีเจดีย์แบบลังกาตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 113 อีก 5 กิโลเมตร จนถึงสามแยก ตัดทางหลวงหมายเลข 1300 ให้เลี้ยวซ้าย</p>
<p>ใช้ทางหลวงหมายเลข 1300 อีก 10 นาที ถึง <span style="color: #0000ff;">วัดโพธิ์ประทับช้าง</span> ในอ.โพธิ์ประทับช้าง วัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา หน้าวัดมีต้นตะเคียน อายุราว260 ปี วัดโดยรอบ 7 คนโอบ ภายในวัดมีพระวิหารสูงใหญ่</p>
<p class="style2">ออกจากวัดไป อ.โพธิ์ประทับช้างอีก 3 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1068 ระยะทางอีก 14 กิโลเมตร ผ่านอุทยานเมืองเก่าพิจิตรด้านขวามือ ผ่าน วัดโรงช้างจนถึงตัวเมืองพิจิตร</p>
<p>ช่วงเย็น ไปเดินชมธรรมชาติที่<span style="color: #0000ff;">บึงสีไฟ</span> พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื้อที่ 5,000 ไร่ ภายในบึงสีไฟ มีสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์สวนไม้ดอกไม้ประดับ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สะพานทอดยาวไปในบึงมีศาลาใหญ่ให้นั่งพักผ่อนกลางบึง หรือให้อาหารปลาเป็นกิจกรรมยามว่าง</p>
<p>สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติยื่นลงไปในบึงสีไฟจัดแสดงพันธุ์ปลานานาชนิด เปิดทุกวัน 09.00-18.00 น.วันหยุดเปิดถึง 19.00 น. (0-5661-1309)</p>
<p>ถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นพญาชาละวันอยู่ด้านหน้าทางเข้าบึงสีไฟมีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตรภายในเป็นห้องประชุมขนาดเล็ก 25-30 ที่นั่ง ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร อยู่ด้านหน้าบึงสีไฟมีทั้งเครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอมะขามแกว้ สี่รส เปดิ ทุกวัน 10.00-17.00 น. เว้นวันจันทร์</p>
<p>ในตัวเมืองมีทั้งโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ราคา 400-500 บาทอาหารมื้อเย็นฝากท้องในตลาดตัวเมือง</p>
<p>ก่อนเดินทางกลับ แวะกราบนมัสการหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพิจิตร เพื่อเป็นสิริมงคล วัดท่าหลวงอยู่บนถนนบุษบา ใน อ.เมือง ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัดเก่า โบสถ์เปิดให้เข้านมัสการหลวงพ่อเพชร ทุกวัน 09.00-16.00 น.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b-1-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำใบอนุญาตขับขี่สากล และเอกสารการนำรถออกจากประเทศ</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 May 2009 08:30:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ขับขี่ข้ามชายแดน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=244</guid>
		<description><![CDATA[ใบอนุญาตขับขี่สากล -หลักฐานประกอบคำขอ



1. หนังสือเดินทาง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง

2. สำเนาทะเบียนบ้าน

3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

4. ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ตลอดชีพ หรือ 5 ปี ฉบับจริง พร้อมสำเนา

5. รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด 2 นิ้ว หรือ 2 นิ้วครึ่ง 2 ใบ

6.ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนา สำหรับผู้หญิง

6. ค่าธรรมเนียม 505 บาท

ผู้ที่ต้องการขอหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตขับรถยนต์ฉบับภาษาอังกฤษ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม อีก 1 ชุด

การ ขอมีใบอนุญาตขับขี่ฯขั้นตอนไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยเพราะไม่ต้องสอบทฤษฎีหรือปฏิบัติกันอีก ยื่นเอกสารไป ก็ได้ใบอนุญาตมา แต่เมื่อหมดอายุ 1 ปี และไม่สะดวกที่จะต่ออายุด้วยตัวเอง สามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่น ยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้

เอกสารทุกอย่างใช้สำเนาได้ และต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ยกเว้น ใบอนุญาตขับขี่และหนังสือเดินทาง ต้องนำฉบับจริงมาแสดงด้วย  ยื่นคำร้องที่แผนกใบอนุญาตขับรถยนต์ฯ กรมการขนส่งทางบก  ถ.พหลโยธิน กรุงเทพฯ สำหรับต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ กรมขนส่งทางบกประจำจังหวัด

 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ใบอนุญาตขับขี่สากล -หลักฐานประกอบคำขอ</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p>1. หนังสือเดินทาง หรือ สำเนาหนังสือเดินทาง</p>
<p>2. สำเนาทะเบียนบ้าน</p>
<p>3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน</p>
<p>4. ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ตลอดชีพ หรือ 5 ปี ฉบับจริง พร้อมสำเนา</p>
<p>5. รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด 2 นิ้ว หรือ 2 นิ้วครึ่ง 2 ใบ</p>
<p>6.ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนา สำหรับผู้หญิง</p>
<p>6. ค่าธรรมเนียม 505 บาท</p>
<p>ผู้ที่ต้องการขอหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตขับรถยนต์ฉบับภาษาอังกฤษ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม อีก 1 ชุด</p>
<p>การ ขอมีใบอนุญาตขับขี่ฯขั้นตอนไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยเพราะไม่ต้องสอบทฤษฎีหรือปฏิบัติกันอีก ยื่นเอกสารไป ก็ได้ใบอนุญาตมา แต่เมื่อหมดอายุ 1 ปี และไม่สะดวกที่จะต่ออายุด้วยตัวเอง สามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่น ยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้</p>
<p>เอกสารทุกอย่างใช้สำเนาได้ และต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ยกเว้น ใบอนุญาตขับขี่และหนังสือเดินทาง ต้องนำฉบับจริงมาแสดงด้วย  ยื่นคำร้องที่แผนกใบอนุญาตขับรถยนต์ฯ กรมการขนส่งทางบก  ถ.พหลโยธิน กรุงเทพฯ สำหรับต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ กรมขนส่งทางบกประจำจังหวัด</p>
<p class="style2">
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_3_Image_0005.jpg" alt="" width="379" height="515" /> <img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/thai/images/cross_Page_2_Image_0005.jpg" alt="" width="288" height="379" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2009/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Passport for vehicles (purple book)</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/passport-for-vehicles-purple-book/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/passport-for-vehicles-purple-book/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:05:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Cross Border Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=148</guid>
		<description><![CDATA[
Required  documents:

Procedure  I: Preparation of documents

Regulations  of applying for passport for vehicle
All vehicles are required to have passport for vehicle for inspection while travelling in a foreign country. They should have a sticker with “T”, an abbreviation of Thailand, to be attached to the windshield.
Those  who want to have passport for [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en--></p>
<p class="style2">Required  documents:</p>
<p>Procedure  I: Preparation of documents</p>
<p>Regulations  of applying for passport for vehicle</p>
<p class="style2">All vehicles are required to have passport for vehicle for inspection while travelling in a foreign country. They should have a sticker with “T”, an abbreviation of Thailand, to be attached to the windshield.</p>
<p class="style2">Those  who want to have passport for vehicles can apply at provincial transportation  offices.</p>
<p class="style2">For  normal people:</p>
<ol>
<li class="style2"> Copies of  identity card and house registration</li>
<li class="style2"> Copies of vehicle  registration book and annual tax payment pages</li>
<li class="style2"> Letter of  authorisation in case owner of vehicle is absent</li>
</ol>
<p class="style2">For  company limited, company and public company limited or vehicle hypothecated to  a finance company:</p>
<p>1  Letter of ratification from companies</p>
<p>2  Copies of house registration and identity card of authorised company’s  executives</p>
<p>3  Copies of vehicle registration book and annual tax payment pages</p>
<p>4  Letter of authorisation</p>
<p class="style2">Procedure  II: Submission of documents at immigration checkpoint of exit point</p>
<p class="style2">An applicant fills up application of details of vehicle (Tor Mor 2) and of passengers (Tor Mor 3). An application for a vehicle has to have two sets of Tor Mor 2 and Tor Mor 3 for entrance and exit.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/cross_Page_4_Image_0005.jpg" alt="" width="599" height="216" /></p>
<p class="style2">Required  documents are:</p>
<p>1  Copies of vehicle registration book and annual tax payment pages</p>
<p>2  Copy of driving licence of driver</p>
<p>3  Passport for vehicle in case traveling to Laos</p>
<p>4 In case owner of the vehicle is not the driver or the vehicle is with finance company, a letter of authorisation with Bt10 revenue stamp, copies of house registration and identity card of the authorised person are required.</p>
<p class="style2">In case the vehicle is with a finance company, copies of legal identity of the finance company ratified by authorised executives.</p>
<p class="style2">All the documents, including Tor Mor 2 and 3 can be submitted at the immigration office at the exit point during office hours. The applicants have to pay an extra Bt100 for each vehicle in case the documents are submitted during weekend or not during office hours.</p>
<p class="style2">Procedure  III: Submission of documents at Thai customs office at the exit point</p>
<p class="style2">Officials will give a special document for those who want to enter and return to Thailand at different point. The special document is to be returned to officials when returning to Thailand. There is no service charge for the procedure, but you can pay if you prefer.</p>
<p class="style2">Checkpoints  in the north</p>
<p>Mae  Sai, Mae Sai district, Chiang Rai; 0-5373-1008-9</p>
<p>Chiang  Khong, Chiang Khong district, Chiang Rai; 0-5379-1332</p>
<p>Mae  Sot checkpoint, Mae Sot district, Tak;</p>
<p>0-5556-3000</p>
<p class="style2">Checkpoints  in the northeast</p>
<p>Nong  Khai checkpoint, Muang district, Nong Khai 0-4241-1605</p>
<p>Thalee  checkpoint, Thalee district, Loei 0-4288-9208</p>
<p>Mukdahan  checkpoint, Muang district, Mukdahan 0-4261-1074</p>
<p>Nakhon  Panom checkpoint, Muang district, Nakhon Panom 0-4251-1235</p>
<p>Chongmek  checkpoint, Sirindhorn district, Ubon Ratchathani:  0-4541-1108</p>
<p class="style2">Checkpoint  in the central region</p>
<p>Aranyaprathet  checkpoint, Aranyaprathet district, Sa Kaew 0-3723-1131</p>
<p class="style2"><strong>Checkpoints  in the South</strong></p>
<p>Sadao  checkpoint, Sadao district, Songkhla; Tel 0-7430-1107</p>
<p>Padang  Bazaar checkpoint, Sadao district, Songkhla; Tel 0-7452-1020</p>
<p>Sungai  Kolok checkpoint, Sungai Kolok district, Narathiwat; Tel 0-7361-1231</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/cross_Page_5_Image_0004.jpg" alt="" width="598" height="245" /></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/passport-for-vehicles-purple-book/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>International Driving Licence and Documents of taking vehicle out of Thailand</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/international-driving-licence-and-documents-of-taking-vehicle-out-of-thailand/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/international-driving-licence-and-documents-of-taking-vehicle-out-of-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:04:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Cross Border Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=147</guid>
		<description><![CDATA[
International  Driving Licence
Applicant  is required to submit

