DRIVETHAILAND



ภาคเหนือ ทริป 3 ล่องแก่งน้ำเข็ก ภูหินร่องกล้า ป่าสนภูสอยดาว พิษณุโลก อุตรดิตร

Posted on วันพฤหัส, พฤษภาคม 28th, 2009 at 3:49 pm


4 วัน 3 คืน

เริ่มตน้ การเดินทาง เมืองพิษณุโลก

หรือเมืองสองแคว จากทางหลวงหมาย

เลข 12 ไปทาง จ.สุโขทัย เมื่อถึงสะพาน

ข้ามแม่น้ำน่าน ให้เลี้ยวขวาที่เชิงสะพาน

พบประตูทางเข้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วรมหาวิหาร ชาวบ้านเรียกว่า “วัดใหญ่”

พระอารามหลวง สร้างขึ้นในสมัย

พระมหาธรรมราชาลิไทกรุงสุโขทัย

กราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูป

ปางมารวิชัยขนาดใหญ่งดงามที่สุด

ในประเทศ

ขับรถเลียบวัดใหญ่ ขึ้นเหนือไป

อีกนิด มีร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาสองแคว

ขึ้นชื่อในย่านนี้ ร้านไม่ใหญ่ไม่เล็ก เป็น

ร้านยกพื้น ถอดรองเท้าขึ้นไปบนร้าน

สั่งกว๋ ยเตี๋ยวตามใจชอบ นั่งหอ้ ยขาหันหน้า

ชมแม่น้ำน่านและหมู่บ้านแพริมน้ำ

ขับเข้าเมืองไป ถนนวิสุทธิกษัตริย์

ตรงข้ามโรงหล่อพระบูรณะไทย แวะชม

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าสิบเอก ดร.ทวี-

พิมพ์บูรณเขตต์ (0-5521-2749) รวบรวม

ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือทำมาหากิน

ของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กจนถึง

ชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้น

ดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้

ประกอบอาชีพ รวมแล้วนับหมื่นชิ้น

เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์เวลา 8.00-16.30 น.

