DRIVETHAILAND



ภาคเหนือ ทริป 7 เมืองสามหมอก ทุ่งดอกบัวตอง ท่องเมืองปาย - เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน

Posted on วันพฤหัส, พฤษภาคม 28th, 2009 at 4:27 pm

4 วัน 3 คืน

เช็ครถให้พร้อมเดินทาง เพื่อขึ้น-

ลงเขา ออกเดินทาง จาก อ.เมือง

เชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107

ขึ้นเหนือไปทาง อ.แม่ริม เข้าสู่ อ.แม่แตง

ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ควรเลย

ไปเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำมันก่อน เพื่อความ

ไม่ประมาท เพราะตลอดทางถึงปาย

มีปั๊มน้ำมันเล็กๆ อยู่ปั๊มเดียว อีกทั้ง

เป็นทางชันขึ้นเขา

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข

1095 ไประยะหนึ่ง แยกขวาไปตลาด

แม่มาลัย เพื่อตุนเสบียง จากนั้น

กลับออกมาทางเดิม เลี้ยวขวาสามแยก

ไฟแดง มุ่งหน้าไป อ.ปาย ทางหลวง

หมายเลข 1095 เป็นถนนตัดใหม่ ลาด

ยางอย่างดี แต่เส้นทางคดเคี้ยวไปตาม

ช่องเขา ลาดชัน มีโค้งหักศอกบวกกับ

ชันขึ้นเป็นระยะ ใช้ความระมัดระวังใน

การขับรถให้มาก ใช้เวลาเดินทาง 2-3

ชั่วโมง ระยะทาง 110 กิโลเมตร ถึง

อ.ปาย

แวะจิบกาแฟ “ร้านแป้นเกล็ด

คอฟฟี่คอนเนอร์” บรรยากาศสบายๆ

บริเวณ กม.ที่ 20 ปากทางเข้า “น้ำตก

หมอกฟ้า” ก่อนแวะเข้าไปเที่ยวน้ำตก

ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็น

น้ำตกชั้นเดียวมีน้ำไหลทั้งปี สวยงามมาก

เสียค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ ตามประกาศ

ของกรมอุทยานฯ Tip เก็บบัตรไว้

เขา้ พื้นที่โป่ง เดือดป่า่ แปดอุทยานแห่งชาติ

ห้วยน้ำดังรวมถึงน้ำพุร้อนท่าปายได้

ภายในวันเดียวกัน

เดินทางต่อ จนถึง กม.ที่ 42 เป็น

ทางโค้งพอดี สังเกตป้ายบอกทางแยก

ขวา ไป “โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด” หรือ

“โป่งเดือดป่าแป๋” ขับต่อไปอีก 6 กิโลเมตร

จนถึงลานจอดรถ มีห้องน้ำและร้าน

อาหารไว้บริการ จากลานจอดรถเดิน

ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไป 300 เมตร

ถือเป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่และพุ่งสูง

ที่สุดในประเทศไทยสวยงามมาก บริเวณ

ใกล้เคียงลานจอดรถ มีบ่อน้ำพุลงแช่

น้ำอุ่นได้

ยังอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1095

จนถึง กม.ที่ 65 แยกขวาเข้าที่ทำการ

“อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง” ระยะทาง

6 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ลาดชัน

ขึ้น-ลงเขาเป็นระยะ บางช่วงถนนแคบ

ควรขับช้าๆ และใช้เกียร์ต่ำ เข้าที่พัก รอ

ชมบรรยากาศความงามแห่งสายหมอก

ดอกไม้และความหนาวเย็น โดยเฉพาะ

ช่วงฤดูหนาว ความสวยงามจะเป็นทวีคูณ

จุดชมวิว มี 2 จุด ที่ ดอยกิ่วลมและ

ดอยช้าง ซึ่งเป็นดอยที่สูงที่สุดควร

นำเต็นท์ และอาหารมาเอง ที่พักอุทยานฯ

ติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้

(0-2579-5734, 0-2579-7223)

ตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น และ

ทะเลหมอก หลังมื้อเช้า ออกเดินทาง

บนทางหลวงหมายเลข 1095 มุ่งหน้า

อ.ปายระหว่างทางผ่าน “ขุนแม่ยะ”