1  Passport or its copy

2  Copy of House Registration

3  Copy of identity card

4  Permanent or five-year driving licence and a copy

5  Two 2-inch or 2.5-inch color or black-and-white photos

6  Marriage registration for female applicants

7 A fee of Bt505
Those  who wish [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en--></p>
<p class="style5">International  Driving Licence</p>
<p class="style2">Applicant  is required to submit</p>
<p>1  Passport or its copy</p>
<p>2  Copy of House Registration</p>
<p>3  Copy of identity card</p>
<p>4  Permanent or five-year driving licence and a copy</p>
<p>5  Two 2-inch or 2.5-inch color or black-and-white photos</p>
<p>6  Marriage registration for female applicants</p>
<p>7 A fee of Bt505</p>
<p class="style2">Those  who wish to apply for documents to ratify driving permission have to prepare  one more set of required documents.</p>
<p class="style2">The application process is quite simple and will take about one to two hours because an applicant does not need to have tests of traffic laws and driving. One just submits the documents and then gets the licence. The licence will become invalid after one year and a holder who wants to have the extension but is not able to apply by himself can assign another person to do so on his behalf. Please ensure a proper letter of authorisation is given.</p>
<p class="style2">The applicants can use copies of the documents required, but they are requested to show the original documents of driving licence and passport along with the copies. They have to sign up all copies to ratify the copies. They can apply at Land Transportation Department, Phaholyothin Road, Bangkok, and at provincial land transportation departments.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/cross_Page_3_Image_0005.jpg" alt="" width="379" height="515" /> <img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/cross_Page_2_Image_0005.jpg" alt="" width="288" height="379" /></p>
<p><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/international-driving-licence-and-documents-of-taking-vehicle-out-of-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Cross border travel</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/cross-border-travel/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/cross-border-travel/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:04:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Cross Border Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=146</guid>
		<description><![CDATA[Travellers who wish to cross the border to a neighbouring country should know the rules and laws regarding prohibited goods and contrabands.
The laws prohibit any dealings in all narcotics such as amphetamines, heroin, marihuana, ketamine, metamphetamine (ice), opium, etc.
Obscene objects, fake sexual organs, pornographic printed items and movies as well as pirated goods and items [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en-->Travellers who wish to cross the border to a neighbouring country should know the rules and laws regarding prohibited goods and contrabands.</p>
<p class="style2">The laws prohibit any dealings in all narcotics such as amphetamines, heroin, marihuana, ketamine, metamphetamine (ice), opium, etc.</p>
<p class="style2">Obscene objects, fake sexual organs, pornographic printed items and movies as well as pirated goods and items such as clothes, handbags, belts, shoes, pens, eye glasses, watches, key chains, and VCDs, are also prohibited.</p>
<p class="style2">Any items with badges and decorations of national flags, money, warrants, valuable coins, and fake official stamps are also prohibited.</p>
<p class="style2">To  take the following items in and out of the country, you have to get approval  from concerned authorities.</p>
<ol>
<li class="style2">Telecommunication  radios and spare parts – Post and Telegraph Commission</li>
<li class="style2">Guns, ammunitions, explosives, firecrackers, fake weapons – Interior Ministry</li>
<li class="style2">Drug, cosmetics and instant food – Public Health Ministry</li>
<li class="style2"> Buddha statues, religious items, antiques – Fine Arts Department</li>
<li class="style2">Protected animals, remains of animals – Livestock Department, Wildlife  Protection Department and Fishery Department</li>
<li class="style2"> Plants, rubber plants, natural rubber plants or plant remains – Department of  Agriculture</li>
</ol>
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/cross_Page_6_Image_0005.jpg" alt="" width="602" height="398" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/cross_Page_7_Image_0001.jpg" alt="" width="308" height="397" /></p>
<p class="style2">Items  that have tax exemption are:</p>
<ol>
<li class="style2"> Liquors, beers  and wines, not more than one litre</li>
<li class="style2"> Cigarettes –  200 rolls</li>
<li class="style2"> Cigars or pipe tobaccos – not more than 250 grams each. A combination of them are allowed, but weight should not exceed more than 250 grams or exceed 200 rolls.</li>
</ol>
<p class="style2">Those who import or export the said prohibited items violate Customs Act BE 2469 and are liable to a fine of four times the item’s value or a jail term of not more than 10 years or both.</p>
<p class="style2"><strong>Travel  Documents</strong></p>
<p>1.  Passport: All nationals who have visas of Laos  and Burma  can visit those countries for 15-30 days.</p>
<p>2. Temporary border pass: Thais who have residence in Thailand can use the pass to go to Burma. Their children, not aged more than 12, can jointly use the pass.</p>
<p class="style2">The pass is for a single trip and its holder is allowed to stay in Bor Kaew province of Laos for 15 days and Ta Chilek in Burma for 7 days. Their entry and exit points have to be the same. Travelling beyond the said areas will be punishable by the laws of Burma and Laos.</p>
<p class="style2"><strong>Required  documents: </strong></p>
<ol>
<li class="style2">Fees and  application – Bt30</li>
<li class="style2">Copy of identity  card or others issued by official authority</li>
<li class="style2">Photo is  required for travelling to Laos,  while it is not required for entering Burma.</li>
</ol>
<p class="style2">You can apply for the documents at Chiang Khong, Chiang Saen and Mae Sai district office as well as authorised individual offices.</p>
<p class="style2"><strong>Cross-border  basic information</strong></p>
<p class="style2">1  The Thai-Burmese border is open from 6.30am to 6.30pm</p>
<p>2  Thai and Burmese people are allowed to travel for tourism purpose not beyond 5 km from the border</p>
<p>3 Thai nationals require copy of identity card to go to Burma. Required documents for cars and motorcycles are a car registration.</p>
<p>4  Fee for cross-border pass on Thai soil – Bt40 each</p>
<p>Fee for cross-border pass on Burmese soil –  Bt10 for Thai and US$5 for foreigners</p>
<p>5  Fee for bringing in a car to Burma  – Bt60 and Bt10 for each passenger</p>
<p>6  Fee for bringing in a motorcycle ­– Bt10</p>
<p>7  Main currency in Ta Chilek town is the baht</p>
<p>8  Traffic in Burma  keeps to the right.</p>
<p class="style2"><strong>Driving  a car to Laos</strong></p>
<p class="style2">From June 11, 2008, people or transportation-related business operators who wish to drive a vehicle to Mekong countries – Cambodia, Burma, Laos, Vietnam and southern China (Yunnan and Kuangxi) must attach to their vehicles licence plates and car registration documents in English. They are required to show name of the country, number of the licence plate, indexes and provinces’ codes. The requirements have been agreed upon by the countries involved in cross-border transportation.</p>
<p class="style2">Vehicles that are allowed in the Mekong countries are sedans, vehicles with not more than seven seats, vehicles with more than seven seats or mini-vans or pickup or taxis, tourism vehicles, vehicles for renting, mini-cars, inter-provincial service cars, vehicles of diplomatic corps or international organisations in Thailand.</p>
<p class="style2">Vehicle’s owner or transportation business operators, who wish to bring vehicles to the Mekong countries, can apply for licence plate in English version at provincial transportation offices or at the branch under whose jurisdiction the car is.</p>
<p class="style2">They are required to submit car registration documents, copy of identity card or certification documents of legal identities. In case they are not able to apply by themselves, they have to issue a document assigning authority to ones who act on their behalf. The vehicles permitted under the rules are for tourism purpose or transportation from the country of origin only.</p>
<p class="style2">Thai nationals who visit Laos for a few days do not need a visa. Thai nationals are allowed to stay in Laos for 30 days without a visa by if they have a passport (the validity of which is not less than 6 months). If they want to extend their stay for 30 days more, they have to apply for a visa from the embassy or Laos consul offices in Thailand. The fee is Bt600.</p>
<p class="style2">In  case of emergency, they can apply for “Visa on Arrival” at the international  border checkpoints.</p>
<p class="style2">Thai nationals can apply for Border Pass at any Thai city halls of provinces that have joint border with Laos. They are required to present identity card and its copy, 2 photos and a fee of Bt40.</p>
<p class="style2">A border-pass holder is allowed to stay in Laos for 3 days (2 nights) and travel in and to areas permitted by Laotian authorities only. For example, a border pass for travel from Nong Khai to Vientienne cannot be used for travel beyond Vientienne.</p>
<p class="style2">A  border-pass holder can enjoy visiting Laos not more than 3 days and 2  nights.</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/cross_Page_1_Image_0005.jpg" alt="" width="289" height="431" /></span></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/cross-border-travel/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>A sample route for driving trip</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/a-sample-route-for-driving-trip/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/a-sample-route-for-driving-trip/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:03:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=145</guid>
		<description><![CDATA[Bangkok to  Chiang Mai: A five-day, four-night trip to view blooming “Phya  sua krong” flowers (also known as Thai sakura).

