DRIVETHAILAND



ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทริป 3 เที่ยวตามรอยอารยธรรมขอมโบราณ เยือนถิ่นอีสานใต้ นครราชสีมา-บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ

Posted on วันศุกร์, พฤษภาคม 29th, 2009 at 1:01 pm


3 วัน 2 คืน

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางวงแหวนตะวันออก (บางนา บางปะอิน ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าสระบุรี ขึ้นสะพาน สระบุรีเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 กิโลเมตรที่ 193-194 แวะจุดพักรถกรม ทางหลวงภาคอีสาน-ลำตะคอง มุ่งหน้า อำเภอเมืองแวะกราบสักการะ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

ใช้เส้นทางขอนแก่น ห่างจากแยกประมาณ 300 เมตร มีปั๊มแก๊ส LPG

ใกล้ โรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ (0-4426-1261) ตรงไปกิโลเมตรที่ 49 ถึงทางแยก อำเภอพิมาย เลี้ยวขวา 10 กิโลเมตร จะเข้าทางหลวงหมายเลข 206 ผ่านโรงพยาบาลพิมาย

(0-4447-1288, 0-4447-1511) ข้ามสะพานมา 100 เมตร ถึงอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ชมสะพานนาคราช ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกของปราสาท

ซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน (ระเบียงคด) ปรางค์ประธานที่

สร้างด้วยหินทรายสีขาว ทั้งองค์ปรางค์ พระพรหมทัต ปรางค์หินแดง

เปิดทุกวัน 07.30-18.00 น. ค่าบริการ คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท

แหล่งท่องเที่ยวของคู่กันคือ ไทรงาม อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ก่อนข้ามสะพานท่าสงกรานต์เข้าตัวอำเภอพิมาย มีทางแยกไปเขื่อนพิมาย 2 กิโลเมตร ที่นี่มีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร อาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมมารับประทาน คือ ผัดหมี่พิมาย หรือ ผัดหมี่โคราช เส้น เหนียวนุ่มน่ากินไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์เลยทีเดียว

ออกจากไทรงามมุ่งหน้า จ.บุรีรัมย์ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 226 มีป้ายบอกว่าไปพนมรุ้ง ถึงกิโลเมตรที่ 91 แยกลำปลายมาศ เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2073

เส้นทาง อ.ชำนิ ถนนดี ผ่านโรงพยาบาลชำนิ (0-4460-9054-8) ตรงไปจนพบกับบึงน้ำขนาดใหญ่และ

บึงบัว แวะจอดรถถ่ายรูปได้ แล้วถึงทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 เลี้ยวซ้าย

จุดสังเกต คือ ธ.กรุงเทพ และ ธ.ทหารไทย

ประมาณ 500 เมตร ผ่านสถานีตำรวจภูธรนางรอง (0-4463-2014) เยื้องกับโรงพยาบาลนายแพทย์สุรเชษฐ์ (0-4463-1187)

กิโลเมตรที่ 84 เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2117 ตรงไปอีก 12 กิโลเมตร

มีป้ายบอกชัดเจน เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2221 ตรงไปอีก 6 กิโลเมตร ผ่านโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ (0-4462-8451) จากจุดนี้เป็นเส้นทาง

ขึ้นเขาขับรถใช้เกียร์ต่ำ ถึง ปราสาทเขาพนมรุ้ง

ที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว

หากไปเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวสองข้างทางทุ่งนาเต็มไปด้วยสีเหลืองทอง

ขับ รถกลับลงมาประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปประมาณ 4 กิโลเมตร ผ่าน บึงน้ำขนาดใหญ่ ขุดโดยชนชาวโบราณ โดยไม่ใช้เครื่องทุ่นแรง บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้ง ของปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะเด่นคือ ปราสาทก่ออิฐ 5 หลังตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน มีระเบียงคด

ล้อมรอบสองชั้น เปิดบริการ 06.00 น.-18.00 น.ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท สภ.บุรีรัมย์ (0-4461-1234, 0-4451-3555)