ดอยขุนเขาสีชมพู ในช่วงที่ดอกนางพญา

เสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย บานสะพรั่ง

ที่ตั้งอยู่ กม. ที่ 67 บริเวณปากทางเข้า

เป็นที่ตั้งของจุดตรวจขุนแม่ยะเลี้ยวซ้าย

เข้าหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ระยะทาง

8 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง

บางช่วงสูงชัน ทางขรุขระ มีร่องลึก

รถเก๋งและรถตู้เข้าไม่ได้ แม้เป็นหน้าฝน

รถ 4WD พันโซ่ ก็เข้าไม่ไหว

ที่นี่เหมาะแก่การท่องเที่ยวในยาม

ที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบาน ซึ่งแต่ละปี

จะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

หนาวจัด โดยมากอยู่ในช่วงกลางเดือน

ธันวาคม-มกราคม

จุดนี้ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าเพราะ

ไม่ใช่อุทยาน กางเต็นท์ฟรี มีห้องน้ำสะอาด

บริการ

บนทางหลวงหมายเลข 1095

กม.ที่ 80 ทางแยกซ้ายไป “ป่าสนบ้าน

วัดจันทร์” ใช้เข้าทางหลวงหมายเลข

1265 ระยะทาง 41 กิโลเมตร ถนน

ลาดยางอย่างดี 10 กิโลเมตรแรกและ

15 กิโลเมตรสุดท้าย เป็นทางขึ้นเขา

สูงชัน และโค้งอันตรายเป็นระยะใช้

ความเร็วได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง

หากมาช่วงฤดูหนาวจะมีวิวใบไม้หลากสี

ตลอดทาง จนถึงหมู่บ้านวัดจันทร์

จากหมู่บ้า้นย้อนกลับมา 5 กิโลเมตร

ถึงที่ทำการองคก์ ารอุตสาหกรรมกรมป่า่ไม้

(ออป.) จะเห็นลานสนอยู่รอบบริเวณ มี

จักรยานเสือภูเขาให้เช่า วันละ 100 บาท

ปั่นชมธรรมชาติและป่าสน ถ่ายรูป

มุมตา่ งๆ อากาศเย็นตลอดทั้งปี ฤดูหนาว

อาจพบดอกนางพญาเสือโคร่ง ติดต่อ

บา้ นพัก สถานที่กางเต็นท์ (0-5324-9349)

สนามกางเต็นท์กว้าง ห้องน้ำสะอาด

กลับเข้าทางหลวง 1095 จนถึง กม.

ที่ 88 เป็นที่ตั้ง “โป่งน้ำร้อนท่าปาย”