(Bangkok  – Bhumibol Dam – Chae Son National Park – Khun Chang Khien Hmong village – Huai  Nam Dang National Park – Bangkok)
The trip starts in Bangkok at 6am on Phahonyothin Road [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en--><strong>Bangkok to  Chiang Mai:</strong> A five-day, four-night trip to view blooming “Phya  sua krong” flowers (also known as Thai sakura).</p>
<p>(Bangkok  – Bhumibol Dam – Chae Son National Park – Khun Chang Khien Hmong village – Huai  Nam Dang National Park – Bangkok)</p>
<p class="style2">The trip starts in Bangkok at 6am on Phahonyothin Road (Highway 1). Stop for breakfast at Pak Bang Market on the bank of the Chao Phya River in Sing Buri’s Phrom Buri district. We recommend traditional “phad thai” fried noodle for breakfast and “khanom pia” stuffed bun as a snack for the road. Continue the trip on Highway 1 to Nakhon Sawan. A short distance after the Phayuha Khiri junction, you turn into a bypass and head for Kamphaeng Phet and then Tak. It is time for a stop for lunch at Muang Tak Market. Then resume the trip and head for the Bhumibol Dam, where you can spend the night. Drive along the road to Ban Tak district, get into Sam Ngao district and turn left at the entrance to the Bhumibol Dam. You can stay overnight on a raft house just above the dam. There is enough time to relax and watch the sun set.</p>
<p class="style2">The next morning, you can watch the sun rise just above the dam. After breakfast, there is time for a stroll on the dam.</p>
<p>Later in the morning, the trip resumes and the next destination is the Chae Son National Park in Lampang’s Mueang Pan district. Continue on Highway 1 to Lampang. When arriving at Koh Kha district, turn into Highway 1034 and head for Hang Chat district for a visit to Phra That Lampang Luang Temple. Then make a U-turn and head for Mueang district to get to the Chae Son National Park, which is located about 75 kilometres from Mueang district. Here, you can enjoy a bath in spring water and spend the night at the park’s lodging (reservation required).</p>
<p class="style2">The following morning, continue the trip to Chiang Mai. Tonight will be spent at Khun Chang Khien Hmong village, a new place in a forest of “Phya sua krong”. Drive along the main road to get past Lamphun and enter Chiang Mai. Turn right to the route for Doi Suthep, where you may visit Phra That Doi Suthep stupa. At around noon, resume the trip from the Palace route. Drive past Doi Pui Hmong village and turn right into a small road with a sign pointing to Khun Chang Khien Hmong village. You should drive with special care in this part as the road is very narrow, steep and winding. The night will be spent at the Doi Suthep-Pui tent ground, in the midst of a “Phya sua krong” forest. There are food shops in this area.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_15_Image_0005.jpg" alt="" width="559" height="321" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_15_Image_0006.jpg" alt="" width="266" height="173" /></p>
<p class="style2">Next morning, it is a trip to the Hmong village, which is not far away, to view the blooming “Phya sua krong” flowers along the road. Parts of the route are paved with compressed red soil, but they are not too difficult for a passenger car. You can find fresh coffee at the place’s only shop, which is part of a Chiang Mai University agricultural station project.</p>
<p class="style2">You can spend the entire morning taking photographs and relax. On the return drive to Chiang Mai, you should take the same route. Then head for Mae Rim district, turn into Highway 1095 and continue to the Huai Nam Dang National Park. Stop for lunch at Mae Malai Market in Mae Taeng district. Then continue on Highway 1095 until you reach the Huai Nam Dang National Park, where you can spend the night.</p>
<p class="style2">Next morning is time to enjoy viewing a sea of fog and a stroll close to the Nature. After breakfast, prepare for the ride back. You may stop at the entrance to the Mok Fa waterfalls for a cup of coffee at Paen Kled shop. Then head back to Chiang Mai. While on the way, you may stop for lunch and souvenir shopping at Waroros Market. Then it is a long drive to Bangkok.</p>
<p class="style2"><strong>Remarks:</strong> The “Phya sua krong” flower blooms when the weather is cold. It is recommended that you check beforehand. All kinds of vehicle can be used for such a trip. National parks have lodgings and food shops.</p>
<p><!--:--><!--:th--></p>
<p><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/a-sample-route-for-driving-trip/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Recommended shortcuts for long public holidays</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/recommended-shortcuts-for-long-public-holidays/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/recommended-shortcuts-for-long-public-holidays/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:02:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=144</guid>
		<description><![CDATA[To the North and Northeast
Route 1: Start from Vibhavadi-Rangsit Road (Highway 31) or the Don Muang Tollway, then Uttaraphimuk Road and get into Phahonyothin Road (Highway 1). When you reach the Bang Pa-in interchange, get into Asia Highway (Highway 32) and head for Ayutthaya and then Angthong to go North. You may enter Phahonyothin Road [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en--><strong></strong><strong>To the North and Northeast</strong></p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 1:</strong> Start from Vibhavadi-Rangsit Road (Highway 31) or the Don Muang Tollway, then Uttaraphimuk Road and get into Phahonyothin Road (Highway 1). When you reach the Bang Pa-in interchange, get into Asia Highway (Highway 32) and head for Ayutthaya and then Angthong to go North. You may enter Phahonyothin Road (Highway 1) and head for Saraburi to go Northeast. (0-2521-3745, 0-2529-1441, 0-3524-5093)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 2:</strong> Start from Rattanathibet Road (Highway 302) and enter Bang Bua Thong-Suphan Buri Road (Highway 340), then turn right to Western Ring Road (Highway 9). From the Bang Pa-in interchange, get into Phahonyothin Road (Highway 1) and head for Saraburi if you are Northeast-bound and opt for Asia Highway (Highway 32) if you are North-bound. (0-2529-1441, 0-2527-2488, 0-3524-5093)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 3:</strong> Start from Rattanathibet Road (Highway 302) and travel on Bang Bua Thong-Suphan Buri Road (Highway 340). Get past Suphan Buri and enter Chai Nat. Then get into Asia Highway (Highway 32) and head for Nakhon Sawan before entering the North. (0-2527 2488, 0-3555-5434)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 4:</strong> Start from Ram Inthra Road (Highway 304), enter Lam Luk Ka interchange (Highway 9). When you arrive at Phahonyothin junction (Highway 1), turn right to head for the Northeast, or turn left at the Bang Pa-in interchange to enter Asia Highway (Highway 32) for the North. (0-2521-3745, 0-3524-5039, 0-3621-1105)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 5:</strong> Start from Chaeng Wattana Road (Highway 304), at the Ha Yaek Pak Kret (five-way junction), turn right to cross over Bang Phoon-Bang Pahan Road (Highway 347). Get past the Chiang Rak Noi interchange and enter Asia Highway (Highway 32) at Bang Pahan district for the North, or enter Phahonyothin Road (Highway 1) to head for Saraburi if you are Northeast-bound. (0-2529-1441, 0-3524-5093, 0-3621-1105)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 6:</strong> Starting from Rangsit interchange, you should travel along Rangsit-Ongkarak Road (Highway 305). Get past the Thanyaburi interchange and head for Nakhon Nayok and then Kabin Buri before bounding for the Northeast. (0-2529-1441, 0-3733-5383)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 7:</strong> Starting from Ram Inthra, you should travel along Ram Inthra-Suwinthawong Road (Highway 304). On this route, you will pass Chachoengsao, Phanom Sarakham, Kabin Buri, Pak Thong Chai before entering Friendship Road (Highway 2) to head for the Northeast. (0 2521-3745, 0 3851-1015)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Recommended routes to avoid the Dechatiwong Bridge</strong></p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 1:</strong> Highway 11 (Starting at In Buri-Phitsanulok junction). When you arrive at In Buri interchange (Highway 32, Kilometre 158), turn right to enter Highway 11. Then you will travel past the districts of Tak Fa, Tha Tako and Sak Lek. When arriving at Wang Thong three-way junction, turn left to enter Highway 12 and travel through Phitsanulok before entering the North.</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 2:</strong> From Mueang Nakhon Sawan western bypass to Krok Phra district. When arriving at Tha Nam Oi three-way junction (Highway 1, Kilometre 206), turn left to Highway 333 and then turn right to Highway 3220 after getting past Uthai Thani. Turn right at the Krok Phra junction (where Highways 3319, 3229 and 3005 meet), go along Highway 3005 and turn left at the next intersection. Go along Highway 122 and turn left at the Ban Nong Tako junction to enter Highway 1 and go through Kamphaeng Phet to head for the North.</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 3:</strong> From Mueang Nakhon Sawan western bypass to Kamphaeng Phet. When arriving at Tha Nam Oi three-way junction (Highway 1, Kilometre 206), go along Highway 1 and turn left to Highway 122 at Mueang Nakhon Sawan bypass junction (Highway 1, Kilometre 227). Then turn left at the Ban Nong Tako junction to enter Highway 1 and drive through Kamphaeng Phet for the North.</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 4:</strong> From Mueang Nakhon Sawan western bypass to Phitsanulok. Follow the same path as Route 3 (from Tha Nam Oi junction to Ban Nong Tako junction) and then make a U-turn to enter Highway 117 for Phitsanulok before going further north.</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>To the East</strong></p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 8:</strong> Drive along Bang Na-Bang Pakong Road (Highway 34) and turn left at Kilometre 39 to enter Bangkok-Chon Buri Motorway (Highway 7) at the Bang Khwai interchange. Then head for Pattaya and the eastern seaboard. (0-2397-4086, 0-3875-8538)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 9:</strong> From Srinakarin Road (Highway 3344), get into Bangkok-Chon Buri Motorway (Highway 7) and then head for Pattaya and the eastern seaboard. (0-2397-4086, 0-3857-8626)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 10:</strong> From Ram Inthra Road (Highway 304), drive along Suwinthawong Road (Highway 304). After driving past Chachoengsao, enter Highway 314 and then Bangkok-Chon Buri Motorway (Highway 7) to head for Pattaya and the eastern seaboard. (0-2521-3745, 0 3851-1015, 0-3857-8626)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>To the South</strong></p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 11:</strong> Start from Thon Buri-Pak Tho Road (Highway 35-Rama II) and enter Petchkasem Road (Highway 4) to head for the South. (0-2420-6821)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 12:</strong> Start from Petchkasem Road (Highway 4) and get past Nakhon Pathom’s Sam Phran district, Photharam and Pak Tho districts in Ratchaburi, before heading for the South. (0-2420-6821, 0 3425-8856)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 13:</strong> Start from the new Southern Bus Terminus, enter Bangkok Noi-Nakhon Chaisi Road (Highway 338). Then drive past Nakhon Pathom, Ratchaburi and Phetchaburi before heading southward. (0-2420-6821, 0-2433-0797, 0-3425-8856)</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Recommended routes to avoid congestion on Highways 4</strong></p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 1:</strong> The route that links Highways 338, 4 and 35. Begin at the Chim Phli interchange, go straight to Highway 9 (Western Ring Road) and then turn right for Highway 4 (Petchkasem Road), or continue ahead to Bang Khunthien interchange for Highway 35 and head for Pak Tho district to get to the South.</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 2:</strong> The route that connects Highways 338, 4 and 35. Start from the junction to Buddha Monthon Road 4 (Highway 3310), turn right to enter Road 4 and turn left for Highway 3091 at the Setthakit Road junction. When you reach Samut Sakhon interchange, get into Highway 35 for Pak Tho district before heading South.</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 3:</strong> The route that connects Highways 338, 4 and 35. Begin at the junction to Buddha Monthon Road 5 (Highway 3414), drive straight to the Buddha Monthon Road 4 junction. Take a U-turn and get into Highway 3091. Drive further to Samut Sakhon interchange before entering Highway 35 for Samut Sakhon’s Pak Tho district.</p>
<p class="style2"><strong></strong><strong>Route 4:</strong> The route that links Highways 4 and 35. Start from Phra Pathon junction, turn left to Highway 3097. Drive straight to Ban Phaew district until you find Highway 35 ahead. Take a U-turn under the bridge ahead to enter Highway 35 before heading for Pak Tho district and the South.</p>
<p class="style2"><strong><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/map-drive.jpg" alt="" width="808" height="1419" /></strong></p>
<p><!--:--><!--:th--></p>
<p><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/recommended-shortcuts-for-long-public-holidays/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Off-road and unusual tracks</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/off-road-and-unusual-tracks/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/off-road-and-unusual-tracks/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:01:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=143</guid>
		<description><![CDATA[Before a self-drive trip, you should carefully study the route to determine if there is any location that is not accessible by a passenger car. Some remote tourist destinations or natural exploration sites may be accessible by a normal pickup truck but others can be accessible only by a four-wheel-drive vehicle. If you know about [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en-->Before a self-drive trip, you should carefully study the route to determine if there is any location that is not accessible by a passenger car. Some remote tourist destinations or natural exploration sites may be accessible by a normal pickup truck but others can be accessible only by a four-wheel-drive vehicle. If you know about the fact beforehand, you can pick the right vehicle.</p>
<p class="style2">In addition to your usual materials for a long journey, travelling by a 4WD vehicle may require additional preparation for the engine, as well as some necessary devices that may become necessary on a rough road. These include a spade to level the track’s surface and a tow rope for a vehicle with no winch.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_10_Image_0007.jpg" alt="" width="291" height="275" /> <img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_10_Image_0006.jpg" alt="" width="247" height="274" /></p>
<p class="style2">Driving “off-road” is far different from driving on public roads in many ways. It is difficult to control the steering wheel, especially on muddy terrains where the harder you resist, the easier your wheels get trapped in the mud.</p>
<p class="style2">Brake failure is a common problem in off-road driving. That is when the brake pedal feels softer than normal due to the seepage of mud water into the brake system. Fine sands and grains of rock penetrate between the brake pad and the brake disc and wear them down. As a result, the brake makes a loud noise when you press the pedal. Mud also settles on springs and cylinders and can cause them to rust and fall apart.</p>
<p class="style2"><strong>To fix it</strong>, you need to open the brake disc and wash out the soil and mud. Then readjust the clearance between the brake pad and the brake disc. You should also check whether the hand brake’s tautness is correct.</p>
<p class="style2">For those who drive on an exploration trail in the forest, you should watch for tree branches or small undergrowth near the ground. They may puncture or sever a brake cable and cause the brake oil to leak. This will lead to the most dangerous type of brake failure. So you should carefully examine your vehicle’s brake system every time you leave the forest.</p>
<p><!--:--><!--:th--><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/off-road-and-unusual-tracks/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>What you should know when there is an accident</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/what-you-should-know-when-there-is-an-accident/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/what-you-should-know-when-there-is-an-accident/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:01:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=142</guid>
		<description><![CDATA[When you see a road accident while driving, do not slow down just to see what has happened. You may be obstructing traffic and the rescue team. When an accident happens just in front of you, you should slow down in order to avoid a mishap. Turn on the left and right turn signals alternately [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en-->When you see a road accident while driving, do not slow down just to see what has happened. You may be obstructing traffic and the rescue team. When an accident happens just in front of you, you should slow down in order to avoid a mishap. Turn on the left and right turn signals alternately to inform the motorists behind you. You should also call to report the incident. If you want to help the accident victims yourself, you should park your car carefully in a safe place in order to avoid another accident.</p>
<p class="style2"><strong>Important telephone numbers</strong></p>
<p>Transport Ministry Safety Centre                              1356</p>
<p>Highway Department Safety Centre                           0-2354-6832-39</p>
<p>Highway Department Public Relations Centre         1586</p>
<p>Highway Police                                                            1193</p>
<p>Tourist Police                                                               1155</p>
<p>Traffic Control Centre                                                1197</p>
<p>Traffic Information Centre                                          1543</p>
<p>Narendhorn Centre (emergency cases)                       1669</p>
<p>Jor Sor 100 traffic radio                                              1137</p>
<p>Ruam Duay Chuay Kan traffic radio                         1677</p>
<p>Sor Wor Por 91 traffic radio                                      1644</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_01_Image_0005.jpg" alt="" width="600" height="759" /></span></p>
<p><!--:--><!--:th--></p>
<p><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/what-you-should-know-when-there-is-an-accident/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Driving on a secondary road or toward railroad crossing</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-on-a-secondary-road-or-toward-railroad-crossing/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-on-a-secondary-road-or-toward-railroad-crossing/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:00:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=141</guid>
		<description><![CDATA[Accidents often take place on secondary roads, particularly during long public holidays. So you should take extra care when driving on a secondary road. You should watch for motorcycles or farm trucks that may have no light signals or may be going against the traffic. It is best not to drive at a high speed.