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท

ต่างชาติ 100 บาท

จากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 12

(พิษณุโลก-หล่มสัก) ผ่านสี่แยกอินโดจีน

แยก อ.วังทอง ถึง กม.ที่ 33 ดา้ นขวามือเป็น

สวนรุกขชาติสกุโณทยาน ไปตามถนน

ลูกรังอีก 1 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อน

หย่อนใจท่ามกลางแมกไม้ ในบริเวณ

เดียวกันมี น้ำตกวังนกแอ่น หินน้อยใหญ่

คั่นกลางลำน้ำ เป็นชั้นๆ เรียกว่า แก่งไพร

ขับต่อไปอีกน้ำตกแก่งซอง อยู่ กม.ที่ 45

มีร้านขายอาหารริมน้ำตก

ริมทางหลวงหมายเลข 12 อ.วังทอง

มีร้านอาหารเป็นระยะ ตั้งอยู่ริมธารสาขา

ที่มาจากน้ำตกและลำน้ำเข็ก เหมาะที่

จะหย่อนเท้าลงแช่น้ำเย็นเพื่อผักผ่อน

เดือนมิถุนายน-ตุลาคม เป็นช่วง

เหมาะสำหรับผจญภัยกลางสายน้ำ

“ล่องแก่งลำน้ำเข็ก” ผู้ที่ชื่นชอบการ

ผจญภัยจะตื่นเต้นกับการพายเรือยางไป

ตามลำน้ำคดเคี้ยว และชั้นหิน โขดหิน

และเพลิดเพลินกับธรรมชาติของผืนป่า

ที่อุดมสมบูรณ์

จุดล่องแกงเริ่มที่ ต.ทรัพย์ไพรวัลย์

ถึงน้ำตกแก่งซอง ระยะทาง 8 กิโลเมตร

ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง มีความยากในการล่อง

ตั้งแต่ระดับ 1-5ก่อนล่องแก่งทุกครั้ง

จะมีการสาธิตซักซ้อมวิธีปฏิบัติระหว่าง

ล่องแก่งจากผู้ชำนาญเพื่อความปลอดภัย

เรือยาง 1 ลำ ลงได้ 4-8 คน และผู้ให้

บริการล่องแพจะมีนายท้ายให้ 2 คน

และผู้ที่ดื่มสุราห้ามล่องแก่งเด็ดขาด

รุ่งเช้า เดินทางมุ่งหน้า อุทยาน

แห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย

ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านสภ.บ้านแยง

(0-5526-8119) เลี้ยวเข้าสามแยกบ้านแยง

กม.ที่ 68 ใช้ทางหลวงหมายเลข 2013

ไปอีก 28 กิโลเมตร เข้าสู่อำเภอนครไทย

ใช้ทางหลวง 2331 ต่อไปอีก 31 กิโลเมตร

จนถึงที่ทำการอุทยานฯ

เส้นทางจาก อ.นครไทย จนถึง

ที่ทำการอุทยานฯ เป็นถนนคดเคี้ยวขึ้น

เขาสูงชัน ต้องขับด้วยความระมัดระวัง

10 กิโลเมตรสุดท้าย ลาดชันมาก

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ตั้งอยู่บนรอยต่อของพื้นที่ 3 จังหวัด

คือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ท่ามกลาง

ป่าอุดมสมบูรณ์ เคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้ง

ฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์

ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพิพิธภัณฑ์

การสู้รบของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์

แห่งประเทศไทย (พคท.) หรือจะเดินตาม

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ไปลานหินปุ่ม

ลานหินแตกที่เกิดจากการสึกกร่อน

ของหินตามธรรมชาติ ผ่านผาชูธง จุดที่

คอมมิวนิสต์ชักธงแดงทุกครั้งที่รบชนะ

ผ่านออกมาทางสำนักอำนาจรัฐ สถานที่

ดำเนินการทางการปกครอง, โรงเรียน

การเมือง การทหาร

ผู้ชื่นชอบน้ำตก ที่อุทยานแห่งชาติ

ภูหินร่องกล้ามีน้ำตกขึ้นชื่อ ได้แก่ น้ำตก

ร่มเกล้า-ภราดร, น้ำตกศรีพัชรินทร์ และ

น้ำตกหมันแดง ที่มีดอกลิ้นมังกรสีชมพู

ขึ้นหน้าน้ำตก ชั้นที่ 5 ออกดอกช่วง

กลางเดือนสิงหาคม แต่หากจะไปน้ำตก

หมันแดงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่นำทางและ

เตรียมมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะระยะทาง

ค่อนข้างไกล และชัน ใช้เวลาเดินเข้า

และออก 1 วัน ควรพักที่อุทยานฯ

ระหว่างทางมีทาก ควรสวมถุงกันทาก

ป้องกันทาก

บ่ายออกจาก อุทยานแห่งชาติ

ภูหินร่องกล้า เดินทางไป จ.อุตรดิตถ์

โดยกลับทางเดิมเข้าทางหลวงหมายเลข

12 จนถึงสี่แยกอินโดจีน เลี้ยวขวาใช้

ทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าอุตรดิตถ์

บริเวณนี้มีปั๊มน้ำมันหลายแห่ง เติมน้ำมัน

ให้เต็มถังแวะหาของว่างกินก่อนเดินทาง

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

สักการะ อนุสาวรีย์พระยา

พิชัยดาบหัก ประดิษฐานอยู่หน้าศาลา

กลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ถนนประชานิมิต

สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่าน

ในความกล้าหาญ รักชาติ และเสียสละ

ต่อบ้านเมือง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 102

สายอุตรดิตถ์-สุโขทัยไป อ.ลับแล

กราบพระขอพรวัดพระแท่นศิลาอาสน์

ที่บ้านแท่น ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล ห่างจาก

ตัวจังหวัด 14 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่

บนเขาไม่สูงมากนัก สามารถขับรถไป

จอดที่บริเวณลานจอด

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ สร้างขึ้นใน

สมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระแท่นศิลาอาสน์

เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายใน

บริเวณวัดมีพิพิธภัณฑ์โบราณเกี่ยวกับ

วิถีชีวิตชาววังและชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรม

ของชาวเหนือ ชมฟรีทุกวัน เวลา 08.00-

17.00 น.