แยกขวาเข้าไป อีก 2 กิโลเมตร เป็นทาง

ลาดยางตลอดสายถนนค่อนข้างแคบ

โป่งน้ำร้อนเป็นบ่อ บางแห่งเป็นน้ำผุด

ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส

มีห้องอาบน้ำร้อน บริเวณรอบโป่งฯเป็น

ป่าไม้สัก กางเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มี

สิ่งอำนวยความสะดวก

ย้อนกลับทางเดิม จนเข้าทางหลวง

หมายเลข 1095 เลี้ยวขวาเพื่อเข้าเมือง

ปาย ถึงสะพานประวัติศาสตร์ เป็นเหมือน

ประตูสู่อำเภอปาย เป็นอนุสรณ์จาก

สงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2485 เก็บภาพ

เป็นที่ระลึกสะพานสีเขียว แม่น้ำ ท้องฟ้า

สีคราม แนวภูเขาเป็นภาพเบื้องหลัง

ข้ามสะพานไปนิดเดียว ฝั่งซ้ายมือ

จะเห็นทางเข้า กองแลน หรือ ปาย

แคนยอน จอดรถแล้วเดินเข้าไป อีก 200

เมตร รูปร่างหน้าตาเป็นผืนดินที่ถูกกัด

เซาะจนเป็นหน้าผา กินบริเวณกว้างถึง

5 ไร่ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี

แวะ กม.ที่ 95 ร้านกาแฟ “คอฟฟี่

อิน เลิฟ” สั่งกาแฟมาดมความหอม

และดื่มรสอร่อยถ่ายรูปความน่ารัก

ของการจัดตกแต่งร้านบนเนินเขา มีเบื้อง

หลังเป็นแนวเขาสลับไปมา

ถึง อ.ปาย เมืองเล็กเงียบสงบ

ริมแม่น้ำปาย กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ

แวะหาที่พัก ที่พักในปาย หรือบริเวณ

ใกล้เคียงช่วงฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยว

จำนวนมากควรจองที่พักก่อน, ที่พัก

ราคาถูก ส่วนใหญ่เป็นแบบ walk in

เดินหาที่พักได้ตามริมแม่น้ำ หรือ

ในตัวเมือง ขอดูห้องพักก่อนตัดสินใจ

หรือถ้าไปถึงเที่ยงหรือบ่ายก็ขับเลยไป

หน้าอำเภอ

จอดรถไว้ที่พัก แล้วเดินแบบเพลินๆ

หรือจะเช่าจักรยานขี่เที่ยวตลาดริมน้ำ

เมืองปาย มีอาหารวางขายริมถนน ของว่าง

น้ำสมุนไพร-ชา ฝากทอ้ งมื้อเย็นได้

เช้าชมบรรยากาศเมืองปาย เดินไป

ริมน้ำ ถ่ายรูปที่ระลึกกับลำน้ำปาย และ

แสงแดดสีส้มลงมากระทบผิวน้ำหรือ

เดินเลยไปจิบกาแฟ หาอาหารเช้ารองท้อง

ที่ร้านกาแฟที่ได้รับการกล่าวขานถึง

“All about coffee” อยู่ตรงข้ามร้าน

มิตรไทย ซึ่งมีทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ถา้ มี

เวลาและสนใจส่งโปสการ์ดถึงคนไกล

เดินข้ามถนน ไปร้านมิตรไทยนักท่องเที่ยว

แห่กันมาที่นี่ ด้วยบรรยากาศความน่ารัก

และเป็นกันเอง มีโปสการ์ดภาพเมืองปาย

มุมต่างๆ ของปาย ให้ซื้อมาเขียนและ

ส่งกันที่หน้าร้าน

ออกเดินทางไปวัดน้ำฮู อยู่ห่าง

จากอำเภอปายไปทางตะวันตก 3 กิโลเมตร

ผ่านโรงพยาบาลปาย (0-5369-9211)

อยู่ในตำบลเวียงใต้ เป็นที่ประดิษฐาน

หลวงพอ่ อุน่ เมือง อายุกวา่ 500 ปี พระเศียร

กลวงเปิดส่วนบนได้มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา

ด้านหลังมีองค์พระเจดีย์ตามประวัติเล่าว่า

พระสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้าง

เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยา

ขับไปอีกถึง บ้านสันติชล หรือ

หมู่บ้า้นศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน เมื่อก่อน

เป็นเขตค้ายาเสพติดของว้าแดง อาจ

เรียกว่าเป็นพื้นที่สีแดงตอนนี้เป็นแหล่ง

ท่องเที่ยวยอดนิยม ชาวเขาเชื้อสายจีน

นับ 1,000 คน แต่งกายชาวเขา บ้านแต่ละหลัง

เป็นบ้านดิน คุณบุญหล่อ (08-1024-3982)

ผู้นำชุมชน ได้เปลี่ยนแปลงอาชีพของ

คนในชุมชน หันมาทำการท่องเที่ยว

เชิงเกษตร มีร้านอาหารจีนยูนาน

ไม่ควรพลาดเมนูเด็ด หมั่นโถวทอด

ขาหมูรสเลิศ อย่าลืมอุดหนุนของที่ระลึก

ฝีมือชาวเขา มีบริการพาเที่ยวรอบๆ

บริเวณแบบขี่ม้า มีที่พักบ้านดิน พัก 2 คน

ราคา 1,000 บาท, 4 คน 2 เตียง 1500 บาท

12 คน 6 เตียง 4,000 บาท

เดินทางต่อทางหลวงหมายเลข

1095 ไปทางปางมะผ้า มุ่งหน้าโครงการ

พระราชดำริปางตอง 2 หรือที่รู้จักกันว่า

“ปางอุง๋ ” ผ่าน อุทยานแหง่ ชาติถ้ำปลา-

น้ำตกผาเสื่อ (0-5369-2055, 0-5361-9036)