You [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--:en-->Accidents often take place on secondary roads, particularly during long public holidays. So you should take extra care when driving on a <span class="style2">secondary road. You should watch for motorcycles or farm trucks that may have no light signals or may be going against the traffic. It is best not to drive at a high speed.</span></p>
<p><span class="style2"><br />
You should also watch for railroad crossings. On rural roads, some railroad crossings have no proper barriers. So every time, before you drive across a railroad, you should look on both sides of the tracks to make sure there is no train coming. Even though the train may be a safe distance away, it would be better to first let it go. You must stop your vehicle at least five metres away from the tracks. When the train has passed and there is a signal for the waiting vehicles to move on, you may drive past the crossing. </span></p>
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_08_Image_0005.jpg" alt="" width="202" height="156" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_08_Image_0006.jpg" alt="" width="233" height="155" /><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_08_Image_0007.jpg" alt="" width="224" height="157" /></p>
<p class="style2"><strong>Stopping  is prohibited</strong> in the following areas:</p>
<ol>
<li class="style2">In traffic lanes, except on the far-left lane  next to the pavement when there is no bus lane</li>
<li class="style2">On a pavement</li>
<li class="style2">On a bridge or in a tunnel</li>
<li class="style2">At a junction</li>
<li class="style2">In a designated “no-stop” zone</li>
<li class="style2">At an entrance to a building</li>
<li class="style2">In a way that obstructs traffic</li>
</ol>
<p class="style2"><strong>Brake  failure</strong></p>
<p>While driving, if you step on the brake pedal and it feels soft and the vehicle does not slow down, it indicates brake failure. Do not panic. You need to concentrate on the situation at hand to ensure that you do things correctly. First, keep the steering wheel stable and then shift to lower gears, one by one, to slow down the vehicle. You may use the hand brake to help reduce the car’s speed. Control the steering wheel to avoid other vehicles or other obstacles until you can safely park your car.</p>
<p class="style2"><strong>Tyre burst</strong></p>
<p>Tyre explosion may be caused by unusually low air pressure in the tyre. An initial indication is that the steering wheel feels very heavy. When a left tyre bursts, the vehicle swerves to the right before turning sharply to the left. When a right tyre bursts, the vehicle turns sharply to the left first before veering to the right. You should avoid abrupt braking as the vehicle will overturn. Instead, keep the vehicle stable. And don’t press the clutch to change gears abruptly. Doing so will disconnect the engine from the transmission system. You should lightly press the brake, little by little, to reduce the speed. Then you should shift to lower gears and <strong>control the  vehicle to stop at the roadside</strong>. Don’t forget to turn on the emergency  lights to tell other vehicles that your car has a problem.</p>
<p>Emergency lights should be switched on when your car is stationary in order to warn fellow motorists that there is a car being parked there. Do not keep the emergency lights on when your car is moving.</p>
<p>More importantly, while driving at a high speed, you must not press the brake pedal, or you will lose control of the vehicle and cause it to overturn. When the speed gets lower, you may begin to brake, <strong>park the vehicle and turn on the emergency lights</strong>.<strong></strong><!--:--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-on-a-secondary-road-or-toward-railroad-crossing/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Driving behind a truck or a trailer truck</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-behind-a-truck-or-a-trailer-truck/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-behind-a-truck-or-a-trailer-truck/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 08:00:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[If you are driving behind a truck or a trailer truck, particularly on a narrow, winding or sloping road, you should watch the light signals given. When the truck is close to the left side of the road and the left turn signal is on, that means you can overtake. The right turn signal means [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">If you are driving behind a truck or a trailer truck, particularly on a narrow, winding or sloping road, you should watch the light signals given. When the truck is close to the left side of the road and the left turn signal is on, that means you can overtake. The right turn signal means you must not overtake as there may be another vehicle coming from the opposite direction. Alternating left and right turn signals mean you must not overtake as there is some obstacle or an accident ahead. With those warning signals from the truck in front, you should slow down your car and not try to overtake it. You may give the same signal to warn the vehicles behind you.<br />
Giving such signals can be done both  at night and during daytime.
</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_07_Image_0006.jpg" alt="" width="290" height="178" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-behind-a-truck-or-a-trailer-truck/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Driving at night</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-at-night/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-at-night/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:59:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=139</guid>
		<description><![CDATA[For a long trip, motorists often opt to drive at night. It is because there is less traffic than at daytime and it is not as hot. They can begin their trip after work. But motorists must be cautioned that they should not drive while tired or sleepy, which can happen after driving for a [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">For a long trip, motorists often opt to drive at night. It is because there is less traffic than at daytime and it is not as hot. They can begin their trip after work. But motorists must be cautioned that they should not drive while tired or sleepy, which can happen after driving for a long period.</p>
<p class="style2">Motorists often fall asleep at the wheel some time between 1am and 5am. So when you drive for a distance, you should get into a petrol station for some exercise or some rest.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_07_Image_0005.jpg" alt="" width="289" height="198" /></p>
<p class="style2"><strong>Drinking hot coffee</strong> can refresh you, but it is not sufficient if you are very tired. In which case, you could better do with some rest at a petrol station, at a police checkpoint or at a Highway Department rest area especially available during long public holidays.</p>
<p class="style2">You should also take extra care when driving at night. The visibility is poorer than during day time. Along parts of the route that are dark or poorly lit, you may turn on the high beam to improve visibility. But you should switch back to the normal beam when following another car or when there is another vehicle coming in the opposite direction. Keeping the high beam on can be dangerous and is considered a bad manners.<br />
Driving at night, you should focus on using light signals rather than honking because it is more clearly visible. For example, if a driver ahead of you is about to make a turn at a close range, you should flick the high beam a few times to tell him that you want to pass first.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-at-night/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Driving on a flooded road</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-on-a-flooded-road/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-on-a-flooded-road/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:58:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[While it is raining or following a downpour, parts of the road surface get flooded, which becomes an obstacle for driving. Driving on an inundated road calls for low speed and a slow drive, in order to prevent water from splashing into the engine and stop its functioning. You should keep a safe distance from [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">While it is raining or following a downpour, parts of the road surface get flooded, which becomes an obstacle for driving. Driving on an inundated road calls for low speed and a slow drive, in order to prevent water from splashing into the engine and stop its functioning. You should keep a safe distance from the vehicle ahead. Slow down when another vehicle, particularly a large one, is coming on the opposite lane, in order to prevent waves of water from hitting the engine and causing it to stop. You should also avoid braking while driving on a flooded road and keep an eye on the vehicles behind. Brakes have reduced efficiency on flooded roads.<br />
After driving past a flooded area, you should start braking lightly to remove moisture from the brake pads. You must take extra care and avoid driving at high speed while in a flooded area. You may lose control of the vehicle and the water may splash onto the windscreen and block your view of the road ahead. Driving at high speed near the pavement may cause floodwater to splash onto pedestrians, which is regarded as a bad manners.<br />
Driving on parts of a road with uneven surface, you should take extra care and reduce the speed. Driving past such an area at high speed can cause you to lose control of the vehicle.
</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_05_Image_0005.jpg" alt="" width="288" height="277" /> <img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_05_Image_0007.jpg" alt="" width="318" height="239" /></p>
<p class="style2"><strong>Driving  on an expressway and a motorway</strong><br />
You can drive at a higher speed on an expressway or a motorway when compared to a normal road. The speed limit for a normal road is 90 kilometres/hour, compared to up to 120 for a motorway. On an expressway, there are no obstacles, no vehicles from the opposite direction, and no intersections. They are long roadways, so driving at a high speed is acceptable in normal traffic conditions. However, careless driving on an expressway could cause a serious accident and greater damage than on a normal road.</p>
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_06_Image_0005.jpg" alt="" width="600" height="255" />
</p>
<p class="style2">Before every road trip, you should study the route by calling to check the traffic condition or listening to the traffic radio. By doing so, you can avoid traffic congestion caused by road accidents. Some accidents can cause serious traffic jams. While driving on an expressway, you should pay attention to messages on the electronic notice boards that offer traffic information. Making a wrong decision may cause you to get trapped in a serious congestion on the expressway.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-on-a-flooded-road/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Driving safely in the rains</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-safely-in-the-rains/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-safely-in-the-rains/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:58:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=137</guid>
		<description><![CDATA[You must take extra care while driving in rainy conditions. You should learn what can be done while driving in such conditions. One thing that you should avoid – something misused by many motorists – is to drive while keeping the emergency lights on. Emergency lights can be turned on only when your car is [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">You must take extra care while driving in rainy conditions. You should learn what can be done while driving in such conditions. One thing that you should avoid – something misused by many motorists – is to drive while keeping the emergency lights on. Emergency lights can be turned on only when your car is stationary in order to tell other motorists that your car has a problem and is being parked. Driving while keeping the emergency lights on can lead to an accident as the motorists behind and in front of you are not alerted when you are about to take a turn.</p>
<p class="style2">First, you need to reduce the speed, particularly in areas with flooded road surface and slopes. Use a low gear, preferably the second gear, which can ensure a stable speed. Control the vehicle carefully so that it moves as slowly as possible. <strong>Do</strong> <strong>not get  too close to the vehicle in front of you</strong> and leave a safe distance. On wet  roads, it is more difficult to control the car than on a dry surface.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_04_Image_0012.jpg" alt="" width="293" height="183" /></p>
<p class="style2">Driving on a flooded road, you must avoid braking abruptly because the vehicle may lose control or swerve. It is more difficult to stop a vehicle on a wet road than on a dry surface.</p>
<p class="style2">After turning the steering wheel on one side, you will have to turn it back to the other side. In case you lose control of your vehicle, you should be calm and not press the brake immediately. Reduce the speed and shift to a lower gear. Abrupt braking or turning the steering wheel can cause the vehicle to overturn. When speed is reduced and you can regain control of the vehicle, it is time to sharply turn the steering wheel.</p>
<p class="style2">If the rains are so heavy that you cannot see the road ahead, you should turn on the headlights and slow down the vehicle. If turning on the headlights does not improve visibility, it is advisable that you park your car on the roadside and resume your drive when the weather improves.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-safely-in-the-rains/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Driving uphill and downhill</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-uphill-and-downhill/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-uphill-and-downhill/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:57:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=136</guid>
		<description><![CDATA[
	Do not  use neutral gear
	Do not  press the clutch
	Avoid  braking constantly
	Do not  stop the engine
	Use the  low gears
	Drive  close to the left side of the road
	Honk to  warn coming vehicles, in case the road is narrow and when there is a curve  ahead.

In case you have to [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li class="style2">Do not  use neutral gear</li>
<li class="style2">Do not  press the clutch</li>
<li class="style2">Avoid  braking constantly</li>
<li class="style2">Do not  stop the engine</li>
<li class="style2">Use the  low gears</li>
<li class="style2">Drive  close to the left side of the road</li>
<li class="style2">Honk to  warn coming vehicles, in case the road is narrow and when there is a curve  ahead.</li>
</ul>
<p class="style2">In case you have to park or stop your car on a slope, a thick piece of wood or a rock should be pressed against a tyre and the steering wheel turned to a position that would prevent the vehicle from moving downhill into a ravine.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_02_Image_0009.jpg" alt="" width="599" height="331" /></p>
<p class="style2">While driving downhill, you need to take extra care in controlling the wheel as the car’s speed increases. You must use a low gear to curb the speed. If the engine stops while driving downhill, you are advised to press the brake and apply the hand brake before parking the vehicle on the roadside. A rock or a thick piece of wood should be placed against a tyre to prevent the car from moving downhill.</p>
<p><strong>Remember: </strong>You must not try to  overtake while driving uphill or downhill. It is dangerous because you cannot  see an oncoming vehicle.<br />
Frequent use of the brake while driving downhill may cause brake failure and loss of control of the vehicle. You are advised to use a low gear and avoid using the brake to reduce speed. You require extra driving skills other than those you learn from driving on a normal road. A well-maintained vehicle will help increase safety in this condition</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/driving-uphill-and-downhill/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>How to drive safely in all conditions</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/how-to-drive-safely-in-all-conditions/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/how-to-drive-safely-in-all-conditions/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:56:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Drive safely]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=134</guid>
		<description><![CDATA[Before  driving, motorists must ensure that they are well-prepared. Avoid the following  prohibited or inappropriate behaviours.


	Having common-cold  pills, feeling sleepy, or tired
	Under  the influence of alcohol or other intoxicants
	Under  the influence of such stimulants as amphetamine and methamphetamine (yaa baa)
	Driving  without licence
	Obstructing  traffic
	Driving  recklessly, which can cause [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">Before  driving, motorists must ensure that they are well-prepared. Avoid the following  prohibited or inappropriate behaviours.</p>
<ul>
<li class="style2">Having common-cold  pills, feeling sleepy, or tired</li>
<li class="style2">Under  the influence of alcohol or other intoxicants</li>
<li class="style2">Under  the influence of such stimulants as amphetamine and methamphetamine (yaa baa)</li>
<li class="style2">Driving  without licence</li>
<li class="style2">Obstructing  traffic</li>
<li class="style2">Driving  recklessly, which can cause damage to people or properties</li>
<li class="style2">Driving  with either front or rear view, or both blocked</li>
<li class="style2">Driving  between traffic lanes, except when changing lanes, taking a turn, or making a  U-turn</li>
<li class="style2">Driving  on a pavement without proper reasons, except for a baby buggy or wheelchair for  a patient or a disabled person.</li>
<li class="style2">Driving  while using a phone. If unavoidable, you should use an earphone device or park  your car before using the phone.</li>
</ul>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/drive_Page_02_Image_0008.jpg" alt="" width="289" height="224" /></p>
<p class="style2"><strong>Giving  signals</strong><br />
Motorists must make it a habit to indicate turn signals so that other people on the road realise where they are heading. Motorists should show turn signals when they are about to turn left or right, make a U-turn, change lanes, overtake another vehicle, or even before leaving the parking space. The turn signals should be on at a distance of 30 metres before you make a turn.
</p>
<p class="style2">Emergency lights can be turned on only when your vehicle is parked in a traffic lane due to engine or device malfunctioning, after an accident, or if there’s an accident ahead. Emergency lights can be used only when your vehicle is parked. Many motorists often turn on emergency lights while driving in heavy rain. They are mistaken in thinking that doing so would caution fellow drivers in following vehicles to be more careful. But those drivers will not be alerted when you are about to change lanes. It will increase rather than reduce any risk. And you may end up being rear-ended. If you have to follow a car with the emergency lights on, you should leave an appropriate distance between the two vehicles.</p>
<p class="style2"><strong>Driving  past an intersection, a junction or a circle</strong><br />
When  arriving at an intersection or a junction, you are advised to do the following:</p>
<ul>
<li class="style2">Allow  the vehicle(s) in the intersection or junction to go first</li>
<li class="style2">Allow  the vehicle(s) on your left side to go first, and you should also give way to  the vehicle(s) in a main road</li>
<li class="style2">In  international practice, vehicles in an intersection or a junction should be  allowed to go alternately</li>
</ul>
<p class="style2"><strong>What is  a main road?</strong><br />
It refers to a road designated by authorities and fitted with traffic signs as a main road. Any road with the “Stop” sign at one end is regarded as a secondary road.
</p>
<p class="style2">When you are about to pass a circle: Follow the traffic lights or traffic signs available. When there are no traffic lights or traffic signs, motorists must allow vehicles in the circle, <strong>on their right</strong>, to go first.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/how-to-drive-safely-in-all-conditions/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Travelling with pets</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travelling-with-pets/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travelling-with-pets/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:55:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[Check out before leaving to make sure your destination hotel  and restaurant accept pets.