บรรดาพระภิกษุสงฆ์จะธุดงค์

ปักกลดพักแรมบริเวณวัดออกบิณฑบาตร

ตามหมู่บ้าน และแบ่งปันอาหารกับ

ประชาชน นับเป็นการทำบุญกลางแจ้ง

ที่ยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี

ช่วงค่ำ เขา้ ที่พัก กินมื้อค่ำในตัวเมือง

ตลาดริมน่าน หรือ แหล่งร้านค้าหน้า

มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์

รุ่งเช้า กราบขอพร หลวงพ่อเพชร

วัดท่าถนน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

อุตรดิตถ์ พระพุทธรูปสำริดสมัยเชียงแสน

ขับรถไปที่สถานีรถไฟอุตรดิตถ์ ถนน

เกษมราษฎร์ วัดท่าถนนอยู่ตรงข้ามสถานี

รถไฟ

จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวง

หมายเลข 11 ลงใต้มุ่งหน้า บ่อเหล็ก

น้ำพี้ ข้ามสะพานแม่น้ำน่าน ขับตรงไป

จนถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง

หมายเลข 1047 ระยะทาง 20 กิโลเมตร

จนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1244

มีทางแยกเลี้ยว ขวา เขา้ ไปบอ่ เหล็กน้ำพี้อีก

3 กิโลเมตร บนถนนคอนกรีต ผ่า่นหมูบ้า้น

ต.บ้านน้ำพี้ อ.ทองแสนขัน ด้านหน้า

มีลานจอดรถกว้างขวาง ร้านขายของ

ที่ระลึก เชน่ พระขรรคล์ ูกประคำ เครื่องราง

ของขลัง

ภายในบริเวณจัดนิทรรศการ และ

พิพิธภัณฑ์การกำเนิดของเหล็กน้ำพี้

บริเวณใกล้กัน มีบ่อเหล็กกล้า 2 บ่อ

ที่เห็นได้ชัด ในสมัยโบราณนายช่าง

ผู้สร้างพระแสงดาบถวายพระมหากษัตริย์

นำเหล็กน้ำพี้บ่อพระแสงไปถลุง เพราะ

เนื้อเหล็กดีกว่าบ่ออื่น บ่อพระขรรค์

อยู่ใกล้กัน เข้าใจว่านำเหล็กไปถลุง

ทำพระขรรค์

บริเวณบ่อมีซุ้มบูชา นำไม้เบ็ด

ตกปลาแต่ปลายเบ็ดเป็นหินแม่เหล็ก

โยนลงไปใบบ่อ เพื่อให้หินเหล็กด้านล่าง

ติดปลายเบ็ดขึ้นมา เชื่อว่าหากพกติดตัว

จะสามารถป้องกันตัวได้ หรือนำไปบูชา

ออกจากบ่อเหล็กน้ำพี้ เลี้ยวขวา

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1045 ไปวนอุทยาน

ถ้ำจัน ขับรถประมาณ 20 นาที เข้าเขต

อ.น้ำปาด มีทางแยกซ้าย เข้าไป อีก 2

กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีต ทางแคบ

คดเคี้ยว ด้านหน้าที่ทำการมีที่จอดรถ

ตามประวัติเล่าว่า ชาวบ้านค้นพบ

ถ้ำนี้ มีลักษณะเป็นหินงอกหินย้อย

สวยงามมาก เนื่องจากมีต้นจันผาอยู่

บริเวณหน้าถ้ำ จึงเรียกว่า ถ้ำจัน ภาย

ในบริเวณเดียวกันมีถ้ำ 8 แห่ง ถ้ำจันเป็น

ถ้ำที่ใหญ่ที่สุด

เดินทางต่อจนบรรจบทางหลวง

หมายเลข 1047 เลี้ยวซ้าย ขับต่ออีก

ประมาณ 15 นาที จะเห็นป้าย วนอุทยาน

สักใหญ่ ด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปตาม

ถนนคอนกรีตแคบ อีก 9 กิโลเมตร

มีบริเวณกว้างถึง 1,000 ไร่ มีต้น“สักใหญ่

ที่สุดในโลก” สูงถึง 47 เมตร รอบต้น

วัดได้ 9.58 เมตร อายุกว่า 1,000 ปี

ปัจจุบันพายุพัดส่วนยอดหักไปแล้ว

ลำต้นยังคงสภาพเดิม

