DRIVETHAILAND



ขับปลอดภัยในทุกสภาวะ

Posted on วันศุกร์, พฤษภาคม 29th, 2009 at 5:29 pm

ก่อนการขับรถทุกครั้งผู้ขับขี่ ควรต้องดูสภาพความพร้อมของตัวเอง ว่าเข้าข่ายต้องห้ามนี้หรือไม่  และพึงระลึกเสมอถึงข้อห้ามต่างๆ ในการขับขี่ ได้แก่

  • อยู่ในสภาวะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ เช่น ภายหลังจากรับประทานยาแก้ไข้หวัด  ง่วงนอน  อ่อนเพลีย
  • ในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น
  • ใน ขณะที่เสพ หรือรับเข้าร่างกาย ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทกลุ่มแอมเฟตามีน(ยาบ้า) หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างอื่น
  • ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ
  • ในลักษณะกีดขวางการจราจร
  • โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
  • ใน ลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดาหรือไม่อาจและเห็นทางด้านหน้า หรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
  • คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องรถ เว้นแต่เมื่อต้องการเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
  • บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ
  • ขับไม่โทรศัพท์ แต่ถ้าจำเป็นต้องโทรฯ ให้ใช้อุปกรณ์เสริมหรือแวะจอดข้างทาง

การให้สัญญาณไฟ
เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ขับรถทุกคนจะต้องใช้ให้ติดเป็นนิสัย เพราะหมายถึงการบอกกล่าวให้เพื่อนร่วมทางได้รู้ว่าเราจะไปทางไหน หรือจะขอแซงไปก่อน การใช้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ใช้เมื่อต้องการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา กลับรถ เปลี่ยนช่องทางเดินรถ หรือต้องการจะแซงคันอื่น ควรเปิดสัญญาณไฟในระยะ 30 เมตรก่อนเลี้ยว หรือแซง หรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ  หรือจะออกจากที่จอดรถ ก็ควรเปิดด้วยเช่นกัน

ส่วนการใช้สัญญาณไฟกระพริบ หรือไฟฉุกเฉิน หรือ ไฟผ่าหมาก แล้วแต่จะเรียกกัน ให้ใช้ในกรณีที่จอดรถที่เครื่องยนต์ หรืออุปกรณ์ขัดข้องในช่องทางเดินรถ หรืออาจจะประสบอุบัติเหตุ หรือมีอุบัติเหตุข้างหน้า แต่พึงจำไว้เสมอว่า ไฟฉุกเฉินให้ใช้เฉพาะในกรณีที่รถจอดเสียเท่านั้น

บ่อย ครั้งที่ผู้ขับขี่ใช้ไฟฉุกเฉิน หรือไฟกระพริบ หรือ ไฟผ่าหมาก แบบผิดๆ  ทั้งๆ ที่แล่นอยู่กลางถนน  หรืออาจจะใช้ในยามที่ฝนตกหนัก ด้วยเข้าใจว่า ถ้าเปิดไฟกระพริบจะทำให้รถที่ตามมาระมัดระวัง  แต่กลายเป็นว่า ไม่มีใครเดาใจได้ถูกกว่าเราจะเปลี่ยนช่องเดินรถเมื่อไหร่ ผลที่สุด กลายเป็นเพิ่มความเสี่ยง และคุณอาจจะกลายเป็นถูกชนท้ายได้
และหากจำเป็นต้องขับรถตามรถที่เปิดไฟฉุกเฉิน ก็ควรทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 50 เมตร

การขับรถผ่านทางร่วม ทางแยก หรือวงเวียน
เมื่อขับขี่รถมาถึงทางร่วมทางแยก ควรปฏิบัติดังนี้

    • ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยก ต้องให้รถทางร่วมทางแยกนั้นไปก่อน
    • ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน และไม่รออยู่ในทางร่วมทางแยก ต้องให้รถที่อยู่ทาง“ด้านซ้าย” ของตน ผ่านไปก่อน  แต่ถ้าทางร่วมทางแยกนั้นมีทางเดินรถทางเอกตัดผ่าน  จะต้องให้รถทางเอกผ่านไปก่อน
    • ในทางปฏิบัติสากลสำหรับการใช้รถทางร่วมทางแยก ควรจะให้รถอีกทางไปได้ โดยการสลับกันไปทางละคัน

ข้อสังเกตสำหรับทางเดินรถทางเอก
คือทางเดินรถที่เจ้าพนักงานจราจรได้ประกาศ และติดตั้งเครื่องหมายจราจร แสดงว่าเป็นทางเดินรถทางเอก  หรือถ้าทางร่วมใดมีป้าย”หยุด” ที่ริมทางร่วมทางแยกนั้นให้ถือว่าทางนั้นเป็นทางโท

กรณี ขับขี่รถถึงวงเวียน  : ถ้ามีสัญญาณไฟจราจร ให้ปฏิบัติตามสัญญาณไฟ หรือเครื่องหมายจราจรนั้น  แต่หากไม่มีสัญญาณไฟ หรือเครื่องหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องให้สิทธิรถที่อยู่ในวงเวียนทาง ด้านขวา ของคนขับผ่านไปก่อน

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a reply

Name (*)
Mail (will not be published) (*)
URI
Comment