Pack  a travel kit for your pet.
Stock yourself with the pet’s  regular food, water, milk, and food dishes. If your pet is big in size, manage car space before leaving. Plan stops at regular intervals to let your pet [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2"><strong>Check out</strong> before leaving to make sure your destination hotel  and restaurant accept pets.</p>
<p class="style2"><strong>Pack  a travel kit</strong> for your pet.<br />
Stock yourself with the pet’s  regular food, water, milk, and <strong>food dishes.</strong> If your pet is big in size, manage car space before leaving. Plan stops at regular intervals to let your pet defecate, and go for a short run.
</p>
<p class="style2"><strong>Do not feed or give water to your  pet one or two hours before the start of your trip</strong> to avoid defecating  during the ride. Do not feed the pet too much during the ride too as they  may <strong>get carsick</strong>.</p>
<p class="style2"><strong> Don’t forget</strong> your pet’s favourite toy or two, a leash, regularly used cage or carrier, identification tags, including the pet’s name, your name and destination address in case the pet get lost, clean-up equipments such as plastic bags, cleansing liquid, towel, and spray-type room deodorant or air freshener if you will be taking your pet into a motel or hotel room.</p>
<p><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_14_Image_0005.jpg" alt="" width="714" height="910" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travelling-with-pets/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Travel with children</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-with-children/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-with-children/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:54:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=131</guid>
		<description><![CDATA[Taking your children upcountry will make them healthy and give them a  good opportunity to have new experiences.
One  of the most important jobs you have as a parent is to keep your child safe when riding in a vehicle. Proper use of additional safety equipment helps keep children safe in case any accident [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">Taking your children upcountry will make them healthy and give them a  good opportunity to have new experiences.<br />
One  of the most important jobs you have as a parent is to <strong>keep your child safe</strong> when riding in a vehicle. Proper use of additional safety equipment helps keep children safe in case any accident happens because safety belts and airbags are made for adults and not designed for children.
</p>
<p class="style2">An  important thing for travelling with children is the “<strong>car safety seat</strong>”. Thai  law does not require use of the car seat but it is a law in many countries.</p>
<p class="style2">There are different types of car safety seats. The type of seat your child needs depends on its age, size, and type of vehicle. To make sure your child is using the most appropriate seat, read on.</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_13_Image_0004.jpg" alt="" width="400" height="400" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_12_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<p class="style2"><strong>1  Infant car bed: </strong>Its shape looks similar to a basket. The infant car bed is designed for babies, especially babies who are delivered ahead of schedule. Car beds allow babies to lie down while travelling. Position your baby’s head toward the middle of the car and away from the door.</p>
<p class="style2"><strong>2.  Rear-facing infant seat: </strong>It is designed for children younger than three years old. Place a rear-facing car safety seat in the back seat of a vehicle and never place it in the front seat that has an air bag. All infants should always <strong>ride  rear-facing</strong>. Infants are at greater risk of injury in crashes because their heads are fragile, their neck bones are soft and the ligaments that help support the neck are stretchy. A rear-facing seat will support your infant’s head, protecting his or her head, neck and spine ­– and spreading the force of the crash across the back when there is any hit in the front of the car.</p>
<p class="style2"><strong>3.  Forward-facing child seat</strong></p>
<p class="style2">It is designed for older children who have outgrown their rear-facing car safety seats. Place a forward-facing car safety seat in the back seat of a vehicle. It is best to ride all children forward-facing. This type of seat may be designed to convert from rear-facing to forward-facing seats.</p>
<p class="style2"><strong>4.  Booster seat</strong></p>
<p class="style2">Booster seats are for older children who have outgrown their forward-facing car safety seats. Booster seats are designed to raise the child up so that the lap and shoulder seat belts fit properly.</p>
<p class="style2">With so many vehicle and safety seat models available, you may be confused about choosing a child safety seat correctly. You should ask sellers to install the seat in your car before making any decision. If possible you should have your child sit on it to check if it fits his or her weight and height.</p>
<p class="style2">Most mothers in Thailand carry the children on their lap and sit alongside the father, who drives the vehicle. If there is an accident both mother and child will be in danger. Unexpected incidents can happen anytime, during short or long-distance drives. Using car safety seats will help fathers drive comfortably and confidently without worrying about safety.<br />
All children should ride in car seats from the  time they are born.<br />
Children under 10 years of age <strong>must</strong> always ride in the back seat. Also never allow two children to share seat  belts.
</p>
<p class="style2">Travelling long-distance may affect the eating, sleeping, and even defecating habits of your child. But do not be worried. They will adjust within a few days and return to their usual habits when they arrive home.</p>
<p class="style2">You should not forget to take along<strong> your  child’s favourite toy</strong>, <strong>blanket</strong> or <strong>towel</strong>. Prepare some activities or toys to play with them during the ride. It can prevent them from disturbing fathers’ while driving.</p>
<p class="style2">Also be well-prepared  with <strong>food</strong> and defecating equipment for children, especially <strong>wet  tissue</strong>.<br />
When your child reaches an age where he or she can be responsible, you should buy a bag or backpack for the child to manage his or her belongings. This will reinforce a sense of responsibility and ownership.
</p>
<p class="style2"><strong> Pregnant women</strong> must avoid travelling  on long trips or undertake primitive rucksack or <strong>too adventurous</strong> journeys  in the first and last three month of pregnancy.</p>
<p class="style2">Try to limit the amount of time you are cooped up in the car. Keep travel time to around five to six hours. Use rest stops to take short walks and to do some stretches to keep the blood circulating and prevent cramp.</p>
<p class="style2">Pregnant women, who are driving, should keep your seat as far back from the steering wheel as you can and allow your feet conveniently put on the brake and the accelerator.</p>
<p class="style2">For the best protection in a vehicle wear a lap–shoulder belt every time you travel. The safety belt will not hurt your baby. You and your baby are far more likely to survive a car crash if you are buckled in.</p>
<p class="style2">When wearing your safety belt always wear both the lap and shoulder belt. Buckle the lap belt low on your hipbones, below your belly. Never put the lap belt across your belly. Place the shoulder belt across the center of the chest (between your breasts)—never under your arm. The upper part of the belt should cross your shoulder without chafing your neck. Never slip the upper part of the belt off your shoulder.</p>
<p class="style2">Safety is the most important thing whenever you travel with children and pregnant women. If you are careful and have proper planning it can prevent you from unexpected incidents.</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_12_Image_0004.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-with-children/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Car rental service</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/car-rental-service/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/car-rental-service/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[For tourists who do not want to go on a long drive or whose car is not ready for a long trip can rent a car from car rental companies. There are many car rental companies in tourists’ attraction&#124;:
 
• Avis Thailand: Car rental service for travel in Thailand. Make a reservation at 022511131-2, 0-2255-5300-4  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">For tourists who do not want to go on a long drive or whose car is not ready for a long trip can rent a car from car rental companies. There are many car rental companies in tourists’ attraction|:</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_03_Image_0007.jpg" alt="" width="400" height="400" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_11_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Avis Thailand: Car rental service for travel in Thailand. Make a reservation at 022511131-2, 0-2255-5300-4  or  click www.avisthailand.com</p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Krungthai Car Rent: Offers various types of car with good service and special price. Call head office 0-2291-8888, 24 hours Call Centre 0-2246-0089, or click www.krungthai.co.th</p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Budget (Thailand): Car-rental service for travel and business in Thailand and international, short-term and long-term. Budget has 26 locations throughout Thailand and over 3,000 locations in 130 countries.  Domestic call 0-2203-9222 and international call 1-800-283-438 (toll free) or click <a href="http://www.budget.co.th/">www.budget.co.th</a></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>VR Car Rent:  Largest wide range of selections of cars as requirements.  Company’s offices are in Pattaya, Rayong, Bangkok, Suvarnabhumi Airport. Free delivery and pick-up service at your company or residence. Call 08-9931-5577, 08-6336-0080, 08-6329-0512, 08-9802-0220 or click <a href="http://www.vrcarrent.com/">www.VRcarrenT.com</a></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Pattaya Car Rent: 24 hours  service and free delivery and pick-up service. Call  08-9802-0220, 08-6336-0080</p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Songkhla Car Rent: New sedans, big vans, buses, and pickups for rent in Songkhla, Satun, Trang, Patthalung, and   Nakhon Sri Thammarat. Call 08-1276-0137, 08-1128-8464 or  click <a href="http://www.songkhlacarrent.net/">www.songkhlacarrent.net</a></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Krabi Car Rental: Offers  various brands of sedans, pick-ups, and jeeps for rent in Krabi. Call 08-1895-5138  or click <a href="http://www.krabicarrental.com/">www.krabicarrental.com</a></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Phuket New Car Rent: Car  rental service for travel in Phuket. Call 08-6951-1117 or click    <a href="http://www.phuketnewcarrent.com/">www.phuketnewcarrent.com</a></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Hua Hin Car Rental: Car rental service with various vehicle choices in Hua Hin. Short-term, long-term, and monthly car rental. Call 08-6006-2924 or click <a href="http://www.huahincarrental.com/">www.huahincarrental.com</a></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Cash Car Rent: The leader of car  rental service in Chiang Mai with more than one hundred of cars. Call  08-0032-2522 or click <a href="http://www.cashcarrent.com/">www.cashcarrent.com</a></p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Northern Car Rent: Car rental service in Chiang Mai and Chiang Rai provides many vehicle choices such as sedans, pick-ups, jeeps, vans, and SUVs at various prices, including first-class insurance, and with or without drivers.  Free delivery and pick-up from Muang District. Call 08-1716-1211, 0-5380-6696 or click  www.northerncarrent.com</p>
<p><span class="style2"><strong><span class="style3"> </span>• </strong>Mae Hong Son Car Rent: Offers car rental for travel in Mae Hong Son and other provinces in the north. Call 08-6183-5401, 08-4151-3725 or click www.maehongsoncarrent.com</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/car-rental-service/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Travel insurance</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-insurance/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-insurance/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:52:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=128</guid>
		<description><![CDATA[When preparing for travel you have to be ready for unexpected incidents. That’s where travel insurance comes in. There are two popular types of travel insurance:

• Accident insurance, which covers funeral  expenses for preparation and return of the  insured’s body to hometown.
• Accident plus medical health insurance, which covers hospital and medical expenses [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">When preparing for travel you have to be ready for unexpected incidents. That’s where travel insurance comes in. There are two popular types of travel insurance:</p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Accident insurance, which covers funeral  expenses for preparation and return of the  insured’s body to hometown.<br />
<strong>•</strong> Accident plus medical health insurance, which covers hospital and medical expenses too. But insurance premium is higher than for accident insurance.<br />
The insurance  premium depends on benefits and risks of each journey.
</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_10_Image_0006.jpg" alt="" width="400" height="400" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_10_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<p class="style2"><strong>How to purchase travel insurance </strong></p>
<p class="style2"><strong> </strong>After checking information and choosing an insurance company then make a phone call to the company. The company will ask for personal information such as name, surname, and address. You may be asked to send your identification card too. You should tell the company details of your journey such as where and how you plan to go, and how long the trip would last. After that the company will send an official acknowledgement signed by an authorised person and a receipt to you. You have to keep the documents as records.</p>
<p class="style2"><strong>Suggestion: </strong>Frequent travellers should buy travel insurance coupon from the company you are in contact with. It is more convenient and cheaper than buying per trip.</p>
<p class="style2">Most of the travel coupon is valid for one year. When you want to travel you just inform your name, surname, and age, plus your coupon’s number to the company. The company will contact you and ask for details of your trip. You then wait for an official acknowledgement signed by an authorised person and a receipt. You have to keep the documents as records.</p>
<p class="style2"><strong> The most  important thing in purchasing the travel insurance is the accuracy of your name  and surname</strong> as it is needed for  verifying when an accident takes place during your trip.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-insurance/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Travel to the National Park</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-to-the-national-park/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-to-the-national-park/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:50:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=127</guid>
		<description><![CDATA[These days national parks are popular tourist sites. Urban people go back to nature and love to travel to the parks. In the past, it was a bit difficult to travel to the national parks. Nowadays many parks offer facilities such as food shops and accommodations though in limited numbers. So tourists who plan to [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2"><strong>T</strong>hese days national parks are popular tourist sites. Urban people go back to nature and love to travel to the parks. In the past, it was a bit difficult to travel to the national parks. Nowadays many parks offer facilities such as food shops and accommodations though in limited numbers. So tourists who plan to stay overnight in any national park, should make a reservation for the accommodation.</p>
<p class="style2">An accommodation reservation must not be made earlier than 60 days prior to check-in date. Each reservation cannot be booked for more than three consecutive nights. After getting the reservation, you have to pay an accommodation fee within two working days.</p>
<p class="style2"><strong> How to book  an accommodation reservation</strong></p>
<p class="style2">1. Online  booking at <a href="http://www.dnp.go.th/parkreserve/reservation.asp?lg=1">www.dnp.go.th</a></p>
<ol>
<li class="style2">You can directly  contact by telephone, mail or personally at<strong> a park’s reservation counter and  online service</strong>. Below are the reservation counter services</li>
</ol>
<p class="style2"><strong>• </strong>The National Park Office of the National Park, Wildlife and Plant Conservation Department at Pairotesuwannakorn  building (+66 2562 0760)<br />
<strong>• </strong>Bureau  of Protected Area Management 11-16 and its branches<br />
<strong>• </strong>National  Parks (only Internet service provided)
</p>
<p class="style2">3. Making a reservation online first and then submitting a   permission request and other details to the National Park, Wildlife and Plant Conservation Department at +66 2579 5269.  Tourists who do not want to stay at the national parks’ accommodations can go directly to the parks without making any contact in advance.  But you have to pay an entrance fee and bring your own tents and bedding accessories.</p>
<p class="style2"><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_09_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_07_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<p class="style2"><strong> Entrance fee for tourists</strong></p>
<p class="style2">The National Park, Wildlife and Plant Conservation Department has set new entrance fees based on the environment, and facilities of the National Park, as well as public utility.</p>
<p class="style2"><strong>•</strong> Entrance fee for Mu Ko Surin and Mu Ko Similan National Park, Phang Nga, is Bt80 for Thai adult, Bt40 for Thai children, Bt400 for foreigner adult, and Bt200 for foreigner children.</p>
<p class="style2"><strong>• </strong>Entrance fee for the national parks below is Bt40 for Thai adult and Bt20 for Thai children. Fee for foreigner adult is Bt400 and for their children it is Bt200.<br />
Doi Phahompok   National Park, Chiang Mai<br />
Doi Inthanon   National Park, Chiang Mai<br />
Thung Salaeng   Luang National    Park, Phitsanulok- Phetchabun (Thung Nang Phaya, Thung Noan Son)<br />
Khao Yai   National Park, Prachin  Buri, Saraburi, Nakhon Nayok, and Nakhon Ratchasima<br />
Mu  Ko Lanta National Park, Krabi (every island)<br />
Hat  Noppharat Thara<br />
Mu  Ko Phi Phi National Park (every island)
</p>
<p class="style2"><strong>Fee for all other national parks is Bt40 for Thai adult and Bt20 for Thai children. Fee for adult foreigner is Bt200 and for their children it is Bt100. </strong></p>
<p class="style2">However some small national parks may charge an entrance fee of Bt20 for a Thai adult and 10Bt for Thai children, according to the announcement of the National Park, Wildlife and Plant Conservation Department.</p>
<p><span class="style2">Tourists who travel with their own cars have to pay the entrance fee for driving their cars into the parks too. Entrance fee for cars, pick-ups and vans (not exceeding 12 seats) is Bt30 per unit, except at Khao Yai National Park where it is Bt50.  Fee for cars not exceeding 24 seats is Bt100 and more than 24 seats is Bt200.</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/travel-to-the-national-park/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Checking your car</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/checking-your-car/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/checking-your-car/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:48:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=126</guid>
		<description><![CDATA[During normal use, you should regularly make simple examinations of the radiator, engine oil, battery fluid and water for the screen wiper. This should be done at least once a week, and particularly before every long trip.
Water in the radiator should be at the maximum level  required.