มุ่งหน้าภูสอยดาว ใช้เส้นทาง 1047

จนถึง อ.น้ำปาด ผ่าน โรงพยาบาลน้ำปาด

(0-5548-1574-7) ถึงสี่แยกตัวอำเภอเลี้ยวขวา

เข้าทางหลวงหมายเลข 1239 ขับต่อ

ระยะทาง 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกตัด

ทางหลวงหมายเลข 1212 ใช้ทางหลวง

หมายเลข 1239 ต่ออีก 47 กิโลเมตร

จนถึงสามแยกบ้านห้วยมุ่น เลี้ยวขวา

เข้าทางหลวงหมายเลข 1268 อีก

18 กิโลเมตร จนถึง ที่ทำการอุทยาน

แห่งชาติภูสอยดาว (0-5543-6001-2)

รวมระยะทาง 133 กิโลเมตร

หากมาช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

ควรหาเวลาเพิ่มอีก 2 วัน เพื่อแวะชมทุ่ง

หงอนนาค บนลานสนภูสอยดาว สูงจาก

ระดับน้ำทะเล 1633 เมตร อุทยานแห่งชาติ

ภูสอยดาวอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้น

ตั้งแต่เวลา 8.00-13.00 น. เพราะถ้าเลย

13.00 น. ไปแล้ว เส้นทางเดินค่อนข้างชัน

ทำให้ถึงลานสนมืดค่ำ เป็นอันตรายได้

จะใช้เวลาเดินประมาณ 4-6 ชั่วโมงแล้ว

แต่ความแข็งแรงของร่างกาย

ระหว่างทางขึ้นผ่านน้ำตกภูสอย

ดาว น้ำตก 5 ชั้น, เดินไต่ระดับทางชัน

บางช่วงชันมาก ถึงกับมีการตั้งชื่อ “เนิน

ส่งญาติ” ไปจนถึงชื่อ “เนินมรณะ” บาง

คนบอกว่าเดินเหนื่อยกว่าขึ้นภูกระดึง

เตรียมมื้อเที่ยงและน้ำดื่มติดตัวไปด้วย

เพราะกว่าจะถึงลานสนด้านบนเลยเวลา

14.00-15.00 น. ไปแล้ว ไม่มีร้านอาหาร

และที่พักต้องเตรียมเต็นท์ อุปกรณ์

พักแรมและเสบียงมาเอง อีกทั้งช่วงนี้

มักมีฝนตกต้องเตรียมเสื้อกันฝนมาด้วย

นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการลูกหาบ

ติดต่อที่ทำการฯ ด้านล่าง เพื่อชั่งน้ำหนัก

สัมภาระ คิดค่าแบกเป็นกิโลกรัม

เดินถ่ายรูปดงดอกหงอนนาคบน

ลานสน เสาหลักแบ่งเขตประเทศไทย

กับลาว มีตราสัญลักษณ์ของแต่ละ

ประเทศ มุมยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวนิยม

มาถ่ายรูปเนื่องจากสามารถข้ามประเทศ

ได้เพียงก้าวเดียว นอกจากนี้ป่าสน

ในดงหมอก รวมถึงตอนพระอาทิตย์ตก

ที่หน้าผา สวยงามมาก ขาลงจาก

ภูสอยดาว อุทยานฯให้เดินทาง เวลา

08.00-14.00 น. เท่านั้น เพื่อความสะดวก

และปลอดภัย (อุทยานเปิด 1 ก.ค.- 5 ม.ค.

ของทุกปี)

ร้านขายของที่ระลึก

เรือนไทยจำลอง-บ้านอรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลกโทร. 0-5521-4347

ก้านกล้วย อ.เมือง จ.พิษณุโลก โทร. 0-5524-1983

กนกมณี อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โทร. 0-5541-1295

เล่าซุนเส็ง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โทร. 0-5541-1294

ตำรวจ

สภ.เมืองพิษณุโลก โทร 0-5525-8777

สภ.เมืองอุตรดิตถ์ โทร 0-5541-1038

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a reply

Name (*)
Mail (will not be published) (*)
URI
Comment