ชม ปราสาทเขาพนมรุ้ง ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ ช่วงเมษายนและกันยายน พระอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู และทุกวันขึ้น 15 ค่ำ ช่วงมีนาคมและตุลาคม พระอาทิตยืจะตกตรง 15 ช่องประตู สวยงดงามติดตาตรึงใจ นักท่องเที่ยวต้องไปลองฝีมือถ่ายภาพกัน เปิด 06.00-18.00 น. ค่าบริการคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท

จากนั้นไปตาม ทางหลวงหมายเลข 24 มุ่งหน้าเส้นทาง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 131-132 เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางหลวงหมายเลข 214 ผ่านโรงพยาบาลปราสาท (0-4455-1295) ตรงขึ้นไปเข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์หาที่พักค้างคืน

โรงพยาบาลปราสาท (0-4455-1295)

เช้า วันใหม่เดินทางไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 226 ทางแยกอำเภอสังขะจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 214 ทางไปอำเภอจอมพระจุดสังเกตคือแขวงการทางจังหวัดสุรินทร์เริ่มต้นทางหลวงแผ่น ดิน กิโลเมตรที่ 1ขาเข้า ถนนลาดยางถึงจุดหมายหมู่บ้าน

ช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ศูนย์คชศึกษา หลักกิโลเมตรที่ 36 สังเกตด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางไปศูนย์คชศึกษา เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบทสร 3027 เข้าไปอีกประมาณ 22 กิโลเมตรถนนลาดยาง แต่ขรุขระบางช่วง

ตรงขึ้นไปสุดทางหน้าวัดโพธิ์ทองเลี้ยวขวาอีก 4 กิโลเมตร

ถึงหมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างคนกับช้าง

ที่มีความผูกพันกันตั้งแต่เกิดจนตาย อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชุมชนที่มีเพียง

แห่งเดียวในโลก

กิจกรรมในศูนย์คชศึกษา มีทั้งนั่งช้างชมทัศนียภาพ ชมช้างเล่นน้ำตามธรรมชาติที่วังทะลุ บริเวณซึ่งแม่น้ำมูลและลำน้ำชีไหลมาบรรจบกัน มีการ

แสดงช้างทุกๆ วัน วันละสองรอบ10 โมงเช้า และบ่าย 2

รวมทั้งสามารถเลือกซื้อสินค้า OTOP ที่ทำโดยฝีมือช้างจัดจำหน่ายด้วย

กลับ เส้นทางเดิม บรรจบกับเส้นทางหลวงหมายเลข 214 เลี้ยวขวา จนถึงกิโลเมตรที่ 15 เลี้ยวซ้ายเข้าไปหมู่บ้านเขวาสินรินทร์ ประมาณ 4 กิโลเมตรถึงศูนย์หัตถกรรมเครื่องเงินฝีมือ OTOP ของชาวบ้าน ที่ นี่เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมไทย ผ้าพื้นเมือง และ การผลิตลูกประคำเงิน ลูกประคำทองที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน นำมาเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรี

มุ่งหน้าไปตามเส้นทางหลวงชนบทสร 3036 ผ่าน สภ.เขวาสินรินทร์

ข้ามแยกเข้าทางหลวงชนบท สร 3020 สองฝั่งถนนยังเป็นทุ่งนาสุดทางเจอสามแยกมีป้ายบอกชัดเจน

ไปปราสาทศรีขรภูมิผ่านทางรถไฟ เลี้ยวขวาไปตามทางเจอทางสามแยกตรง

อบต.เมืองที เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 226 มุ่งหน้าอำเภอศรีขรภูมิ

ถึงกิโลเมตรที่ 34 ข้ามแยกเตรียมเลี้ยวซ้าย 200 เมตร ถึง ปราสาทศรีขรภูมิชมความงามของปราสาท มีสิ่งก่อสร้างหลัก คือปราสาท 5 องค์บนฐานเดียวกันที่ยกพื้นสูง มีสระน้ำล้อม 3 ด้าน

มีปราสาทองค์กลางเป็นปราสาทประธาน และปราสาทบริวารที่มุมทั้งสี่ เก็บค่าเข้าชม

10 บาท เปิด 07.30-18.00 น.

แวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวญวนบุญมีขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย

ราคาย่อมเยาอยู่ติด ธ.กรุงเทพ ใกล้ๆ กันมี ธ.ออมสิน ธ.กรุงไทย

ออกจากตลาดอำเภอศรีขรภูมิเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 226ตรงไป 300 เมตร เจอทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2371 เริ่มนับ

กิโลเมตรที่ 1 มุ่งหน้าอำเภอสังขะประมาณ40 กิโลเมตร สองฟากฝั่งถนนยังคงเป็นทุ่งนาตลอดสองข้างทาง

ก่อนเข้าสู่อำเภอสังขะ มีป้ายบอกจุดสิ้นสุดทางหลวงแผ่นดิน ถึงสามแยก เลี้ยวซ้าย ผ่านสถานีตำรวจภูธรอำเภอ สังขะ เจอป้ายแยกสังขะ

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 24 กิโลเมตรที่ 211 ถึงจุดสิ้นสุดเขตจังหวัดสุรินทร์ เข้าสู่เขตจังหวัดศรีสะเกษ ตรงไปตาม

เส้นทางหลวงหมายเลข 24 จนถึงกิโลเมตรที่ 267 (แยกการช่าง) เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 221 มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษณ์

เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ 55 ผ่าน ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์บริเวณเดียวกัน มีบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นจุดแวะถ่ายรูประหว่างทางได้ดีอีกด้วย

จากนั้นตรงขึ้นไปจนเข้าสู่ตัวอำเภอกันทรลักษณ์ สังเกตุ ศาลหลักเมืองอำเภอกันทรลักษณ์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า หาที่พักค้างคืน

ชม ตลาดเช้าเมืองกันทรลักษณ์ หาอาหารเช้ารับประทาน มีอาหารพื้นบ้านหลายชนิด หากใครที่พิสมัยการเดิน ตลาดและสัมผัสชีวิตความเป็นท้องถิ่นไม่ควรพลาด เรียบร้อยก็มุ่งหน้าไปเขาพระวิหาร ตามทางหลวงหมายเลข 221 ประมาณ 44 กิโลเมตร พอถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

คนไทย 20 บาท นักเรียน-นักศึกษา 10 บาท อายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี

ชาวต่างชาติคนละ 400 บาท ค่ารถผ่านคันละ 30 บาท จากด่านฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

แวะจุดชมวิว “ผามออีแดง” ลานหินธรรมชาติ ริมหน้าผาสูงติดกัมพูชาด้านทิศใต้ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไป มีภาพสลักหินนูนต่ำ

ศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จากนั้นเดินเท้าขึ้นไปยังปราสาทเขาพระวิหารเทวสถาน

ขนาดใหญ่ประกอบด้วยปราสาท 4 ชั้นลดหลั่นกันไปมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นลานนาคราช มหาปราสาทหรือปรางค์ประธาน และยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์มองเห็นประเทศกัมพูชาที่อยู่เบื้องล่างได้ชัดเจน

เสียค่าธรรมเนียมทำบัตรผ่านแดนฝั่งไทยคนละ 5 บาท

และฝั่งกัมพูชาคนไทย 50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท

ลงจากเขาพระวิหาร ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2235

บรรจบเส้นทางหลวงหมายเลข 2127 ผ่าน น้ำตกสำโรงเกียรติ พักผ่อนกับสายน้ำเย็น

ชุ่มฉ่ำ ที่ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตรไหลไปตามลานหินสวยงามมากในฤดูฝน

โรงพยาบาล

รพ.สุรินทร์ โทร. 0-4451-1757, 0-4451-4646

รพ.สุรินทร์รวมแพทย์ โทร. 0-4451-1523

ตำรวจ

สภ.เมืองศรีสะเกษ โทร. 0-4561-2732

ศูนย์ประสานการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 0-4561-1574

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a reply

Name (*)
Mail (will not be published) (*)
URI
Comment