	You should check the battery’s fluid level. For [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2">During normal use, you should regularly make simple examinations of the radiator, engine oil, battery fluid and water for the screen wiper. This should be done at least once a week, and particularly before every long trip.</p>
<p class="style2">Water in the radiator should be at the maximum level  required.</p>
<ul>
<li class="style2">You should check the battery’s fluid level. For the wet type, the fluid level should not exceed the ceiling, which is the lowest level of the plastic part that is connected to the top cap. Overflowing fluid will release a corrosive acid that can damage the battery’s poles and the engine’s metal parts. All of the battery’s openings should be equally filled with distilled water.</li>
<li class="style2">Check the level of the engine oil. You should have a one-litre can of engine oil in your car in case it is needed. Engine oil is likely to be reduced in off-road or tough driving conditions.</li>
<li class="style2">Water for the windshield wiper is necessary, especially when driving during the rainy season. Wet roads tend to cause water to be splashed on the windscreen, and wiping the windscreen can ensure proper visibility.</li>
</ul>
<p><span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg" alt="" width="400" height="400" /><a href="file:///C%7C/Documents%20and%20Settings/User/My%20Documents/Nation%27s%20Works/DriveThailand/images/plan_Page_06_Image_0004.jpg"> </a><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_05_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<p class="style2">These are simple checks that can be done regularly in our everyday use of car. However, before your long trip, you should have your vehicle examined. New cars or ones with a few years of use may not pose serious problems.<br />
But older cars need to be carefully examined, particularly when you are about to travel on difficult roads with a lot of bends and elevations. If that is the case, you should have your cars examined at service centres with the focus on brakes and the clutch.
</p>
<p class="style2"><strong>Clutch:</strong> In cars with automatic transmission, clutch is not much in use. However, clutch is still in need for vehicles with a manual shift system. You should have it examined when there are problems like difficulty in pressing the clutch lever, in putting the clutch in its position, or in shifting the gear. If you have the device checked regularly, there is no cause for concern.</p>
<p class="style2"><strong> Braking  system:</strong> For modern-day vehicles, motorists can rest assured that their wheels will not get locked for sudden braking. Almost all vehicles of today are fitted with an ABS (anti-lock braking system). However, you also need to have it examined for the sake of safety before travelling on a route that has many curves and goes into a mountainous area.<br />
For those who have 4WD vehicles modified for off-road drives, you should pay attention to the braking system. Opt for quality brake oil and brake pads that can withstand heat. You should also regularly examine the brakes. The more powerful your car is, the better brakes you require. This is particularly true for off-road driving, where there is no room for a mistake.</p>
<p class="style2"><strong> Tyres:</strong> They are like the feet of the vehicle. With bad feet, it is difficult to travel. A simple way to take care of tyres is to fill them with air.<br />
Many people are unsure about the appropriate level of air to for the tyres before a long trip. You should consult the vehicle handbook. Air-filling should be done when the tyres are not hot or after a drive of no longer than two kilometres. Before a long trip, you should add an extra 3-5 pounds/square inch. Also, you should check the spare tyre and fill it with extra air.<br />
Passenger cars and pickup trucks  require different levels of air for their tyres.<br />
For passenger cars, the tyre’s air pressure should not exceed 35 pounds/square inch, depending on the size and type of the vehicle.</p>
<ul>
<li class="style2">In small passenger cars, the tyre requires air pressure  between 25 and 30 pounds/square inch.</li>
<li class="style2">In middle-sized and large saloons, the tyre’s air pressure  should range between 30 and 35 pounds/square inch.</li>
</ul>
<p class="style2">For pickup trucks, the tyre’s air pressure should not exceed 35 pounds/square inch. But for trucks with heavy loads, the tyre’s air pressure can be added up to 50-60 pounds/square inch.<br />
An  over-filled tyre:</p>
<ul>
<li class="style2">is prone to  cause the middle outer surface to wear down;</li>
<li class="style2">leads to  reduced flexibility and resistance to pressure and can cause an explosion due  to a heavy load or an impact;</li>
<li class="style2">leads to poor  stability and contact with road surface.</li>
</ul>
<p class="style2">An under-filled tyre:</p>
<ul>
<li class="style2">causes the  tyre’s shoulder to wear out faster and more easily;</li>
<li class="style2">makes it more  difficult to turn or control the steering wheel;</li>
<li class="style2">leads to  reduced stability of the vehicle</li>
</ul>
<p class="style2"><strong> Lighting  system:</strong> Make sure that the car’s lamps, tail lights, turn signals and reverse lights are all working. If any of them is not, you should have it replaced, for your safety. You may do it yourself or have a service centre do it for you.</p>
<p class="style2"><strong> Windscreen  wipers:</strong> Many motorists neglect or take windscreen wipers for granted. They find out that the device is not fit for use only when they need it. Raindrops on the windscreen can reduce visibility and as a result can be perilous to the driver and fellow motorists. This can be the case on a trip that passes through different areas where abrupt changes in the weather are common.<br />
Regular maintenance of the wiper’s motor, joints and other parts can lengthen its life. The joints should be oiled, preferably with a waterproof lubricant. The wiper’s arm is the most ignored part, possibly because it rarely causes damage. You should check to see if the nuts that hold the joints are firmly in their place. The most important part is the wiper blade.<br />
Do not buy the wiper because of its low price alone. It must suit your use. You should change the wiper every year and opt for a replacement blade with the same length as the old one. A shorter wiper blade means a shorter wiping radius, and a longer blade will rub against the windscreen’s rubber edges and damage itself. Stains on the windscreen may reduce the wiper’s effectiveness. You should clean the blade with damp cloth, rubbing lengthwise. You should do it every time you clean your car even though the wiper has not been in use for a long time. Remember to avoid detergent; it can deteriorate the rubber and damage the car’s paint.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/checking-your-car/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Preparing yourself and your car</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/preparing-yourself-and-your-car/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/preparing-yourself-and-your-car/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:48:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[Advance planning 
could be the key to a wonderful journey.  This is especially true if you intend to be at the steering wheel. Good preparation means knowing when you plan to go, having all the required information, getting your baggage and vehicle right.
 First of all, you should look for information to decide where you [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="style2"><strong>Advance planning </strong></p>
<p class="style2">could be the key to a wonderful journey.  This is especially true if you intend to be at the steering wheel. Good preparation means knowing when you plan to go, having all the required information, getting your baggage and vehicle right.</p>
<p class="style2"><strong> </strong>First of all, you should look for information to decide where you want to go. We’ve made it easy for you. Just check out chapter 4 onwards in this book.</p>
<p class="style2">You have to think about the most appropriate time to travel. For instance, it is not the right time to travel out into the sea, jungles, and caves during rainy season or spring. If you choose the perfect timing, you would be taking a big step towards having a memorable trip.</p>
<p class="style2"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_06_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="186" /> <span class="style3"><img src="http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/images/plan_Page_03_Image_0005.jpg" alt="" width="400" height="400" /></span></p>
<p class="style2"><strong>• Rainy season:</strong> Avoid travelling to islands, jungles, and caves particularly in areas where there are heavy rains. There is always the risk of flash floods and mud slides rushing down the snaking road. Rainy season, mostly, comes first to the northeast and north regions, then the central and the south. In the south, it tends to be windy and rainy.</p>
<p class="style2"><strong> • Winter: </strong> Most tourists love to flee the hot weather and travel to the north and the northeast in winter. There, it is the best chance to experience fog and the cold weather. Flowers are in full bloom in winter. Pink Sakura or “Phya Sua Krong” always bloom in very cold weather. However, the blooming time depends on the weather. The earlier the winter comes, the faster it blossoms. Mostly, “Phya Sua Krong”<br />
blooms between mid-December  and mid-January. Even in winter time, the south often gets rains.
</p>
<p class="style2"><strong> •  Summer: </strong> Most people may dream of wonderful beaches, jungles, and waterfalls. If you are a backpacker and love jungles, summer is the best time to explore the south. There is no shortage of water and the weather is cold in the night. The temperature is below 20 degrees Celsius. It is also interesting to go for a dive and enjoy the coral reefs since the sea is quite tranquil. But you should go before April because the monsoons start to come after that. Many islands with famous diving sites will be closed due to heavy winds and waves.</p>
<p class="style2"><strong>• Transitional period between the  rainy and winter seasons: </strong>This is also a great time to travel. The rains have ceased and all nature is reviving. Tourist spots are fresh. You can get a better view of sea fog than in the winter months. But rain continues to fall throughout the south.<br />
When you have made your decision regarding when and where to go, it also important to decide the length of your stay. The more time you have, the further you can travel and the longer you can spend in one place. However, irrespective of how much time you have, it is important to prepare your baggage, your car, and yourself.</p>
<p><strong>Preparing yourself and  your car</strong>
</p>
<p class="style2"><strong> You</strong> should not be too nervous if you want to enjoy your trip. Get yourself physically ready, and also your travel stuff for your adventure.</p>
<p class="style2"><strong> Clothing:</strong> You should take only necessary clothes. Take your  pajamas to make you feel comfortable. In addition, you should carry&#8230;<br />
<strong>• </strong>Raincoat – You will have a  chance to use it often as you can expect rains everywhere in Thailand.<br />
<strong>•</strong> Windcheater – It can help protect you from sunlight too. Wearing a colorful windcheater will also make you look smart when taking a picture.<br />
<strong>•</strong> Coat – The weather in Thailand  is hot so you should take a coat along only when travelling in winter.<br />
<strong>•</strong> Towel – If you stay in a camp or tent you should keep a towel. A light towel is better than a heavy one. The heavy towel will easily become damp and smell bad. “Pha Khao Ma” or thin bathing cloth is very popular among jungle-loving tourists because it is light and comfortable.<br />
<strong>•</strong> Lingerie – You should  have enough for the whole trip.</p>
<p class="style2"><strong>Personal belongings </strong><br />
<strong>• </strong>Toothbrush, toothpaste, and  comb<br />
<strong>•</strong> Small pack of shampoo and  liquid soap<br />
<strong>•</strong> Body lotion<br />
<strong>•</strong> Sun block<br />
<strong>•</strong> Sanitary napkin (In addition to being useful for women during menstruation, it can be used in emergencies such as accidents, especially if you are far away from a hospital or town.)<br />
<strong>•</strong> Cap and sunglasses<br />
<strong>•</strong> Small umbrella<br />
<strong>• </strong>Sleeping bag (If you are staying  in a camp, you can rent it from any national park).<br />
<strong>•</strong> Slippers
</p>
<p class="style2"><strong> Tent: </strong>A tent for three persons is the perfect size because it won’t be too big, and would be easy to set up. You should bring a ground sheet too. It is multi-purpose. You can put the tent on the ground sheet or use it as a mat. Throw it in your trunk. It doesn’t take up much space.</p>
<p class="style2"><strong> Medicine: </strong>You should<strong> take along </strong>some necessary medicine such as paracetamol, muscle relaxant analgesic, medicine for stomachache, inhaler, balm, tincture, plaster, and bandage. You should put them in a small bag and keep it in a place where you can lay hands on it easily. Also add a small scissors and a pocket knife to the medicine bag.<br />
You should also take <strong>some snack and water</strong> in your car in case you  are hungry though it is very easy to find convenience stores at petrol stations  along the road</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/preparing-yourself-and-your-car/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Weekend Drives CHAPTER 22: Kanchanaburi</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/weekend-drives-chapter-22-kanchanaburi/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/weekend-drives-chapter-22-kanchanaburi/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:42:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Trip planning]]></category>

		<category><![CDATA[Weekend Drives]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=123</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

Falling for Erawan
With electric buggies to ferry you round the  woods and waterfalls, getting back to nature is easy at Erawan National Park

