DRIVETHAILAND



การเดินทางกับเด็กเล็ก

Posted on วันศุกร์, พฤษภาคม 29th, 2009 at 5:24 pm

บรรดาขาเที่ยว พอมีลูก การเที่ยวอาจถูกเว้นวรรคไปชั่วคราว แต่เมื่อลูกแข็งแรงพอที่จะออกนอกบ้านได้ การพาเด็ก ๆ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ น่าจะเป็นการดีสำหรับเด็ก ทั้งในด้านสุขภาพกายที่ได้รับอากาศดี ๆ และสุขภาพใจที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ

แต่การเดินทางกับเด็ก นึกถึงความปลอดภัยเป็น หลัก โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ๆ เพราะอุปกรณ์จำพวกเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเด็ก ดังนั้นเด็กน้อยควรมีอุปกรณ์เสริมเพื่อเพื่อความปลอดภัยในกรณีรถยนต์เกิด อุบัติเหตุ
สิ่งจำเป็นเมื่อเดินทางกับเด็กคือ ที่นั่งสำหรับเด็ก (car seat)’ แม้บ้านเรายังไม่มีกฎหมายชัดเจน แต่หลาย ๆประเทศออกเป็นกฎบังคับใช้ เพื่อความปลอดภัยของลูกรักและทุกคนในรถยนต์
ที่นั่งสำหรับเด็ก แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ (Infant car bed)
รูปร่างคล้ายกระบะ เหมาะกับทารกแรกเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนด การพาลูกแรกเกิดออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน และควรจัดให้ศีรษะเด็กหันไปทางด้านกลางรถยนต์

2. ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ (Rear-facing infant seat)
ต้องวางไว้เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหลังรถเสมอ เด็กเล็ก ๆ ควรนั่งที่นั่งเด็กชนิดนี้จนกว่าจะอายุประมาณ 3 ขวบ การที่เด็กเล็กควรนั่งที่นั่งแบบหันหน้าไปทางหลังรถ เพราะศีรษะของทารกมีน้ำหนักถึงครึ่งของน้ำหนักร่างกาย ศีรษะที่ใหญ่กว่าปกติและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ทำให้คอ ของเด็กเป็นจุดเปราะบาง ที่นั่งแบบนี้จะถูกออกแบบเพื่อรองรับคอและช่วยกระจายแรงกระแทกออกไปสู่ร่าง กาย เมื่อเกิดการชนด้านหน้าขึ้น ร่างกายที่หันหลังอยู่ทุกส่วนจะเป็นการรับแรงกระแทกลำตัวและศีรษะให้เหลือ น้อยที่สุด ข้อควรระวังคือ ไม่ควรติดที่นั่งแบบนี้เข้ากับเบาะรถที่ติดถุงลมนิรภัย

3. ที่นั่งเด็กที่หันไปทางหน้ารถ (Forward-facing child seat)
ต้องวางไว้ที่เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหน้ารถ เหมาะสำหรับเด็กโตเกินกว่าจะนั่งชนิดหันหน้าไปทางหลังรถ ที่นั่งประเภทนี้อาจออกแบบให้ใช้ได้ทั้งในแบบที่หันไปทางหน้ารถและหลังรถ โดยผู้ใช้สามารถปรับติดตั้งได้ตามความเหมาะสม

4. ที่นั่งเสริม (Booster seat)
เหมาะสำหรับเด็กที่โตหน่อย  ช่วยให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้พอดีตัวมากขึ้น

ที่นั่งเด็ก แต่ละยี่ห้อเหมาะกับรถยนต์แต่ละยี่ห้อด้วยเช่นกัน ในการเลือกซื้อที่นั่งเด็ก ควรจะให้ผู้ขายติดตั้งในรถยนต์ให้เรียบร้อยก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าเป็นไปได้ควรพาเด็กไปทดลองนั่ง ให้เหมาะกับน้ำหนักและส่วนสูงของเด็ก
ในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่จะเห็นแม่นั่งอุ้มลูกน้อยไว้บนตัก และนั่งคู่ไปกับคุณพ่อคนขับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาทั้งคุณแม่และคุณลูกย่อมเป็นอันตราย เมื่อเกิดการชนหรือแรงกระทบ ลูกน้อยอาจหลุดกระเด็นไปจากอ้อมออกแม่และได้รับอันตรายได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินทางไกล หรือใกล้ อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงและมาโดยไม่รู้ตัว  ดังนั้นการใช้ที่นั่งเด็ก จะทำให้คุณพ่อขับรถได้อย่างสบายใจ เพราะมั่นใจว่าลูกจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง การใช้ที่นั่งเด็ก ควรให้ลูกใช้ตั้งแต่ยังเป็นทารก เพราะเมื่อเด็กโตขึ้นด้วยความไม่คุ้น จะทำให้การเดินทางของคุณอลเวงตั้งแต่ก่อนออกเดินทางเลยทีเดียว

เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 10 ปี ต้อง นั่งที่นั่งด้านหลังเสมอ และสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ คาดเข็มขัดนิรภัยโดยคาดเด็ก 2 คนไว้ด้วยกัน!

ในการเดินทางไกล การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมอาจเปลี่ยนแปลงเวลานอน เวลากิน (กระทั่งเวลาถ่าย) ของเด็ก แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจ เด็กจะสามารถปรับตัวได้เองภายใน 2-3 วัน หรือปรับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อกลับถึงบ้าน

สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ ของเล่นชิ้นโปรดของลูก หรือผ้าห่ม ผ้าขนหนูที่ลูก ติดเตรียม กิจกรรม หรือของเล่นให้ลูกเล่นขณะอยู่ในรถ เด็กจะได้มีอะไรทำ ไม่ก่อกวนแย่งพวงมาลัย หรือดึงเบรคมือเล่น ส่วนคุณพ่อก็จะได้มีสมาธิในการขับรถอย่างเต็มที่
นอกจากอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยแล้ว อาหารสำหรับเด็กก็ควรเตรียมให้พร้อม นอกเหนือจากอุปกรณ์การกินแล้ว ควรเตรียมอุปกรณ์การขับถ่ายไว้ให้พร้อมด้วย กระดาษทิชชู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทิชชู่เปียก ถ้าลูกโตขึ้นหน่อย การซื้อกระเป๋าหรือเป้หลังใบใหม่ให้ลูกใส่ข้าวของใช้ของตัวเขาเองบางส่วน ลูกจะภูมิใจ รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่รับมอบหมาย

สำหรับคนตั้งครรภ์ หรือ คนท้อง โดยปกติแล้ว ควรระมัดระวังดูแลตัวเองและความปลอดภัยของครรภ์ ในช่วง 3 เดือนแรก และ 3 เดือนหลัง ซึ่งในช่วงนั้นถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรไปไหนไกล ๆ และหลีกเลี่ยงการเดินทางแบบ ลุย

คนท้องมักปวดหลัง ปวดฉี่บ่อย และบางคนก็อาจเป็นตะคริว ดังนั้น ควรมีเวลาพักที่ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำเป็นระยะ และคนใกล้ตัวควรรู้วิธีช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเมื่อว่าที่คุณแม่เป็นตะคริว
โดยปกติ เมื่อคนท้องเดินทางทางรถยนต์คงไม่ขับรถเอง แต่บางกรณีที่คนท้องมีความจำเป็นต้องขับรถเอง ควรเว้นที่นั่งให้ท้องและพวงมาลัยมีระยะห่างกันมากที่สุด โดยที่เท้ายังสามารถเหยียบคันเร่งและเบรคได้สะดวก การคาดเข็มขัด ควรให้สายเข็มขัดที่หน้าตักอยู่ที่โคนขา ส่วนสายเข็มขัดที่ลำตัว ให้ลงระหว่างอกและพาดลงด้านข้างของท้อง ระวังอย่าให้สายเข็มขัดมาอยู่ตรงใต้แขน เพราะจะทำให้ว่าที่คุณแม่และลูกในครรภ์บาดเจ็บได้

ในการเดินทาง ไม่ว่าจะกับเด็กเล็ก คนท้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัย หากเรารู้เท่าทันและป้องกันไว้ก่อน สิ่งที่คาดไม่ถึงน่าจะเกิดได้น้อยมาก หรือกระทั่งไม่มีเลย ซึ่งจะทำให้การเดินทางพักผ่อนกับลูกน้อยและว่าที่คุณแม่เป็นประสบการณ์ที่ น่าประทับใจไปแสนนาน.

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a reply

Name (*)
Mail (will not be published) (*)
URI
Comment