ถ้ำใต้เชิงเขา มีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำ

ตลอดทั้งปี บริเวณปากถ้ำเป็นวังน้ำกว้าง

2 เมตร ลึก 1.5 เมตร ฝูงปลาขนาดใหญ่

สีดำเทาอมฟ้า เรียกว่า ปลามุงหรือพลวง

อาศัยบริเวณนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปลา

ศักดิ์สิทธิ์ ไม่นำมารับประทาน

ส่วนน้ำตกผาเสื่อ น้ำตกขนาดกลาง

มาจากลำแม่น้ำสะงา สูง 10 เมตร กว้าง

15 เมตร น้ำไหลเต็มหน้าผากว้างในช่วง

ฤดูฝน รูปร่างคล้ายเสื่อ ฤดูแล้งน้ำน้อย

แต่ก็มองเห็นหินสวยงาม

เส้นทางนี้ เป็นถนนคอนกรีตและ

ต่อด้วยถนนลูกรัง คดเคี้ยวขึ้นเขา หาก

เป็นฤดูหนาวจะมีหมอกหนา พักที่ปางอุ๋ง

หาที่พักได้ในโครงการฯ (0-5369-2056,

0-5368-1740) ราคา 1,500-2,000 บาท

เต็นท์ 250-400 บาท มีลานกางเต็นท์

กว้างขวางมาก หรือเลือกที่พักของชาว

บ้านละแวกนั้น ส่วนพื้นที่จอดรถต้อง

จอดในที่ที่จัดไว้ไม่อนุญาตให้จอดบริเวณ

อ่างเก็บน้ำ

รวมไทยเกสท์เฮ้าส์ (0-5361-1244)

อยู่ติดริมทะเลสาบวิวดี 250บาท/คืน,

โฮมสเตย์บ้านลุงปาละ (0-5369-2144)

เดินไปอีกนิดไม่ติดทะเลสาบ แต่ได้

บรรยากาศแบบวิถีชีวิตคนท้องถิ่น กาแฟ-

อาหารเช้า 100-350 บาท/คืน ควรจอง

ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

อยากได้บรรยากาศภาพสวยต้อง

ตื่นเช้าเสมอ ในฤดูหนาวริมทะเลสาบจะ

เต็มไปด้วยหมอก และแสงแดดสีส้ม

พร้อมกับทิวสนสีเขียวและผืนน้ำสะท้อน

ภาพภูเขาสวยงามมาก อากาศเย็นตลอดปี

หากเป็นฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ 10

องศาเซลเซียส หลายคนบอกว่า เป็น

สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

ย้อนกลับทางเดิม มุ่งหน้า อ.เมือง

แม่ฮ่องสอน แต่ระหว่างทางยังมีเวลา

แวะพอกหน้า พอกตัว ที่ ภูโคลน หรือ

“ภูโคลนคันทรี่คลับ” 1 ใน Unseen

Thailand และ 1 ใน 3 แห่งของโลก

แหล่งโคลนและน้ำแร่ธรรมชาติ ค้นพบ

อยูใ่ ตพ้ ื้นดินอุณหภูมิ 90-140 องศาเซลเซียส

เป็นโคลนเดือดสีดำนำมาพอกตัว หน้า

ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง ช่วยการหมุนเวียน

ของโลหิต เพราะมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์

เที่ยวได้ตลอดทั้งปี บริการในรูปแบบ

สปาและสระน้ำแร่ธรรมชาติ (0-5361-

2265, 08-6198-0722)