Phoowadon Duangmee
The Nation
Everything goes down at a National Park, except for the entrance fees. More often than not, visitors are left stranded at the visitor centre without a ranger in [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-115"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p class="style7">Falling for Erawan</p>
<p class="style2">With electric buggies to ferry you round the  woods and waterfalls, getting back to nature is easy at Erawan National Park</p>
<p class="style2">Phoowadon Duangmee<br />
The Nation
</p>
<p class="style2">Everything goes down at a National Park, except for the entrance fees. More often than not, visitors are left stranded at the visitor centre without a ranger in sight – let alone a map to reach for. Bad goes to worse for the poor soul who has to brave the toilets. The pungent smell, and then the sight that greets you, are obvious signs that a hiker has passed this way, marking his territory with more than just a footprint.</p>
<p>Tales of misadventure in Thailand’s national parks have been an endless source of entertainment for visitors huddled around the campfire over the years. For anyone who has just returned from Erawan National Park however, the story might be different.</p>
<p>A 550-square-kilometre area of wooded mountains and valleys in Kanchanaburi province, Erawan National Park is only a three-hour drive away from Bangkok.</p>
<p>“We have been very successful in tackling the pollution problem,” says Surachai Ajalaboon, the chief ranger. “Cars, for example, are prohibited from rumbling through the park – drivers have to leave them at the carparks provided. This policy has been extremely successful in reducing noise and air pollution.”</p>
<p>Named after the triple-headed elephant Erawan, the mount of Indra in Hindu mythology, the area represents a kind of living museum, preserving the flora and fauna of a tropical rainforest. The centrepiece, however, is the Erawan Waterfall where seven cascades sweep down with a rush of white water over the course of two kilometres. No matter how many times you’ve been before, it’s always hard to resist stripping down to your shorts and plunging in.</p>
<p>“Erawan Waterfall is one of the best natural spots to swim,” says Surachai. “The crystal-clear water gushes in to hundreds of pools and there are no jagged rocks to worry about thanks to the limestone geology.”</p>
<p>The park gets more than 100,000 visitors each year, taking a dip or just enjoying the laid-back hike over the waterfall trail.</p>
<p>The park is “zoned”, with separate areas set aside for car parks, restaurants, accommodation and conservation, in order to manage the flow of visitors.</p>
<p>“Food is banned from the second cascade onwards to avoid the litter problem,” adds Surachai. “As other vehicles are prohibited, we provide electrically-powered golf carts for travel through the park.</p>
<p>Apparently, the cart preserves the environment as much as the tempers of visitors who don’t fancy walking the eight kilometres from the visitor centre to the waterfall.<br />
Weekenders can pitch their tents at the  campsite, where clean, modern toilets are just a stone’s throw away.</p>
<p>Alternatively, they can rest their weary heads at the riverside lodge, where accommodation starts at Bt800 per night. The lodge is well equipped, with standard single beds, a refrigerator (a real fridge – not a mini-bar) and a microwave oven, making it ideal for a family outing over the weekend.</p>
<p>“Visitors can make reservations for the lodge on  the Internet before paying through an ATM machine,” says Surachai.</p>
<p>Whether it’s a relaxing hike over the five natural trails that wind around rainforest and waterfall or something more adventurous like mountain biking, kayaking or simply swimming, there are plenty of things to fill a weekend.</p>
<p class="style7">HOW TO GET THERE</p>
<p class="style2">At only 129 kilometres from Bangkok, Kanchanaburi is well served by Highway 4. From Bangkok, keep going westwards by first crossing either Phra Pinklao Bridge or Rama VIII Bridge and then following Borommaratchachonnani Road, or Road 338, which ultimately connects with Highway 4 (Phetchakasem Road) in Nakhon Chaisi. Turn right into Road 323 that runs via Ban Pong to the heart of Kanchanaburi’s Muang district. For the drive to the Erawan National Park, take Road 3199 and Road 323 for Sangkhla Buri district and the Three Pagodas Pass on the Thai-Burmese border.</p>
<p class="style7">WHERE TO STAY</p>
<p class="style2">Khao   Laem National    Park<br />
Thong Pha Phum District<br />
Tel: (034) 532 099<br />
www.dnp.go.th<br />
Price range: Bt900-Bt1,800</p>
<p class="style2">Great Lake   Resort<br />
Si Sawat District<br />
Tel: (081) 845 8686, (081) 856 8539<br />
www.GreatLakeResort.com<br />
Price range: Bt1,300-Bt12,000</p>
<p class="style2">Kao Nam Na Resort<br />
Sai Yok District<br />
Tel: (034) 654 072, (086) 163 1139<br />
www.KaoNamNaResort.com</p>
<p>Kring Kravia Resort<br />
Sangkhla Buri District<br />
Tel: (081) 816 2429, (034) 52 1553<br />
Price range: Bt600-Bt3500</p>
<p>Soom Kasalong<br />
Thong Pha Phum<br />
Tel: (081) 294 9520, (089) 803 0450<br />
Price range: Bt1800-Bt2,400</p>
<p>Baan Had Rim Khwae<br />
Sai Yok<br />
Tel: (089) 048 4970, (089) 057 6832<br />
www.RiverKwai2.tripod.com<br />
Price range: Bt1,000-Bt1,800</p>
<p>Ek Pailin River Khwae<br />
Erawan-Lad Ya Road, Muang district<br />
Tel: (034) 587 555, (02) 385 8858-9<br />
www.AekPailinRiverKwai.com<br />
Price range: Bt1,800-Bt10,000</p>
<p>Phorn Pailin Riverside<br />
Sangkhla Buri<br />
Tel: (034) 595 275, (034) 595 322<br />
www.PPailin.com<br />
Price range: Bt1,000-Bt3,000
</p>
<p class="style2"><strong>WHERE TO EAT</strong></p>
<p class="style2">The Resort Restaurant and Bar<br />
Mae    Nam Khawae Road, Muang district<br />
Tel: (081) 847 9227</p>
<p>Nitaya   River  Khawe Terrace<br />
Song    Khwae Road, Muang<br />
Tel: (081) 447 8767,(034)515 896</p>
<p>Santi<br />
Behind Nam Tok Railway Station, Sai Yok<br />
Tel: (034) 634 275, (081) 942 5419
</p>
<p class="style2">Khiree Dhara<br />
Mae    Nam Khwae Road, Muang<br />
Tel: (034) 624 093, (081) 847 9227</p>
<p class="style2">Sabai Jit<br />
Sang Xuto    Road, Muang<br />
Tel: (034) 511 931</p>
<p>River Khwae<br />
Mae    Nam Khwae Road, Muang<br />
Tel: (034) 512 540-1, (034) 624 221–2</p>
<p>Phae Arharn Rim Khwae<br />
Rim Nam    Na Muang Road, Muang<br />
Tel: (034) 511 897
</p>
<p class="style2">Ban   Pa Rim Than<br />
Lad Ya-Si Sawat Road (km 29)<br />
Tel: (081) 213 3726, (081) 763 1601</p>
<p class="style2">Khrua Siang Phai<br />
Sang Xuto    Road, Muang<br />
Tel: (034) 513 197
</p>
<p class="style7">Of orchids and guns</p>
<p class="style2">Tom Vater<br />
The Nation
</p>
<p class="style2">The village of Ban Phra Chedi Sam Ong – which is attached to the Burmese frontier by a five-lane road – has a school, electricity and a sprawling market selling teak furniture, jade, orchids, cheroots and lots more from the other side of the border.</p>
<p>The market is clustered around three small pagodas, which give the border pass its name. Literally and metaphorically, this is the end of the road.</p>
<p>A convivial Thai customs officer tells me there’s a market on the other side, but beyond that nothing – no road, no way to proceed. A sign at the gateway reads, “Welcome all visitors, no video cameras!”</p>
<p>A few trucks and motorbikes cross back and forth. Burmese with painted faces, dressed in sarongs, scuttle about, looking dejected and harassed. Thai soldiers linger in the shade, their gleaming guns casually strapped across their shoulders.</p>
<p>The immigration officer launches into a favourite story.<br />
“A few months ago the KNU [soldiers of the anti-Rangoon Karen National Union] came out of the hills and tried to kidnap the staff here.” He shrugs coolly and smiles.<br />
“What happened?” I ask.</p>
<p>“They wanted to exchange us for some of their people who got  caught in the area recently.”<br />
“Was there any shooting?”<br />
He shakes his head, no.</p>
<p>I’m left wondering what, if anything, really happened. Did the hardened guerrillas just march up here and demand that the Thai customs officials give up their guns and come with them? And why, then, did they just go away empty-handed?<br />
The Burmese let in foreigners for a day at a time and only one kilometre beyond the border. At Burmese immigration, I’m accosted by a gang of motorcycle-taxi boys and arrange a lift to the nearest village, Payathonzu.</p>
<p>Life is different behind the bamboo curtain. The infrastructure is basic, the landscape seems wild, unmanaged, illusive. The hills are covered by disorderly fields, broken by brush and naked eroded earth.</p>
<p>Payathonzu market is a haphazard sprawl along the main road. Tough-looking men wearing the sarongs they call lungis sit in the shade smoking cheroots. Trucks are unloaded and children boil up palm oil and sweets.</p>
<p>“Orchid, orchid, you want beautiful orchid?” chant young girls. The plants they’re touting are more or less the same as on the Thai side.</p>
<p>Notable additions among the vast array of shops selling wooden furniture and knick-knacks, instruments and cheap jewellery are several stalls offering animal skulls – bears, monkeys, wild boar and the dried beaks of the rare giant hornbill. Huge vats filled with goats’ heads stand in the sun – the oil derived from the heads is said to have medicinal properties.</p>
<p>And of course, orchids are available everywhere.<br />
As I sit talking to Win about his blooms, an old man approaches and shakes my hand emphatically. San Thein is from Mawlamyine, a town in Mon State. The dapper 68-year-old is on a pilgrimage.</p>
<p>“I’m getting old and I feel that this is my last journey. At home I mostly stay at our monastery now, Pha Auk Jawya, to assist the monks,” he says in fluent English. “But I wanted to see the chedis here. I will visit several monasteries before returning home.”</p>
<p>San Thein wants to travel to Bangkok and see the Emerald Buddha. “I was a school headmaster,” he continues. “I remember the British here in the ’40s, and then later the Japanese. I think it must have been 1942 when the Japanese turned up in my village and 50 soldiers moved into our house. We had to leave and moved into a shack in our paddy field. Then one day, news came that a hole had been blown into the world. Hiroshima and Nagasaki had been destroyed – the Japanese were stunned. Some threw their weapons into the river, others fled. A few days later the British turned up and disarmed the rest. We moved back into our house.</p>
<p>“The abbot of Pha Auk Jawya wrote a speech for the UN, entitled ‘Eternal World Peace’. This is what we need. We need peace in Burma. But how to achieve it? Many nations are at war. Inside nations, people are at war.”</p>
<p>San Thein laughs disarmingly. “Even married couples are  sometimes at war.”<br />
The old man steps back into the sun to make way for a group of Thai orchid buyers. He shakes his head at the market bustle and waves. “I hope to see you in Bangkok. Let’s meet to see the Emerald Buddha.” And he’s gone.</p>
<p class="style7">In the shadow of the  Three Pagodas</p>
<p class="style2">Too quiet to truly be the ‘wild west’, the outposts on the Burma frontier trade in orchids, teak and stories of rebels with guns</p>
<p class="style2">Tom Vater<br />
The Nation<br />
SANGKHLA BURI
</p>
<p class="style2">Win sells orchids. “We go into the jungle and get them by the sack-full. It takes a long time these days, so I sometimes get kids to do it. I pay them between Bt100 and Bt300 a sack depending on what species they get.”</p>
<p>Win sits in a small hut surrounded by a dozen different species of beautiful epiphytes. The fence out front, draped with hundreds more orchids, divides Thailand and Burma.<br />
Different countries, different worlds.</p>
<p>Thai tourists crowd the makeshift shops and buy bags of flowers. The sellers, mostly young Burmese girls with their faces covered in yellow paste, are armed with books of orchid photos and know their rare species from the common ones.<br />
The prices are low. Single flowers cost anywhere from Bt20 to  Bt200.</p>
<p>The hustle and bustle of central Thailand yields to a more languid quiet beyond Kanchanaburi. After Nam Tok, the modern terminus of World War II’s “Death Railway”, rolling hills give way to limestone mountains and the Khao Laem Reservoir, dotted with the floating houses of fishermen.</p>
<p>During the dry season, the hillsides are set afire, which makes for hazy views, but at night the burning patches of land are visible from far off, giving the entire province an otherworldly remoteness.</p>
<p>The border town of Sangkhlaburi looks a little like it belongs in the American Wild West, but the surrounding hills and the lake are utterly serene.</p>
<p>A few backpackers mingle each afternoon with the crowds of  Burmese, Karen, Mon and Thais.</p>
<p>From a pair of wooden bridges spanning a reservoir local Mon teenagers show off with dives, while below, villagers tend their raft gardens.</p>
<p>Armin, the Austrian owner of the Burmese Inn’s guesthouse bungalows on the reservoir, has been in town for 15 years and remembers the bad old days of cross-border tension.</p>
<p>“There has been no fighting around Sangkhlaburi and the Three Pagodas Pass since 1995. I remember the last time Karen rebels and Burmese troops exchanged mortar fire across the border. Some landed around here, close to the lake.</p>
<p>“Now the Karen appear to be signing some kind of cease-fire deal. What can they do against a standing army of 450,000 soldiers and 30,000 secret police? Burma is incredibly repressive and brutal. The ethnic minorities don’t stand a chance of achieving autonomy by military means.”</p>
<p>Hence the area remains in an economic limbo – peaceful but not  quite at peace.<br />
A surfaced road leads through unruly brush and rocky hills to  the border, which is closed to foreigners – almost.</p>
<p>Several roadblocks manned by Thai soldiers keep a lid on the  smuggling of timber and drugs.</p>
<p>The soldiers look bored but friendly. There is no other traffic. Twice my vehicle almost flattens long black snakes that sun themselves on the hot tarmac.</p>
<p class="style2"><strong>The living Death  Railway</strong></p>
<p class="style2">Drawings by Pows and the remains of rails and rusting locomotives in Kanchanaburi and Ranong recall a horrific chapter in World War II</p>
<p class="style2">Oliver Hargreave<br />
Special to The Nation</p>
<p class="style2">Imagine you are weak, weary and dispirited, but desperate to avoid a severe, life-threatening beating. How long could you hold a heavy rock above your head?<br />
The image of a prisoner of war doing just that as a punishment meted out by Japanese guards for not working hard enough is one of Jack Chalker’s stark drawings of life on the Death Railway in Kanchanaburi during World War II.</p>
<p>This prisoner and other slave labourers would likely be surprised if they could look into the future and learn that, in less than 50 years, much of the railway would become defunct. Some parts have returned to the wild, and some are now a tourist attraction.</p>
<p>Construction of the 415-kilometre line began in June 1942 and ended when the lines from Thanbyuzayat in Burma and Nong Pladuk, via Kanchanaburi, met at Konkuita on October 17, 1943. Konkuita is now under the lake formed by Khao Laem Dam.</p>
<p>Taking a train as far as Nam Tok may seem straightforward enough today, but reopening the line after the war was not. The allies had closed the railway before selling it back to the Thai government for ฃ1.25 million in 1947. That sum bought Japanese locomotives, bridges and what remained of the rail bed.</p>
<p>The line was in such poor condition that less than a third, 130 kilometres, was reopened. The first section, from Nong Pladuk to Kanchanaburi, was not ready until 1949. It wasn’t until 1958 that the third and final section of the line, from Wang Pho (where the famous trestle still carries the line above the banks of the Khwae Noi) to Nam Tok, was reopened.</p>
<p>Thirty-six kilometres west of the terminus at Nam Tok is the Konyu Cutting. This is where Pows worked day and night to make a cut for the line. The haunting image of prisoners working by the light of flames gave Hellfire Pass its name.</p>
<p>A steep path up a hill links the cutting with the Hellfire Pass Memorial Museum, located close to Highway 323 near Kilometre 46. The museum contains memorabilia and paintings by prisoners who worked on the line. The paintings include a few by Chalker, as well as by Ronald Searle who was to become a prominent political cartoonist in Britain.</p>
<p>The Konyu Cutting itself is the start of a 4.5-kilometre memorial walk which follows the old rail line west to Compressor Cutting. Signboards give explanations of such landmarks as the “pack of cards bridge”. To go on the walk without a large bottle of water isn’t advisable, although it gives some insight into the privations the Pows had to face.</p>
<p>Another sombre memorial lies further west. At Kilometre 61 on Highway 323, a narrow lane descends to the Home Phu Toey Resort. Located at a particularly picturesque spot in the Khwae Noi Valley, the resort also has a memorial park honouring Weary Dunlop, the Australian doctor who helped many other Pows survive the ordeal.</p>
<p>Next to the park is a gallery which houses a comprehensive collection of Chalker’s drawings. Many depict how Dunlop and his team improvised facilities to fight the horrific tropical ulcers and other maladies that plagued prisoners.</p>
<p>A long, careful look at these images will deeply impress viewers. Few photographs recorded the conditions on the railway at that time, so the artwork by the POWs bears witness to the horror of its construction.</p>
<p>More than 90,000 Asian conscripts and more than  18,000 Allied Pows died building the line.</p>
<p>Near the gallery is a section of reconstructed  track complete with an old steam locomotive and rolling stock.</p>
<p>Other engines commemorating the line can be found at Kanchanaburi, but these are not the only locomotives to commemorate a death railway in Thailand.
</p>
<p class="style2">Fast facts</p>
<p>The Hellfire Pass Memorial Museum is near Kilometre 46. Run by the Office of Australian War Graves, the museum is open daily (9 am to 4 pm) and is free of charge. The Home Phu Toey Resort welcomes visitors who call in advance (call Khun Achara at 01 880 8971) if they want to see Jack Chalker’s drawings.</p>
<p class="style2">Websites www.travelmallasia.com provides a description of the resort and www.hotel-thailand.com offers special rates for Internet users. For more information, call Home Phu Toey Co Ltd (02) 621 1510-3.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/weekend-drives-chapter-22-kanchanaburi/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Weekend Drives CHAPTER 21: Suphanburi</title>
		<link>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/weekend-drives-chapter-21-suphanburi/</link>
		<comments>http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/2008/weekend-drives-chapter-21-suphanburi/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 07:41:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Weekend Drives]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nationmultimedia.com/specials/drive/blogger/?p=122</guid>
		<description><![CDATA[[Show as slideshow]

Tasty preserve
The people of an old market town in Suphan Buri have pulled themselves out of trouble by making their home a tourist attraction

Tanaporn Tangcharoenmankong
The Nation
Sam Chuk, an old market town along the Tha Chin River in Suphan Buri province, serves as a good example of how a community can contribute to changing [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-114"><div class="slideshowlink"><a class="slideshowlink" href="/specials/drive/blogger/feed/?nggpage=2&amp;show=slide">[Show as slideshow]</a></div></div>
<div class='ngg-clear'></div>
<p class="style2"><strong>Tasty preserve</strong></p>
<p class="style2">The people of an old market town in Suphan Buri have pulled themselves out of trouble by making their home a tourist attraction</p>
<p>Tanaporn Tangcharoenmankong<br />
The Nation</p>
<p class="style2">Sam Chuk, an old market town along the Tha Chin River in Suphan Buri province, serves as a good example of how a community can contribute to changing the face of a place. The lively town, which is more than a century old, is today a dynamic and charming place to visit.</p>
<p>However, until a couple of years ago, Sam Chuk had been drafting its own obituary for quite some time. The thousands of visitors from all over the Kingdom you see there every weekend now could not even be imagined in those days.</p>
<p>In the good old days, when boats were the main mode of conveyance, Sam Chuk was an important centre for transporting goods. Merchants from all parts of the country stopped at the town overnight before heading to Bangkok. Thus, it was a very busy place until the coming of the highways.</p>
<p>The busy port almost closed down when the roads came. Many offices moved to Bangkok and the market became quiet with a drastic fall in the number of customers.<br />
And no one would have had the chance to admire the Thai architecture, which has been there since the days of King Rama V, if the people in the area had agreed with the authorities to pull down their old wood houses and replace them with concrete structures.</p>
<p>“The land where the market is belongs to the Treasury Department ,” says Pongwin Chaiwirat, a member of the Sam Chuk Market Conservation committee. “The rental contract is renewed every three years. And they were afraid there might be a blaze, so they wanted to demolish the old wooden houses.”</p>
<p>It was a great dilemma for local the people, who already had to look for other ways of earning a living after business took a turn south. They basically had two choices, staying with what their ancestors built or pulling it all down.</p>
<p>The Udomchok Hotel was once always booked, with merchants making their reservations up to four months in advance. Arunluck Onwimol was afraid that the two-storey hotel would be pulled down because the owner had been announcing it was for sale. To conserve the establishment, she rented the inn and restored the ground floor into a coffee shop.</p>
<p>“Please come in and feel free to explore upstairs,” Arunluck says warmly. “Check it first and tell me later if you would like to check in.”</p>
<p>The second floor of Udomchok Hotel still remains as it was a century ago. But it’s not a haunted hotel like those you see in horror movies. As Arunluck, a former university lecturer, tells you, the place has been conserved so that visitors can experience how the hotel felt 100 years ago.</p>
<p>“It’s not a bad place for staying overnight. I just want to keep the old building and renovated the first floor for that cup of cappuccino visitors want,” she says. “The market is alive again after we agreed to conserve our houses and lifestyle and open it to the public and the media.”</p>
<p>Strolling along the market and having a good look at all the attractive architecture, including panels described in Thai as <em>khanompang khing</em> (literally, ginger bread), but actually delicately craved wooden curtains, done during King Rama V’s and VI’s times is an educative experience.</p>
<p>With about 300 houses, Sam Chuk market is spread out over four sois. It’s too small to get lost in. People are willing to direct you and it’s very likely they will ask if you have visited the Khun Chamnong Chinarak museum.</p>
<p>The house of a former Sam Chuk’s nobleman, Khun Chamnong Chinarak, has been renovated into a museum after his offspring donated the beautiful structure to the community.</p>
<p>Open from 8am to 5pm, the two-storey museum tells visitors the story of Sam Chuk through an exhibition of photographs. Small windows along the corridors throw attractive shadows on the old mosaic floor.</p>
<p>The second floor still retains the look of what it was when the owner lived there. The charming wooden house and antique furniture will definitely appeal to those with a historical bent.</p>
<p>If you want to have a photograph taken the old way, the Silp Thammachat, a photo studio on Soi 3 is the place to go. The 56-year-old photo shop is now run by Suree Aiempichairit.</p>
<p>She says that she learnt how to take a photo  with an old camera from her father when she was 17.</p>
<p>“In the past, taking a photo was expensive. However, women loved to exchange pictures with each other,” she says. Silp Thammachat studio still uses an old camera and the old process of developing photographs in a dark room.</p>
<p>“Visitors can have a photo done the old way at Bt250 for two prints. We will mail them three weeks after. It used to be only one week but it takes longer now because there are many visitors. There are about 30 to 40 customers every weekend.”</p>
<p>Don’t think you will go hungry while visiting  the market. Sam Chuk is famous for a variety of delectable dishes and desserts.</p>
<p><em>Khao hor bai bua</em> (steamed jasmine rice wrapped in lotus leaf) is among the many worthies on the menus in town. For a try, visit the restaurant at the foot of Pornprapha Bridge. Here, Rungroj Prapruetdee said that he sells about 200 pieces of <em>khao hor bai bua</em> a day. A piece costs  Bt25.</p>
<p>You might also not be disappointed with Jek Ao noodles. Just a minute’s walk from into the market, you see a very busy noodle stall. If you visit the market on a weekend, you may have to wait for customers who are about to leave.</p>
<p>The delicious homemade noodles and the great taste of the soup are worth waiting for. And if you think only one bowl is not enough, it would be wise to order the second the first time.</p>
<p>Want to have dessert and a cup of coffee after your meal? Take a seat at Je Muay Lek’s coffee shop or Tha Rua Song Coffee.</p>
<p>The ambience in these places is totally different from that of the modern coffee shops in the town. There’s no Internet corner or cappuccino. The shop serves traditional coffee, tea and cocoa. Sitting on a wooden chair, it’s enjoyable to sip a cup of iced coffee or tea served on an old marble table.</p>
<p>Try the traditional Thai desserts which are sold in front of the coffee shops. There is a wide variety – coconut milk Thai desserts such as <em>klauy buad chee</em>, <em>khaoniew tua dum</em>, <em>tao suan</em> and <em>pla krim kai tao</em>.  But the best <em>is khao fang piak</em> (millet in coconut milk). The dessert costs Bt8.</p>
<p>There are plenty of interesting shops to explore in the small town such as Ku Seng Huad, selling old-style kitchenware, the Sam Chuk Bicycle shop and an old watch shop.</p>
<p>If you want to take food home, Ja Chued roasted  duck and Jit’s dried gourami offer delectable choices.</p>
<p>Although the market is now a brisk place, Pongwin says that the local people are still not sure the good times are going to last.</p>
<p>“Local people want to renovate their homes. But they are not sure about the Treasury’s policy. With short-term rental contract, we are still afraid. We will consult the province’s deputy governor to ensure we have long-term contracts,” she says.</p>
<p class="style2"><strong>HOW TO GET THERE</strong></p>
<p class="style2">Suphanburi is well accessed by different main roads. From Bangkok take Highway 1, or the eastern ring road (Road 9), then turn left into Road 32 that runs past Ayutthaya. Drive towards Angthong where you turn left into Road 3195. Drive for 10 minutes and then look for a sign for Road 3373, into which you turn right. In Si Prachan, Road 3373 will connect with Road 340 that leads northwards to Sam Chuk. On the way back, drive down Road 340, which offers a quick access to Ayutthaya, Pathum Thani and Bangkok. For the journey to Bangkok via Ayutthaya, take Road 3263 (just off Road 340 on the left) that leads to the ancient capital’s Bang Sa-ai, Sena and Muang districts respectively.</p>
<p><span class="style2"><strong>WHERE TO STAY</strong></span></p>
<p>Wangyang Resort Hotel and Spa Suphanburi-Chai Nat Road,  Si Prachan district<br />
Tel: (035) 548 870-1, (081) 216 2835<br />
Visit: http://www.WangyangResort.com<br />
E-mail:  papapinky@doramail.com<br />
Price range: Bt800-Bt2,000 Siam  Suphan Homestay</p>
<p class="style2">Doem Bang  Nangbuat district<br />
Tel: (035) 515  943, (081) 370 3850<br />
Visit:  www.SiamSuphan-Homestay.com<br />
E-mail:  siamsuphanhomestay@hotmail.com<br />
Price range:  Bt1,400-Bt1,600</p>
<p>Ruen Rak  Samunprai<br />
Doem Bang  Nangbuat district, not far from Tha Chang market<br />
Tel: (035) 515  366, (035) 515 943<br />
Price range:  Bt1,200-Bt2,000</p>
<p>Khoom Suphan<br />
Muen Han Road, Muang district<br />
Tel: (035) 522  273-6<br />
Price range:  Bt1,000-Bt4,400</p>
<p>Sri Uthong Grand  Hotel<br />
Nang Pim Road, Muang district<br />
Tel: (035) 501  290-3<br />
Visit:  http://www.SriUthongGrandHotel.com<br />
Price  range:  Bt1,200-Bt2,200</p>
<