ภูโคลน อยู่บริเวณ กม.ที่ 191

เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก-บ้าน

ห้วยนาขาน ประมาณ 4 กิโลเมตร

จากภูโคลน ขับต่ออีกประมาณ

6 กม. ถึง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หากน้ำมัน

เหลือน้อยแวะเติมปั๊มในเมือง และกิน

มื้อกลางวัน ร้านเฟิร์น ใจกลางเมือง

จากนั้นขับรถเที่ยววัดพระธาตุ

จองคำ-จองกลาง บริเวณสวนสาธารณะ

หนองจองคำ ใจกลางเมือง เป็นวัดเก่าแก่

ศิลปะไทยใหญ่ที่งดงาม ใกล้กันเป็น

วัดจองกลาง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์

จำลอง ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์

ไปวัดพระธาตุดอยกองมู ดูสถาปัตยกรรม

ไทยใหญ่เดิมชื่อวัดปลายดอย ปูชนียสถาน

คู่บ้านคู่เมือง สามารถมองเห็นตัวเมือง

แม่ฮ่องสอน

ออกเดินทางต่อไป ดอยแม่อูคอ

(96 กม.) ระหว่า่งทางแวะหมู่บ้า้นกะเหรี่ยง

คอยาวห้วยเสือเฒ่า จาก อ.เมือง

มาทางศาลากลาง ใช้ทางหลวงหมายเลข

108 ที่จะไปขุนยวม ผ่านศาลากลาง

ไปจะพบประตูเมืองแม่ฮ่องสอน เจอ

สามแยกให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปตามทาง

สายหลักจะข้ามสะพานแม่น้ำปาย ผ่าน

ลานเฮลิคอปเตอร์ เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทาง

ขนานไปกับลานฯระยะทางจากในเมือง

ถึงห้วยเสือเฒ่าประมาณ 12 กิโลเมตร

เส้นทางแคบและมีทางน้ำล้น

เดินทางต่อ ทางหลวงหมายเลข 108

มุ่งหนา้ อ.ขุนยวม ระยะทาง 67 กิโลเมตร

เยื้อง สภ.ขุนยวม (0-5369-1115) มีธนาคาร

กรุงไทย ก่อนถึง อ.ขุนยวม 1 กิโลเมตร

เข้าทางหลวงหมายเลข 1263 อีก 27

กิโลเมตร ถึง“ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ”

เป็นถนนลาดยางอย่างดี ทางราบ แต่

13 กิโลเมตรสุดท้าย ถนนแคบ คดเคี้ยว

บนเนินเขา บางช่วงสูงชัน

ทุ่งบัวตองจะบานสวยงามทั้งดอย

แม่อูคอ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง

1 พันไร่

รุ่งขึ้นขับกลับทางเดิมเข้าทางหลวง

หมายเลข 108 ไป อ.แม่ลาน้อยถึงสามแยก

โรงพยาบาลแม่ลาน้อย (0-5368-9060)

แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1266

ที่ กม.132-133 ไปอีก 5 กิโลเมตร ถึง

วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล (0-5361-2078)

เป็นถนนคอนกรีต ผ่านหมู่บ้านอย่าใช้

ความเร็ว

วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล Unseen

Thailand ภายในถ้ำ เป็นผลึกแคลไซต์

สีขาวฉาบตามผนัง พื้น และเพดาน

หรือเรียกว่า ถ้ำน้ำแข็ง สะท้อนกับแสง

ดูสวยงาม ถ้ำลักษณะนี้พบได้เ้พียง 3 แห่ง

ในโลกที่ออสเตรเลีย จีน และไทย

Tip ภายในถ้ำมีอากาศน้อย

เจ้าหน้าที่จัดให้เข้าชมเป็นรอบๆ ละ

20 นาที ครั้งละ 20 คน ในช่วงฤดูหนาว

มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท เปิดทุกวัน

08.30-16.30 น. ต้องจอดรถที่ลานจอด

ที่ทำการศูนย์บริการท่องเที่ยว อบต.

แม่ลาน้อย นั่งรถสองแถวขึ้นไปถ้ำ บริเวณ

หนา้ ถ้ำที่จอดรถมีจำกัด

บ่ายออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดย

ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 ลง อ.แม่สะเรียง

เลี้ยวซา้ ย ตามทางหลวงหมายเลข 108 ไป

อ.ฮอด เข้า อ.จอมทอง อ.สันป่าตอง

และ อ.เมืองเชียงใหม่

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a reply

Name (*)
Mail (will not be published) (*)
URI
Comment